พิมพ์หน้านี้
|
เราคงจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบทบ.ในขณะนั้นได้เตรียมแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีของการยึดอำนาจอย่างเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมประกาศผ่านสื่อมวลชนหลายครั้งว่า การแถลงผลงานครั้งนี้จะยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกครั้ง เพราะมีการเตรียมการเป็นอย่างดี ต่อมามีการตั้งคณะทำงานดำเนินการประเมินผลงาน โดยสาระสำคัญของแผนงานมีการเตรียมแผนเปิดโปงความผิดของกลุ่มอำนาจเก่าผ่านสื่อ และมีการเดินสายสัมภาษณ์แกนนำ คมช. คตส. นักวิชาการ หลายคน ทั้งยังทำสกู๊ป-สปอร์ตประชาสัมพันธ์ รวมทั้งหนังสือภาคการ์ตูน เตรียมเปิดโปงอำนาจเก่าผ่านสื่อทุกแขนง แม้แต่ พล.อ.สนธิ ก็ถูกสัมภาษณ์เพื่อเป็นฟันเฟืองเดินเรื่องทั้งหมด เมื่องานผลิตเสร็จสรรพสมบูรณ์ ทีมงานนำทั้งสปอร์ตสกู๊ป ที่เป็นซีดีส่งมอบให้สื่อทั้งทีวีและวิทยุ แต่ถูกปฏิเสธทันทีจากทีวี ททบ. 5 ซึ่งเป็นทีวีของกองทัพบก โดยทางสถานีอ้างว่า ผบ.ทบ.คนปัจจุบันสั่งระงับเรื่องไว้ทั้งหมด ต่อมาทีวีช่องอื่นๆ รวมทั้งสถานีวิทยุทั้งในเครือของกองทัพและหน่วยงานต่างๆ ก็ระงับด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน จนป่านนี้จึงยังไม่เห็นการแถลงผลงาน 1 ปีของ คมช.อย่างที่ พล.อ.สนธิ เคยประกาศไว้ จึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ล่าสุดการเปิดโปงเอกสารลับที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนนำมาเปิดเผยว่าเป็นแผนสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนของ คมช.นั้น แม้โดยเนื้อหาไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากจะเอาโจทย์ของการรัฐประหาร 4 ข้อ เป็นตัวตั้ง ซึ่งก็ถือว่าเนื้องานเหล่านี้เป็นเรื่องที่กองทัพและ คมช.ต้องทำอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่เรื่องแปลกและชวนคิดอยู่ที่ว่าเอกสารฉบับนี้หลุดมาได้อย่างไรและทำไมต้องหลุดออกมาในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งพอดิบพอดี ซึ่งไม่น่าจะใช่เรื่องบังอิญอย่างแน่นอนครับ ว่าไปแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอกสารลับของ คมช.หลุดไปอยู่ที่มือของฝ่ายตรงกันข้ามก่อนหน้านี้ก็มีมาเป็นระยะๆ เผอิญว่าเนื้อหาของแผนปฏิบัติการครั้งนี้สำคัญและมีนัยทางการเมืองมากกว่า แน่นอนว่าเอกสารฉบับนี้ ต้องมาจากวงในเพราะเอกสารลับทางราชการ ผมคิดว่าคนวงใน คมช.เป็นคนปล่อยเอกสารนี้ออกมาเพื่อยืมปากนายสมัครฟัดกันเอง เพื่อล้มแผนจัดการอำนาจเก่าที่ร่างโดยคณะทหารชุดก่อน ซึ่งผู้นำระดับสูงของเหล่าทัพที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่อาจเห็นว่าแผนจัดการอำนาจเก่าไม่มีความจำเป็นหรือไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาอีกต่อไป ครั้นจะยกเลิกเอาดื้อๆ ก็อาจจะทำให้เกิดการหักหน้าหรือท้าทายอำนาจกันเกินไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือยืมมือศัตรู เล่นงานพวกตัวเองแทน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพใน คมช.โดยเฉพาะหลังการปรับย้ายประจำปีกองทัพมีรอยร้าวภายในเกิดขึ้นอย่างรุนแรง อำนาจในกองทัพบกที่เป็นกำลังสำคัญอาจแปรรูปไปอยู่ที่เตรียมทหารรุ่น 10 พล.อ.สนธิ ก็รู้เรื่องนี้ดี โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ต่อการสลายขั้วอำนาจเก่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับท่าทีบางอย่างไปหลังมีการแต่งตั้ง ผบ.ทบ.คนใหม่ มาถึงตอนนี้ผมเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการจัดฉากทางการเมืองของชนชั้นนำทางอำนาจ ที่สังคมกลัวกันนักหนาว่าจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่นั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาของหลายๆ คน รัฐบาลหน้าไม่ว่าจะเป็นพรรคใดอาจเป็นเพียง รัฐบาลหุ่นเชิด หรือ Puppet Government ของทหารในที่สุดครับ
|