• ท่านเจ้าคุณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sut1919@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 188
  • จำนวนผู้ชม : 51921
  • จำนวนผู้โหวต : 1355
  • ส่ง msg :
หนุ่ม - สุทธิคุณ กองทอง ประวัติ สุทธิคุณ กองทอง
เรื่องราวที่นำเสนอเป็นเรื่องราวของความเป็นจริงของชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนแล้วเป็นสัจธรรมชีวิตที่ทุกคนหนีไม่พ้น โดย... หนุ่ม - สุทธิคุณ กองทอง (ท่านเจ้าคุณ) คมชัดลึก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sutku
วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2551
“ไต้ซ้ง แซ่ฮวม” ผู้สร้างตำนาน”เด็กเช็ดกระจกสู่เจ้าของร้านทองไทยดี”
Posted by ท่านเจ้าคุณ , ผู้อ่าน : 146 , 08:51:53 น.  
พิมพ์หน้านี้


เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์  แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี 

 “ไต้ซ้ง แซ่ฮวม” 

ผู้สร้างตำนาน”เด็กเช็ดกระจกสู่เจ้าของร้านทองไทยดี”




 

“ไต้ซ้ง แซ่ฮวม” เปิดฉากชีวิต 2 เจเนอเรชัน ผู้สร้างตำนาน “ร้านทองไทยดี” จากเด็กเช็ดกระจกหน้าร้านสู่การเป็นเจ้่าของร้านทองทั้ง 3 สาขาใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่อง ทว่าเขามีคาถาประจำตัวคือ "ซื่อสัตย์ ...ไม่โกง" และวันนี้ “วิรัช เสนางคนิกร”  ทายาทรุ่นที่ 2  ผู้สานต่อตำนานร้านทองไทยดี

          คนเราทุกคนไม่สามารถเลือกที่จะเกิดมาให้เป็นคนรวยหรือคนจนได้ แต่เป็นสัจธรรมชีวิต หากเราทำความดีอย่างมุ่งมั่น คนๆ นั้นก็อาจมีโอกาสร่ำรวยได้ เช่นเดียวกับ ไต้ซ้ง แซ่ฮวม เจ้าของร้านทองไทยดี ที่ผ่านอุปสรรคของชีวิตมากมาย กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ แต่เขามีคาถาประจำตัว คือ “ซื่อสัตย์ ไม่โกง”

          โอกาสอันดีที่ทีมงานนิตยสาร WhO? ได้เดินทางมาหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมาตามรอยชีวิตของ ไต้ซ้ง แซ่ฮวม ผู้สร้างตำนานร้านทองไทยดี จากเด็กเช็ดกระจกหน้าร้าน จนกลายมาเป็นเจ้าของร้านทองไทยดี พร้อมพูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 2 วิรัช เสนางคนิกร แห่งร้านทองไทยดี 3 สาขา เราใช้เวลาเดินทาง 10 นาที โดยออกจากโรงแรมโนโวเทลเซ็นทรัลสุคนธา หาดใหญ่  ถึงร้านทองไทยดี บน ถ.ธรรมนูญวิถี เราได้เห็นสองพ่อลูกออกมาต้อนรับเราด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยร้อยยิ้มด้วยอัธยาศัยไมตรี

เด็กเช็ดกระจกกลายเป็นเจ้าของร้านทอง

ร้านทองไทยดีเป็นบทเรียนที่หาไม่ได้จากคุณพ่อคือ ความซื่อสัตย์ วิรัช เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้เห็นพ่อไปทำงานที่ร้านทองไทยดีอย่างเป็นจริงเป็นจัง พ่อตื่นเช้าเพื่อออกจากบ้านไปเปิดร้านให้กับเถ้าแก่ใหญ่(แว้งฮ้วย แซ่โอ้ว) แล้วก็อยู่ประจำร้านจนสองทุ่มปิดร้านถึงจะกลับบ้านได้ ฉะนั้น จึงไม่ค่อยได้เห็นเจอกับพ่อเหมือนลูกคนอื่นๆ  เพราะพ่อกลับมาถึงบ้านลูกๆ ทุกคนก็หลับหมดแล้ว ขณะที่ลูกๆ ตื่นพ่อก็ต้องออกไปทำงานที่ร้านทอง โอกาสที่จะได้พบหน้ากันจะเป็นแค่วันอาทิตย์เท่านั้น

สมัยคุณพ่อทำงานเป็นเด็กเช็ดกระจกให้กับเถ้าแก่ใหญ่ เจ้าของร้านทองไทยดี จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้ามาเป็นคนขายทองให้กับเถ้าแก่ใหญ่  แล้วก็ยังเป็นผู้ที่ดูแลลูกชายคนเล็กของเถ้าแก่ที่ชื่อ อู๋ง้วน แซ่โอ้ว จนเหมือนเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง เวลาผ่านไปเถ้าแก่ใหญ่ก็เสียชีวิต ลูกชายคนเล็ก”อู๋ง้วน” เป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ไม้ ทำเหมืองแร่ โรงงานปลากระป๋อง กระทั่งลูกเถ้าแก่ต้องการให้ครอบครัวไต้ซ้งมาอยู่ด้วยกันในกรุงเทพฯ ด้วยความคุ้นเคยกับความเป็นอยู่ในหาดใหญ่เลยขอไม่มา ทำให้ลูกเถ้าแก่ ซึ่งไม่รู้จะให้อะไรกับไต้ซ้งเป็นการตอบแทนน้ำใจเลยมอบร้านทองไทยดีให้

ระหว่างนั้น ไต้ซ้ง ในวัย 79 ปี ที่นั่งฟังลูกเล่าถึงชีวิตตัวเอง อดไม่ได้ที่ย้อนชีวิตให้ฟังด้วยว่า เกิดในเมืองไทยที่สำเพ็ง  พอโตขึ้นไม่กี่ขวบก๋งก็พาแม่รวมถึงตนเองกลับไปอยู่เมืองจีนเพื่อดูแลอาม่าที่อายุมากแล้ว  ในที่สุดทั้งก๋งกับอาม่าก็เสียชีวิต แรกๆพ่ออยู่เมืองไทยจะเป็นคนส่งเงินไปให้ที่เมืองจีน แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดสงครามญี่ปุ่นคุณพ่อไม่ได้ส่งเงินมาให้ จึงต้องหยุดเรียน เลยต้องหาเงินเลี้ยงแม่ด้วยการหากุ้งในคลอง ช่วงนั้นถือว่าชีวิตลำบากมาก ต้องอดมื้อกินมื้อ เชื่อไหมว่าปีทั้งปีไม่เคยเห็นว่าข้าวสวยเป็นยังไงด้วยซ้ำ (เขา เล่าถึงความลำบากในวัยเด็กไม่เท่าไหร่น้ำตาก็ไหลรินออกมา จนต้องเอามือมาปาดน้ำตา ทำเอาคนสัมภาษณ์พลอยตื่นตันไปด้วย)

ขณะอายุ 17 ปี สงครามญี่ปุ่นยุติลง จึงตัดสินใจเดินทางมาเมืองไทยเพื่อมาอยู่กับพ่อที่สำเพ็ง โดยคิดว่า จะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าอยู่เมืองจีน อยู่ได้สามเดือนย่านสำเพ็งไฟไหม้ทั้งหมด เลยถูกส่งไปอยู่กับน้องชายพ่อที่อยู่ปราจีนบุรี ชงกาแฟขาย ได้หัดชงกาแฟอยู่กับอา แต่ก็ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินจนถูกอาตบหน้า ตรงนี้ได้ตัดสินใจมาหาพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ จนได้เป็นพ่อครัวหุงข้าว ความที่หุ้งข้าวไม่เป็นจะโดนด่าทุกวัน แม้จะถูกด่าแต่เจ้าของก็สอนทำทุกอย่าง

เริ่มงานใหม่เป็นเด็กเช็ดกระจก

ระหว่างทำงานอยู่ที่ร้านขายข้าวได้ประมาณ 6 เดือน บังเอิญคุณพ่อเป็นเพื่อนกับเถ้าแก่ใหญ่ที่เป็นเจ้าของร้านทองไทยดี อยู่ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อนพ่อเลยชวนให้มาทำงานที่่ร้านทองเป็นเด็กเช็ดกระจก ได้เงินเดือน 250 บาท อยู่สองเดือนเงินขึ้นเป็น 300 บาท อยู่ถึงสิ้นปีก็ให้เงินเดือนเป็น 350 บาท มีความรู้สึกดีใจมาก เงินเดือนที่ได้ก็จะส่งไปให้แม่ที่เมืองจีนทั้งหมด

แม้จะได้มาอยู่ที่ร้านทองเช็ดกระจกทุกวันก็ไม่เคยได้เข้ายุ่งเกี่ยวกับหน้าร้านเลย อยู่ไปได้ระยะหนึ่งพนักงานหน้าร้านได้ใช้ให้ลองล้างทองหรือทำสีบ้าง ตอนนั้นเขาครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ช่างก็ไม่ได้เป็น ดูทองก็ไม่เป็น สิ่งที่เขาถูกเรียกใช้เป็นขั้นตอนเรียนรู้เรื่องการดูทองคำแท้เป็นอย่างไร ณ เวลานั้นเขาพยายามศึกษาว่าทองคำมีกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วการช่างทองนั้นเป็นยังไง เรียกได้เป็นช่วงเวลาครูพักลักจำ

“พอดีพนักงานหน้าร้านสองคนทะเลาะกันในเรื่องของเงินเดือน  ทำให้ทั้งสองไม่มาทำงาน วันนั้นถูกเถ้าแก่เรียกให้มาเฝ้าหน้าร้าน บอกจะไปเข้าห้องน้ำ หากใครมาซื้อทองก็บอกเขาไปว่าบาทละ 400 บาท พอเถ้าแก่กลับออกมาก็บอกว่า ขายทองได้ 4 บาท เถ้าแก่เลยถามว่า ช่างทอง ดูทองไม่เป็น แล้วไปเรียนมาจากไหน ผมเลยเล่าให้เถ้าแก่ฟังว่าแอบจำมาจากคนที่ขาย เถ้าแก่ก็เลยให้มาขายทองอยู่หน้าร้าน ชีวิตหักเหจากเด็กเช็ดกระจำได้มาขายทองตั้งแต่บัดนั้น” ไต้ซ้ง เล่าความหลังที่สายตา บ่งบอกถึงว่าความภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำ

ร้านทองไทยดียืนคู่ความซื่อสัตย์

               สมัยนั้นลูกชายเถ้าแก่มีธุรกิจหลายอย่าง มีความคิดที่จะปิดร้านทองแห่งนี้ แล้วให้ไปอยู่กรุงเทพฯ โดยจะให้บ้านหนึ่งหลังเพื่อให้ลูกได้มาเรียนหนังสือ “ไต้ซ้ง”ปฏิเสธ ไม่ไปเพราะเคยชินกับชีวิตที่หาดใหญ่่ ขณะเดียวกันทั้งชีวิตก็ทำเกี่ยวกับร้านทองมาตลอด แลยขอไม่เข้ากรุงเทพฯ แต่อยากจะยึดอาชีพทำร้านทอง ลูกเถ้าแก่ได้ยินไต้ซ้งพูดเช่นนั้น ก็ถามว่า “ถ้าลื้ออยู่หาดใหญ่แล้วจะทำอะไร” “ไต้ซ้ง”ตอบกลับไปว่าถ้ามีเงินคงจะทำร้านทอง ลูกชายเถ้าแก่ไม่รีรอที่จะตอบแทนความดี บวกกับความสื่อสัตย์ ที่ตั้งใจทำมาหากิน เลยยกร้านทองไทยดีแห่งนี้ให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ร้านทองไทยดีสมัยนั้นหากคิดเป็นมูลค่าก็ประมาณ 5-6 ล้านบาท แล้วถ้าเปรียบเทียบกับค่าของเงินวันนี้ก็เป็นสิบๆ ล้าน ดังนั้น การมอบร้านทองให้กับ”ไต้ซ้ง”ก็เป็นเหมือนโบนัสแห่งคุณงามความดีที่ได้ทำมาตลอดชีวิต ทำให้สมาชิกครอบครัวที่ชื่อ วิรัช จำคำที่เปรียบให้เห็นภาพคุณพ่อชัดเจนคือ ความสื่อสัตย์ โดยจะไม่เอาเปรียบลูกค้าเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ลูกค้า จึงมีความเชื่อใจและไว้ใจ

 “ไต้ซ้ง” ย้ำว่า  “สิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานในร้านทองที่ผมทำคือ ต้องซื่อสัตย์ อย่าไปโกงเขา อะไรที่ไม่ใช่ของเราอย่าไปทำเด็ดขาด เถ้าแก่ไปกรุงเทพฯ ให้ผมดูร้านเอาเงินไว้ให้ผมดู ผมก็ไม่เคยเอาของเขาเลย เพราะผมคิดเสมอว่านี่ไม่ใช่เงินของเรา เราอย่าไปเอาของเขา”  

ครั้งหนึ่งเป็นเจ้าพ่อโรงหนัง

ชีวิตของเขาทำธุรกิจมาหลากหลาย โดยอาชีพร้านทองนี้ทำให้กับเถ้าแก่ใหญ่ ระหว่างที่ทำอยู่ร้านทองท่านก็ได้รับเงินเดือนที่ไม่น้อย “ไต้ซ้ง” ได้ไปร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดบริษัทยูนิตี้ฟิลม์ ที่เป็นตัวแทนกระจายหนังไปฉายใน 14 จังหวัดภาคใต้แล้วเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก สมัยนั้นบริษัทมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ก็จะซื้อที่ดินทำโรงหนังเรื่อยไป ครอบครัวจึงมีโอกาสได้ต้อนรับดาราที่เดินทางลงมาโปรโมทหนังมากมาย อาทิ สมบัติ เมทะนี สรพงษ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ จารุณี สุขสวัสดิ์ ฯลฯ

ในช่วง 3 ปี บริษัททำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ยิ่งหนังเรื่อง บ้านทรายทอง ถือว่านำมาฉายที่ภาคใต้ได้กำไรมหาศาล โดยเฉพาะหนังเรื่อง ตะติ้งโหน่ง ที่ทำกำไรนับล้านบาท ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด หลังจากนั้นวีดีโอเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทำให้บริษัทหนังเริ่มนับถอยหลัง เพราะคนไม่นิยมดูหนังในโรง แต่จะหาเช่าหนังไปดูที่บ้านแทน ในที่สุดธุรกิจหนังขาดทุนจนต้องปิดกิจการ

วิรัช สรุปให้ฟัง “พอหลังจากวีดีโอเข้ามาคนจะไปดูหนังก็ลดจำนวนลง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวก หลังจากนั้นโรงหนังก็ดาวน์ลงทันที ปัจจุบันวิดีโอเหมือนกัน เจอซีดี ดีวีดีเข้าไปวีดีโอก็ไปเหมือนกัน ทุกอย่างจึงเป็นไปตามยุคตามสมัย ต่อไปหนังเรื่องต่างๆ คงสามารถเข้าไปในดูในอินเตอร์เน็ตได้โดยที่ไม่ต้องรอดูจากดีวีดี”

เป็นลูกเถ้าแก่ไม่เคยโอ้อวด

                          เรารู้จักประวัติความเป็นมาของ”ไต้ซ้ง” กันไปพอสมควรแล้ว เราเลยคุยกับทายาทร้านทองไทยดี วิรัช เข้าเรียนโรงเรียนสงขลาวัฒนาเพราะอยู่ใกล้บ้านเพื่อไปรับส่งได้สะดวก เมื่อเรียนจบ ม.3 ผู้เป็นพ่อให้ไปเรียนต่อทางสายวิชาที่อาจมาช่วยทำการค้าได้ เขาเลยต้องไปเรียนต่อที่ ร.ร.อำนวยวิทย์พาณิชยการ เรียนเกี่ยวกับบัญชี  จนได้เดินทางมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ในรั้วมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ด้านการตลาด โดยมีเงินใช้จ่าย 5,000 บาทต่อเดือน ที่เราต้องบริหารเงินให้อยู่ครบเดือน เหมือนถูกสอนให้รู้จักการบริหารเงินที่มีอยู่ให้เป็นระบบ

          ในมุมกลับกันหาก”ไต้ซ้ง” เลี้ยงลูกแบบคนรวย ซื้อรถให้ขับ แล้วให้เงินใช้แบบฟุ่มเฟือย เขาคิดว่าชีวิตตอนนั้นไม่รู้จะเป็นอย่างไร นับว่าโชคดีที่ไปเรียนแล้วคิดเป็น  สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดี ประกอบกับมีเพื่อนดีรู้ผิดชอบชั่วดีจึงไม่มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่เรื่องกินเหล้าเมายาก็ไม่เคยประพฤติปฏิบัติ

          เมื่อเรียนจบมา “ไต้ซ้ง” อยากให้บุตรชายคนนี้ไปเรียนรู้ความลำบากเสียก่อน จึงยังไม่ให้มาช่วยงานที่ร้านทอง  เขาเลยไปสมัครทำงานที่บริษัทเนสเล่ ในตำแหน่งเซลล์แมน วิ่งหาลูกค้าตามต่างจังหวัด ทำอยู่ประมาณสองปีกว่า ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคนหลากหลายแล้วได้ไอเดียใหม่ๆ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ณ วันหนึ่งได้เข้ามาทำธุรกิจสานต่อร้านทองไทยดีของผู้เป็นพ่อ  ประสบการณ์จากการทำงานก่อนหน้านี้สามารถอ่านใจลูกค้าง่ายขึ้น

          “เซียนพระ” คือความฝันในวัยเรียน

          มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีโอกาสได้ร่ำเรียนสูงๆ เพื่อต้องการหางานทำในตำแหน่งที่ดี มีเงินเดือนที่สูง แต่วิรัชกลับไม่คิดเช่นนั้น ความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเซียนพระเกิดจาก คุณปู่เป็นคนชอบแขวนพระเครื่อง ความเป็นเด็กเลยชอบท่ี่จะถามถึงที่มาขององค์พระต่างๆ ว่าเป็นรุ่นอะไร ชื่อพระอะไร  จากเด็กเป็นคนอยากรู้อยากเห็นจึงมีคำถามเกิดขึ้นตลอด เลยเกิดเป็นความชอบเรื่องพระตามมา  

          “จำได้ว่ามีความคิดเอาไว้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งมีเงินเยอะๆ ก็อยากที่จะเปิดเป็นศูนย์พระเครื่อง คิดไปไกลถึงขั้นจะเป็นผู้สร้างพระโน่นเลย และความคิด ความฝันในวันนั้นก็กลายมาเป็นความจริง ที่ในวันนี้ได้ทำร้านทองสานต่องานของคุณพ่อ เราก็ยังได้เปิดศูนย์รับจองเกี่ยวกับพระเครื่องด้วย ความฝันเล็กๆ ที่เคยคิดฝันเอาไว้มันก็เริ่มเป็นจริงบ้างแล้ว”

          ทายาทรุ่น 2 แห่งร้านทองไทยดี

          ปัจจุบันร้านทองไทยดีผู้ที่เป็นเจ้าของยังคงเป็นของคุณพ่อ เราในฐานะลูกเหมือนเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดาคนหนึ่ง(ทำเสียงแบบคนถ่อมตัวพร้อมกับเสียงหัวเราะ) เพราะคนเราจะเป็นเถ้าแก่ได้เป็นเรื่องยาก ที่จะเป็นได้แบบคุณพ่อ เพราะท่านเดินทางมาจากประเทศจีนด้วยตัวกับหัวใจ แต่สามารถเลี้ยงดูลูก ทุกคนให้้มีรากฐานชีวิตที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย

          “มีสิ่งเดียวที่ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ เพราะคุณพ่อสอนเสมอว่า ของเขาเราอย่าเอา และเราพยายามรักษาของๆ เราไว้ให้ดีที่สุดด้วยเช่นกัน”

            เตรียมขยายสาขาในต่างจังหวัด

          เมื่อถามถึงอุปสรรคของการทำธุรกิจร้านทองในเวลานี้ เราได้คำตอบว่า  ในหาดใหญ่มีร้านทอง 70 ร้าน ธุรกิจร้านทองจึงไม่เหมือนสมัยที่รุ่นคุณพ่อที่มีอยูู่่เพียง 4 ร้านเท่านั้น แต่วันนี้ร้านทองไทยดีมี 3 สาขา ได้วางแผนอาจไปเปิดนอกจังหวัดสงขลา เพราะ การทำธุรกิจร้านทองไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อเชื่อว่าธุรกิจนี้ก็จะเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง

          ในสายตาทายาทรุ่น 2 มองว่า ร้านทองปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง จึงเกิดแนวคิดให้ร้านทองกลายเป็นศูนย์กลางเช่าบูชาพระเครื่องรุ่นใหม่ๆ  บวกกับที่ร้านเป็นผู้นำร่องการรับทำกรอบพระที่มีหลายรูปแบบบริหารลูกค้า ตรงนี้ได้ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกเข้าร้านทองไม่จำเป็นต้องซื้อทองอย่างเดียว แต่สามารถเข้ามาสั่งจองพระเครื่อง หรือใส่กรอบพระอย่างครบวงจรได้ อีกทั้งทางร้านมีช่างประจำอยู่หน้าร้าน ลูกค้ามามากแค่ไหนหรือนำพระแพงๆ มาใส่กรอบสามารถรอรับได้เลย

          “30 ปีที่แล้ว ร้านทองยังไม่มีการทำกรอบพระสำเร็จรูป เราถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆที่มีไอเดียให้ร้านทองทำกรอบพระสำเร็จรูปขึ้นมา ส่วนนี้ก็ทำให้มีลูกค้าที่จะเข้าร้านกันมากขึ้น ลูกค้าไปใส่กรอบพระร้านอื่นต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่ถ้าลูกค้ามาที่เราก็สามารถเลือกกรอบพระสำเร็จรูปไปได้เลย จึงเกิดเป็นกรอบพระสำเร็จรูปขึ้นมา แล้วร้านเราก็เป็นร้านแรกที่นำช่างมาอยู่ประจำหน้าร้าน”นี่เป็นความคิดของทายาทรุ่น 2 ร้านทองไทยดี

บทเรียนชีวิตนอกตำรา ของ “ไต้ซ้ง แซ่ฮวม” เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นบทเรียนชีวิตให้กับผู้ที่ทำความดีมาตลอดชีวิต ใครทำแล้วยังไม่ดี  อย่าเพิ่งท้อหรือยอมแพ้ จำไว้ “ความดี ความซื่อสัตย์” จะพาไปสู่ความสำเร็จ




หมายเหตุ ติดตามเรื่องราว   WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน ฉบับวันอังคารของเดือน ครับ)

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์

แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี 



 






เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์​ เผงสวัสดิ์

แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี 



แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เก็บตกจากเนชั่น

สมัคร สุนทรเวช และชีวิตลินดา ค้าธัญเจริญ

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31