*/
  • Happyiskey
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2019-03-05
  • จำนวนเรื่อง : 79
  • จำนวนผู้ชม : 36786
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
<< มกราคม 2022 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 มกราคม 2565
Posted by Happyiskey , ผู้อ่าน : 340 , 14:30:04 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หากความคิดเห็นที่ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า เราจะได้รับอุบัติเหตุนั้นได้เมื่อไร และความเสียหายนั้นจะมีมากน้อยเพียงใด และคำว่าอุบัติเหตุก็มีความหมายในเชิงที่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน คนจำนวนมากเลยสับสนว่า ความประมาท ไม่ระมัดระวังและขาดความยับยั้งชั่งใจในการทำสิ่งผิดรวมกันว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งอันที่จริงแล้วการละเลยเหล่านั้นต่างเป็นการขาดความรับผิดชอบต่อทั้งทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่น และเราสามารถป้องกันสิ่งเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้

มันไม่ใช่เรื่องที่เกินขีดความสามารถหรือการควบคุม หากเราจะเข้มงวดกวดขันในเรื่องวินัยการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้ลดการเกิดความเสียหายได้ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถชน ซึ่งเกิดได้แทบจะทุกนาที เพราะความปลอดภัยควรมาเป็นอันดับแรกสำหรับทุกคน และหากเกิดเหตุการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต แม้จะเป็นแค่เพียงเสี้ยวนาที ก็สามารถกู้ชีพคืนได้ เราจะสังเกตได้จากที่มีการปฐมพยาบาลโดยใช้เครื่องกระตุกหัวใจหรือเครื่องaed ในกรณีที่หาชีพจรไม่เจอและต้องการกู้ชีพขั้นต้นก่อนถึงมือแพทย์ ถ้าหากเราใช้ถนนที่ต้องขับไปบริเวณที่มีทางรถไฟ สิ่งที่เราควรใส่ใจเบื้องต้นคือ ข้อควรระวังต่างๆ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งเว็บไซต์ travel kapok ได้แชร์บทความไว้ว่า วิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย เมื่อใช้ถนนผ่านเสมอระดับทางรถไฟ สังเกตป้ายสัญลักษณ์ หรือลูกคลื่นบนพื้นผิวถนน ก่อนข้ามถนนผ่านเสมอระดับทางรถไฟ สังเกตป้ายสัญลักษณ์ หรือ ลูกคลื่นบนพื้นผิวถนน เพื่อชะลอความเร็วให้ดี ๆ เพราะนั่นเป็นสัญญาณบอกให้ผู้ขับขี่รู้ว่า ข้างหน้ามีจุดตัดทางรถไฟ โดยทั้งป้ายสัญลักษณ์และลูกคลื่นชะลอความเร็ว ทางรถไฟได้ดำเนินการจัดทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งหมดมากกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ 100% ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของผู้ขับขี่ร่วมด้วยเช่นกัน ห้ามขับแซงรถอื่น ในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางรถไฟ ผู้ขับขี่ทุกคนไม่ควรเอาตัวเองไปตกอยู่ในความประมาท อย่าคิดว่าสามารถขับแซงรถคันข้างหน้าในระยะเท่านั้นเท่านี้เมตรได้สบาย เพราะแซงบนถนนปกติ กับแซงใกล้กับบริเวณทางรถไฟ ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุย่อมแตกต่างกัน แนะนำว่าให้ขับขี่ตามกฎจราจรตามปกติ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ก่อนข้ามถนนผ่านเสมอระดับทางรถไฟ ให้ชะลอความเร็ว และพร้อมหยุดรถได้ทันทีที่มีสัญญาณเตือน สังเกตให้ดีว่าถนนผ่านเสมอระดับทางรถไฟที่ผ่านมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ในกรณีที่ทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณระวังรถไฟหรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้ หากมีสัญญาณเตือน หรือแผงกั้นทางรถไฟปิดลงมา ให้หยุดรถห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร กรณีที่มีสิ่งปิดกั้นหรือมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ แสดงว่ารถไฟกำลังแล่นผ่านเข้ามาใกล้ ผู้ขับขี่จึงจำเป็นที่จะต้องลดความเร็วหรือหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตรเช่นกัน และเมื่อรถไฟผ่านไปแล้ว และมีเครื่องหมายหรือสัญญาณให้รถผ่านได้ ผู้ขับขี่จึงค่อยขับต่อไป

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น