พิมพ์หน้านี้
|
ประกาศสงกรานต์ ปี ๒๕๕๑นางสงกรานต์ปี ๒๕๕๑ ทรงนามว่า ทุงสะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ วันที่ ๑๕ เมษายน เวลา ๒๒ นาฬิกา ๕๓ นาที ๒๔ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๗๐ ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย วันอังคารเป็นอธิบดี วันอังคารเป็นอุบาทว์ วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ ปีนี้ วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่าหินพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๔ ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย
สภาพเปียกแฉะไปด้วยน้ำของถนนพระสุเมรุ และนักสาดน้ำทั้งหลาย หลายคนคงกำลังสนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์ปี 2551 อยู่ในขณะนี้ และหลาย ๆ ท่าน ก็คงจะเขียนบรรยากาศงานสงกรานต์ของปีนี้กันอยู่หลาย ๆ เอนทรี่ สำหรับปีนี้สายลมฯ คงไม่ได้ออกไปชื้นชมเทศกาลเหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เนืองจากมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านเลี้ยงหลาน (ถ้าไปมีตามแน่นอน...หมายถึง หลานตามไปด้วยอ่ะนะ อิอิอิ)
เดินเลยมาจนเกือบถึงหน้าป้อมพระสุเมรุ จนเกือบจรดถนนพระอาทิตย์ ไม่เป็นไรค่ะ ใคร ๆ เขาก็พูดถึงของใหม่กันแล้ว (แน่ ๆ) สายลมฯ พูดถึงของเก่าบ้างก็ได้ อิอิอิ
การแสดงบริเวณสวนสันติชัยปราการ ว่าแล้วก็เอาบรรยากาศ "เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ของปี 2549" มานำเสนอให้ดูกัน เผื่อจะเห็นความแตกต่าง หรือไม่แตกต่าง (อ้าว!! สายลมฯ แกเมายาหมองเร้อ จะให้เปรียบมั้ยเนี่ย)มาให้ชมกัน
นางรำงามท่า งามหน้า งามน้ำใจ ต้องบอกก่อนว่าบ้านสายลมฯ นั้นอยู่บริเวณที่เขาจะปิดถนนเพื่อเล่นสงกรานต์กันพอดี ไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์แกล้ง จะออกไปไหนไม่ต้องห่วง "เดินสถานเดียว" เพราะถ้านั่งรถก็ติดค๊อต ๆ สายลมเคยนั่งรถจากปาซอยบ้านไปตลาดเทเวศน์ ระยะทางไม่ถึง กิโล ใช้เวลา 2 ชั่วโมง คุณพระช่วย!!!
การแสดงน้ำพุแสง สี (ไม่มีเสียง) บริเวณถนนพระสุเมรุ ด้วยความที่เป็นคนแพ้มวลชนอย่างรุนแรง แต่ใจก็อยากออกไปยล ไปชมงานเทศกาลสงกรานต์ที่ใครต่อใครเขาอยากจะมาเที่ยว อยากจะมาเล่นกันบ้าง เดี๋ยวเพื่อนประนามว่าไม่อินเทรนด์ สายลมฯ จึงมองกฤษ์งาม ยามสองทุ่ม ออกถือกล้องดุ่ม ๆ เดินไปเที่ยวดู โดยเริ่มจากสีแยกบางลำภูลัดเลาะไปตามถนนพระสุเมรุ เข้าสู่ถนนพระอาทิตย์
การแสดงละครตลก ที่บริเวณสวนสันติชัยปราการ กิจกรรมงานหลักสำหรับปีนี้ถูกจัดอยู่ในบริเวณสวนสันติชัยปราการทั้งหมด แต่ในสวนเองกลับไม่อนุญาติให้ทำการเล่นสาดน้ำกันได้ ในขณะที่บริเวณรายรบนั้นเย็นฉ่ำจนแฉะและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาจากทุกสารทิศเพื่อมาเล่นสงกรานต์บางลำพู ถนนข้าวสาร และป้องพระสุเมรุ หรือสวนสันติชัยปราการนั้นเอง
เมื่อกี้ยังเข้าหาเขาอยูเลย วิ่งไล่ตีเขาซะแล้ววววว การแสดงนั้น มีตั้งแต่การฟ้อนรำ ละครตลก การร้องเพลงรำตัด ฯลฯ ซึ่งดึงดูดสายตาคนดูซึ่งมีทั้งคนที่ตั้งใจมาดู คนที่ผ่านไปมา และคนที่หลบเข้ามาพักเหนือยจากการเล่นสงกรานต์
ป้อมพระสุเมรุ บริเวณสวนสันติชัยปราการ เดินรอดใต้สะพานพระปิ่นเกล้าเข้าสู่บริเวณท้องสนามหลวงก็จะพบบรรยากาศแบบงานวัดมีทั้ง แผงขายอาหาร ขายขนม ของว่างต่าง ๆ การละเล่นต่าง ๆ ถูกนำมาแสดงไว้ที่นี่
ร้านค้าแผงลอย ขาย "ขนมถังแตก" บริเวณท้องสนามหลวง แต่ที่เป็น ไฮไลท์ของ "งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์" ในครั้งนี้ เห็นจะเป็นการแสดงน้ำพุประกอบแสงสีเสียง เรือง "ตำนานวันสงกรานต์" ที่หน้าพระบรมมหาราชวังฯ ซึ่งจะจัดแสดงเป็นรอบ ๆ ไม่ได้จัดกันทังคืน โชคดีจริงที่สายลมฯ ได้รอบสุดท้ายพอดี
การละเล่นแบบไทย "มอญซ้อนผ้า" ของเด็ก ๆ บริเวณท้องสนามหลวง การแสดงน้ำพุประกอบแสงสีเสียงในครั้งนี้ ถือว่า "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ประสบความสำเร็จในการนำเสนอเป็นอย่างมาก เพราะผู้คนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างประเทศต่างให้ความสนใจกันอย่างมากมาย
มอเตอร์ไซด์ไต่ถัง และแผงขายอาหารว่างหลากชนิด หลังจากที่ยืนดูการแสดงน้ำพุ ประกอบแสงสีเสียงจนจบแล้ว สายลมก็เดินต่อไปอีกจนถึงถนนราชดำเนิน บริเวณถนนคึกคักไปด้วยผู้คนและรถราที่จอดติดกันเป็นแถบ ถนนถูกปิดให้รถวิ่งได้เพียงเลนท์เดียว รถกระบะ รถต่าง ๆ กลับจอดเพื่อหยุดเล่นสงกรานต์บริเวณนั้น
สาดน้ำกันเสร็จแล้ว ก็มาสรงน้ำพระกันต่อบริเวณท้องสนามหลวง บางคนก็ขึ้นไปยืนอยู่บนกระบะ บางคนก็ขึ้นไปยืนอย่บนหลังคารถ ร้องเล่น เต้นวาดลวดลายกันอย่างไม่อายใคร บางส่วนอาจเป็นเพราะอภินิหารย์ท่านแอล (กอฮอล์)ในกระแสเลือดออกอิทธฤทธิ์ สำแดงเดชให้ลืมอายไปชั่วขณะ
เครื่องหอมน้ำอบ ที่เตรียมไว้ให้สรงน้ำพระ ไม่ว่าจะสายเดี่ยว แขนกุด ขาสั้น แป้ง ถุงน้ำ อะไรก็ตามที่เขาห้ามมีครบหมด แต่ไม่สามารถเข้าไปยังถนนข้าวสารได้ เพราะตำรวจเรียกจับไปนอนเล่นบนรถบ้าน(ขัง) เคลือนที่ซักคืนหนึ่งก่อน พอสร่างจำบ้านได้แล้วค่อยปล่อยกลับ....
คอนเซป "สงกรานต์งานวัด" ดูสมจริงขึ้นมาทันทีที่มี "ชิงช้าสวรรค์" สายลมฯ เองก็ไม่สามารถเข้าไปใน "ถนนข้าวสาร" ได้เช่นเดียวกันค่ะ ไม่ใช่ว่าผิดกฏอะไรแล้วกลัวโดนตำรวจจับนะค่ะ แต่ว่าสายลมฯ ไม่สามารถไหลตามฝูงชนอันล้นหลากเข้าไปได้ต่างหาก
ก่อพระเจดีย์ทราย กลางท้องสนามหลวง ไม่ใช่อะไรค่ะ แบบว่ากะจะไป "สีหนุ่ม" แต่เท่า ๆ ที่มองเห็น ถนนข้าวสารถูก "กลุ่มหญิงข้ามเพศ" ยึดไว้หมดแล้ว วะ ฮะ ฮ่า ถ้าเช่นนั้นจะรีรออยู่ไปใยมี หนีกลับบ้านดีกว่าเอย ...........
การแสดงแสง สี เสียง "เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์" ที่ท้องสนามหลวง นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ อันเป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว เป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณได้รู้ว่าวันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด
โดยสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ ปีไหนตรงกับวันใด นางสงกรานต์ที่มีชื่อสมมุติเข้ากับวันนั้นๆก็จะเป็นผู้อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ไปสรงน้ำ ซึ่งนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์
จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ
ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะต่างๆผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า นางสงกรานต์
ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง นอกจากตำนานข้างต้น ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนางสงกรานต์ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมดังนี้
นางสงกรานต์ของแต่ละวัน จะมีนาม อาหาร อาวุธ
วันอาทิตย์ ชื่อ ทุงษ ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค ภักษาหารผลมะเดื่อ อาวุธขวาจักร ซ้ายสังข์ พาหนะครุฑ
วันจันทร์ ชื่อ โคราค ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน อาวุธขวาพระขรรค์ ซ้ายไม้เท้า
วันอังคาร ชื่อ รากษส ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต อาวุธขวา ตรีศูล ซ้ายธนู
วันพุธ ชื่อ มัณฑา ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย อาวุธขวาเข็ม ซ้ายไม้เท้า
วันพฤหัสบดี ชื่อ กิริณี ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา อาวุธขวาขอ ซ้ายปืน พาหนะช้าง
วันศุกร์ ชื่อ กิมิทา ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำว้า อาวุธขวาพระขรรค์
วันเสาร์ ชื่อ มโหทร ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย อาวุธขวาจักร ซ้ายตรีศูล พาหนะนกยูง
คำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ก็มีว่า
๑. ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเนา ข้าวจะตายฝอย
๒. ถ้าวันจันทร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ
๓. ถ้าวันอังคาร เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็น วันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็น วันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล
๔. ถ้าวันพุธ เป็นวัน มหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็น วันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็น วันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ
๕. ถ้าวันพฤหัสบดี เป็น วันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม
๖. ถ้าวันศุกร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็น วันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็น วันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก
๗. ถ้าวันเสาร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็น วันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็น วันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู
"การเริ่มต้นที่ดี คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ" จากคติดังกล่าว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำกิจกรรม "ไหว้พระขอพร ๙ พระอารามหลวง" ขึ้น เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจได้เดินทางท่องเที่ยวสักการะสถานที่อันเป็นมงคล เพื่อการเริ่มต้นอย่างมีความสุขสงบทางใจ ตามคติความเชื่อของไทย อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้ถึงคุณค่าของโบราณสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์และบริเวณโดยรอบอีกด้วย http://www.9wat.net/
สิบสามเมษา มหาสงกรานต์ ผ่านวันวาน หมุนเวียนเพียรบรรจบ ขอทุกท่าน ต่างสุขสันต์วันเวียนพบ ได้บรรจบพบญาติพ้อง พี่น้องตน
วันสงกรานต์วันดี วันปีใหม่ พี่น้องไทยต่างสนุก แสนสุขสรรค์ ต่างทำบุญให้เกื้อหนุน วันบุญธรรม หยุดก่อกรรม ร่วมสร้างบุญกุศลใจ
สร้างกุศลขนกองทราย ก่อเจดีย์ ด้วยหวังพลีทรายชดใช้ ให้กับวัด ทุกถ้วนหน้าต่างมา จัดสำหรับ ถวายพระขออวยชัย ในคำพร
สรงน้ำพระประพรม รมน้ำอบ กรบรรจบรดน้ำใจ จากลูกหลาน กราบผู้ใหญ่ผู้เฒ่า เรานมนาน เป็นประเพณีสงกรานต์ สืบต่อมา
เสร็จงานวัดจัดมา ของานราษฏร์ ไปเดินสาดน้ำใส ให้เย็นฉ่ำ เย็นน้ำใจเย็นน้ำจิต มิตรหนุนนำ ไม่ก้าวล้ำกล้ำกาย ให้ไม่งาม
ไม่ใช้แป้งไม่ใช้น้ำ สกปรก ไม่ลามกยกเทศกาล งานมาอ้าง ให้สนุกสุขใจ ทั้งวันวาร สุขสงกรานต์สุขใจ ปีใหม่เทอญ.
ขอบคุณบางเนื้อหา และภาพสวย ๆ บางส่วนจาก www.songkran.net ภาพโลโก้สงกรานต์ของ google
|