พิมพ์หน้านี้
|
เป็นที่ฮือฮากันไปแล้วสำหรับเกมส์ฟุตบอลบรรลัยโลกโลก เอ้ย บรรลือโลก ของทีม OK Nation United ตามที่เพื่อน ๆ บล็อกเกอร์ทั้งหลายได้ยินได้ชมกันในหลาย ๆ บ้าน ดาวดวงเด่นเกิดขึ้นมากมายในแวดวงเรา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนี่งในนั้นคือ แบล็กขวาหมาการ เอ้ย!!! แบล็กขวามหากาฬ น้องเตี้ย ณ พระรามสอง
ซึ่งโชว์ลวดลายการประกบและป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้เข้าทำประตูได้อย่างง่ายด่ายนัก ด้วยหลาย ๆ เทคติกอันงดงาม ไม่ว่าจะเอาหน้าอันแสนโห๊ด โหดเข้าข่มขู่คู่ต่อสู้ หรือไม่ว่าจะเป็นลีลาการเข้าสกัดแบบนอบน้อม เช่น พับเพียบสกัด (ตามภาพ)
ยังผลให้คู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามต่างเข็ดขยาดที่จะเข้ามายิงประตูเพราะกลัวฝันร้าย ไปตาม ๆ กัน นอกจากนั้นยังกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายวัตถุโบราญโดยใช่เหตุ ด้วยลีลาการพับเพียบสกัดบอล ส่งผลให้ น้องเตี้ย ของเรารับรางวัล นักฟุตบอลมารยาทงาม ไปตามระเบียบ
ถึงแม้นว่า น้องเตี้ย จะไม่ได้เล่นจนครบยกนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ อุ้ย!!! ขออภัยคิดดังไปนิ๊ดดดด ถึงแม้ว่า น้องเตี้ย จะไม่ได้เล่นจนสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา เนื่องด้วยสังขารไม่อำนวย อุ้ยไม่ใช่ เพราะอาการบาดเจ็บจากการเป็นตะคริวที่น่องซ้าย กำลังทำท่าจะย้ายมาน่องขวา แต่ทว่าติดไข่ดัน จึงทำให้น่องขารอดอาการบาดเจ็บจากตะคริวมาได้อย่างหน้าน้อยใจ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เกมส์นัดนั้น น้องเตี้ย โดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร (โดยเฉพาะท่านั่งสันดาบอากาศเสียจนจมูกเบิกบานโล่งโจ่ง ช่างหน้าจดจำยิ่ง) คงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยค่ะ ว่า น้องเตี้ย เธอมีความเป็นมาอย่างไร จึงได้เข้ามาอยู่ในแวดวงค้าแข็ง เอ้ย !!! ค้าแข้งในปัจจุบัน ตามมาเลยค่ะ เราไปทำความรู้จักเธอกัน
น้องเตี้ย เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ แห่งคฤหาสน์ย่านพระรามสอง เธอคาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด แต่ด้วยความที่ได้ช้อนสองคันนั้นมันใหญ่เกินปากน้องเตี้ยไปนิ๊ด ตอนคลอดน้องเตี้ยจึงถือโอกาสบ้วนมันทิ้ง เพราะว่ามันเป็นของปลอมทั้งเพ เอาออกมาก็อายหมออายพยาบาล และเป็นที่รักของเจ้าคุณพ่อเจ้าคุณแม่ จนไม่อยากจะจับจะอุ้มด้วยเหตุที่ว่าน่าตาดีเกินกว่าจะเชี่อได้ว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน แหม๊ ก็ดูเอาสิค่ะ หน้าตาดีผิดพี่ผิดน้องทีเดียว จนหลาย ๆ คนทักว่า อาจจะเป็นคู่แฝดของคุณชายอนันดาแห่งเกาะวานูฮาตู ที่หายสาปสูญไป ในรุ่นหนุ่มน้องเตี้ยรู้สึกเป็นปมด้อยมากที่หน้าตาดีเกินพี่เกินน้อง จึงประพฤติตัวเหลวไหลไทฟอร์ย อีกทั้งคิดว่าตนเอง ต้องเป็นทายาทอันเกิดจากราชนิกุลในแดนไกลนั้นเชียว ด้วยเหตุเพราะว่า ตนเองมีปานดำรูปสนุ๊ปปี้ ที่แก้มก้นซ้าย ซึ่งต้องมีนัยสำคัญมากกว่าปานดำธรรมดาเป็นแน่แท้ ดูดู๊ มันเชื่อไปได้ !!!
ซึ่งสร้างความอิหนาระอาใจให้แก่แม่นมเล็ก และพ่อบ้านกองโต เป็นอย่างมากที่จะพยายามเหนี่ยวรั้งให้น้องเตี้ยเชื่อว่าตน เกิดจากครอบครัวใหญ่ในวังพระรามสอง ด้วยความสัตย์จริง
แน่นอนที่สุดที่ว่าความเคลือบแคลงใจคือยาพิษขนานเอกที่กัดกินและทำร้ายจิตใจ ในที่สุดน้องเตี้ยตัดสินใจเข้ารับการฝึกในหน่วยกู้ยืม เอ้ย !!! หน่วยสวาทขาดใจ และสามารถทำคะแนนได้ดีที่สุดในรุ่น โดยเฉพาะวิชา รับสายทลายวิญญาณ ซึ่งสามารถทำลายสถิติการกระหน่ำโทรภายในหนึ่งคืนในยามที่เมามายได้มากกว่าร้อยสายในหนึ่งชั่วโมง โดยไม่จำกัดเบอร์โทร (แหม๋ !!! อย่างกะได้โปรโมรชั่นโทรฟรีตลอดชีวิตแน่ะ) จนได้ฉายานามว่า น้องเตี้ย ผู้โทรมายามวิกาล ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบให้รู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง น้องเตี้ยพยายามใช้กลยุทธ์ในการสืบ เสาะ แสวง แสร้งทำ เน้น แสร้งทำจริงจริ๊งงงงง
ไม่ว่าจะต้องปลอมตัวเป็นคนบ้า หรือคนเมา น้องเตี้ยทำได้หมด เนี๊ยนนนน เนียน อีกต่างหาก ทั้งนี้ด้วยเหตุผลเดียว คือ ต้องการพิสูจน์ว่าตนนั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ในเกาะวานูฮาตู เช่นเดียวกับคุณชายอนันดา .... โอ้พระเจ้า เหมือนฟ้าไม่มีตา สวรรค์ไม่มีเดือย ไม่ว่าน้องเตี้ยจะสืบเสาะแสวงหาความจริงใด ๆ ก็ตาม เหมือนหนทางทุกทางถูกขวางกั้นไว้ให้ไกลความต้องการ
ในที่สุดน้องเตี้ยผู้ท้อแท้และเหนื่อยหน่าย จึงได้ค้นพบตัวเองว่า ไม่ว่าน้องเตี้ยจะเป็นทายาทแห่งวังพระรามสอง หรือเจ้าชายแห่งเกาะวานูฮาตูก็ตาม มันก็มิได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไปได้เลย ในที่สุดน้องเตี้ย ก็ค้นพบความจริงแห่งช่วงหนึ่งของชีวิต
น้องเตี้ยได้พลิกชีวิตของตนเอง จากนาวิกโยธินหนุ่ม มุ่งเข้าสู่วงการ นางงามตลาดสด โดยมี เจ๊เฮียงเป็นผู้ส่งเสริมให้ขึ้นสู่วงการนี้ ด้วยความพลาดพลั้งนี้เอง ทำให้น้องเตี้ยคิดว่าทางที่ตนก้าวเดินคือเส้นทางสู่ความเป็น ดาว
ความงามของน้องเตี้ย ซึ่งได้ครองรางวัล นางงามเห็ดสด จะเป็นรองก็แต่เจ้าของรางวัล นางงามตลาดสด อันดับหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้น้องเตี้ยของเรา พบรักกับชายหนุ่ม ผู้ดูเหมือนจะสวมวิญญาณเป็น ชายเหนือชาย แต่สุดท้ายความรักที่เกิดจากรูปโฉมภายนอกเพียงอย่างเดียว ก็มิได้จีรังยั่งยืน ในขณะที่น้องเตี้ยเสียใจอยู่กับความรักครั้งสุดท้าย ในที่สุดก็มี มือน้อย มาช่วยคลีคลายความมืดมน และมืดบอดแห่งชีวิตน้องเตี้ย มือผู้ซึ่งอุ้มชูน้องเตี้ยฝ่ามรสุมแห่งชีวิต เข้าสู่ วงการค้าแข้ง (ซึ่งภายหลังน้องเตี้ยเปิดเผยว่า เจ้าของมือควรล้างมือบ้าง เพราะว่ามีข้าวเหนียวแห้งกรังติดอยู่ประปราย) อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ นั้นคือ
มือของ พี่หมีปีศาจ สุดยอดบล็อกเกอร์แห่ง OK Nation นี่เอง ที่เห็นความจริงแห่งชีวิตน้องเตี้ย จนคว้าเพชรในตมขึ้นมาขัด ขัด ขัด และรำพึงกับตนเองว่า ไอ้ห่า นี่มันถ่านนี่หว่า ฮี่ ฮี่
น้องเตี้ยสู้อุตสาห์ทิ้งอดีตอันขมขื่น อดีตที่เคยตกเป็น เบี้ยล่าง ให้กับ ชายเหนือชาย และมุ่งมั่นฝึกซ้อมจนฝีมือแกร่งฉกาจ แต่ลืมฝึกฝีตีนไว้ จึงเป็นอย่างที่เห็น ป้อแป้ ป้อแป้ มาตลอด
การฝึกซ้อมที่มีทั้งสุขและทุกข์ สุขนั้นเกิดจากการได้โชว์หญิง ด้วยการใส่หมวกสีชมพู วิ่งกรูรอบสนาม และทุกข์ที่เกิดจากอาการเดี้ยงโดยสังขาร (คริ คริ สมน้ำหน้ามัน) และเหมือนสวรรค์เริ่มซื้อยาหยอดตามาใช้ ในที่สุดน้องเตี้ยก็ได้พบรักแท้ที่ข้างสนาม
คุณยายทิ้งนั้นเอง ผู้ซึ่งยอมทิ่งทีมฉะเชิงเทราและชลบุรีมาทุ่มใจเชียร์น้องเตี้ย ด้วยใจรักจริง
คู่กับแล้วย่อมไม่แคร้วกัน แม้คุณยายจะยังมีคู่ตุนาหงันอยู่ แต่คุณยายก็มีใจบริสุทธิ์ที่จะเชียร์น้องเตี้ย และได้กล่าวเป็นกำลังใจแก่น้องเตี้ยว่า "ไอ้เตี้ย กรูรุ่นยายเมิงงงเลยนะ" ถึงกระนั้นน้องเตี้ย จึงทำได้เพียงหักใจ และ รัก คุณยาย ได้ เยี่ยงแม่ ก็ตาม
สายตาละห้อยหาของน้องเตี้ยที่มีให้คุณยายทิ้ง ช่างซื่อบริสุทธิและจมูกบานสิ้นดี ความหล่อของน้องเตี้ย บดบังน้องเรดเดวิลล์เสียอย่างสิ้นเชิง จนต้องกระถดถอยไปนั่งอยู่ด้านหลัง อย่างไม่อาจจะบดบังรัศมีได้ (หล่อเว้ยไอ้น้อง มานั่งอยู่กลางใจพี่นี่มา เร็ว ๆ ว่าง่าย ๆ เดี๋ยวพี่ให้ตังค์) ทุกวันนี้ น้องเตี้ยจึงได้พยายามทุ่มทุนสร้าง และทุ่มเทแรงกายภายใต้แอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ซุ่มซ้อมเพื่อลงแข่งในแมทซ์สำคัญแมทซ์นี้ ซึ่งน้องเตี้ยเล่นได้อย่างโดดเด่นที่ข้างสนามอย่างที่สุด
หนังสือพิมพ์หลายฉบับต่างกล่าวขวัญถึงแมทซ์สำคัญแมทซ์นี้ และแน่นอนที่สุดหนึ่งในการถูกกล่าวขวัญนี้ย่อมไม่พ้นต้องมี น้องเตี้ย แบล็กขวามหากาฬ ขวัญใจเราชาวไม้มัด (My-Mad) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง เตี้ยเอ้ย!!! ถ้าไม่มีใครกรี๊ดดดดดดดดดด แกเดี๋ยวชั้นจ้างไปกรี๊ดดดดดดดดด ให้ ไม่กี่ตังค์หรอกหวะ จัดให้ได้ไม่คิดดอก อิอิอิอิ
http://www.oknation.net/blog/djpumpui/2008/03/17/entry-1 แม้ว่าในปัจจุบัน น้องเตี้ย ของเราจะประสบอุบัติเหตุในการแข่งขันในแมทซ์สำคัญนั้นจนทำให้อวัยวะสำคัญที่ต่ำกว่าเอวลงมาไม่สามารถใช้การได้แล้วก็ตาม (ขาค่ะขา อย่าคิดมาก แต่ใครไม่คิดเราคิดค่ะ อิอิอิ) น้องเตี้ยก็มีความสุขกับการได้จัดรายการวิทยุทางคลื้นร้าวฉาน คือ งานของเรา อุ้ยไม่ใช่ คลื่นจับฉ่าย สะ-ตอ-รี่ อย่างมีความสุข จนตลอดอายุไขการเป็นบล็อกเกอร์ สาธุ .................. เอวังด้วยประการละฉะโน้น ภาพเหตุการณ์ไม่คาดฝัน "นาทีเสียของ" ที่ "น้องเตี้ย"
|