| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ตะวัน (ลับ) ที่กลางใจ ... ๑๖ ... นาวาเดินทางถึงโรงพยาบาลซึ่งเรือตรีตะวันนอนรักษาตัวอยู่ในเวลาใกล้เที่ยงวัน พี่น้องสวัสดีครับ สวัสดีจ้ะเอ ... แขนไปโดนอะไรมาน่ะ ... มีการปะทะกันนิดหน่อยครับพี่น้องทางหน่วยให้พักฟื้นเพื่อรอเวลาการสอบสวนครับ หมายความว่า ... ครับ ผมโดนสอบสวนเรื่องทำงานพลาด ตอนนี้ถูกพักยาวรอให้หน่วยเรียกกลับจึงจะกลับไปครับ เอมาที่นี่ อาวิทย์รู้หรือเปล่า ผมขออนุญาตมาแล้วครับ รับรองผมไม่ได้หนีมาหรอกครับพี่น้อง โทษก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร นาวาพูดเพื่อปลอบใจตัวเอง และเพื่อให้ดวงกมลสบายใจ ผมว่าจะมานั่งเฝ้านอนเฝ้าตะวันสักระยะน่ะครับพี่น้อง เอาสิ ทานอะไรมาหรือยังเดี๋ยวพี่จัดการให้ เรียบร้อยแล้วครับพี่น้อง ไม่ต้องห่วงผมนะ ผมช่วยเหลือตัวเองได้ครับ จ้ะ ... ส่วนแผลที่แขน ต้องล้างแผลทุกวันนะ พี่จะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ ตอนเย็นไปหาพี่ที่เคาท์เตอร์ด้านหน้าได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ขอบคุณครับ พี่น้อง นาวาเข้าไปนั่งปรับทุกข์กับเพื่อนรักที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ เป็นเวลากว่าชั่วโมง ... เป็นนายนี่ก็ดีนะ ไม่ต้องมารับรู้อะไรที่ต้องทำให้คิดให้ปวดหัว นายตื่นมาเมื่อไหร่นะ ฉันจะพล่ามให้นายฟังทั้งวันเลย ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ฉันคุยมาเยอะแล้ว เดี๋ยวนายจะรับข้อมูลมากเกินไป ฉันไปร้านอินเทอร์เน็ตแถวนี้ดีกว่า สักสองสามชั่วโมงจะเข้ามาหานายใหม่ โอเคนะ สวัสดีค่ะ พี่เอ รายงานตัวตอนเกือบเที่ยงจ้ะ เมื่อเช้าไปสอบมา วิชาความรู้คู่คุณธรรม เชื่อมั้ยขนาดในข้อสอบยังมีเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรมที่โด่งดังอยู่ทุกวันนี้ด้วย แถมยังมีชื่อนายกรัฐมนตรีในข้อสอบไม่ต่ำกว่าสามข้อ ผลสอบซ่อมที่ผ่านมา ประกาศผลแล้วนะพี่เอ สอบสี่วิชาผ่านไปสามเอง คือ วิชาสถิติ กฎหมาย และวิชาการจัดการทั่วไป พอรู้ว่าสอบผ่านแทบจะกรี๊ดตรงนั้นเลย เพราะทุ่มเวลาไปเยอะมาก ฟ้าส่ง E-mail ถึงพี่เอแถวๆ มหาวิทยาลัยนะคะ ไม่ได้นั่งที่ทำงาน เพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าอินเทอร์เน็ตที่ทำงานเสียอีกแล้ว เลยแวะเช็คและส่ง E-mail แถวนี้ซะเลย สำหรับเรื่องที่พี่เอถามฟ้าว่า ทำไมห่วงใยในตัวพี่เอนัก ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรถูกนะพี่เอ อาจจะเป็นเพราะว่าฟ้าเคยได้รับความห่วงใยจากคนรอบข้างมาเยอะกระมัง เลยให้กลับคืนกับคนอื่นบ้าง คนเราสามารถทำให้คนมีกำลังใจ หรือทำให้หมดกำลังใจได้เพียงแค่คำพูดประโยคเดียว แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราเลือกที่จะทำร้ายจิตใจคนที่ท้อแท้อยู่แล้ว อย่างที่เคยบอกไว้ตลอดเวลาว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้มีกำลังใจให้กับตัวเอง ในเรื่องส่วนตัวของพี่เอ ได้รับฟังอยู่บ้างแต่ไม่ขอเอ่ยถึง ฟ้ายังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจในบางเรื่องแต่สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามขอให้นึกถึงลูกอย่าให้กระทบกระเทือนจิตใจ ในฐานะที่ฟ้าก็เป็นลูกคนเดียวในบ้าน ผ่านการเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันมานับครั้งไม่ถ้วนมันมีผลพอสมควรกับสภาพจิตใจ แต่ฟ้ายังโชคดีที่สุดท้ายพวกท่านก็เข้าใจกัน ไม่ว่าพี่เอคิดจะจัดการอย่างไรก็ตาม ขอให้คิดตอนมีสติ ในบางเรื่องก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง จริงมั้ย บอกแล้วไงว่าทุกคนเกิดมามีกรรม คิดเสียว่าชาติที่แล้วเราทำกับเค้าไว้ ชาตินี้เค้าเลยมาเอาคืน จะได้สบายใจ ให้อภัยกันขณะที่ยังเห็นๆ กันอยู่จะได้ไม่ต้องตามกันไปทุกชาติ (เริ่มวกเข้ามาเรื่องธรรมะอีกแล้ว) มันอาจจะทำใจยาก แต่ฟ้าว่าพี่เอเป็นชายชาติทหารทำได้อยู่แล้วนี่นา การมองดาวของพี่เอรู้สึกว่าจะยิ่งทำให้เศร้าหนักไปหรือเปล่าคะ อย่าคิดว่าตัวเองแย่สิ ยังมีคนอื่นยิ่งแย่กว่าพี่เออีก ฟ้าเชื่อว่าหากใครได้รับรู้เหมือนกับที่ฟ้ารู้ ย่อมต้องมีความห่วงใยและปรารถนาดีต่อพี่เอแน่ ๆ เคยได้ยินมั้ย มิตรภาพความเป็นเพื่อนไม่มีพรมแดน การที่เราได้รู้จัก ผ่านตัวหนังสือ ผ่านโลกอินเทอร์เน็ตก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันได้ หากตัวอักษรที่ฟ้าพิมพ์ สามารถทำให้คนคนหนึ่งมีกำลังใจขึ้นมา ก็จะดีใจเป็นอย่างมาก รักษาตัวให้ดี พี่เอยังมีหน้าที่ภาระอีกมากมาย อะไรที่ผ่านไปแล้วและไม่สามารถแก้ไขได้อีก ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด หวังว่าพี่เอคงจะมีจิตใจที่เข้มแข็งโดยเร็ววันนะคะ พี่เอยังมีน้องสาวคนนี้อยู่ทั้งคน ฟ้าเอาใจช่วย สู้ๆๆๆๆ ค่ะ ปรายฟ้า นภจร นาวา : สวัสดีออย น้องฟ้า ว่างจากงานกันแล้วหรือ ยอแสง : สวัสดีพี่เอ ยังไม่ว่างดีค่ะ รีแร็กซ์สักประเดี๋ยว แล้วค่อยทำงานต่อ ปรายฟ้า : สวัสดีจ้าพี่เอ มานั่งหน้าจอแบบนี้เดี๋ยวก็ฟุบไปอีกหรอก ยอแสง : จริงด้วย แผลจะอักเสบนะคะพี่เอ นาวา : มันคงไม่เกิดขึ้นซ้ำสองหรอกน่า ปรายฟ้า : อย่าประมาทสิคะพี่เอ ยอแสง : จิตใจดีขึ้นบ้างมั้ยพี่เอ นาวา : ก็ดีครับ ได้มานั่งคุยกับตะวันแล้วรู้สึกดี ปรายฟ้า : อ้าว ตอนนี่พี่เออยู่กับพี่ตะวันเหรอ ยอแสง : มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ นาวา : เดินทางเมื่อคืนนี้ ถึงเกือบเที่ยงแล้วล่ะ ตัดสินใจแบบสายฟ้าแลบ ยอแสง : มีเหตุผลอะไรถึงต้องเดินทางด่วนขนาดนั้น ตัวเองก็ยังเจ็บอยู่นี่คะ นาวา : ก็พี่ได้พักยาวนี่ครับ เลยมาหาตะวันดีกว่า ยอแสง : ออยว่าพี่เอยังบอกไม่หมดนะ นาวา : ออยรู้อะไรบ้างล่ะ ยอแสง : ออยแค่สังหรณ์ใจเท่านั้น ว่าต้องมีอะไรที่มากกว่านี้ นาวา : พี่ ถูกสอบสวนครับ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ คงอีกหลายวัน ปรายฟ้า : อะไรกันคะ ทำงานจนเจ็บตัวขนาดนี้ ยังต้องถูกสอบสวนอีกหรือ ยอแสง : ทำใจให้สบายนะคะพี่เอ คงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก เอาใจช่วยค่ะ ปรายฟ้า : เอาใจช่วยเหมือนกันค่ะพี่เอ แล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย ทานยาตามที่หมอจัดให้จะได้หายไวๆ มีแรงต่อสู้กับปัญหาที่จะตามมา ยอแสง : พี่ตะวันเป็นอย่างไรบ้าง นาวา : เหมือนเดิมออย พี่ก็นั่งคุยด้วยให้รู้ว่ายังมีคนอยู่ข้างๆ ไม่ได้ปล่อยให้เดียวดาย ปรายฟ้า : ดีแล้วพี่เอ พยายามคุยกับพี่ตะวันให้มากๆ ลึกๆ แล้วเค้ารู้นะคะว่ามีคนคุยด้วย นาวา : ออย รูปหายไปไหน พี่หาจนทั่วไม่เห็นเลย ยอแสง : ก็ตั้งแต่วันนั้นแหละค่ะ ออยเก็บใส่กระเป๋ากลับมาด้วย พี่สะใภ้จะได้ไม่คิดมากอีก นาวา : ออยคือกำลังใจสำคัญที่สุดนะครับ อย่างน้อยถ้าตะวันลืมตาขึ้นมาอีกในขณะที่ไม่มีใครอยู่ด้วยก็ยังเห็นว่ามีรูปออยอยู่ข้างๆ ยอแสง : พี่เอคิดอย่างนั้นหรือ นาวา : ตั้งแต่ที่พี่รู้ว่าระหว่างออยกับตะวันผูกพันกันมากขนาดรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจ็บป่วย พี่ก็ว่าไม่ธรรมดาแล้วล่ะ พี่เลยใช้วิธีนี้ เอารูปออยมาไว้ใกล้ๆ มันก็ได้ผลมาแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่หรือออย ปรายฟ้า : จริงด้วยพี่ออย ใครจะรู้ล่ะว่ามีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น นาวา : ไม่เป็นไรครับ พี่ยังเก็บไฟล์ภาพไว้ใน E-mail จะไปใส่กรอบมาให้ตะวันใหม่ คราวนี้ใครจะมาอาละวาดอีกพี่จะไม่ไว้หน้าเลย ยอแสง : ยังไงเค้าก็เป็นพี่สะใภ้ออยนะคะพี่เอ อย่าไปทำอะไรเค้าเลยค่ะ นาวา : พี่ออกมานานแล้วล่ะ ขอตัวกลับไปดูตะวันก่อนนะครับน้องๆ ยอแสง : ฝากคิดถึงพี่ตะวันด้วยนะคะ วันอาทิตย์ถ้าไม่ติดขัดอะไร ออยจะไปเยี่ยมพี่ตะวันอีกหน ถ้าพี่เอยังไม่กลับคงได้พบกันค่ะ นาวา : ครับออย พี่จะคอยรับที่โรงพยาบาลนะครับ มีคนฝากความคิดถึงมาให้นายนะตะวัน ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่าใคร ... นี่ไงคนที่ฝากมา ก็คนที่นายห่วงนักห่วงหนานั่นแหละ ฉันไปทำรูปมาให้ใหม่ วางไว้ตรงนี้นะเผื่อว่าถ้านายลืมตาขึ้นมาแล้วมองหาใครไม่เจอ จะได้เห็นรูปนี้ก่อนไง ... ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อนะเพื่อน ... วันอาทิตย์ ที่จะถึงนี้ ออยบอกว่าถ้าไม่ติดขัดอะไรจะมาเยี่ยมนายอีก ... ดีใจใช่มั้ยล่ะ ... เฮ่อ ... อีกไม่กี่วันฉันก็จะถูกสอบสวนแล้ว นายว่าจะโดนหนักมั้ยตะวัน ให้กำลังใจหน่อยก็แล้วกันเพื่อนฉันยังอยากทำงานนี้ต่อ อยากล้างบางไอ้พวกรกชาติรกแผ่นดิน แต่ถ้าเจอแจ็กพ็อตออกจากราชการฉันคงเสียใจไม่น้อยเลยเพื่อน โทษเบาหน่อยก็คงกลับไปที่สัตหีบต้นสังกัด ... ก็ยังดี ทนต่อคำครหาสักพัก ... นาวายังคงปรับทุกข์ ระบายความในใจกับร่างที่ไร้สติเป็นเวลาอันยาวนานจนไม่ทันสังเกตว่ามีใครเดินเข้ามาในห้อง เอ ... ผู้ถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย อู้ย ... พี่น้อง มาเงียบๆ ขอโทษที่ทำให้ตกใจ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะพักผ่อนซะทีสิ พี่ก็รออยู่ว่าเอไม่ไปทำแผล นาวาพลิกข้อมือดูนาฬิกา ทำไมเวลามันเดินเร็วจัง ผมว่า ผมเพิ่งมานั่งไม่ถึงชั่วโมงเอง ไปทำแผลก่อน ... ไป ... อย่าโอ้เอ้ รถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ กำลังเลี้ยวเข้าสถานีขนส่งในตัวจังหวัดยามเย็นของวันเสาร์ เมื่อรถจอดนิ่งแล้ว นาวาสอดส่ายสายตามองหาผู้โดยสารบนรถ เมื่อพบเป้าหมายแล้วจึงตรงไปดักรอรับที่ประตูรถโดยสารคันนั้น ออย ... พี่เอ !!! สวัสดีค่ะ ทราบได้ไงว่าออยจะมาวันนี้ รถเที่ยวนี้ด้วย ทราบจากพี่น้องครับ ออยโทรฯ บอกพี่น้องไม่ใช่เหรอว่าจะมาถึงกี่โมง จริงสิ ... พี่น้องให้พี่เอมารับออยเหรอ น่าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ตะวันนะ โรงพยาบาลแค่นี้เอง ออยไปเองได้ค่ะพี่เอ พี่อาสามารับเองแหละ ... ส่งเป้มาพี่ถือให้ ... ออยถือเองได้ แขนพี่เอยังเจ็บอยู่นี่คะ เจ็บไม่มากหรอกน่ะ มาพี่ถือให้ ... หาอะไรกินกันก่อนนะ ไม่หิวค่ะพี่เอ ... ดื้อตามเคยนะเรา วันนี้พี่ขอบังคับเราหน่อยเหอะ ... ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนั้นเลย แหม ... ก็ได้ค่ะ กินก็กิน เมื่อทั้งคู่เดินเข้าห้องของคนไข้แล้ว ยอแสงปรี่เข้าไปคว้ามือพี่ชายทันที สวัสดีค่ะพี่ตะวัน ออยเองนะ ... พี่เอไปรับที่ขนส่งค่ะ โดนบังคับให้กินข้าวด้วย แน้ ... มีฟ้องด้วย ไม่บังคับได้ไง ฉันว่านายต้องเห็นด้วยกับฉันแน่ๆ ที่บังคับให้ออยกินข้าว ดูสิ ผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้ จะเฝ้านายไหวเหรอ ... จริงมั้ย นาวายิ้มให้กับยอแสงด้วยสายตาที่ห่วงใย ทั้งคู่ผลัดกันคุยไปมาระหว่างกันให้ตะวันฟัง คืนนี้ ออยจะร้องเพลงให้พี่ตะวันฟังนะคะ ... ออยไม่ได้ร้องเพลงกับพี่ตะวันนานแค่ไหนนะจำได้มั้ย ... อืม ... น้านนานมากเคยค่ะ ว่าแต่ เอ๊ ... เพลงอะไรดีนะ ... รู้แล้วค่ะ จบลงที่ใจ ของเทียรี่เป็นไง ฟังนะ ... นักร้องสมัครเล่นกระแอมเรียกเสียงให้คงที่ก่อนเริ่มร้องเพลง เกิดเป็นคน ต่างมีเหตุผล กลับมาพานพบกันครึ่งทาง ให้เวลายอมรับความจริงกันบ้าง ปัญหาทุกอย่างย่อมมีหนทาง ต่างจิตต่างใจ จงกลับมาทักทาย ปล่อยเรื่องเลวร้ายผ่านพ้นไป ... เสียงร้องเพลงขาดหายไปดื้อๆ เจ้าของเสียงน้ำตาคลอเสียแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่านี้แล้วล่ะออย หยุดร้องเถอะนะ สะเทือนใจเปล่าๆ นาวาแตะไหล่ยอแสงเบาๆ ตะวัน ... นายก็คงไม่อยากเห็นออยร้องไห้ใช่มั้ยเพื่อน นายเห็นด้วยกับฉันใช่มั้ย ... ยอแสงพยักหน้ารับ พร้อมกับปาดน้ำตาที่กำลังจะรินออกมา เลิกร้องเพลงก็ได้ ขอนั่งอยูข้างพี่ตะวันอย่างนี้นะคะ ยอแสงฟุบหลับอยู่ข้างเตียงคนไข้ไปนานแล้ว แต่นาวายังคงนั่งคิดอะไรเพลินอยู่ แล้วหยิบเสื้อแจ๊กเก็ตของตนคลุมไหล่ให้ยอแสง ลูบเรือนผมอย่างเอ็นดู ----------------------------- นาวาทำหน้าที่เฝ้าดูแลเพื่อนรักได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ ก็ถูกเรียกตัวให้กลับยังหน่วยเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป ทำใจให้สบายนะเอ กินอะไรหรือยัง กินอะไรไม่ลงหรอกครับอาวิทย์ เช้านี้อาเป็นกรรมการชุดแรกที่ต้องเข้ารับฟังการสอบสวนเอด้วย อาจะพยายามช่วยดึงเหตุผลให้นะ ขอบคุณครับอาวิทย์ นาวาคิดถึงคนสองคนขึ้นมาทันที ผมมีเวลาอีกเท่าไหร่กว่าจะถึงเวลาเข้าห้องสอบสวนครับ อีกครึ่งชั่วโมง เอจะทำธุระส่วนตัวก่อนก็ได้ นาวาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงนั้นส่งข่าวไปยังยอแสงและปรายฟ้า ถึงน้องทั้งสองคน พี่มีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นจะต้องเข้าห้องสอบสวน พร้อมกับคณะกรรมการสอบสวน เลยขออนุญาตอาสุวิทย์มาส่งข่าวถึงน้องๆ ก่อน พี่กลับมาที่หน่วยโดยไม่ได้ส่งข่าวให้ทั้งสองคนทราบ กลับอย่างกระทันหันจริงๆ ออกจากห้องสอบสวนแล้ว พี่จะมาคอยในห้องสนทนานะครับ พ.จ.อ.พิเศษนาวา เกรียงไกร ... ทั้งยอแสงและปรายฟ้า เมื่ออ่านข้อความจบลง ต่างก็ภาวนา ให้นาวาพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งปวง ทางด้านนาวา อยู่ในภาวะกดดันซึ่งแวดล้อมไปด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เป็นเวลากว่าสี่ชั่วโมงเขาออกอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากออกจากห้องสอบสวนแล้ว เขานั่งนิ่งไม่พูดจากับใคร เอ ... กาแฟร้อนสักถ้วยมั้ย อาจะเอามาให้ ไม่มีคำตอบออกจากปากนาวา สุวิทย์ได้แต่ตบไหล่ปลอบใจ หนึ่งชั่วโมงต่อมา การสอบสวนเริ่มดำเนินขึ้นอีกครั้ง ยิ่งทำให้นาวารู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะใช้เวลาท่ามกลางคณะกรรมการมากกว่าครั้งแรก กว่าจะเสร็จสิ้นการสอบสวน เวลาก็ล่วงเลยไปจนใกล้ค่ำแล้ว อาวิทย์ครับ จะรู้ผลเมื่อไหร่ครับ อายังให้คำตอบไม่ได้นะเอ กรรมการยังต้องประชุมสรุปอีกในวันพรุ่งนี้ พอจะมีทางรอดมั้ยครับ อาว่าเอไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่รึ นาวาเดินออกจากตรงนั้นไป แต่แทนที่จะทำตามที่สุวิทย์แนะนำ เขากลับตรงไปยังสนามหน้ากองพันฯ แล้วออกวิ่งรอบสนามโดยไม่ฟังคำทัดทานจากสุวิทย์ รอบแล้วรอบเล่า ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างที่วิ่งอยู่นั้น เขาคิดอะไร หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไม่มีทีท่าว่านาวาจะหยุดวิ่ง สุวิทย์จึงออกวิ่งคู่ไปกับเขาด้วยเพื่อเตือนสติ เอ ... เลิกทำร้ายตัวเองได้แล้ว เชื่ออาสิ อาไม่ต้องห่วงผม ผมไม่เป็นอะไร ขอผมวิ่งให้หายบ้าหน่อยเถอะ ตามใจนะ ... สุวิทย์จึงแยกตัวออกไปและดูสถานการณ์อยู่ข้างสนามพร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาล เตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลมาไว้ข้างสนามด้วย เป็นไปตามที่สุวิทย์คาด นาวาล้มลงกลิ้งกลางสนาม หางคิ้วแตก หัวเข่าแตกรวมทั้งแผลเก่าที่แขนซ้ายซึ่งเกิดจากการปะทะกันนั้นฉีกขาด ให้มันได้อย่างนี้สิ !!! สุวิทย์สบถคำในลำคออย่างโกรธๆ พวกเรา ช่วยกันหน่อยเร็ว !!! กำลังพลที่ยืนดูอยู่ข้างสนาม กรูกันเข้าไปช่วยเหลืออย่างโกลาหล นาวาลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ สะบัดตัวออกจากคนเหล่านั้น ไม่ต้องยุ่งกับผม ผมไม่เป็นอะไร นาวาทั้งเหนื่อยทั้งหอบ ในเวลานี้เขาไม่ต่างไปจากคนบ้าเลย พันจ่า ... พอได้แล้ว ... เชื่อผมสิ ทำแผลก่อน ...พันจ่า ... นาวายังคงสะบัดตัวให้หลุดออกจากการช่วยเหลือ แล้วก้าวเท้าวิ่งต่อไป แต่เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ตาเริ่มพร่ามัวและล้มลงอีกครั้ง |