พิมพ์หน้านี้
|
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์ แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี ไต้ซ้ง แซ่ฮวม ผู้สร้างตำนานเด็กเช็ดกระจกสู่เจ้าของร้านทองไทยดี
ไต้ซ้ง แซ่ฮวม เปิดฉากชีวิต 2 เจเนอเรชัน ผู้สร้างตำนาน ร้านทองไทยดี จากเด็กเช็ดกระจกหน้าร้านสู่การเป็นเจ้่าของร้านทองทั้ง 3 สาขาใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่อง ทว่าเขามีคาถาประจำตัวคือ "ซื่อสัตย์ ...ไม่โกง" และวันนี้ วิรัช เสนางคนิกร ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้สานต่อตำนานร้านทองไทยดี คนเราทุกคนไม่สามารถเลือกที่จะเกิดมาให้เป็นคนรวยหรือคนจนได้ แต่เป็นสัจธรรมชีวิต หากเราทำความดีอย่างมุ่งมั่น คนๆ นั้นก็อาจมีโอกาสร่ำรวยได้ เช่นเดียวกับ ไต้ซ้ง แซ่ฮวม เจ้าของร้านทองไทยดี ที่ผ่านอุปสรรคของชีวิตมากมาย กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ แต่เขามีคาถาประจำตัว คือ ซื่อสัตย์ ไม่โกง โอกาสอันดีที่ทีมงานนิตยสาร WhO? ได้เดินทางมาหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมาตามรอยชีวิตของ ไต้ซ้ง แซ่ฮวม ผู้สร้างตำนานร้านทองไทยดี จากเด็กเช็ดกระจกหน้าร้าน จนกลายมาเป็นเจ้าของร้านทองไทยดี พร้อมพูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 2 วิรัช เสนางคนิกร แห่งร้านทองไทยดี 3 สาขา เราใช้เวลาเดินทาง 10 นาที โดยออกจากโรงแรมโนโวเทลเซ็นทรัลสุคนธา หาดใหญ่ ถึงร้านทองไทยดี บน ถ.ธรรมนูญวิถี เราได้เห็นสองพ่อลูกออกมาต้อนรับเราด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยร้อยยิ้มด้วยอัธยาศัยไมตรี เด็กเช็ดกระจกกลายเป็นเจ้าของร้านทอง ร้านทองไทยดีเป็นบทเรียนที่หาไม่ได้จากคุณพ่อคือ ความซื่อสัตย์ วิรัช เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้เห็นพ่อไปทำงานที่ร้านทองไทยดีอย่างเป็นจริงเป็นจัง พ่อตื่นเช้าเพื่อออกจากบ้านไปเปิดร้านให้กับเถ้าแก่ใหญ่(แว้งฮ้วย แซ่โอ้ว) แล้วก็อยู่ประจำร้านจนสองทุ่มปิดร้านถึงจะกลับบ้านได้ ฉะนั้น จึงไม่ค่อยได้เห็นเจอกับพ่อเหมือนลูกคนอื่นๆ เพราะพ่อกลับมาถึงบ้านลูกๆ ทุกคนก็หลับหมดแล้ว ขณะที่ลูกๆ ตื่นพ่อก็ต้องออกไปทำงานที่ร้านทอง โอกาสที่จะได้พบหน้ากันจะเป็นแค่วันอาทิตย์เท่านั้น สมัยคุณพ่อทำงานเป็นเด็กเช็ดกระจกให้กับเถ้าแก่ใหญ่ เจ้าของร้านทองไทยดี จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้ามาเป็นคนขายทองให้กับเถ้าแก่ใหญ่ แล้วก็ยังเป็นผู้ที่ดูแลลูกชายคนเล็กของเถ้าแก่ที่ชื่อ อู๋ง้วน แซ่โอ้ว จนเหมือนเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง เวลาผ่านไปเถ้าแก่ใหญ่ก็เสียชีวิต ลูกชายคนเล็กอู๋ง้วน เป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ไม้ ทำเหมืองแร่ โรงงานปลากระป๋อง กระทั่งลูกเถ้าแก่ต้องการให้ครอบครัวไต้ซ้งมาอยู่ด้วยกันในกรุงเทพฯ ด้วยความคุ้นเคยกับความเป็นอยู่ในหาดใหญ่เลยขอไม่มา ทำให้ลูกเถ้าแก่ ซึ่งไม่รู้จะให้อะไรกับไต้ซ้งเป็นการตอบแทนน้ำใจเลยมอบร้านทองไทยดีให้ ระหว่างนั้น ไต้ซ้ง ในวัย 79 ปี ที่นั่งฟังลูกเล่าถึงชีวิตตัวเอง อดไม่ได้ที่ย้อนชีวิตให้ฟังด้วยว่า เกิดในเมืองไทยที่สำเพ็ง พอโตขึ้นไม่กี่ขวบก๋งก็พาแม่รวมถึงตนเองกลับไปอยู่เมืองจีนเพื่อดูแลอาม่าที่อายุมากแล้ว ในที่สุดทั้งก๋งกับอาม่าก็เสียชีวิต แรกๆพ่ออยู่เมืองไทยจะเป็นคนส่งเงินไปให้ที่เมืองจีน แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดสงครามญี่ปุ่นคุณพ่อไม่ได้ส่งเงินมาให้ จึงต้องหยุดเรียน เลยต้องหาเงินเลี้ยงแม่ด้วยการหากุ้งในคลอง ช่วงนั้นถือว่าชีวิตลำบากมาก ต้องอดมื้อกินมื้อ เชื่อไหมว่าปีทั้งปีไม่เคยเห็นว่าข้าวสวยเป็นยังไงด้วยซ้ำ (เขา เล่าถึงความลำบากในวัยเด็กไม่เท่าไหร่น้ำตาก็ไหลรินออกมา จนต้องเอามือมาปาดน้ำตา ทำเอาคนสัมภาษณ์พลอยตื่นตันไปด้วย) ขณะอายุ 17 ปี สงครามญี่ปุ่นยุติลง จึงตัดสินใจเดินทางมาเมืองไทยเพื่อมาอยู่กับพ่อที่สำเพ็ง โดยคิดว่า จะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าอยู่เมืองจีน อยู่ได้สามเดือนย่านสำเพ็งไฟไหม้ทั้งหมด เลยถูกส่งไปอยู่กับน้องชายพ่อที่อยู่ปราจีนบุรี ชงกาแฟขาย ได้หัดชงกาแฟอยู่กับอา แต่ก็ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินจนถูกอาตบหน้า ตรงนี้ได้ตัดสินใจมาหาพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ จนได้เป็นพ่อครัวหุงข้าว ความที่หุ้งข้าวไม่เป็นจะโดนด่าทุกวัน แม้จะถูกด่าแต่เจ้าของก็สอนทำทุกอย่าง เริ่มงานใหม่เป็นเด็กเช็ดกระจก ระหว่างทำงานอยู่ที่ร้านขายข้าวได้ประมาณ 6 เดือน บังเอิญคุณพ่อเป็นเพื่อนกับเถ้าแก่ใหญ่ที่เป็นเจ้าของร้านทองไทยดี อยู่ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อนพ่อเลยชวนให้มาทำงานที่่ร้านทองเป็นเด็กเช็ดกระจก ได้เงินเดือน 250 บาท อยู่สองเดือนเงินขึ้นเป็น 300 บาท อยู่ถึงสิ้นปีก็ให้เงินเดือนเป็น 350 บาท มีความรู้สึกดีใจมาก เงินเดือนที่ได้ก็จะส่งไปให้แม่ที่เมืองจีนทั้งหมด แม้จะได้มาอยู่ที่ร้านทองเช็ดกระจกทุกวันก็ไม่เคยได้เข้ายุ่งเกี่ยวกับหน้าร้านเลย อยู่ไปได้ระยะหนึ่งพนักงานหน้าร้านได้ใช้ให้ลองล้างทองหรือทำสีบ้าง ตอนนั้นเขาครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ช่างก็ไม่ได้เป็น ดูทองก็ไม่เป็น สิ่งที่เขาถูกเรียกใช้เป็นขั้นตอนเรียนรู้เรื่องการดูทองคำแท้เป็นอย่างไร ณ เวลานั้นเขาพยายามศึกษาว่าทองคำมีกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วการช่างทองนั้นเป็นยังไง เรียกได้เป็นช่วงเวลาครูพักลักจำ พอดีพนักงานหน้าร้านสองคนทะเลาะกันในเรื่องของเงินเดือน ทำให้ทั้งสองไม่มาทำงาน วันนั้นถูกเถ้าแก่เรียกให้มาเฝ้าหน้าร้าน บอกจะไปเข้าห้องน้ำ หากใครมาซื้อทองก็บอกเขาไปว่าบาทละ 400 บาท พอเถ้าแก่กลับออกมาก็บอกว่า ขายทองได้ 4 บาท เถ้าแก่เลยถามว่า ช่างทอง ดูทองไม่เป็น แล้วไปเรียนมาจากไหน ผมเลยเล่าให้เถ้าแก่ฟังว่าแอบจำมาจากคนที่ขาย เถ้าแก่ก็เลยให้มาขายทองอยู่หน้าร้าน ชีวิตหักเหจากเด็กเช็ดกระจำได้มาขายทองตั้งแต่บัดนั้น ไต้ซ้ง เล่าความหลังที่สายตา บ่งบอกถึงว่าความภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำ ร้านทองไทยดียืนคู่ความซื่อสัตย์ สมัยนั้นลูกชายเถ้าแก่มีธุรกิจหลายอย่าง มีความคิดที่จะปิดร้านทองแห่งนี้ แล้วให้ไปอยู่กรุงเทพฯ โดยจะให้บ้านหนึ่งหลังเพื่อให้ลูกได้มาเรียนหนังสือ ไต้ซ้งปฏิเสธ ไม่ไปเพราะเคยชินกับชีวิตที่หาดใหญ่่ ขณะเดียวกันทั้งชีวิตก็ทำเกี่ยวกับร้านทองมาตลอด แลยขอไม่เข้ากรุงเทพฯ แต่อยากจะยึดอาชีพทำร้านทอง ลูกเถ้าแก่ได้ยินไต้ซ้งพูดเช่นนั้น ก็ถามว่า ถ้าลื้ออยู่หาดใหญ่แล้วจะทำอะไร ไต้ซ้งตอบกลับไปว่าถ้ามีเงินคงจะทำร้านทอง ลูกชายเถ้าแก่ไม่รีรอที่จะตอบแทนความดี บวกกับความสื่อสัตย์ ที่ตั้งใจทำมาหากิน เลยยกร้านทองไทยดีแห่งนี้ให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ร้านทองไทยดีสมัยนั้นหากคิดเป็นมูลค่าก็ประมาณ 5-6 ล้านบาท แล้วถ้าเปรียบเทียบกับค่าของเงินวันนี้ก็เป็นสิบๆ ล้าน ดังนั้น การมอบร้านทองให้กับไต้ซ้งก็เป็นเหมือนโบนัสแห่งคุณงามความดีที่ได้ทำมาตลอดชีวิต ทำให้สมาชิกครอบครัวที่ชื่อ วิรัช จำคำที่เปรียบให้เห็นภาพคุณพ่อชัดเจนคือ ความสื่อสัตย์ โดยจะไม่เอาเปรียบลูกค้าเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ลูกค้า จึงมีความเชื่อใจและไว้ใจ ไต้ซ้ง ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานในร้านทองที่ผมทำคือ ต้องซื่อสัตย์ อย่าไปโกงเขา อะไรที่ไม่ใช่ของเราอย่าไปทำเด็ดขาด เถ้าแก่ไปกรุงเทพฯ ให้ผมดูร้านเอาเงินไว้ให้ผมดู ผมก็ไม่เคยเอาของเขาเลย เพราะผมคิดเสมอว่านี่ไม่ใช่เงินของเรา เราอย่าไปเอาของเขา ครั้งหนึ่งเป็นเจ้าพ่อโรงหนัง ชีวิตของเขาทำธุรกิจมาหลากหลาย โดยอาชีพร้านทองนี้ทำให้กับเถ้าแก่ใหญ่ ระหว่างที่ทำอยู่ร้านทองท่านก็ได้รับเงินเดือนที่ไม่น้อย ไต้ซ้ง ได้ไปร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดบริษัทยูนิตี้ฟิลม์ ที่เป็นตัวแทนกระจายหนังไปฉายใน 14 จังหวัดภาคใต้แล้วเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก สมัยนั้นบริษัทมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ก็จะซื้อที่ดินทำโรงหนังเรื่อยไป ครอบครัวจึงมีโอกาสได้ต้อนรับดาราที่เดินทางลงมาโปรโมทหนังมากมาย อาทิ สมบัติ เมทะนี สรพงษ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ จารุณี สุขสวัสดิ์ ฯลฯ ในช่วง 3 ปี บริษัททำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ยิ่งหนังเรื่อง บ้านทรายทอง ถือว่านำมาฉายที่ภาคใต้ได้กำไรมหาศาล โดยเฉพาะหนังเรื่อง ตะติ้งโหน่ง ที่ทำกำไรนับล้านบาท ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด หลังจากนั้นวีดีโอเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทำให้บริษัทหนังเริ่มนับถอยหลัง เพราะคนไม่นิยมดูหนังในโรง แต่จะหาเช่าหนังไปดูที่บ้านแทน ในที่สุดธุรกิจหนังขาดทุนจนต้องปิดกิจการ วิรัช สรุปให้ฟัง พอหลังจากวีดีโอเข้ามาคนจะไปดูหนังก็ลดจำนวนลง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวก หลังจากนั้นโรงหนังก็ดาวน์ลงทันที ปัจจุบันวิดีโอเหมือนกัน เจอซีดี ดีวีดีเข้าไปวีดีโอก็ไปเหมือนกัน ทุกอย่างจึงเป็นไปตามยุคตามสมัย ต่อไปหนังเรื่องต่างๆ คงสามารถเข้าไปในดูในอินเตอร์เน็ตได้โดยที่ไม่ต้องรอดูจากดีวีดี เป็นลูกเถ้าแก่ไม่เคยโอ้อวด เรารู้จักประวัติความเป็นมาของไต้ซ้ง กันไปพอสมควรแล้ว เราเลยคุยกับทายาทร้านทองไทยดี วิรัช เข้าเรียนโรงเรียนสงขลาวัฒนาเพราะอยู่ใกล้บ้านเพื่อไปรับส่งได้สะดวก เมื่อเรียนจบ ม.3 ผู้เป็นพ่อให้ไปเรียนต่อทางสายวิชาที่อาจมาช่วยทำการค้าได้ เขาเลยต้องไปเรียนต่อที่ ร.ร.อำนวยวิทย์พาณิชยการ เรียนเกี่ยวกับบัญชี จนได้เดินทางมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ในรั้วมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ด้านการตลาด โดยมีเงินใช้จ่าย 5,000 บาทต่อเดือน ที่เราต้องบริหารเงินให้อยู่ครบเดือน เหมือนถูกสอนให้รู้จักการบริหารเงินที่มีอยู่ให้เป็นระบบ ในมุมกลับกันหากไต้ซ้ง เลี้ยงลูกแบบคนรวย ซื้อรถให้ขับ แล้วให้เงินใช้แบบฟุ่มเฟือย เขาคิดว่าชีวิตตอนนั้นไม่รู้จะเป็นอย่างไร นับว่าโชคดีที่ไปเรียนแล้วคิดเป็น สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดี ประกอบกับมีเพื่อนดีรู้ผิดชอบชั่วดีจึงไม่มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่เรื่องกินเหล้าเมายาก็ไม่เคยประพฤติปฏิบัติ เมื่อเรียนจบมา ไต้ซ้ง อยากให้บุตรชายคนนี้ไปเรียนรู้ความลำบากเสียก่อน จึงยังไม่ให้มาช่วยงานที่ร้านทอง เขาเลยไปสมัครทำงานที่บริษัทเนสเล่ ในตำแหน่งเซลล์แมน วิ่งหาลูกค้าตามต่างจังหวัด ทำอยู่ประมาณสองปีกว่า ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคนหลากหลายแล้วได้ไอเดียใหม่ๆ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ณ วันหนึ่งได้เข้ามาทำธุรกิจสานต่อร้านทองไทยดีของผู้เป็นพ่อ ประสบการณ์จากการทำงานก่อนหน้านี้สามารถอ่านใจลูกค้าง่ายขึ้น เซียนพระ คือความฝันในวัยเรียน มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีโอกาสได้ร่ำเรียนสูงๆ เพื่อต้องการหางานทำในตำแหน่งที่ดี มีเงินเดือนที่สูง แต่วิรัชกลับไม่คิดเช่นนั้น ความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเซียนพระเกิดจาก คุณปู่เป็นคนชอบแขวนพระเครื่อง ความเป็นเด็กเลยชอบท่ี่จะถามถึงที่มาขององค์พระต่างๆ ว่าเป็นรุ่นอะไร ชื่อพระอะไร จากเด็กเป็นคนอยากรู้อยากเห็นจึงมีคำถามเกิดขึ้นตลอด เลยเกิดเป็นความชอบเรื่องพระตามมา จำได้ว่ามีความคิดเอาไว้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งมีเงินเยอะๆ ก็อยากที่จะเปิดเป็นศูนย์พระเครื่อง คิดไปไกลถึงขั้นจะเป็นผู้สร้างพระโน่นเลย และความคิด ความฝันในวันนั้นก็กลายมาเป็นความจริง ที่ในวันนี้ได้ทำร้านทองสานต่องานของคุณพ่อ เราก็ยังได้เปิดศูนย์รับจองเกี่ยวกับพระเครื่องด้วย ความฝันเล็กๆ ที่เคยคิดฝันเอาไว้มันก็เริ่มเป็นจริงบ้างแล้ว ทายาทรุ่น 2 แห่งร้านทองไทยดี ปัจจุบันร้านทองไทยดีผู้ที่เป็นเจ้าของยังคงเป็นของคุณพ่อ เราในฐานะลูกเหมือนเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดาคนหนึ่ง(ทำเสียงแบบคนถ่อมตัวพร้อมกับเสียงหัวเราะ) เพราะคนเราจะเป็นเถ้าแก่ได้เป็นเรื่องยาก ที่จะเป็นได้แบบคุณพ่อ เพราะท่านเดินทางมาจากประเทศจีนด้วยตัวกับหัวใจ แต่สามารถเลี้ยงดูลูก ทุกคนให้้มีรากฐานชีวิตที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย มีสิ่งเดียวที่ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ เพราะคุณพ่อสอนเสมอว่า ของเขาเราอย่าเอา และเราพยายามรักษาของๆ เราไว้ให้ดีที่สุดด้วยเช่นกัน เตรียมขยายสาขาในต่างจังหวัด เมื่อถามถึงอุปสรรคของการทำธุรกิจร้านทองในเวลานี้ เราได้คำตอบว่า ในหาดใหญ่มีร้านทอง 70 ร้าน ธุรกิจร้านทองจึงไม่เหมือนสมัยที่รุ่นคุณพ่อที่มีอยูู่่เพียง 4 ร้านเท่านั้น แต่วันนี้ร้านทองไทยดีมี 3 สาขา ได้วางแผนอาจไปเปิดนอกจังหวัดสงขลา เพราะ การทำธุรกิจร้านทองไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อเชื่อว่าธุรกิจนี้ก็จะเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง ในสายตาทายาทรุ่น 2 มองว่า ร้านทองปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง จึงเกิดแนวคิดให้ร้านทองกลายเป็นศูนย์กลางเช่าบูชาพระเครื่องรุ่นใหม่ๆ บวกกับที่ร้านเป็นผู้นำร่องการรับทำกรอบพระที่มีหลายรูปแบบบริหารลูกค้า ตรงนี้ได้ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกเข้าร้านทองไม่จำเป็นต้องซื้อทองอย่างเดียว แต่สามารถเข้ามาสั่งจองพระเครื่อง หรือใส่กรอบพระอย่างครบวงจรได้ อีกทั้งทางร้านมีช่างประจำอยู่หน้าร้าน ลูกค้ามามากแค่ไหนหรือนำพระแพงๆ มาใส่กรอบสามารถรอรับได้เลย 30 ปีที่แล้ว ร้านทองยังไม่มีการทำกรอบพระสำเร็จรูป เราถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆที่มีไอเดียให้ร้านทองทำกรอบพระสำเร็จรูปขึ้นมา ส่วนนี้ก็ทำให้มีลูกค้าที่จะเข้าร้านกันมากขึ้น ลูกค้าไปใส่กรอบพระร้านอื่นต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่ถ้าลูกค้ามาที่เราก็สามารถเลือกกรอบพระสำเร็จรูปไปได้เลย จึงเกิดเป็นกรอบพระสำเร็จรูปขึ้นมา แล้วร้านเราก็เป็นร้านแรกที่นำช่างมาอยู่ประจำหน้าร้านนี่เป็นความคิดของทายาทรุ่น 2 ร้านทองไทยดี บทเรียนชีวิตนอกตำรา ของ ไต้ซ้ง แซ่ฮวม เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นบทเรียนชีวิตให้กับผู้ที่ทำความดีมาตลอดชีวิต ใครทำแล้วยังไม่ดี อย่าเพิ่งท้อหรือยอมแพ้ จำไว้ ความดี ความซื่อสัตย์ จะพาไปสู่ความสำเร็จ
หมายเหตุ ติดตามเรื่องราว WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน ฉบับวันอังคารของเดือน ครับ) เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์ แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์ แต่งหน้า บัณฑิต บุญมี |
| สัมภาษณ์ บุคคลดัง คอลัมน์ สรณะคนดัง: คมชัดลึก | ||
ภาวนา ชนะจิต,เอ๊ะ - อิศริยา สายสนั่น, ยุวดี บุญครอง,สุพร วนิชกุลและเพื่อนๆ ชาวคมชัดลึก,บุญสิตา รุ่งพานิชสกุล ผู้บริหารบริษัท บ้านไทย ร่มเกล่า จำกัด โทร.๐-๗๖๒๘-๘๗๐๔,๐๘-๙๕๙๐-๔๓๖๒ |
||
|
View All |
||
| เก็บตกจากเนชั่น | ||
สมัคร สุนทรเวช และชีวิตลินดา ค้าธัญเจริญ |
||
|
View All |
||