พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่า พ่อไม่ใช่พ่อดีเด่น ไม่ใช่พ่อตัวอย่าง แต่เป็นพ่อ ที่ลูกสาวคนนี้รัก และ รู้สึกว่าโชคดีที่สุดที่เป็นลูกพ่อ
เนื่องด้วยเดือนนี้เป็นเดือนของวันพ่อ จึงขอทำตัวอินเทรนด์ ขอเล่าเรื่องพ่อให้หลายคนได้มองความเป็นพ่อในอีกมุมหนึ่ง ของผู้ชายธรรมดาที่ทำหน้าที่พ่อ ได้อย่างดีที่สุดในโลก ตั้งแต่โตมาจำได้ว่าพ่อไม่เคยตีเลยสักครั้งเดียว อาจเป็นเพราะดิชั้นเป็นลูกคนเดียวแถมเป็นลูกสาวด้วย พ่อจึงรักและห่วงมาก และบางครั้งดูว่าจะกลัวลูกสาวคนนี้โกรธด้วย ถ้าพ่อทำตัวไม่น่ารัก ดิชั้นจึงไม่กลัวพ่อเลย แต่เกรงใจมาก เพราะพ่อมีวิธีสอนที่ไม่ค่อยเหมือนพ่อคนอื่นเท่าไหร่ อย่างวันนี้ขอเล่าเรื่อง "การเรียน" ตั้งแต่จำความได้พ่อไม่เคยสอนการบ้านให้เลยแม้แต่น้อย พ่อบอกว่าพ่อมีหน้าที่สอนการใช้ชีวตไม่ใช่สอนการบ้าน(ดูพ่อชั้นพูด) พ่อบอกว่าต้องตั้งเรียนในห้องให้เข้าใจ การบ้านที่ครูให้คือบททดสอบการเข้าใจของเรา ว่าที่ครูสอนวันนี้เราเข้าใจมั้ย? ถ้าไม่เข้าใจพ่อจะบอกให้กลับไปอ่านใหม่ เรียนรู้ใหม่ แต่ต้องทำเอง ไม่ต้องตรวจการบ้านเพราะครูต้องตรวจอยู่แล้ว ลูกสาวพ่อไม่จำเป็นต้องทำถูกทุกข้อ แต่ต้องทำเองทุกข้อ แล้วยอมรับว่ามันถูกหรือผิด นั่นคือการวิธีสอนการทำการบ้านค่ะ คือ อ่านเองนะลูก ทำเองนะลูก พ่อเชื่อมั่นในกระทรวงศึกษาอย่างมาก จึงไม่นิยมให้ลูกเรียนพิเศษ ดิชั้นเป็นเด็กคนนึงที่โตมาโดยไม่เรียนพิเศษเลย อย่างที่บอก พ่อเชื่อว่า หนังสือเรียนและการตั้งใจเรียนในห้องพอแล้ว ไม่ต้องให้ครูสอนซ้ำ เพราะครูที่สอนพิเศษก็สอนเหมือนกัน เอาเวลาที่จะเรียนพิเศษไปเรียนอย่างอื่นดีกว่า ดังนั้นทุกวันหลังเลิกเรียนที่เพื่อนเรียนพิเศษกัน ดิชั้นจึงไปเรียนวาดรูป คีย์บอร์ด ตีขิม และตีกลอง เล่นบาส เปตอง ฯลฯ คือเรียนอะไรก็ได้ที่ดิชั้นชอบ สนุก และอยากทำ ที่ไม่ใช่การเรียนพิเศษ พ่อบอกว่า แปดชังโมงต่อวันพอแล้วสำหรับการเรียน ที่เหลือเล่น และพักผ่อน จนเรียนมหาวิทยาลัย ดิชั้นต้องจากบ้านมาเรียนที่กรุงเทพฯ จึงเรียกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องห่างจากพ่อกับแม่ คือต้องมาอยู่คนเดียว พ่อกับแม่มาส่งที่หอพักเพื่อดูให้แน่ใจว่าลูกสาวปลอดภัย ก่อนกลับพ่อให้ของขวัญที่เอนท์ติดเป็นสมุดบัญชีธนาคารพร้อมเงินจำนวนหนึ่งที่มากทีเดียว และกระดาษหนึ่งแผ่นที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือพ่อว่า " พ่อไม่มีเงินทองจะกองให้ จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย พ่อกับแม่มีแต่จะแก่เฒ่า จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย ลูกสบายพ่อกับแม่ก็ชื่นใจ" ถึงตอนนี้ดิชั้นเรียนจบแล้วแต่ยังเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้อย่างดี จนวันที่เรียนจบพ่อก็ให้ของขวัญอีกชิ้นเป็นรถยนต์ที่ปัจจุบันนี้ดิชั้นยังขับอยู่เพราะไม่มีเงินเปลี่ยนใหม่ และกระดาษอีกหนึ่งแผ่นที่มีข้อความเหมือนเช่นเคย "ร้องไห้เถิดถ้าจะร้องเพื่อขอลุก แต่อย่าร้องเพื่อทุกข์เถิดร้องขอ ซึ้งน้ำตาแต่ละหยดที่รดออ เสมือนตรวนแต่ละข้อคอยยึดยื้อ ไม่มีดอกเทวดาบนฟ้านี้ ป่วยการหมายบารมีมายึดถือ มีแต่ตีนมีแต่ตวมีแต่มือ ที่จะลงที่จะรื้อที่จะทำ " "พ่อว่าลูกต้องใช้มันตอนทำงาน วันนี้ลูกประสบความสำเร็จในเรื่องเรียน แต่มันเป็นแค่การเริ่มต้นของการทำงาน ลูกต้องเจออีกเยอะ แล้วลูกจะต้องผ่านมันไปได้เหมือนกัน พ่อเชื่อในตัวลูก" นี่คือคำที่ดิชั้นไม่มีวันลืมเลย กลอนที่พ่อให้มาดิชั้นรู้ว่าพ่อไม่ได้แต่งเองเพราะพ่อแต่งกลอนไม่เป็น และไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนแต่ง แต่ดิชั้นก็คิดเสมอว่านี้คือ "คำสอนของพ่อ" รักพ่อทุกวันค่ะ |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||