• ในนามสุรินทร์สโมสร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surinsamosorn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 17510
  • จำนวนผู้โหวต : 144
  • ส่ง msg :
สุรินทร์สโมสร
ภาพเก่า เล่าเรื่อง เมืองสุรินทร์ และพงศาวดารฉบับชาวบ้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/surin-samosorn
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม 2551
ความผูกพันอันไร้พรมแดน
Posted by ในนามสุรินทร์สโมสร , ผู้อ่าน : 174 , 09:36:53 น.  
พิมพ์หน้านี้


โดย : ไกรศักดิ์  ศรีพนม (สำนักสุรินทร์สโมสร)

 

                ด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เช้าวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ บรรยากาศทั่วไปดูคึกคักและผู้คนยังคงพลุกพล่านเหมือนดังเช่นทุกๆ วัน ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าข้อถกเถียงในกรณีเขาพระวิหาร จะกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ แต่ที่ด่านชายแดนแห่งนี้ ชาวบ้านทั้งไทยและกัมพูชา ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจในเรื่องที่เกิดขึ้นมากนัก การเดินทางข้ามฟากไปมาหาสู่กันเพื่อการค้าขายและท่องเที่ยวก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ

                ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเช้าของวันนี้ ตัวแทนชาวบ้านและสื่อมวลชนจากจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กว่า ๓๐ คน นำโดยท่าน “อิง วอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ได้เดินทางข้ามแดนเพื่อมาศึกษาดูงานด้านการเกษตร พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ร่วมกับคณะสื่อมวลชนและตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ในระหว่างวันที่ ๕-๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ภายใต้งานที่มีชื่อว่า “โครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ความร่วมมือภาคประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์”

                โครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ความร่วมมือภาคประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการประสานงานและผลักดันร่วมกันระหว่าง สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ สำนักสุรินทร์สโมสร โดยได้รับความร่วมมือประชาชน ส่วนราชการ  และเอกชนในจังหวัด มีเป้าหมายสำคัญคือ การสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชนในเขตพื้นที่ชายแดน ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้งานพัฒนา การศึกษาเรียนรู้ในศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเพิ่มความใกล้ชิดเพื่อถักทอความสัมพันธ์ที่ดีงามของผู้คนสองฝั่งฟากชายแดนไทย-กัมพูชา ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

                เวลาราว ๙ โมงเศษ คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ชาวบ้าน และสื่อมวลชน จากจังหวัดอุดรมีชัยก็ทยอยกันเดินทางมาถึง โดยมีตัวแทนส่วนราชการและชาวบ้านฝ่ายไทยรอให้การต้อนรับก่อนจะเดินทางต่อไปยังนิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหมฯ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นการต้อนรับพี่น้องจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการ บรรยากาศในช่วงสายวันนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่น คล้ายกับว่าญาติพี่น้องจากแดนไกลได้มีโอกาสมาพบหน้าค่าตา ไถ่ถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน

                สำหรับพี่น้องชาวเขมรที่ร่วมเดินทางเข้ามาในครั้งนี้ เป็นชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ๔ ตำบลของอำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ได้แก่ ตำบลโอลเสม็ด ตำบลโกนเกรียน ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากด่านชายแดนช่องจอมราว ๕๐ กิโลเมตร เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาพร้อมกับเพื่อนๆ อีก ๓ คนพากันนั่งรถรับจ้างเดินทางล่วงหน้ามาถึงโอลเสม็ดตอนเย็นเมื่อวานนี้ ที่ต้องมาก่อนก็เพราะว่าระยะทางจากหมู่บ้านของเขากว่าจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวันเนื่องจากเส้นทางไม่ค่อยดี ถึงโอลเสม็ดเขาพักค้างคืนที่โรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งร่วมกับชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่ต้องเดินทางมาล่วงหน้าเหมือนกัน พอถึงรุ่งเช้าจึงพากันออกเดินทางข้ามมายังฝั่งไทย

                ตลอดเวลาสามวันของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันครั้งนี้ ชาวบ้านสองฝั่งทั้งกัมพูชาและไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ถึงกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนในหลายๆ เรื่องทั้งที่เกิดจากการส่งเสริมของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน อย่างเช่น ระบบพลังงานทางเลือก หัตถกรรมพื้นบ้าน การคัดเลือกพันธุ์ข้าว พอถึงช่วงกลางคืนก็มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเจรียงพื้นบ้านคณะสายรุ้ง-สมหวัง และกันตรึมพื้นบ้านสุรินทร์จากคณะก้องสุรินทร์ คณะบ้านดงมัน ที่มาสร้างความสนุกสนานรื่นเริงให้กับทุกคน

                “เชือน เกา” ชาวนาจากบ้านโดนแกน ต.สำโรง จังหวัดอุดรมีชัย บอกเล่าให้ฟังถึงความรู้สึกที่ได้เดินทางข้ามแดนเข้ามายังจังหวัดสุรินทร์เป็นครั้งแรกในชีวิตอย่างอารมณ์ดีว่า เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าตัวเองคิดฝันมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมีวาสนาได้มาที่นี่ เนื่องจากขั้นตอนในการทำเรื่องผ่านแดนมีมาก และค่าใช้จ่ายก็สูงด้วย แต่ทันทีที่รู้ว่าตัวเองจะได้เดินทางมายังจังหวัดสุรินทร์ ทำให้เขารู้สึกดีมากจนพูดอะไรไม่ถูก และพอมาถึงด่านชายแดนช่องจอมก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนพี่เหมือนน้อง

                เชือนได้เล่าถึงความรู้สึกของเขาหลังจากที่ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ตามที่ต่างๆ ว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำสบู่ และการทำยาสระผมไว้ใช้เองในครอบครัว การเรียนรู้เรื่องวิธีคัดเลือกพันธุ์ข้าว การปั้นเตา แต่ที่เขาสนใจเป็นพิเศษก็คือการผลิตแก๊สจากขี้วัวขี้ควาย เนื่องจากที่บ้านของเขาเลี้ยงวัวไว้หลายตัว เชือนยังบอกอีกด้วยว่าหลังจากนี้พอกลับไปถึงหมู่บ้านเขาจะนำความรู้ที่ได้รับไปบอต่อกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ไม่มีโอกาสได้มา และเขาขอขอบคุณทุกๆ คนที่ให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี

                ทางด้าน “ลุงประ เซียม” ชาวนาวัย ๖๐ ปี จากบ้านเรือมดูลเวียสนา ตำบลบันซายเรี๊ยะ ซึ่งร่วมเดินทางมาด้วยกัน ก็เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจว่า ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้เดินทางมาที่จังหวัดสุรินทร์ การได้ข้ามแดนมาในครั้งนี้ นอกจากทุกคนจะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแล้วยังได้รับความรู้ในหลายๆ เรื่อง ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดี ความสามัคคีของประชาชนทั้งสองประเทศซึ่งพูดภาษาเดียวกัน มีวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายๆ กัน เหมือนเป็นพี่น้องหนึ่งเดียวกัน “พอคนข้างล่างขึ้นไปข้างบนก็ต้อนรับ ข้างบนลงมาข้างล่างก็ต้อนรับ” สุดท้ายลุงประ เซียม บอกว่า “ขอขอบคุณทุกๆ คน ที่ดูแลเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะเอาความรู้ไปเผยแพร่ต่อในหมู่บ้าน และถ้าเป็นไปไดเอยากจะกลับมาเยือนสุรินทร์อีกครั้ง

                ในขณะที่คุณฐิตาภา เจาะดี ผู้ใหญ่บ้านโคกเรือน ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ ในฐานะชาวบ้านฝั่งไทยที่เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า “กิจกรรมนี้ทำให้ชาวบ้านสองฝั่งชายแดนได้เชื่อมความสัมพันธ์กัน ได้เรียนรู้เรื่องภาษาท้องถิ่นระหว่างคนเขมรที่อยู่ข้างล่างกับพวกเราที่อยู่ข้างบน บางคำอาจจะไม่เหมือนกันแต่ก็คุยกันรู้เรื่อง เราได้เรียนรู้ถึงเรื่องการทำนาของชาวกัมพูชา เราถามเรื่องพันธุ์ข้าว ถามเรื่องการทำมาหากิน ทุกคนเป็นกันเอง คือเป็นเรื่องของชาวบ้านกับชาวบ้านที่ได้มาคุยกัน ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน ในครั้งหน้าหากชาวบ้านฝั่งชายแดนไทยได้มีโอกาสลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องข้างล่างฝั่งกัมพูชาบ้างก็จะดีมาก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของคนเขมรด้วยกัน”

                ในเช้าวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมครั้งนี้ ท่าน “อิง วอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ได้กล่าวกับสื่อมวลชนไทย หลังจากได้พาคณะเดินทางไปไหว้พระทำบุญยังวนอุทยานพนมสวายว่า การที่ได้พาตัวแทนชาวบ้านและสื่อมวลมาในครั้งนี้ เป็นการมาในนามจังหวัดอุดรมีชัย นอกจากจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเหมือนญาติพี่น้องแล้ว ทุกคนยังได้ความรู้กลับไปในหลายเรื่อง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราคงต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ และอีกไม่นานนี้ก็จะมีการลงนามเป็นบ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดอุดรมีชัยกับจังหวัดสุรินทร์

                ราวบ่าย ๒ โมงเศษ หลังจากการเดินทางถึงด่านชายแดนช่องจอม บรรยากาศแห่งการจากลาก็เริ่มต้อนขึ้น มีเพียงเสียงอวยชัยให้พร รอยยิ้มและคำล่ำลาทั้งภาษาไทยและเขมร ที่ส่งยื่นให้กันเท่านั้นที่ช่วยยืนยันบอกเล่าถึงบรรยากาศแห่งความอบอุ่นประทับใจในช่วงตอนบ่ายวันนั้นได้ดีที่สุด

                ถึงวันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีก็เพียงเทือกเขาพนมดองแร็กเท่านั้นที่ขวางกั้นผู้คนให้ห่างจากกัน แต่สำหรับจิตใจและวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้วหากจะว่าไปก็คงจะเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกว่า “ไร้พรมแดน”

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ซันญ่า วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 10.02 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS

ยินดีมากค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บรรเลงชีวิต บรรเลงเพลงปี่อ้อ

"..ถ้าใจรัก ก็เป็น ใจไม่ดีเป็นดนตรีไม่ได้ดอก.." หนึ่งถ้อยคำ ของ สุพิน เครื่องวิชา ผู้บรรเลงปี่อ้อ แห่งสำนัก "ก้องสุรินทร์

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31