*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2438
  • จำนวนผู้ชม : 7282345
  • จำนวนผู้โหวต : 11941
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11941 คน
<< สิงหาคม 2022 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 สิงหาคม 2565
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 262 , 20:35:09 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

มัสยิด 300 ปี .. สะพานคอยร้อยปี และปลากุเลาเค็ม ของดีเมืองนราธิวาส


มัสยิดวาดิลฮูเซ็น (มัสยิดตะโละมาเนาะ) ตั้งอยู่ที่บ้านตะโละมาเนาะ หมู่ที่ 1 ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ห่างจากอำเภอบาเจาะจังหวัดนราธิวาสประมาณ 4 กิโลเมตร

ทางเข้ามัสยิดแยกจากเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 42 (สายเอเชีย 18) เส้นทางนราธิวาส-ปัตตานี ตรงทางแยกบ้านบือราแง

มัสยิดวาดิลฮูเซ็น เป็นมัสยิดเก่าแก่และมีประวัติอันยาวนาน ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า มัสยิด ๓๐๐ ปี …

หะยีอับดุลฮามิ อูเซ็น ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าปะดอดูกู ได้เล่าว่ามัสยิดแห่งนี้ได้สร้างมาแล้ว ๓ ชั่วอายุคน โดยท่าน “หะยีซายฮู” ซึ่งเป็นครูสอนศาสนาเป็นผู้ก่อสร้าง มีนายแซมะเป็นนายช่าง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ.2167

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

มัสยิดแห่งนี้มีการบูรณะและต่อเติมหลายครั้ง ในสมัยเริ่มแรกสร้างแต่เสา พื้นฝาขัดแตะ หลังคามุงโดยใบกรือแต (ใบลาน) และมีการเปลี่ยนแปลงหลังคาประมาณ 10 ครั้ง

ต่อมาเปลี่ยนหลังคาเป็นกระเบื้องดินเผาและฝาปะกน หน้าต่าง ประตูทำด้วยไม้อย่างปัจจุบัน

อาคารมัสยิดที่เห็นในทุกวันนี้ โดดเด่นด้วยสถาปัตกรรม ผสมผสานศิลปะไทย จีน และมลายูเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์

สถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์วัฒนธรรมทางศาสนา และมีสถาปัตยกรรมอันสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ผ่านกาลเวลามายาวนานนับร้อยปี

ก่อสร้างจากไม้ตะเคียนทั้งหลัง อาคารหลังนี้ไม่ได้ใช้ตะปูหรือสกรูเหล็กยึดไม้เลย แต่ใช้สลักไม้แทน …

การก่อสร้างในสมัยนั้นไม่มีเลื่อย ขวาน สิ่ว แต่จะใช้บือจือตา (รูปร่างคล้ายขวาน) ตัดไม้ ใช้บันลีโยง(ลิ่ม) ผ่าไม้ ใช้บายิ (รูปร่างคล้ายจอบ) ถากไม้ให้เรียบ

เสาไม้มีจำนวน ๒๖ ต้นสี่เหลี่ยมขนาด ๑๐X๑๐ นิ้ว พื้นหนา ๒ นิ้ว ฝาประกบหน้าต่างทำด้วยไม้ทั้งแผ่น ประตูมัสยิดทำด้วยไม้ทั้งแผ่นเช่นกัน แกะสลักเป็นลวดลายจีน บนประตูสลักเป็นภาษาอาหรับและแปลเป็นภาษามลายู ตอนท้ายเขียนว่าปี ฮ.ศ. 1266 ซึ่งเป็นปีที่สร้างมัสยิด

ตัวมัสยิดสร้างเป็นอาคาร ๒ หลังติดกัน มีขนาด๑๔.๒๐X๖.๓๐ เมตร เฉพาะหลังที่เป็นมิหรอบ (บริเวณที่อิหม่ามนั่งละหมาด) มีขนาด ๔.๖๐X๕.๖๐ เมตร

รูปลักษณะของมัสยิดแห่งนี้แตกต่างจากมัสยิดทั่วๆไป

ซึ่งมักจะสร้างแบบศิลปะอาหรับที่มีโดมอยู่บนหลังคา …

แต่มัสยิดวาดิลฮูเซ็นสร้างแบบศิลปะไทยพื้นเมืองประยุกต์กับศิลปะแบบจีนและศิลปะแบบมลายู

ส่วนที่เด่นที่สุดของมัสยิดนี้จะอยู่ที่หลังคาอาคารหลังแรกส่วนที่เป็นมิหรอบ

หลังคามี ๓ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องดินเผา หลังคาชั้นที่ ๓ มีโดมเป็นเก๋งจีนอยู่บนหลังคา เป็นศิลปแบบจีนแท้

เสาจะแกะสลักเป็นรูปดอกพิกุล ในสมัยนั้นเก๋งจีนจะใช้เป็นหออะซาน (หอป่าวประกาศเวลาละหมาด)

ส่วนหลังที่ ๒ จะมีหลังคา ๒ ชั้นมุงด้วยกระเบื้องดินเผา หลังคาชั้นที่ ๒ จะมีจั่วอยู่บนหลังคาชั้นแรกมีฐานดอกพิกุลหงายรองรับจั่วหลังคาอีกชั้นหนึ่ง มีรูปแบบทรงไทย แบบหลังคาโบสถ์วัดทั่ว ๆ ไป

รอบๆ ฐานดอกพิกุลหงายจะแกะสลักเป็นลายเถาก้านมุมหลังคาด้านบนของอาคารทั้ง ๒ หลังใช้ปูนปั้นเป็นลายกนก ลายเถาก้าน

มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามมาหลายชั่วอายุคนซึ่งนับว่ามีความสำคัญต่อชุมชนมาก …

ภายในตัวอาคารมัสยิดเป็นห้องโถงโล่งใช้เป็นที่ละหมาด มุมหนึ่งใช้เป็นที่วางมิมบัร (แท่นที่อิหม่ามใช้กล่าวเทศนา) ใกล้ๆกับมิมบัรพูด เป็นบันไดขึ้นไปสู่หออะซาน

ใต้หออะซานจะเป็นตั่งรองรับหออะซาน ตั่งลอยแกะสลักเป็นรูปดอกบัว 4 ดอก

 

Source: หนังสือ มหกรรมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนชายแดนใต้

http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=25027.0

 

สะพานคอย 100 ปี 

สะพานคอย 100 .. แค่ได้ยินชื่อ ก็รู้สึกแปลกๆ

พร้อมกับมีคำถามจู่โจมเข้ามาว่า ชื่อนี้ท่านได้จากใดมา?

สะพาน 100 ปี … เป็นชื่อที่ได้มาจากความจริงที่ว่า เมื่อก่อนชาวบ้านจากเกาะยาวจะเดินทางมายังฝั่งที่ว่าการอำเภอจะต้องใช้เรือ ด้วยเหตุที่ไม่มีถนน หรือสะพานที่จะใช้สัญจรผ่านเข้ามายังแผ่นดินผืนหลักของเมือง

.. ต่อมา ได้มีการสร้างสะพานไม้เพื่อใช้สัญจรชั่วคราวในระหว่างการรอคอยสะพานคอนกรีต

ชาวบ้านได้ร้องขอ และรอคอยการสร้างสะพานคอนกรีตระหว่างเกาะยาวไปยังฝั่งที่ว่าการอำเภอถึงราว 100 ปี จึงได้สะพานที่เราเห็นในวันนี้มา เป็นสาเหตุให้เรียกสะพานดังกล่าวว่า “สะพานคอย 100 ปี”

สะพาน 100 ปี … มีความยาว 345 เมตร สร้างเป็นสะพานปูนแข็งแรงและสวยงาม

ทอดยาว ขนานไปกับสะพานไม้อันเก่า กลายเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรของชาวบ้าน

 

ในช่วงที่เราไปเยือน .. ยังคงเห็นภาพวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่ขับมอเตอร์ไซต์ และเดินข้ามเกาะไปมาพร้อมรอยยิ้ม

บางครั้งมีภาพของเรือยาว เรือหาปลาที่พรานปลาใช้ในการจับปลา

พวกเราหลายคนอยากจะเดินข้ามฝั่งไปที่กะยาว ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศของหมู่บ้านชาวเล ที่มีหาดทรายเรียบเนียน มองดูเวิ้งว้างกว้างไกล ในวันที่ฟ้าใสๆ ทะเลจะสวยมาก ..

มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นโกงกาง เป็นบ้านของสรรพชีวิตหลากหลาย และยังถือเป็นเมืองท่าสำคัญในอดีตของเราชาวไทยอีกด้วย

แต่ .. เห็นจะต้องผลัดเป็นทริปถัดไป ด้วยเวลาตามโปรแกรมของเรามีไม่พอ

 

ปลากุเลาเค็ม ของดีเมืองนราธิวาส

ตากใบ ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำปลากุเลาเค็ม ซึ่งเป็นของดีเมืองนราธิวาส ..

ปลากุเลาตากใบได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งปลาเค็ม” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย .. เนื่องจากธรรมชาติของปลากุเลาในพื้นที่อำเภอตากใบ เป็นปลา 3 น้ำ

.. ได้แก่ แม่น้ำสุไหงเกนติ้ง ประเทศมาเลเซีย  แม่น้ำบางนรา จังหวัดนราธิวาส และแม่น้ำสุไหง-โกลก แห่งเทือกเขาสันกาลาคีรี  ทำให้บริเวณน่านน้ำของแม่น้ำ 3 สายนี้ อุดมไปด้วยสารอาหารของปลากุเลาที่เป็นปลาหากินตามหน้าดิน

เรามีโอกาสไปเยือนแหล่งทำปลากุเลาเค็มที่มีคุณภาพ ราคาสูงถึง กก. ละกว่า 1500 บาท และได้ชมขบวนการผลิต ..

.. ขบวนการที่ก่อนมา คิดไปเองว่ามันก็ง่ายๆ แค่ทำความสะอาด แล้วเอาไปผแขวนตากแดด .. แล้วก็นำมาปรุงอาหารรับประทานได้แล้ว

เมื่อได้มาเห็น และฟังคำอธิบายจากผู้ผลิตเอง ทำให้รู้ว่า ...

.. กว่าจะเป็นปลากุเลาเค็มแสนอร่อยบนจานอาหารนั้น มันไม่ง่ายเลย

.. ต้องการความเอาใจใส่ และความละเอียดลออ พิถีพิถันในทุกขั้นตอน

เราได้เรียนรู้ว่า  ปลากุเลาเค็มนั้นใช้วัตถุดิบและส่วนผสอื่นน้อยมาก

.. แต่ได้ผ่านขบวนการผลิตที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่เปี่ยมเอกลักษณ์ ด้วยกรรมวิธีต่อไปนี้ :

-      ปลากุเลา ขนาดพอเหมาะได้มาจากน่านน้ำตากใบ นำมาขอดเกร็ดออกให้เกลี้ยงเกลา ควักไส้ทิ้ง โดยไม่ผ่าท้องปลา แล้วนำไปล้างทำความสะอาด แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

-      นำเกลือยัดใส่ท้องปลา และกลบตัวปลา หมักปลาไว้ 2 - 3 วัน ในภาชนะปิดฝามิดชิด

-      นำปลามาทำล้างความสะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง

-      นำมานวดด้วยขวดกลม หรือไม้รีดให้ทั่วตัวปลา สลับกับการตากแบบห้อยหัวปลาลง (ใช้การดาษปิดส่วนปาก ท้อง และหัวปลา เพื่อไม่ให้แมลงไปไข่ในตัวปลา)  ถึง 14 วัน เพื่อให้น้ำไหลออกจากตัวปลา และทำให้เนื้อปลาละเอียดนุ่มทั่วถึงกัน  และทำให้ปลาเค็มตากใบเนื้อแน่นมีรสชาติอร่อยแตกต่างไปจากที่อื่น 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 07/08/2022 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

มัสยิด 300 ปีเป็นสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่ามาก สวยงามไม่เหมือนที่ใดทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 05/08/2022 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน