• สุรนันทน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suranandv@msn.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 18012
  • จำนวนผู้โหวต : 51
  • ส่ง msg :
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
กล้าคิด...เพื่ออนาคตประเทศไทย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/suranand
วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2551
มนุษย์ทุกคนมีด้านสว่างและด้านมืด.....
Posted by สุรนันทน์ , ผู้อ่าน : 274 , 11:22:08 น.   | หมวดหมู่ : การเมืองไทย  
พิมพ์หน้านี้


ในบล็อกเรื่อง “ไม่มีโอกาสในวิกฤต” ของผมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551

http://www.oknation.net/blog/suranand/2008/07/24/entry-1

คุณลูกเสือหมายเลข 9 ได้เสนอความเห็นที่น่าสนใจดังนี้

“ผมพยายาม "เลี่ยง" ที่จะเอ่ยถึง
แต่สุดท้าย ผมสรุป (โดยความเห็นส่วนตัว) ว่าคนไทย "ทะเลาะ" ถึงขั้นฆ่ากันตาย มาจาก “คนๆเดียว”...
น่าเสียดายนะครับ ที่คนๆเดียว คนนั้น ไม่เคยสำนึก !!!!

คนไทยกับการเมือง คุยแล้วทะเลาะกัน มีมานานแล้วครับ
แต่ไม่เคยถึงกับ "ฆ่า" กันบนท้องถนน
จนกระทั่ง มีใครบางคนเข้ามา...มาแบ่งพรรคแบ่งพวก ด้วยประโยค(อมตะ)...ใครไม่เลือกพวกผมก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ

นักการเมืองและนักวิชาการ กระทั่งข้าราชการ จึง "ลืม" ว่าคนไทยไม่ควรถูกแบ่งแยก !!!

เหตุการณ์วันนี้ (24 ก.ค.) ที่จ.อุดรธานี เป็น "บทเรียน"....อีกครั้ง
และอาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ว่าตราบใดที่คนไทยยังไม่ฟังคนไทยด้วยกัน แต่ไป "เชื่อฟัง" คนๆเดียว..บ้านเมืองก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไป
อนาถนะครับ..

คุณสุรนันทน์ไม่ตอบบ้างเหรอครับ”

ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณลูกเสือหมายเลข 9

ผมขอตอบยาวหน่อย  ไม่ใช่เป็นการแก้ตัวใดๆ เพราะผมเองก็ได้บทเรียนมาพอสมควรในการเข้าไปทำงานการเมืองในช่วงที่ผ่านมา  ขอให้ถือว่าเป็นมุมมองหนึ่งที่กำลังตกผลึกอยู่ในตัวผม ยังไม่สมบูรณ์ และอยากได้รับข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์จากทุกท่านทุกฝ่าย เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันขบคิดแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

ผมคิดว่า มนุษย์ทุกคนมีด้านสว่างและด้านมืด.....

คนที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 พูดถึงก็เช่นกัน เขาเป็นคนเก่ง และเป็นคนที่ยังมีคนเห็นข้อดีข้อเก่ง เพราะผลงานที่เขาได้ทำให้กับคนจำนวนมากที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล และจะไปว่าเขาเหล่านั้นว่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในหลายๆเรื่อง อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อนจากรัฐบาลชุดอื่นๆในอดีต

แต่ในขณะเดียวกัน คนที่มีความรู้ มีจิตสำนึกในอีกหลายภาคส่วน ก็ได้ประจักษ์ถึงด้านมืด ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างในด้านลบ สร้างความเสียหายและความแตกแยก ดังที่เห็นอยู่ และที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 ได้กล่าวถึง

เมื่อโจทย์เป็นว่าคนๆเดียวเป็นต้นเหตุ จึงมีคนพูดกันต่อว่า ถ้าเช่นนั้น ทำไมไม่จัดการกับต้นเหตุนั้น กำจัดออกไปเสีย

แต่ก็อย่าลืมว่ามีมุมมองอื่น ที่เป็นพื้นฐานของความขัดแย้งในปัจจุบัน เช่นผมไปเดินตลาดต้นไม้แถวรังสิตไปต่างจังหวัดหลายจังหวัด หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯเอง (ซึ่งหลายคนเป็นชนชั้นกลาง ไม่ใช่ “รากหญ้า”) ก็จะมีคนเข้ามาบอกว่า ทุกอย่างมาจากคน 5 คน ต้องจัดการให้สิ้นซาก....และเขาก็พูดจากความรู้สึก ไม่มีใครไปสั่งเขา เพราะเขาก็คิดเป็น วิเคราะห์เป็น ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหรือผม

เหรียญเดียวกัน ประเทศเดียวกัน แต่มองคนละด้าน เห็นคนละหน้า

ทำให้แต่ละฝ่าย “จ้อง” จะฆ่ากัน

ผมเห็นด้วยว่าคนไทยไม่ควรแบ่งแยก.....และผมก็ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้นำประเทศคนไหนจะไปสร้างความแตกแยกขัดแย้งเสียเอง อย่างที่พูดทำนองว่า “ใครไม่เลือก ก็จะไม่ช่วย” ที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 กล่าวถึง

แต่สมมุติว่า ถ้าเราแก้ปัญหาโดยเอาตัวปัญหา “ออกไป” มีอะไรที่จะบอกได้ว่า ความขัดแย้งจะสงบลง

และมากกว่านั้นคือ มีอะไรที่จะรับประกันว่า ไม่มีคนอื่นที่มีลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต และคนที่มาแทน ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร ไม่ว่าเขาจะบอกว่าเป็น “คนดี” อย่างไร จะไม่ใช้อำนาจที่ได้ไปในทางที่ผิด จะอยู่ในกรอบกติกาประชาธิปไตย จะเคารพประชาชนผู้ให้อำนาจแก่เขา

เพราะคนก็คือคน มีโลภ โกรธ หลง และอำนาจอันหอมหวล ก็ทำให้เสียผู้เสียคนมานักต่อนัก

หลายครั้งคนไทยชอบคิดว่า เพียงมีคนดี มีนักการเมืองดี ทุกอย่างก็จะดี

ประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกามีการพัฒนา เพราะข้อสมมุติฐานในการสร้างประเทศของเขา คือ มนุษย์เป็นสัตว์ผลประโยชน์ จึงต้องวางระบบที่ให้ใช้ความต้องการส่วนตนนั้น ไปขับเคลื่อนเป็นประโยชน์กับส่วนรวม

คนไทยชอบคิดว่า มีคนดี มีพระเอกขี่ม้าขาว มีผู้บริสุทธิ์มาโปรด...ไม่มีหรอกครับ

แต่ที่ควรต้องคิดให้ตก คือ จะวางระบบอย่างไรที่จะคานและดุลอำนาจ มีกระบวนการตัดสินที่ยุติธรรม โปร่งใสไม่ให้คนที่มาแสวงหาผลประโยชน์มามีอำนาจเหนือผู้อื่น หรือเมื่อมาแล้วให้อยู่ในกรอบ และต้องมีวิธีเอาออก (ตามวิถีทางประชาธิปไตย) หากผิดเพี้ยนไป ขณะที่คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพกติกา  ไม่ปลุกเร้าให้ล้มล้างสร้างอารมณ์ฆ่ากันให้เกิดขึ้น

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องหันหน้าเข้ามาตกลงกันในหลักการถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และร่วมกันวางโครงสร้างทางการเมืองเพื่อความอยู่รอดของชาติ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
ดำตานี วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/nisu

ผมคิดว่าระบบที่กำลังใช้ตอนนี้มันน่าเวิร์กกว่าที่ผ่านๆมานะแต่ว่า เขากำลังจะทำแก้ไข แล้วยังงี้ ถ้ามีระบบดีขนาดไหน แต่ถ้าคนไม่มีจิตสำนึก ไม่มีจริยธรรม มันก็ไม่มีประโยชน์ อะไร สู้ไม่ต้องมีไปเลยปล่อยให้ใครจะทำอะไร ทำได้ตามใจชอบเลยสิ
ความคิดเห็นที่ 12
boran-new วันที่ : 27/07/2008 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/tain

คุณสุรนันท์ และเพื่อนๆบล๊อกครับ ผมคิดจะต้องชมรม "เดินตามรอยองค์คุลีมาล" คือคนที่เคยคิดผิดและทำผิดที่สำนึกได้ และจากนี้ไปจะทำตัวเป็นคนดีของแผ่นดินจนตัวตาย
ความคิดเห็นที่ 11
NN1234 วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 23.30 น.

ผมกลับคิดว่า"เขาคนเก่ง"คนนั้นคงเหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เยี่ยงเราๆท่านๆ หลายๆคน ที่มีความโลภ โกรธ หลง และมักเลือกรับหรือทำในสิ่งที่ตนได้ประโยชน์มากกว่าจนถึงมากที่สุด
เฉกเช่นเดียวกับการเลือกรับรู้ข้อมูลของคนที่มีโอกาสเลือก ส่วนประชาชนรากหญ้าแทบไม่มีหรือมีโอกาสน้อยจนถึงน้อยที่สุดในการเลือกรับข้อมูลนั้น
แม้มีโอกาสเลือก มนุษย์ทั่วไปที่ไม่ใช่มนุษย์พันธุ์พิเศษก็เลือกที่จะรับรู้ข้อมูลฝ่ายตนหรือข้อมูลที่ตนชอบหรือเป็นฉันทาคตินั้น
จวบจน ณ บัดนี้ผมก็คิดว่า"เขา"ก็ยังเลือกที่จะรับรู้ถึงเสียงสะท้อนจากผม จากคุณสุรนันท์ จาก.........ฯลฯ หรือไม่ เพราะมิใช่สิ่งที่ตนชอบ
ผมว่าเราๆ ท่านๆ อยู่ไกลเกินไปที่จะส่งเสียงสะท้อนไปถึง หรือไม่ก็เขาไม่เลือกรับรู้เสียงสะท้อนนั้น

นับแต่คุณสุรนันท์"ผละ"ออกจากอกเขา คุณสุรนันท์ก็ตัว"เป็นตัวของตัวเอง"มากขึ้น หลายคิดอ่านจากหลายช่องทางของคุณสุรนันท์พิจารณาดูว่าคุณ"ต่าง"ไปจากเดิม และ"ต่าง"อย่างมีนัยสำคัญกับคนที่ยังเลือกอยู่กับเขาในปัจจุบัน

มนุษย์ทุกคนในสังคมมีสิทธิ์คาดหวังจาก"ตัวผู้นำ" แต่เขาคนเก่งกลับเลือกที่จะรับรู้และหยิบยื่นให้คืนแบบมีอคติ เคลือบแคลง แฝงประโยชน์
การเป็นผู้นำประเทศหนหนึ่งของคนๆหนึ่งไม่ว่าประเทศแดนแคว้นใดจักต้องไม่มีอคติ เคลือบแคลง แฝงประโยชน์
ดังที่เหมือนคุณสุรนันท์รับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ผมรับตำแหน่งหัวหน้าองค์กร เราต่างต้องใช้ความพยายามทำงานและเวลานานเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจในความเสียสละ ไม่มีอคติ เคลือบแคลง แฝงประโยชน์

สังคมไทยยังอ่อนแออยู่มาก โดยเฉพาะระดับรากหญ้า เหมือนคนระดับล่างสุดขององค์กร หากประโยชน์ของคนเหล่านั้นได้รับจากผู้นำนั้นยิ่งใหญ่นักแต่ก็เป็นประโยชน์เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับที่บรรดาผู้นำได้รับหรือ"เอา"
แล้ววันหนึ่งมาถึงคือวันที่คนเหล่านั้นเขาตัดสินว่าผู้นำของตนจะ"เอา"มากกว่า"ให้" หรือ"ให้"มากกว่า"เอา"
คุณสุรนันท์หรือผมก็เคยถูกตัดสินกันมาแล้ว....ว่าเราได้ทำ"ถูก-ไม่ถูก-เหมาะ-ไม่เหมาะ"
และผู้นำจึงต้องถูกตัดสินว่า"เก่ง"หรือ..."เป็นอย่างอื่น"

สังคมไทยยังอ่อนแออยู่อีกมากกับนักการเมืองที่สบโอกาส......
คุณสุรนันท์หรือผมหรือประชาชนคาดหวังอะไรจากเขาเหล่านั้นเล่า?.....
ความคิดเห็นที่ 10
แม่ไก่ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.23 น.
http://www.oknation.net/blog/mamakai

เข้ามาอ่านค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 9
pinkky วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkky

นับตั้งแต่ คณะรัฐบาลของคุณทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ

ไม่อาจแย้งว่า ประชาชนรากหญ้าได้รับประโยชน์มากมายจากโครงการต่างๆ แต่การได้รับประโยชน์เชิงผลประโยชน์มากกว่า รู้จักใช้ประโยชน์ จึงทำให้รากหญ้ารู้แต่จะรับผลมากกว่า จะทำให้เกิดผลประโยชน์ รากหญ้าใช้เม็ดเงินจากภาษีของคนทำงานบริษัทต่างๆ ผู้ประกอบกิจการต่างๆ ไม่นับรวมพวกนายทุนเพราะพวกนี้ส่วนมากหลบหลีกหนีเลี่ยงการจ่ายภาษี ดังนั้นผู้ที่เกื้อหนุนรากหญ้าจริงจริงแล้ว ก็คือ มนุษย์เงินเดือน ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ในเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ

ดังนั้นเราเลยไม่แปลกใจ ว่าทำไม คนต่างจังหวัดเลือกนายก แต่คนกรุงเทพฯเป็นคนขับไล่นายก

รัฐบาลอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ไม่เน้นการหาเสียงในลักษณะนี้ เพราะอะไร มองในแง่ดี เค้าอาจจะละลายใจ หรือ ไม่งั้นก็โง่กว่าคุณทักษิณ (แต่ขอบอกว่าเป็นความโง่ที่มีเหตุผลสมควร)

นอกจากนี้ รัฐบาลจากพรรคไทยรักไทย ต่อมาจน รัฐบาลพลังประชาชน มักจะหลีกเลี่ยง แหกคอก โต้แย้ง รัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง

จนขณะปัจจุบัน ก็ยังพยายามแหกคอกอยู่อย่างนี้ตลอด และ คงตลอดไป

ไม่สำนึก....
ความคิดเห็นที่ 8
คนช่างเล่า วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับ หน่วยงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย

องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย

อ่อนเปรี้ยไป เพราะอะไร
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ..
ผมไม่ออกความเห็นนะครับ
ขอบคุณคำตอบของคุณสุรนันทน์ครับ
ความคิดเห็นที่ 6
nirnam วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 14.40 น.

ด้วยความเคารพ คุณสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ครับ ที่คุณเขียนว่า
"เขาเป็นคนเก่ง และเป็นคนที่ยังมีคนเห็นข้อดีข้อเก่ง เพราะผลงานที่เขาได้ทำให้กับคนจำนวนมากที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล และจะไปว่าเขาเหล่านั้นว่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในหลายๆเรื่อง อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อนจากรัฐบาลชุดอื่นๆในอดีต"
ขอถามว่า เจตนาที่แท้ของ "เขา " Clean จริงหรือเปล่า
และ "ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในหลายๆเรื่อง อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อนจากรัฐบาลชุดอื่นๆในอดีต" คืออะไรครับ
เท่าที่ผมพอนึกออก ณ นาที นี้ ก็คือ การแปรรูป ปตท
ความพยายามแปรรูปการไฟฟ้า ประปา ...........

คุณเห็นอะไร ในเจตนา และผลประโยชน์ที่พวก 5 คนนั้นจะได้รับครับ......
ความคิดเห็นที่ 5
driftworm วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 13.26 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

ความคิดเรื่องคนเรามีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ขอละไว้ในฐานะที่เป็นกรณีทั่วไป
สังคมไทยโดยกรอบเชื้อชาติและเขตแดน ชนไทยในป่ากว้างห่างไกลและเป็นกลุ่มใหญ่ ยังมีความเคยชินในการแบ่งแยกความดี/ความเลว ความซื่อสัตย์ซื่อตรง/ความฉ้อฉล แบบง่ายๆชั้นเดียว ด้วยตรรกชั้นเดียว ขณะที่สังคมอารยะหรือศิวิไลซ์ มีการเคลื่อนไหวการผลิตซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีหลายชั้นซับซ้อนขึ้นไปมาก จึงคุ้นเคยกับวิธีคิด สืบสาวตลอดกระบวนเพื่อพิจารณาถึงจุดสุดท้ายว่าดี/เลว ซื่อสัตย์/คดโกง
สังคมเมืองอาศัยความไม่รู้เท่าของคนในป่ากว้าง มาคบหาอย่างเอาเปรียบกับพวกเขาแบบเอาเปรียบตลอดมา และไม่เคยยินยอม ไม่เคยจริงใจที่จะพัฒนาความรู้ ความรับรู้(สื่อ ข่าวสาร)ของพวกเขาให้ขึ้นมาทันกัน (ปชต.จะเป็นจริงได้ พลเมืองต้องรู้เท่ากัน รู้ทันกัน)
ระบอบทักษิณก็เฉกเดียวกัน ฉวยใช้ความด้อยนั้นมาเป็นประโยชน์ด้วยวิธีคิดหลายชั้น เหมือนการใส่เงินให้เขาในกระเป๋าหน้า แต่ล้วงเอาคืนจากกระเป๋าหลังของเขาไม่พอ ยังกอบเอาผลิตผลในเป้หลังเขาไปจนเหี้ยนอีกด้วย
ยิ่งมาสมทบกับผู้มีอุดมการณ์ม้าร์กซิสม์เดิม ที่ยังเชื่อมั่นในความคิดเลนิน และความคิดเหมาเจ๋อต่ง ว่าหนทางเดินไปสู่สังคมคอมมิวนิสม์นั้น ย่นระยะได้ ลัดขั้นตอนได้ (ทั้งที่มันเป็นไปไม่ได้ ทำไปรังแต่จะเกิดความลักลั่น แตกแยก) คนกลุ่มนี้ก็อีกนั่นแหละ ฉวยใช้ความด้อยของคนไทยในป่ากว้างเช่นกัน ทั้งยังทำอย่างแยบยลโดยการผลิตสร้างวาทกรรม ปชต. เสียงส่วนใหญ่ ฉันทามติ สมานฉันท์ขึ้นฉาบหน้าเนื้อหาที่เป็นการ"ใช้งาน ใช้ประโยชน์"จากมวลชนที่ผนึกแน่น
มองไปแล้วมีแต่ทิศทางเดียว ทิศทางที่มืดมิด มิใช่ทิศทางที่สว่าง ดังที่เอาความคิดว่าคนเรามีทั้งด้านมืด+ด้านสว่าง มาประกอบส่วนมาเป็นฐานการคิด กระบวนตรรกมันขาดตัวเชื่อมที่เป็นจริงในกรณีระบอบที่ว่านี้
กรณีจีนแดงยุคเหมาเจ๋อต่ง เงื่อนไขขนาดมหึมาบีบให้ต้องยืมหลักการวิภาษวิธีของม้าร์กซ์มาต่อยอดเป็นวาทกรรมเพื่อ pragmatism ในช่วงนั้น เมื่อรวมประเทศสำเร็จแล้วเป็นไง ทุกวันนี้ก็ต้องเดินบนอุดมการณ์ทุนนิยม เพราะเงื่อนไขของโลกยังไปไม่ถึงจุดขัดแย้งสู่คอมมิวนิสม์แท้จริง แล้วจะเร่งรัด ย่นขั้นตอนไปเพื่อประโยชน์อะไร ประโยชน์ของใคร
หรือแค่ประโยชน์ทาง intellectual ล้วนๆ

ความคิดเห็นที่ 4
Suchness วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 12.43 น.
http://www.oknation.net/blog/suchness
คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่ ส่วนผู้ปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติ จนถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี [หลวงปู่ดูลย์ อตุโล]


คนอยากจะเป็นนักการเมือง ถ้ายังไม่กล้าไหว้ความดีในตัวเอง ก็ควรพยายามคานและดุลอำนาจในจิตใจตัวเองให้ได้เสียก่อน ...
ความคิดเห็นที่ 3
นายชำดอก วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 12.12 น.
http://www.oknation.net/blog/volleyball
http://www.oknation.net/blog/chamnan  สัพเพเหระhttp://www.oknation.net/blog/banpong คนขี้บ่นนายชำดอก

...ต้องขอบังอาจแสดงความคิดเห็น สักเล็กน้อยครับ...

"แต่ที่ควรต้องคิดให้ตก คือ จะวางระบบอย่างไรที่จะคานและดุลอำนาจ มีกระบวนการตัดสินที่ยุติธรรม โปร่งใสไม่ให้คนที่มาแสวงหาผลประโยชน์มามีอำนาจเหนือผู้อื่น หรือเมื่อมาแล้วให้อยู่ในกรอบ และต้องมีวิธีเอาออก (ตามวิถีทางประชาธิปไตย) หากผิดเพี้ยนไป ขณะที่คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพกติกา ไม่ปลุกเร้าให้ล้มล้างสร้างอารมณ์ฆ่ากันให้เกิดขึ้น"......

ผมเห็นด้วยที่สุดกับประโยคนี้ครับ...

ซึ่งก็ได้พยายามทำกันมาตลอดไม่ใช่หรือครับ (เปลี่ยนแปลงกันมาหลายครั้ง ทดลองกันมาหลายแบบ)

แต่คนที่เป็นผู้ใช้ระบบล่ะครับ......

...หลีกเลี่ยง....หาช่องโหว่.....

...หรืออีกฟากหนึ่งไม่อดทน...

สุดท้าย.....ใครล่ะครับที่จะหันหน้าเข้ามาตกลงกัน.....

ก็ยังเป็นคนระดับนำอยู่นั่นเอง...

แม้แต่การเมืองที่บอกกันว่าเป็นการเมืองภาคประชาชนอย่างที่เห็นกันอยู่ ก็ยังไม่น่าจะใช่คำตอบ....

หากว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังนิ่งเฉยกับการเมือง เห็นเป็นเรื่องไกลตัว

ขนาดในสถาบันอุดมศึกษา นักศึกษาซึ่งน่าจะเป็นผู้มีความรู้ เป็นความหวังใหม่ ยังไม่ใส่ใจ แล้วชาวบ้านต่างจังหวัดชนบทล่ะครับ.....
ความคิดเห็นที่ 2
keano วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 12.10 น.
http://www.oknation.net/blog/reddevil

อยากทราบว่าเวลา รมต. ไม่เห็นด้วยกับนายกฯ เขาทำกันอย่างไรครับ ? เขาจะเลือกเก้าอี้ หรือความถูกต้อง
ความคิดเห็นที่ 1
โกศล วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/kosol
ใครใครต่างว่ากวีตาย    ขอสืบลมหายใจกวี

"....แต่ที่ควรต้องคิดให้ตก คือ จะวางระบบอย่างไรที่จะคานและดุลอำนาจ มีกระบวนการตัดสินที่ยุติธรรม โปร่งใสไม่ให้คนที่มาแสวงหาผลประโยชน์มามีอำนาจเหนือผู้อื่น หรือเมื่อมาแล้วให้อยู่ในกรอบ และต้องมีวิธีเอาออก (ตามวิถีทางประชาธิปไตย) หากผิดเพี้ยนไป ขณะที่คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพกติกา ไม่ปลุกเร้าให้ล้มล้างสร้างอารมณ์ฆ่ากันให้เกิดขึ้น..."

ผมเห็นด้วยว่านี่เป็นคำตอบและเป็นโจทย์อันสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ควรจะเป็น นั่นคือ ต่างได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

คำตอบก็คือ ต้องทำอย่างที่คุณสุรนันท์บอกไว้นั่นแหละ

และโจทย์ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะทำแบบนั้นได้?

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดความชะงักงัน จนก่อปัญหายุ่งๆขึ้นมาไม่จบ ก็คือ "คน" นั่นแหละครับ

ถ้าพูดอย่างไม่กระแดะ ก็ต้องยอมรับว่าคนไทยนั้นมีพฤติกรรมแบบ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" ต่างคนต่างก็เอาวาระของตนเป็นที่ตั้ง ไม่สนวาระของคนอื่น และไม่ให้ใครมายุ่งกับวาระของตน เป็นเช่นนี้ทุกระดับ

ดูระดับคณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ คุณสุรนันท์ย่อมรู้ดีกว่าผมอย่างแน่นอน เรื่องที่เอาวาระของตัวเองเป็นที่ตั้งเห็นได้บ่อยๆนั่นคือ การประชุมคณะรัฐมนตรีมักมี "วาระจร" เข้ามาเสมอๆ ใช่หรือไม่? ถ้าไม่มีการทักท้วงยับยั้งก็สบายเจ้าของวาระไป

ดังนั้น ไม่ว่าการเมืองในสภาหรือนอกสภา บนตึกไทยคู่ฟ้าหรือสะพานมัฆวาน ก็ล้วนมีแต่วาระตัวเองทั้งสิ้น

"คน" จึงเป็นตัวตั้งแน่นอน และเมื่อ "คน" เป็นตัวตั้ง แต่ล้วนเป็นคนที่ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" มันก็ยากครับ

ไม่ต้องนึกถึงอัศวินม้าขาวหรอก แม้แต่ม้าก็อาจไม่มีให้ขี่ด้วยซ้ำ เพราะต่างก็เอาไปขายกันหมดคอก

"มนุษย์ทุกคนมีด้านสว่างและด้านมืด" ดังที่คุณสุรนันท์ว่าก็จริงอยุ่ แต่ปัญหาก็คือ เราเห็นแต่ด้านสว่างของตัวเอง เห็นแต่ด้านมืดของคนอื่น

ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ถ้าคนไทยต้องการแก้ปัญหาจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่า พวกเรานี้มันเลวมากกว่าดี ต้องกำจัดความเลวออกไปจากตัวเราก่อนเป็นอันดับแรก ถึงไม่หมดก็ให้น้อยลง แล้วนึกถึงความดีของคนอื่นให้มากๆ ถ้าต่างคนต่างคิดและทำได้เช่นนี้ผมคิดว่า หนทางในการแก้ไขปัญหาก็มีหวัง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31