พิมพ์หน้านี้
|
ในบล็อกเรื่อง ไม่มีโอกาสในวิกฤต ของผมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 http://www.oknation.net/blog/suranand/2008/07/24/entry-1 คุณลูกเสือหมายเลข 9 ได้เสนอความเห็นที่น่าสนใจดังนี้ ผมพยายาม "เลี่ยง" ที่จะเอ่ยถึง คนไทยกับการเมือง คุยแล้วทะเลาะกัน มีมานานแล้วครับ นักการเมืองและนักวิชาการ กระทั่งข้าราชการ จึง "ลืม" ว่าคนไทยไม่ควรถูกแบ่งแยก !!! เหตุการณ์วันนี้ (24 ก.ค.) ที่จ.อุดรธานี เป็น "บทเรียน"....อีกครั้ง คุณสุรนันทน์ไม่ตอบบ้างเหรอครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณลูกเสือหมายเลข 9 ผมขอตอบยาวหน่อย ไม่ใช่เป็นการแก้ตัวใดๆ เพราะผมเองก็ได้บทเรียนมาพอสมควรในการเข้าไปทำงานการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ขอให้ถือว่าเป็นมุมมองหนึ่งที่กำลังตกผลึกอยู่ในตัวผม ยังไม่สมบูรณ์ และอยากได้รับข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์จากทุกท่านทุกฝ่าย เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันขบคิดแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ผมคิดว่า มนุษย์ทุกคนมีด้านสว่างและด้านมืด..... คนที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 พูดถึงก็เช่นกัน เขาเป็นคนเก่ง และเป็นคนที่ยังมีคนเห็นข้อดีข้อเก่ง เพราะผลงานที่เขาได้ทำให้กับคนจำนวนมากที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล และจะไปว่าเขาเหล่านั้นว่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในหลายๆเรื่อง อย่างที่ไม่เคยได้มาก่อนจากรัฐบาลชุดอื่นๆในอดีต แต่ในขณะเดียวกัน คนที่มีความรู้ มีจิตสำนึกในอีกหลายภาคส่วน ก็ได้ประจักษ์ถึงด้านมืด ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างในด้านลบ สร้างความเสียหายและความแตกแยก ดังที่เห็นอยู่ และที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 ได้กล่าวถึง เมื่อโจทย์เป็นว่าคนๆเดียวเป็นต้นเหตุ จึงมีคนพูดกันต่อว่า ถ้าเช่นนั้น ทำไมไม่จัดการกับต้นเหตุนั้น กำจัดออกไปเสีย แต่ก็อย่าลืมว่ามีมุมมองอื่น ที่เป็นพื้นฐานของความขัดแย้งในปัจจุบัน เช่นผมไปเดินตลาดต้นไม้แถวรังสิตไปต่างจังหวัดหลายจังหวัด หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯเอง (ซึ่งหลายคนเป็นชนชั้นกลาง ไม่ใช่ รากหญ้า) ก็จะมีคนเข้ามาบอกว่า ทุกอย่างมาจากคน 5 คน ต้องจัดการให้สิ้นซาก....และเขาก็พูดจากความรู้สึก ไม่มีใครไปสั่งเขา เพราะเขาก็คิดเป็น วิเคราะห์เป็น ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหรือผม เหรียญเดียวกัน ประเทศเดียวกัน แต่มองคนละด้าน เห็นคนละหน้า ทำให้แต่ละฝ่าย จ้อง จะฆ่ากัน ผมเห็นด้วยว่าคนไทยไม่ควรแบ่งแยก.....และผมก็ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้นำประเทศคนไหนจะไปสร้างความแตกแยกขัดแย้งเสียเอง อย่างที่พูดทำนองว่า ใครไม่เลือก ก็จะไม่ช่วย ที่คุณลูกเสือหมายเลข 9 กล่าวถึง แต่สมมุติว่า ถ้าเราแก้ปัญหาโดยเอาตัวปัญหา ออกไป มีอะไรที่จะบอกได้ว่า ความขัดแย้งจะสงบลง และมากกว่านั้นคือ มีอะไรที่จะรับประกันว่า ไม่มีคนอื่นที่มีลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต และคนที่มาแทน ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร ไม่ว่าเขาจะบอกว่าเป็น คนดี อย่างไร จะไม่ใช้อำนาจที่ได้ไปในทางที่ผิด จะอยู่ในกรอบกติกาประชาธิปไตย จะเคารพประชาชนผู้ให้อำนาจแก่เขา เพราะคนก็คือคน มีโลภ โกรธ หลง และอำนาจอันหอมหวล ก็ทำให้เสียผู้เสียคนมานักต่อนัก หลายครั้งคนไทยชอบคิดว่า เพียงมีคนดี มีนักการเมืองดี ทุกอย่างก็จะดี ประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกามีการพัฒนา เพราะข้อสมมุติฐานในการสร้างประเทศของเขา คือ มนุษย์เป็นสัตว์ผลประโยชน์ จึงต้องวางระบบที่ให้ใช้ความต้องการส่วนตนนั้น ไปขับเคลื่อนเป็นประโยชน์กับส่วนรวม คนไทยชอบคิดว่า มีคนดี มีพระเอกขี่ม้าขาว มีผู้บริสุทธิ์มาโปรด...ไม่มีหรอกครับ แต่ที่ควรต้องคิดให้ตก คือ จะวางระบบอย่างไรที่จะคานและดุลอำนาจ มีกระบวนการตัดสินที่ยุติธรรม โปร่งใสไม่ให้คนที่มาแสวงหาผลประโยชน์มามีอำนาจเหนือผู้อื่น หรือเมื่อมาแล้วให้อยู่ในกรอบ และต้องมีวิธีเอาออก (ตามวิถีทางประชาธิปไตย) หากผิดเพี้ยนไป ขณะที่คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพกติกา ไม่ปลุกเร้าให้ล้มล้างสร้างอารมณ์ฆ่ากันให้เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องหันหน้าเข้ามาตกลงกันในหลักการถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และร่วมกันวางโครงสร้างทางการเมืองเพื่อความอยู่รอดของชาติ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||