พิมพ์หน้านี้
|
ปัญหาการจัดระบบขนส่งมวลชนเป็นปัญหาเรื้อรังข้ามยุคข้ามสมัยข้ามรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาในอดีตขาดการพัฒนาอย่างมีระเบียบแบบแผน ใครมีอำนาจชอบโครงการอะไรก็ทำค้าง ๆ กันไว้ แต่เสาเป็นอนุสาวรีย์ก็มีให้เห็น ทุกคนเข้ามาก็ตีเส้นกันใหม่ ผลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ เมืองหลวงของเราที่ภาคภูมิใจกันนักกันหนาว่าเป็นมหานครระดับโลกกลับมีระบบขนส่งมวลชนที่ไม่เพียงพอ ทั้งที่เมืองอย่างนิวยอร์คหรือมอสโคว์มีรถใต้ดินกว่าร้อยปีแล้ว เมื่อไม่ได้ลงทุนในเวลาที่เหมาะ มีความล่าช้าทำนอง "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ตลอดจนคิดคำนึงกันถึงแต่ผลประโยชน์เปอร์เซ็นต์ที่แบ่งกันไม่ลงตัว จึงทำให้ระบบขนส่งมวลชนที่พัฒนาก่อสร้างขึ้นใหม่ต้องมีการลงทุนสูง ส่งผลให้ค่าโดยสารมีราคาที่แพงตามมาด้วย ระดับราคาของรถไฟฟ้า (BTS) และรถใต้ดิน (MRT) อาจเป็นที่พอรับได้ของชนชั้นกลางที่ทำงานสำนักงานออฟฟิศใจกลางเมือง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังต้องอาศัยรถเมล์ประจำทางที่ถูกกว่า แต่มีความเสี่ยง ความอันตราย และความไม่แน่นอนในการกำหนดเวลาเดินทาง ในยุคที่ราคาน้ำมันทะยานขึ้นอย่างไม่เห็นเพดาน ความเดือดร้อนนั้นมีต่อคนทุกระดับชั้น แต่คนที่ต้องรับผลกระทบรุนแรงที่สุดเห็นจะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ คนที่รับค่าจ้างรายวัน ข้าราชการชั้นผู้น้อย และลูกจ้างระดับล่างของบริษัทห้างร้าน คนเหล่านี้ที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เมืองเทวดา แต่กลับมีทุกข์เป็นสองเท่าเพราะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายการเดินทาง เป็นทั้งค่าใช้จ่ายโดยตรง คือเม็ดเงินที่ต้องจ่ายทุกวัน และค่าใช้จ่ายโดยอ้อม คือค่าเสียเวลาในการเดินทาง
เมื่อมีข่าวว่ารถโดยสารประจำทางทั้งรถร้อน(ลมธรรมชาติ) และรถเย็น(ลมแอร์) จะขึ้นราคา จึงเป็นการสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่ใช้บริการทุกวี่ทุกวันอย่างมาก ซึ่งจะไปโทษเจ้าของรถร่วม หรือขสมก.ก็คงไม่ถูก เพราะทั้งองค์กรของรัฐและบริษัทรถก็ต่างต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างอ่วมอรทัยเช่นกัน สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ ในระยะสั้นต้องจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อตรึงราคาค่าโดยสาร อย่าผลักภาระ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ที่ต้องจัดหาระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการให้กับประชาชน โดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ด้อยโอกาส และต้องคำนึงว่าคนที่ใช้หยาดเหงื่อแรงกายเหล่านี้ที่ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน อย่าให้เขาต้องเหนื่อยกว่านี้เลย ในระยะยาวรัฐบาลต้องวางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับรถโดยสารประจำทาง ภายใต้ข้อสมมุติฐานว่าน้ำมันจะไม่มีวันถูกลง รัฐควรที่จะอุดหนุนรถเมล์ร้อนสำหรับประชาชนเต็มที่ อาจลดและตรึงราคาไว้ตายตัว 8 บาททุกประเภทรถและเส้นทาง (ปัจจุบัน 7-8.50 บาท อาจขึ้นอีก 1.50 บาท) และรัฐเป็นผู้ดำเนินการ ถือเป็นนโยบายสวัสดิการที่รัฐคืนภาษีให้ประชาชน หยุดหลอกตัวเองและให้รู้กันไปเลยว่าไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร (ในบางประเทศรถโดยสารร้อนให้ขึ้นฟรี) ส่วนรถแอร์ให้เอกชนทำ แล้วปล่อยราคาลอยตัว รัฐคุมแต่คุณภาพการบริการและเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |