*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2420
  • จำนวนผู้ชม : 7203998
  • จำนวนผู้โหวต : 11909
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11909 คน
<< กรกฎาคม 2021 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 กรกฎาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 1210 , 09:36:07 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

ผ้าซิ่นพื้นเมืองในประเทศไทย


ผ้าไทย .. คือผ้าทอมือที่มีการผลิตในประเทศไทย โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละท้องถิ่น

ประวัติผ้าไทยไม่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากนัก เนื่องจากมีการให้ความสำคัญในด้านอื่น ๆ มากกว่า แต่เราพอจะสืบหาประวัติของผ้าไทยในสมัยก่อนได้บ้างจากวรรณคดี จิตรกรรมฝาผนัง และมรดกศิลปะที่คงเหลืออยู่ในบางท้องถิ่น


ผ้าซิ่น

ผ้าซิ่น ... นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของหญิงไทย

ในสมัยโบราณ การทอผ้าเป็นงานในบ้าน ลูกผู้หญิงมีหน้าที่ทอผ้า แม่จะสั่งสอนให้ลูกสาวฝึกทอผ้าจนชำนาญ แล้วทอผ้าผืนงามสำหรับใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่งงาน งานบวช หรืองานบุญประเพณีต่าง ๆการนุ่งผ้าซิ่นของผู้หญิงจึงเป็นเหมือนการแสดงฝีมือของตนให้ปรากฏ ..

ผ้าซิ่นที่ทอได้สวยงาม มีฝีมือดี จะเป็นที่กล่าวขวัญและชื่นชมอย่างกว้างขวาง และยังเป็นการบ่งบอกฐานะทางสังคม เช่น ผ้าทอที่มีลวดลายสวยงาม มีสีสันและพิสดารนั้นมักใช้เฉพาะเจ้านายในราชสำนัก หรือ คนที่มีความร่ำรวย ส่วนผ้าซิ่นลายธรรมดาเรียบงายสีสันน้อยมักใช้ในกลุ่มชาวบ้านโดยทั่วไป


ผ้าซิ่นของไทยมักจะแบ่งได้เป็นสองลักษณะ ..

อย่างแรกคือ ผ้าซิ่นสำหรับใช้ทั่วไป มักจะไม่มีลวดลาย ทอด้วยผ้าฝ้ายหรือด้ายโรงงาน (ในสมัยหลัง) อาจใส่ลวดลายบ้างเล็กน้อยในเนื้อผ้า ..

ผ้าซิ่นอีกอย่างหนึ่ง เป็นผ้าซิ่นสำหรับใช้ในโอกาสพิเศษมักจะทอด้วยความประณีตเป็นพิเศษ มีการใส่ลวดลาย สีสันงดงาม และใช้เวลาทอนานเป็นแรมเดือน

ขนาดและลักษณะของผ้าซิ่น .. ขึ้นกับฝีมือ รสนิยม ขนบการทอในแต่ละท้องถิ่น และยังขึ้นกับขนาดของกี่ทอด้วย การทอผ้าด้วยกี่หน้าแคบ จะได้ผ้าที่แคบ ผ้าซิ่นสำหรับใช้จริงจึงต้องนำมาต่อเป็นผืนให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ผ้าซิ่นในปัจจุบันจะทอด้วยกี่หน้ากว้าง ไม่ต้องต่อผืนอย่างในสมัยโบราณอีกต่อไป

 

ส่วนประกอบของผ้าซิ่น

ผ้าซิ่นส่วนมาก มีโครงสร้างคล้ายกัน คือ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

หัวซิ่น .. เป็นส่วนบนสุดของซิ่น ไม่นิยมทอลวดลาย บางแห่งใช้ผ้าขาวเย็บเป็นหัวซิ่น และเหน็บพกไว้ มองไม่เห็นจากภายนอก

ตัวซิ่น .. เป็นส่วนหลักของซิ่น อาจมีการทอลวดลายบ้างเล็กน้อยในลักษณะของลวดลายที่กลมกลืน ไม่ใช่ลายเด่น มักเป็นสีเดียวตลอด

ตีนซิ่น .. เป็นส่วนสุดของซิ่น ในบางท้องถิ่นนิยมทอลวดลายเป็นพิเศษ สำหรับตีนซิ่นโดยเฉพาะ แคบบ้าง กว้างบ้าง เช่น ซิ่นตีนจก ขณะที่ซิ่นของชาวอีสาน จะใส่ตีนซิ่นแคบ ๆ

 

ผ้าซิ่นพื้นเมืองในแต่ละภูมิภาคของไทยโดยสังเขป

ในปัจจุบันการทอผ้าพื้นเมืองในพื้นที่หลายแห่งในประเทศไทย ยังคงทอผ้าด้วยลวดลายดั้งเดิม ..

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่มีเชื้อชาติพันธุ์บางกลุ่ม และหากจะแบ่งผ้าพื้นเมืองของกลุ่มชนเหล่านี้ตมภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ก็อาจจะแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้


ผ้าในภาคเหนือ หรือดินแดนล้านนา

ชาวล้านนาก็เรียกผ้านุ่งสำหรับผู้หญิงว่า "ซิ่น/สิ้น" .. ใน 8 จังหวัดของภาคเหนือตอนบน

ประกอบไปด้วยกลุ่มประชากร ซึ่งในอดีตเรียกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไท เช่น ไทยวน ไทลื้อ ไทเขิน ไทใหญ่ .. ซึ่งล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมการทอผ้าเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง


ผู้หญิงชาวไทยวน หรือคนเมือง .. ยังคงทอซิ่นตีนจก ซึ่งลวดลายของซิ่นตีนจกนั้นมีความหลากหลาย แต่โดยรวมแล้วลวดลายทั้งหมดล้วนได้แนวคิดมาจาก "ธรรมชาติรอบตัว" "คติความเชื่อ" และ "พุทธศาสนา" ...

แหล่งที่มีชื่อเสียงคือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อำเภอลับแล อุตรดิตถ์

ชาวไทพวนบ้านหาดเสี้ยวสุโขทัย .. โดดเด่นทางด้านผ้าเข็นและผ้ามุกต่อตีนจก


ชาวไทลื้อ .. ในป้จจุบัน ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมการทอผ้านรูปแบบและลวดลายที่สืบทอดกันมา โดยในผ้าซิ่นจะมีลวดลายทั้งเทคนิคจก เกาะ และขิด


เทคนิคสำคัญของชาวไทลื้อ คือเทคนิคการเกาะให้ลวดลายของผ้ามีลายซิกแซ๊ก หรือที่เรียกกันว่า ลายน้ำไหล

มีแหล่งทอที่มีชื่อเสียง เช่น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็นต้น


การทอผ้าไหมยกดอกลำพูน .. ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในระดับประเทศ

มีที่มาจากเจ้านายฝ่ายเหนือล้านนาที่นิยมใช้ผ้ายกดอก ทอด้วยไหมเงินไหมทอง


พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ได้ทรงเผยแพร่เทคนิคนี้ และฝึกอบรมให้หญิงชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆหลายแห่ง เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน ให้รู้จักทอ จนทำเป็นอุตสาหกรรมในหมู่บ้านหลายแห่งจนถึงทุกวันนี้

ในภาคเหนือยังมีผ้าชาวเขาจากหลายเผ่า เช่น กะเหรี่ยง (ปกะญอ, ปกากญอ, ยาง) แม้ว (ม้ง), เย้า (เมี่ยน), อีก้อ (อาข่า), ลีซอ (ลีซู), ปะหล่อง เป็นต้น ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเทคนิคการทอ วัสดุ และลวดลาย

 

ผ้าในภาคกลาง

ผ้าทอพื้นเมืองในภาคกลาง .. เป็นงานหัตถกรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์ไท ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศ มาตั้งแต่สมัยช่วงต้นรัตนโกสินทร์ อันประกอบไปด้วย


กลุ่มไทครั่ง .. ในจังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี พิจิตร


กลุ่มไทยวน .. ในจังหวัดสระบุรี ราชบุรี ทอผ้าซิ่น มัดก่าน ตีนจก และยกมุก


กลุ่มไททรงดำ .. ในเขตจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี

กลุ่มไทยพวน .. แถบลพบุรี นิยมทอผ้ามัดหมี่

กลุ่มชาวลาวเวียง .. แถบอุทัยธานีและชัยนาท นิยมทอผ้าจกไหม

กลุ่มไทยดำ .. แถบเพชรบุรี นิยมทอผ้าพื้น หรือผ้าซิ่นลายแตงโม

.. ชาวไทยวน และไทลาวเหล่านี้ยังคงรักษาวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไว้ได้ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทอผ้าของผู้หญิง ที่ใช้เทคนิคจกในการทำตีนจก และการขิด

เพื่อตกแต่งเป็นลวดลายบนผืนผ้าที่ใช้นุ่งในเทศกาลต่างๆ หรือใช้ทำเครื่องนอน เช่น หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขาวม้า ฯ .. และแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมาก แต่คนไทยเหล่านี้ก็ยังคงยึดอาชีพทอผ้าเป็นอาชีพรอง ต่อจากการเป็นเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลัก

 

ผ้าในภาคอีสาน

ในภาคอีสาน .. มีชุมชนของกลุ่มคนไทยเชื้อสายลาวเป็นชุมชนใหญ่ กระจายกันอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และมีวัฒนธรรมการทอผ้าอันเป็นประเพณีของผู้หญิงที่สืบทอดกันมาช้านานเกือบทุกชุมชน

โดยแบ่งลักษณะผ้าคร่าวๆออกได้เป็น 2 แหล่ง คือ ผ้าอีสานเหนือ และผ้าอีสานใต้




ผ้าอีสานเหนือ ... ผ้าที่มีชื่อสียง เช่น ผ้ามัดหมี่ ในจังหวัดขอนแก่น .. ผ้ากาบบัว ในจังหวัดอุบลราชธานี .. ผ้าแพรา ในจังหวัดกาฬสิน

ผ้าเหล่านี้ ล้วนเป็นภูมิปัญญาการทอผ้าที่สืบทอดมาจากชาวลาวสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง



ผ้าแพรวา .. ดั้งเดิมใช้เป็นผ้าเบี่ยงของสตรีชางภูไท จังหวัดกาฬสินธ์

แต่ปัจจุบันได้ส่งเสริมให้ทอผ้าแพรวาได้หลากหลาย และนำไปใช้ในการตัดเสื้อ และสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ


ผ้าอีสานใต้ .. ภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ที่มีชาวไทยเชื้อสายเขมรอาศัยอยู่

ลักษณะผ้าทอที่พบในบริเวณนี้ จึงมีอิทธิพลของผ้าแบบเขมร ..

ผ้าที่มีชื่อเสียง คือ ผ้ามัดหมี่ หรือที่เรียกกันว่า ผ้าโฮล ทอกันมากในเขตจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์


ผ้าในเขตภาคใต้

ภาคใต้ .. มีแหล่งทอผ้าที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง โดยเฉพาะแหล่งทอผ้ายกไหมเงิน ไหมทอง แบบหลายตะกอ  เช่น ผ้ายกเมืองนคร ผ้าเกาะยอ และผ้าพุมเรียง

ลักษณะลวดลายมีทั้งเป็นลายดอกเล็กๆ พรมไปทั้งผืน หรือยกลายเน้นเชิง และเชื่อว่า ผ้ายกของภาคใต้นั้นน่าจะได้รับอิทธิพลจากแถบมลายู


ปัจจุบัน ยังคงเหลือผ้ายกของชาวพุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวมุสลิมเพียงแห่งเดียวในภาคใต้ที่ยังทอผ้าไหม



..  บรรดาเจ้าเมืองภาคใต้นิยมให้ทอขึ้นเพื่อเป็นบรรณาการแก่ สยาม มาตั้งแต่สมัยปลายอยุธยา

โดยเฉพาะที่เมืองนครศรีธรรมราช สงขลา และที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล้วนเป็นแหล่งทอผ้าที่มีชื่อเสียงมากในอดีต


นอกจากนี้ยังมีการทำผ้าด้วยเทคนิคบาติก หรือการเขียนเทียน ซึ่งคงได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินโดนีเซีย

ซึ่งการทำผ้าบาติกนี้ในปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่ระลึกของภาคใต้ และได้รับความนิยมมากทั่วไป

-----------------------

ขอบคุณเนื้อความบางส่วนจาก : Wikipedia และเพจ ผ้าและสิ่งทอไท


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 14/07/2021 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ผ้าไหม คือ ชีวิตและจิตวิญญาณของคนทอ ที่สามารถอนุรักษ์สืบสานศิลปะวัฒนธรรมและยังต่อลมหายใจให้คนทอสามารถครอบครัวได้อีกด้วย
..บางครั้ง ซื้อผ้าไหม ..ก็เพื่อให้กำลังใจคนทอผ้า..ค่ะ
เจ้าหญิงมีผ้าไหม ผ้าซิ่น ทังฝ้ายและไหม มากมาย ด้วยความรัก หลงใหล และอยากช่วยรักษาลายผ้าเอาไว้ อีกทั้งคนกำลังใจคนทอผ้าจะได้มีกำลังใจทอผ้าต่อไป และสอนลูกหลานด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 14/07/2021 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

งดงามทุกภาพ ทุกผืน พร้อมทั้งเนื้อหาที่หารู้ ..เห็นแล้วอยากใส่ผ้าซิ่นอีกแล้ว
น่าเสียดาย ...สังคมไทย สาวๆ ใส่นุ่งซิ่น ไหม ฝ้าย เป็นที่นิยมกันเมื่อสองปีที่ผ่าน ราวปี 2560-2561 แต่หลังจากนั้นความนิยมผ้าซิ่น นุ่งซิ่นในที่สาธารณะ เลือนลางหายไป จนเห็นน้อยลงมาก อย่างน่าเสียดาย
หันมานุ่งซิ่นกันอีกนะคะ พี่สุภาวัลย์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 14/07/2021 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

Happy Wednesday!


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน