*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2420
  • จำนวนผู้ชม : 7199023
  • จำนวนผู้โหวต : 11909
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11909 คน
<< พฤษภาคม 2022 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม 2565
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 204 , 17:32:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

วัดราชนัดดารามวรวิหาร


วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญ คือ วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” คือเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน

วันนี้เราจะไปชมวัดราชนัดดารามวรวิหาร และโลหะปราสาท .. ซึ่งใกล้ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ อันเป็นที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านด้วย

วัดราชนัดดารามวรวิหาร .. เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2386 พร้อมกับการสร้าง "โลหะปราสาท" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระอัครมเหสีองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีบรมราชเทวี

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสฯ ยังเป็นผู้ก่อพระฤกษ์และเสด็จฯ มาทรงประกอบพิธียกขื่อพระอุโบสถด้วยพระองค์เองอีกด้วย

ในการสร้างวัดราชนัดดารามวรวิหารแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) อธิบดีกรมพระนครบาล เป็นผู้จัดหาสถานที่สร้างวัด โดยเลือกบริเวณสวนผลไม้ริมกำแพงพระนครติดกับวัดเทพธิดาราม

ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) กำกับการสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัต บุนนาค) ที่ต่อมาจะได้ดำรงตำแหน่งเป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ เป็นแม่กองกำกับการก่อสร้างโลหะปราสาท และให้พระยามหาโยธา (ทอเรียะ) ผู้ที่ต่อมาคือเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ) กำกับการก่อสร้างกุฏิ เสนาสนะ กำแพงแก้ว เขื่อนรอบวัด และถนนที่ทะลุกำแพงลงสู่ท่าน้ำ

พระอุโบสถวัดราชนัดดา .. ถือเป็นอาคารสำคัญ ที่รัชกาลที่ 3 มีพระราชดำรัสเร่งให้สร้างเสร็จเป็นลำดับแรก ด้วยมีพระราชประสงค์จะอัญเชิญ “พระพุทธเสฏฐุตตมมุนินทร์” มาประดิษฐานเป็นประธานของพระอุโบสถนี้

ความพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้คือ เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองแดงที่ขุดพบจากอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา และสร้างคู่กับพระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา พระประธานของวัดเฉลิมพระเกียรติ อีกหนึ่งวัดที่พระองค์ทรงสถาปนาขึ้นในรัชกาลของพระองค์

พระอุโบสถ .. ถือเป็นอาคารขนาดใหญ่ ก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงไทยจั่วซ้อน 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินและสีเหลือง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ที่ชั้นลด หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังมีลวดลายสวยงาม .. ล้อมรอบทั้ง 8 ทิศด้วยซุ้มใบเสมา ซึ่งใบเสมาแต่ละใบนั้นด้านหนึ่งทำเป็นรูปธรรมจักร ส่วนอีกด้านทำเป็นรูปเทพนพเคราะห์ โดยมีชื่อผู้สร้างใบเสมาอยู่ที่ฐานของใบเสมาแต่ละใบ

หน้าบันของพระอุโบสถ .. ทำเป็นลายเครือเถาดอกพุดตาน ส่วนล่างหน้าบันสลักเป็นลายกระจังปฏิญาณ ลายประจำยามก้ามปู และลายกระจังรวน ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของหน้าบันในรัชกาลนี้ แทนที่จะทำเป็นลายพระนารายณ์ทรงครุฑหรือพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอย่างที่ทำกันมาแต่ก่อน

บานประตู หน้าต่าง ด้านนอกเป็นลายรดน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์ กลางดอกลายเทพพนม

บานประตูหน้าต่างด้านในและส่วนลึกของช่องประตูเป็นภาพเขียนสีลายทวารบาล ส่วนลึกของบานหน้าต่างเป็นภาพรามเกียรติ์และอดีตชาติของพระพุทธเจ้า

บานหน้าต่างด้านในเป็นรูปเทพต่าง ๆในศาสนาพราหมณ์ฮินดูทั้งหมด ทั้งพระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร พระอินทร์ พระพาย ฯลฯ โดยเทพเจ้าแต่ละองค์ถือของประจำพระองค์ พร้อมมีเทพพาหนะอยู่ด้านล่าง ที่สำคัญ มีชื่อกำกับอยู่ด้วย

ฐานพระอุโบสถยกพื้น 2 ชั้น ฐานชั้นแรกตั้งเสาระเบียงรองรับเชิงชายหน้าจั่วและหลังคา เสาเป็นเสาเหลี่ยมลบมุมไม่มีลวดลายที่ปลายเสา มีระเบียงรอบพระอุโบสถ ปลายเสาบันไดประดับด้วยสิงโตหิน

ภายในพระอุโบสถ .. ประดิษฐานพระประธานพระนามว่า "พระพุทธเสฏฐุตตมมุนินทร์" แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมมุนีผู้ประเสริฐสูงสุด

ผนังภายในตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง .. สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยที่พระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) เป็นเจ้าอาวาส ตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากโทนสีของจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเน้นสีน้ำเงินนั้นเริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

ประกอบกับมีภาพเหมือนของพระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) อยู่ที่ผนังระหว่างประตูทางเข้าด้านหน้าอีกด้าน

ภายในพระอุโบสถมีดาวเพดานเขียนสี ฝาผนังตรงข้ามพระประธานมีรูปเหมือนของเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 ส่วนบนของภาพนี้เป็นภาพแสดงนรกภูมิ ส่วนฝาผนังอีก 3 ด้าน เป็นภาพแดนสวรรค์และภาพเทพชุมนุม ภาพเหล่านี้เขียนด้วยสีฝุ่นทำให้ชำรุดลบเลือนได้ง่าย

ส่วนผนังเหนือประตูหน้าพระประธาน .. เขียนภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นฉากที่ต่อเนื่องจากจิตรกรรมที่ด้านหลังพระประธานเขียนเรื่องพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ผนังเหนือช่องหน้าต่างทั้งสองฝั่ง .. เขียนภาพสวรรค์แบบสมัยใหม่ ประกอบด้วยท้องฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ วิมานเทวดา เทวดาและเทพธิดาเหาะพร้อมเครื่องสักการะ ที่สำคัญมีการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มลงบนผนังด้วย ซึ่งการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ลงบนฝาผนังวัดนั้นถือเป็นของหายากมาก ในประเทศไทยพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น หอไตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร หรืออุโบสถวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งวัดเหล่านี้วาดเป็นรูปกลุ่มดาว แต่ของวัดราชนัดดารามวรวิหารวาดเป็นรูปเทวดาแทน

ไม่หมดเท่านั้น บนบานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถนี้ แทนที่จะเขียนภาพเทพทวารบาลแบบไทย แบบจีน หรือแบบฝรั่ง ไม่ครับ ที่นี่อัปเกรดทวารบาลขึ้นเป็นรูปเทพเจ้า ดังนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะดูไม่ออกว่าเทพเจ้าแต่ละองค์ท่านมีพระนามว่าอะไรบ้าง

พระวิหาร

พระวิหารที่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ .. ตกแต่งผนังด้านในด้วยลายดอกพุดตานในกรอบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีพระประธาน คือ “พระชุติธรรมนราสพ”  มีความหมายว่า พระผู้องอาจกว่านรชนผู้ชัชวาล เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปองค์นี้แต่เดิมยังไม่ได้ปิดทองและไม่มีชื่อ ผู้ที่ปิดทองและถวายพระนามให้พระพุทธรูปองค์นี้ก็คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

บนผนังด้านหลังเหนือพระประธานมีการเจาะช่องเป็นห้องเวชยันต์พิมาน 3 ห้อง อันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในห้องทั้ง 3 ประดิษฐานพระพุทธรูป มีฉัตรเบญจาขนาบ 2 ข้าง โดยทั้งหมดอยู่เหนือช้างสามเศียร

เป็นอาคารทรงโรง สูงใหญ่ขนาดไล่เลี่ยกับพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อน 2 ชั้น มี 3 ตับ ตับล่างเป็นปีกนกรอบ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ด หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังมีลวดลายเหมือนกันคือ ลายดอกพุดตาน ประดับด้วยกระจกสีปิดทอง เช่นเดียวกับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์

ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นดอกพุดตานปิดทองที่ดอกลาย บานประตูหน้าต่างมีภาพเขียนสี ฐาน 2 ชั้น ภายในมีภาพเขียนที่เพดานและผนัง เพดานมีลายดาวและผีเสื้อ ฝาผนังมีลายเขียนสีดอกไม้ร่วง เช่น ดอกพุดตาน ดอกลำดวน เป็นต้น

ฝาผนังด้านหลังพระพุทธรูปเป็นภาพนูนต่ำลายช้างสามเศียรแบกวิมาน ภายในวิมานมีพระพุทธรูป 3 องค์ ปางประทานพร 1 องค์ และปางสมาธิ 2 องค์ ปิดทองที่ลวดลาย ลายวิมานนี้เป็นเครื่องหมายประจำรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น

ลวดลายเขียนสีของฝาผนังด้านนี้เป็นลายเครือเถาดอกพุดตาน บริเวณคอสองเป็นลายพวงมาลัย เสาเหลี่ยมลบมุมไม่มีลวดลายที่ลายเสา มีระเบียงรอบพระวิหาร กำแพงรอบพระวิหารประดับด้วยกระเบื้องปรุ เช่น ลายประจำยาม ลายภายในวงกลม เป็นต้น ฐานพระวิหารเป็นฐานสิงห์

 

ศาลาการเปรียญ

ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ .. สมัยโบราณคือสถานที่แสดงธรรม ตั้งอยู่ด้านเหนือของพระอุโบสถ .. ลักษณะอาคารสูงใหญ่เช่นเดียวกับพระวิหาร ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องลด 3 ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับกระจก ซุ้มประตูหน้าต่างเขียนลายปูนปั้นปิดทอง ฐาน 2 ชั้น

ภายในมีภาพเขียนสีที่เพดานและผนัง ผนังเป็นลายดอกไม้ร่วง ได้นำพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวลักษณะเดียวกับพระบรมรูปหล่อในปราสาทพระเทพบิดรในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งปั้นหล่อสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขนาดเท่าพระองค์จริงลงรักปิดทองประทับยืนอยู่ด้านหน้า ตอนในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยอู่ทองตอนต้นจัดเป็นพระพุทธรูปที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ผนังด้านในทำเป็นลายดอกไม้ร่วง พระประธานของศาลาการเปรียญหลังนี้เป็นพระพุทธรูปปางรำพึง ซึ่งเป็นปางที่ไม่ค่อยใช้เป็นพระประธานมากนัก ประดิษฐานร่วมกับพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

โลหะปราสาท

โลหะปราสาท .. เป็นปูชนียสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสำคัญที่สุดของวัด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389 แทน "เจดีย์ประจำวัด"

ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก ต่อจาก ‘มิคารมาตุปราสาท’ โลหะปราสาทหลังแรกที่สร้างขึ้นโดยนางวิสาขา ณ ประเทศอินเดีย และหลังที่สองที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ..

ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายไปแล้ว ปัจจุบันเหลืออยู่ ณ วัดราชนัดดาราวรวิหารเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

โลหะปราสาทนี้จำลองมาจากประเทศลังกา มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสตามโลหะปราสาทที่เมืองลังกา ส่วนลักษณะสถาปัตยกรรมสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย เป็นอาคาร 7 ชั้น ลดลั่นกันขึ้นไป มีบันไดเวียนอยู่ตรงกลาง

อาคารชั้นล่าง ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 5 เป็นคูหาและระเบียงรอบ

ส่วนชั้นที่ 2 ชั้นที่ 4 และชั้นที่ 6 ทำเป็นคูหาจตุรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ 12 ยอด 

ชั้นที่ 7 เป็นยอดปราสาทจตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น 37 ยอด

การขึ้นสู่ปราสาทแต่ละชั้น จะมีบันไดวนตั้งอยู่ตรงกลางโลหะปราสาท โดยใช้ซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันไดตั้งแต่พื้นล่างตลอดจนถึงชั้นบน นับแต่ขั้นบันไดจนรอบต้นซุงได้ 67 ขั้น

ในปัจจุบันชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโลหะปราสาท และเมื่อค่อยๆ ไต่ขึ้นไปในแต่ละชั้นก็จะมีการจัดแสดงป้ายให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสุภาษิตธรรม การเดินจงกรม การนั่งสมาธิ พระอริยบุคคล

เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่ 6 เราก็จะเห็นวิวโดยรอบได้ ทั้งวิวของวัดราชนัดดารามวรวิหารเอง หรือสถานที่อื่นๆ เช่น วัดสุทัศนเทพวราราม วัดอรุณราชวราราม ภูเขาทองวัดสระเกศ

หรือแม้แต่พระบรมมหาราชวังเราก็มองเห็นได้ โดยมีป้ายติดอยู่ที่แต่ละด้านบอกให้เรารู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ส่วนด้านบนสุดเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

เมื่อขึ้นไปที่ชั้นสูงสุด สามารถมองเห็นวิวได้กว้างไกล มองเห็นความสวยงามของวัดและอาคารที่อยู่โดยรอบ รวมถึงภูเขาทองด้ว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 18/05/2022 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เป็นเรื่องราวต่อเนื่อจาก บทความเรื่อง วัดโสมนัสราชวรวิหาร


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน