• Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 463
  • จำนวนผู้ชม : 189499
  • จำนวนผู้โหวต : 3476
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม 2551
ป ร า ส า ท ข อ ม ที่ เ มื อ ง เ พ ช ร บุ รี …
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 339 , 04:34:09 น.   | หมวดหมู่ : Travelling Thailand  
พิมพ์หน้านี้


August 02, 20

ปราสาทขอมที่เมืองเพชรบุรี …

วัดกำแพงแลง ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูแบบขอม    คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่    7  ในราวปีพุทธศักราช 1700  ถึง 1750 สันนิษฐานว่าภายในปรางค์แต่ละองค์เป็นที่ประดิษฐานของเทวรูป  พระอิศวร  พระพรหม  พระนารายณ์  พระลักษมี  และพระขันธกุมาร  ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น  พุทธสถานแล้วจึงมีการก่อสร้างอาคารอื่นๆด้วยอิฐ  แต่ยังคงลักษณะกำแพงศิลาแลงไว้แบบเดิมทั้ง  4  ด้าน  จึงเป็นที่มาของชื่อวัดกำแพงแลง 

ต่อมาในสมัยอยุธยาได้เปลี่ยนเป็นพุทธสถานในพุทธศาสนาแบบมหายาน ลักษณะเป็นปราสาทแบบขอม 5 หลัง ประกอบด้วย ปราสาทประธาน 1 หลัง และปราสาททิศ 4 หลัง ทุกหลังสร้างด้วยศิลาแลงล้วน    มีการฉาบปูนและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น

ปราสาทประธานมีผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบแปด ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุขฐานบัวลูกฟัก ต่อยอดขึ้นไปเป็นชั้นๆหน้าบันมีลวดลายที่สวยงาม  ลดหลั่นกันประดับด้วยกลีบขนุน ยอดบนสุดชำรุด เรือนธาตุด้านทิศใต้และทิศตะวันตกมีลวดลายปูนปั้นซึ่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยอยุธยา ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหินแดงจากวัดกุฎีทอง

ลวดลายปูนปั้นที่ด้านข้างของพระปรางค์ .. ความสวยสมบูรณ์แบบได้กลายเป็นแบบแผนของการประดิษฐ์ลวดลายปูนปั้นที่อ่อนช้อยราวกับมีชีวิตที่โด่งดังของเมืองเพชร และทำหน้าที่สั่งสอนช่างรุ่นหลังอย่างซื่อสัตย์ มีการสืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่าจนถึงปัจจุบัน



ปราสาททิศเหนือและทิศใต้ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบฐานปัทม์ ออกมุขด้านหน้าทางทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอกซึ่งในประสาททิศใต้ได้รับการดัดแปลงให้เป็นซุ้มจระนำประดิษฐานประติมากรรมนูนสูงรูปพระพุทธรูปประทับยืน แสดงปางประทานพร ส่วนยอดซ้อนลดหลั่นกันประดับด้วย กลีบขนุน ๕ ชั้น บนสุดเป็นยอดบัวตูม ปรางค์องค์ทิศเหนือ มุขทางด้านตะวันออกได้พังลงมาปิดคูหาแถบหนึ่งตัวปราสาทจึงเหลือเพียงแถบเดียว

ปราสาททิศตะวันตกมีผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบแปด สภาพชำรุดเหลือเพียงฐาน และผนังเรือนธาตุด้านเหนือเท่านั้น

ส่วนปราสาทด้านทิศตะวันออกมีสภาพสมบูรณ์มากที่สุด เป็นปราสาทที่สูงใหญ่กว่าทุกปราสาทที่กล่าวมาแล้วยังถือว่าเป็นปราสาทที่มีความสมบูรณ์กว่าปรางค์องค์อื่นๆในวัดกำแพงแลงอีกด้วย แผนผังและรูปแบบคล้ายโคปุระ ลักษณะเป็นอาคารรูปกากบาทมีมุขลด ๒ ชั้น ส่วนยอดซ้อนลดหลั่นกันสามชั้นประดับด้วยกลีบขนุน บราลี ซุ้มบันแถลง ยอดบนสุดเป็นบัวกลมและลูกแก้ว มีทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาทด้านทิศตะวันออกกับปราสาทประธาน

ตัวอาคารสถาปัตยกรรมทั้งหมดมีกำแพงแก้วศิลาแลง ซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบความยาวโดยรอบประมาณ ๓๓๕ เมตร รูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทวัดกำแพงแลงนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปกรรมเขมร แบบบายน (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘) เช่น ใช้ศิลาแลงและปูนปั้นเป็นวัสดุในการก่อสร้าง รูปแบบหน้าต่างหลอกแบบลูกกรงมะหวดที่สลักเพียงครึ่งเดียว และบราลีที่ตกแต่งบนหลังคา

นอกจากนี้การขุดแต่งของกรมศิลปากรในปี พ.ศ.๒๕๓๐ ยังพบชิ้นส่วนประติมากรรมรูปเคารพ คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พบจากโบราณสถานอื่นๆ ในประเทศไทยอีกจำนวน ๔ องค์ คือ โบราณสถานจอมปราสาท จังหวัดราชบุรี ๑ องค์ ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี ๑ องค์ และถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดลพบุรี ๒ องค์ นอกจากนี้ยังได้พบ พระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และนางปริชญาปารมิตา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลของศิลปะเขมรแบบบายน 



.....ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่าปราสาทวัดกำแพงแลงน่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ และน่าจะเป็นศาสนสถานประจำเมือง “ ศรีชยวัชรปุระ” ดังปรากฏชื่อในศิลาจารึกปราสาท พระขรรค์ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้ส่งพระไชยพุทธมหานาถไปประดิษฐานยังศาสนาสถานประจำเมืองพร้อมกับบรรดาเมืองอื่น ๆ อีก ๒๒ แห่ง และจารึกบนระเบียงคตของปราสาทบายนในประเทศกัมพูชา กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดกำแพงแลงเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ และเล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๒๗
ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๗

เพชรบุรีคือเมืองช่าง คืออยุธยาที่มีชีวิต ด้วยความงดงามวิจิตรที่ตกทอดอยู่ตามวัดวาอารามไม่ได้มอดไหม้ไปกับสงคราม ตั้งแต่อยุธยาเป็นราชธานีสืบต่อจนถึงรัตนโกสินทร์ เมืองเพชรไม่เคยร้างผู้อยู่ .. กลางเมืองเป็นศูนย์รวมของวัดเก่าแก่ ย่านตลาดมีเสน่ห์ งานจิตรกรรมฝาผนังก็ยังตกทอดคุณค่าเชิงช่างไว้อย่างสวยงาม … ใครๆก็บอกว่าแม้ออกไปตามบ้านนอกบ้านนาก็ยังมีช่าง เรียกกันว่าเป็นช่างโดยสายเลือดเลยทีเดียว

ด้วยเป็นเมืองท่าบนเส้นทางการค้าข้ามสมุทร เพชรบุรีจึงรุ่งเรืองและมั่งคั่ง เต็มไปด้วยความเก่าแก่ในศิลปกรรม วัดต่างๆล้วนได้รับการทะนุบำรุงและสร้างขึ้นมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย ศิลปะงานช่างในยุคนี้ถือว่าเป็นเลิศ บางคนถึงกับกล่าวว่า เพราะอิทธิพลของศิลปะแบบช่างหลวงของกรุงศรีอยุธยาที่แพร่เข้ามาและผสมผสานกับชุมชน จนงานช่างเพชรบุรีกลายเป็นงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ยุดทองของงานช่างจึงก่อเกิดขึ้นสืบทอดต่อมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ .. และการที่เป็นเมืองไม่เคยร้างผู้คนนี่เอง ทำให้การสืบสานงานศิลปะตามวัดต่างๆในเพชรบุรีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง …

นอกจากจะมีปราสาทขอมที่น่าทึ่งแล้ว วัดกำแพงแลงยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีแบบแผนของของเมืองเพชรแท้ๆ นั่นคือการประดับลวดลายปูนปั้นที่ดูราวกับมีชีวิตลงบนสิ่งก่อสร้างของศาสนสถาน … แม้ลวดลายปูนปั้นของที่นี่จะน้อยกว่าที่วัดมหาธาตุ แต่ก็ยังน่าสนใจในเชิงความสามารถของช่างอยู่ดี

ฉันยืนมองลวดลายที่สวยมหัศจรรย์ของปูนปั้นเหล่านี้ … แล้วให้นึกย้อนไปถึงช่างปูนปั้นเมืองเพชรที่ยอมเหน็ดเหนื่อยยากจน สืบวิชาของครูช่างโบราณให้มีชีวิตติดต่อยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ … พวกเขาคงหลงใหลไปกับพญานาค ลิง ยักษ์ พระลักษณ์ พระราม หน้าหวานที่คุ้นหน้ามาตั้งแต่รู้ความ

ว่ากันว่า .. กว่าจะสามารถปั้นปูนให้ไหวพลิ้วมีชีวิต ชนิดเปลวไฟเหมือนจะลุก พญานาคเหมือนจะเลื้อยได้ ต้องเรียนรู้กันอย่างยาวนาน เริ่มจากการเตรียมปูน … ปูนเมืองเพชรเป็นปูนตำ มีสูตรโบราณตกทอดกันตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ใช้ปูนขาว ทรายละเอียด กาวหนัง กระดาษฟาง ใส่ครกตำผสมกับน้ำตาลโตนด นั่งโขลกกันจนกว่าจะได้ที่ … ตรงนี้แหละที่ครูจะต้องสอนแล้ว สอนอีก ให้หัดจับดูว่าเนื้อปูนที่ตำอ่อนแก่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือไม่ แล้วจะได้เพิ่มเข้าไปให้เหมาะสม … กว่าที่คนๆหนึ่งจะเรียนรู้จนถึงขั้นแค่จับเนื้อปูนตามครกต่างๆขึ้นมาบี้ดู ก็สามารถบอกสัดส่วนผสมและคำนวณเวลาในการตำได้ ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี … นานมากสำหรับงานช่าง แต่จำเป็นที่ช่างต้องรู้จักธรรมชาติของเนื้อปูน พอๆกับที่ต้องรู้จักองค์ประกอบแห่งใจของตนเอง

ปูนที่ตำเสร็จแล้วแต่ละครก จะเอาถุงพลาสติกรัดปากครกแน่นไม่ให้ลมเข้า ปูนก็จะอ่อนตัวอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะถูกนำไปใช้งาน … ปูนอ่อน เมื่อถูกอากาศไปได้สักสิบนาทีก็จะคงรูปงดงามไปอีกนานเท่านาน เป็นผลงานที่อวดใจ อวดฝีมือของช่างปูนให้อยู่คงทน เป็นครูของคนรุ่นหลัง แม้จะไร้ชื่อ ไร้นามคนสร้าง แต่ไม่ได้ทำให้คุณค่าของผลงานลดน้อยลงไปสักนิด เหมือนดังปูนปั้นตามวัดต่างๆในเพชรบุรีได้ทำหน้าที่สั่งสอนช่างรุ่นหลังอย่างซื่อสัตย์มาจนถึงปัจจุบัน

การเรียนรู้ลวดลายที่วิจิตรก็ใช่แต่ดูหรือฟังที่ครูสอน … ครูของช่างอยู่ในพุทธศาสนา ในวรรณคดี ในธรรมชาติที่ล้อมรอบเราอยู่ และงานของช่างโบราณเป็นครูที่ดีที่สุด

ปูนปั้นเมืองเพชรมีครูมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรขอมโบราณแผ่อิทธิพลมาถึงที่นี่ ปรางค์ขอมที่วัดกำแพงแลงจะเห็นปูนปั้นลายหน้ากาลคายนาค ลายกลีบบัวขาบเด่นชัด ครูเก่าทำมาตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย เหลือมาสอนช่างเมืองเพชรจนถึงปัจจุบัน .. งานสมัยอยุธยาที่งามชดช้อยที่วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นวัดร้าง แต่งานปูนปั้นลายพุ่มช่อหางโต ลายพุทธประวัติ ภาพปราสาทเจ็ดชั้น ศาลาเชิงผา ภูเขา ต้นไม้ และพระพุทธรูปปางต่างๆนั้น ปั้นได้เฉียบคม เวลาต้องแสงเกิดเงาสลับซับซ้อน ทำให้ภาพลายดูลุ่มลึก ลดหลั่น เป็นชั้นช่อง ที่แสดงฝีมือครูช่าง … ลายกระหนกก้านขดม้วนตัว เรียงกันสามวง แตกเป็นช่อหางโต ก้านลายไหลเลื้อยลอดสอดกันตลอด ตัวกนกไหวพลิ้วสวยงาม ก็ต้องไปดูที่วัดใหญ่สุวรรณาราม … เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ช่างปูนปั้นต้องขวนขวายศึกษา

งานปูนปั้นของเมืองเพชรในปัจจุบัน ยังขยับขยายแตกลายมาเป็นของตัวเองอย่างน่าชมเชยอีกด้วย เช่นการนำลายไทยมาตรฐานมาผสมกับแนวคิดทางสังคมเข้ามาในงานได้อย่างทันสมัยน่าชมเชย ขยับขยายจากงานโบราณไปอีกชั้นหนึ่ง … หากอยากไปชม ให้ไปที่ศาลาบุญประคอง วัดมหาธาตุ หรือที่ใกล้กรุงเทพเข้ามา ก็มีฝีมือช่างเมืองเพชรที่พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ

ลายปูนปั้นสกุลเมืองเพชรเต็มไปด้วยมิติ มีความลึกทับซ้อนกันอย่างมีจังหวะ แต่ละลวดลายและชิ้นงาน มีความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมายและลมหายใจของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา .. เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและคุณค่าที่ท้าทายกาลเวลา .. ช่างปูนเมืองเพชรคงภูมิใจมากมาย ที่ไม่เสียแรงที่เลือกทางชีวิตเป็นช่างปูนปั้น .. อดทนตำปูนเคี่ยวกรำชีวิตตนมานานหลายปี .. ด้วยอีกไม่นาน ปูนที่อ่อนไหวพลิ้วสะบัดลายผ่านปลายนิ้วคงยืนยงคงรูป ช่วยเสริมต่อลมหายใจของงานปูนปั้นเพชรบุรี ให้สืบเนื่องไปอีกนานเท่านาน …


ขอบคุณเนื้อความบางส่วนจาก นิตยสาร Expression และ
ที่มา :
http://www.chaambeach.com/entertain/day/phetchaburi_07/detail.asp

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33
แม่หมี วันที่ : 10/08/2008 เวลา : 09.11 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ตามมาเก็บรายละเอียดค่ะ แน่นปึ้ก....
ภาพสวยมากค่ะ ภาพสุดท้ายนี่น่ารักดีค่ะ ชูสองนิ้ว
ความคิดเห็นที่ 32
มะยง วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/paphat

สวัสดีค่ะพี่สุ นักถ่ายภาพยอดเยี่ยม
.
เหมือนไปเขมรรอบ2 ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
ครูแดง วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 10.39 น.
http://www.oknation.net/blog/krudang

-ทบทวนๆ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
อะหนึ่ง วันที่ : 03/08/2008 เวลา : 19.01 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

มีข้อมูลที่ละเอียดของวัดกำแพงแลงเพิ่มขึ้นครับ

*รูปปูนปั้นเทวดาเชิงบันได...
เป็นรูปจากที่วัดกำแพงแลง
หรือรูปจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
ครับคุณพี่สุฯ
ความคิดเห็นที่ 29
ครูเก๋ วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 23.49 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

ตามมาเก็บลิงค์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
สนิมกฤช วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/sanimkrit

สวยงามมากครับ...ผมไม่เคยได้รู้มาก่อนเลย..

ครั้งแรกก็บ้านคุณ อะหนึ่ง
ครั้งสองนี้..ก็บ้านนี้แหละครับ..
ขอบคุณมากครับ.
ความคิดเห็นที่ 27
vincentoldbook วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 20.45 น.
http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook
กลิ่นหอมของบ้าน กลิ่นหอมของ ..ความดีงามเล็กๆ ในใจเรา

แวะมาชมภาพ ..งานปูนปั้นเมืองเพชรงดงามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 26
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
เรื่องเล่าจากบ้านไร่  ในท่วงทำนองของความรู้สึก

เพิ่งเคยได้ฟังเพลงเพชรบุรีแดนใจ
หลับตาเห็นความงามเพริศพิไล
จนอยากฝากใจฝากกายไว้ ณ ดินแดนแห่งนั้น

มีความสุขในวันหยุด ครับพี่
ความคิดเห็นที่ 25
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ลายปูนปั้นสวยงามน่าค้นหา
ความคิดเห็นที่ 24
Supawan วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 19.07 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

คุณวาสนา .. สวัสดีค่ะ

ตอนนี้ก็สบายดีค่ะ .. แต่ยังมีนัดกับคุณหมอ ตรวจติดตามผลอยู่เรื่อยๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
Supawan วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ทุกท่านที่แวะมาอ่านบทความวันนี้นะคะ ..

กิจกรรมที่ชลบุรีดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มากด้วยความสุขและรอยยิ้มค่ะ .. แล้วจำนำภาพมาให้ดูในภายหลังนะคะ
ความคิดเห็นที่ 22
วาสนา วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 17.59 น.
http://www.oknation.net/blog/wassa

ยังไม่เคยไปค่ะ
คุณป้าสบายดีไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 21
driftworm วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

ต้องขอเก็บเอาไปอ่านแบบไม่ทรมานสายตาหน่อยครับ
ตอนที่ผมอยู่มีประวัติแค่กระดาษโรเนียวแผ่นเดียว พระลูกวัดทำเอง
ความคิดเห็นที่ 20
นานาจิตตัง วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

ภาพสุดท้าย ตลกๆ
ความคิดเห็นที่ 19
เป๊ปซี่ วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 15.44 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

....แปลกใจจัง เพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่า เพชรบุรี ก็มีปราสาทหินกับเขาด้วย...
ความคิดเห็นที่ 18
cancer วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 13.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ION


สวยงามมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
ลุงฟาง วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele


สวยงามมากมายครับ
ความคิดเห็นที่ 16
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 12.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

สวัสดีค่ะพี่สุ ฯ

พี่สุ ฯ ฝีมือยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ กับการถ่ายภาพแต่ละภาพ

สวยงามและได้มุมจริงๆค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 15
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สวัสดีครับพี่..แวะมาเติมความรู้อีกเอนทรีครับ
ความคิดเห็นที่ 14
MrTote วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/MrTote
มิสเตอร์โต๋เต๋


เมืองเพชรก็มีปราสาทหินเหมือนกันเหรอนี่! แสดงว่าอิทธิพลขอมสมัยก่อนแผ่มากว้างขวางมากนะครับ!
ความคิดเห็นที่ 13
tengpong วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

entry ของพี่ supawan กับของ อหนึ่ง เจ๋งจริงๆ

แต่พี่สุดยอดครับอุตส่ามาลงไว้ ก่อนไป ทำกิจกรรมที่ ตจว. อีกแล้ว

อนุโมทนาบุญครับพี่
ความคิดเห็นที่ 12
ดินเดินทาง วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel

สวัสดีค่ะ ตามมาเที่ยวด้วยคน
ความคิดเห็นที่ 11
saleman วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.48 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

ดูศิลปะ สองยุค สองสมัย ในที่เดี่ยวกัน งามคนอย่าง
สวัสดี วันเสาร์ครับพี่
ความคิดเห็นที่ 10
มะอึก วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

พี่สุเขียนเรื่องนี้ได้ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 9
komyos วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.40 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีต๋อนเจ๊าเจ้า

โตยมาแอ่วป ร า ส า ท ข อ ม ที่ เ มื อ ง เ พ ช ร เจ้า
ความคิดเห็นที่ 8
คนช่างเล่า วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.39 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับขอมไม่ใช่เขมร ยื่นยัน บ้านผมที่นครศรีฯ
อาณาจักรศรีวิชัย ที่อำเภอสิชลบนภูเขา ศาสนาฮินดู
มามีอิทธิพล มีโบราณวัตถุอยู่ครับ

ที่บ้านเมียผมที่ลพบุรี พระปรางค์สามยอดนั้นก็ ของขอม
ความคิดเห็นที่ 7
สุรศักดิ์ วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.27 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม  <<  บันทึกภาพถ่ายของ โยชิอากิ คาโต้  >> อัพบล็อก 20  ส.ค. 51

แปลกมากครับ ที่ปราสาทขอมมาอยู่ในวัด
และสุดยอดฝีมือช่างเมืองเพชร ที่มีพัฒนาการ
ในฝีมือ ส่วนจะยอมรับมากน้อยแค่ไหน
ก็แล้วแต่การยอมรับของผู้คน
ความคิดเห็นที่ 6
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 08.01 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 06.37 น.