พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนเกมส์แชมเปี้ยนลีกซ์
รุ่งสางของวันนี้สายลมฯ ได้มีโอกาสได้ติดตามชมศึกยูฟาแชมเปี้ยนลีกซ์ ด้วยความที่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรัก ปะทะ กับเซลซี ทีมชอบ (แต่น้อยกว่า) ตั้งนาฬิกาปลุกตี 1 ครึ่งสะดุ้งตื่นจริง ๆ เกือบจะหมดครึ่งแรก
แต่ก็ทันลูกที่เซลซีได้ประตู (เซ็งหวะ) ตีเสมอ
และนอนดูเซลซีไล่บุกแมนฯ ยูต่อไปแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยความเซ็ง มีอย่างเร้อหลังงี้โบ๋เชียว โดนไล่บุกเสียเป็นส่วนใหญ่
สองพิธีกร ขวัญใจวัยจ๊าบบบ
บรรดาลูกที่นายทวารพลาด....
ยินดีไม่มีปัญหา
เข้าไปต่อหน้าต่อตา
พอล สโคร์ว ถึงกับเสียเลือด
เซอร์บ๊อบบี้ ชาล์ตัน มาชมเกมส์ มาตื่นแบบเต็มตาจริง ๆ ตอนต่อเวลานั้นหละ และลุ้นแทบเป็นแทบตายตอนดวลจุดโทษ พระช่วยอีโรนัลโด้เกือบทำชั้นตาย จะวิ่ง ๆ หยุด ๆ ทำไมวะ ไอ้นี่นี่ เจอะตัวจะจับจูบปากซะให้ขาดจายยยย
เกมส์เครียดจนเกิดเหตุวิวาท
ดอร์คบรา ตบหน้าผู้เล่นแมนฯ ยู และโดนใบแดงไล่ออกไป
อับลาโมวิช ถึงกับเซ็งเป็ด
และได้เฮ อีกครั้ง เมื่อ jt จอร์น เทอร์รี่ ลื่นล้มหน้าประตูทำให้บอลแฉลบออกข้างในขณะที่ฟานเดอร์ซาร์พุ่งไปผิดทางแล้ว (กรูรอดตาย ๆ)
และสุดท้ายเฮที่สุดเมื่อ นิโคล่า อาเนลก้า สังหารจุดโทษไม่ผ่านมือของฟานเดอร์ซาร์ วะ ฮะ ฮ่า ดีใจกับแมนฯ ยู ทีมรัก และเสียใจกับเซลซี ทีมชอบค่ะ
อาเนลก้า กับจุดโทษ
ฟานเดอร์ซาร์ เซฟตายไว้ได้
แต่คนนี้สงสัยจะตายแล้ว แหง๊วววว โดยเฉพาะได้เห็นน้ำตาของ jt แล้วอยากจะวิ่งไปบอกว่า ไม่ใช่แฟนทำแทนก็ได้ (จะช่วยรับภาระในเขตอ้อมแขนอ่ะตะเอง)
นาทีแห่งชัยชนะ
กรูรอดแว๊วววววววว
น้ำตาผู้ปราชัย
ถ้าพูดถึงเรื่องฟุตบอลเมื่อก่อนนี้สายลมฯ พูดได้เต็มปากเลยค่ะ ว่าเป็นแฟนตัวยงของทีมชาติไทย หนึ่งในใจใครคนนี้ในทีมชาติไทยตลอดกาลของสายลมฯ ก็คือ ประทีป ปานขาวค่ะ ไม่ใช่ ปิยพงษ์ ผิวอ่อนเหมือนใคร ๆ แต่ก็ยอมรับว่าเดอะตุ๊ก ปิยพงษ์นั้นเป็นตัวจริง เก่งจริงแต่โชคร้ายเกิดเร็วไปนิ๊ดดดดดด นึง (แหม๋!! เหมือนเราเลย)
ให้เกียร์ติรองชนะเลิศขึ้นรับเหรียญ
กอดปลอบใจ
สีหน้าสุดเศร้า (ถึงไม่ใช่แฟนก็อยากทำแทนนะเนี่ย)
ไปหมดล่ะ เหตุผลที่นอกจากจะชื่นชอบในฝีเท้าของประทีป ปานขาวแล้วก็อาจเป็นเพราะนิสัยถาวร (สันดานนั้นเอง) ของสายลมฯ เป็นคน "ผ่าเหล่า" ค่ะ คือ ถ้าใครเขามีคนชอบแยะแล้วก็จะฉีกไปชอบคนอื่น ประมาณว่าไม่อยากแย่งชอบกะใคร (แหม๋ แม่คุณคิดไปได้)
ตากรูหละ
เซอร์บ๊อบบี้ ชาล์ตัน ให้เกียร์ตินำทีมขี้นรับถ้วย
เฮ้ย!! มาให้ตรูทำไมเล่า ตรูไม่ได้เตะ
จวบจนสิ้นบุญทีมชาติไทยชุดนั้นไปกีฬาฟุตบอลไทย ก็เหมือนมวยไทยไปทุกที ออกอาวุธครบชุดจริง ๆ พับผ่า เตะบอลไม่ได้เราก็จะเตะคู่ต่อสู้กันเห็น ๆ นั้น คือ ความเสื่อมของฟุตบอลไทยในสายตาของสายลมฯ ค่ะ ก็เลยเลิกดูไป
นาทีชูถ้วยหูใหญ่ แห่งชัยชนะ เวียนวนไปดู กัลโซ่ ซี่รี่อาร์บ้าง บุนเดสิกาบ้าง ตามแต่ทางช่องเก้าเขาจะนำมาฉายให้ดู บอลอังกฤษหนะเหรอค่ะติดลิขสิทธิ์ไม่มีสปอร์นเซอร์ค่ะ แต่ประเทศไทยก็ได้ติดตามผ่านทางข่าวกีฬาของช่องต่าง ๆ (ตอนนั้นไม่รู้จักหรอกค่ะเคเบิ้ลทีวงทีวี ที่บ้านจนค่ะ อ้อ ตอนนี้ก็ยังจนอยู่นะค่ะ วะ ฮะ ฮ่า) จนวันหนึ่งกดรีโมทย์ไปกดรีโมทย์มาไปเจอภาพข่าวสุดคลาสิก จนกระทั้งวันหนึ่ง มีแฟนกะเขาบ้าง คริ คริ คริ (เขิลลลวุ้ย ถึงจะเป็นอดีตแฟนไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเขิลลลอยู่อิอิอิ) เสด็จพี่ของสายลมฯ ท่านนิยมบอลพรีเมียร์ค่ะ (ระยะหลังจนปัจจุบันมานี่ท่านพยายามเลียนแบบทรงผมของคันโตน่าด้วยวิธีธรรมชาติ แหง๊ววว) ความที่ช่วงนั้นเป็นช่วงโปรโมชั่น เด็ดพรี่ (ที่เคยเป็น - ซึ่งต่อไปนี้เราจะละไว้ในฐานที่เข้าใจ [มั่วต่อไปนั้นเอง]) ของสายลมฯ ท่านก็ช่างรอบรู้ (อันนี้เป็นข้อดีที่ติดมาถึงสายลมฯ จนทุกวันนี้) สายลมฯ เลยต้องสอดรู้ไปด้วย เพราะเวลาพี่ท่านชวนคุยเราจะได้คุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกเรืองจริง ๆ คะ ตั้งแต่สงครามอีรัก ยันอเมริกันฟุตบอล (สงสัยหละสิ ว่ามันแฟนกันแบบไหนวะ แบบนี้หละเว้ย) แล้ววันหนึ่งเราก็คุยกันเรื่องฟุตบอลพรีเมียร์ วะ ฮะ ฮ่า จู่ ๆ ท่านพี่ก็ถามมาว่า "เธอเชียร์ทีมไหน" เอาหละสิ ทีมไหนวะเนี่ยกรู ไม่รู้จักซักทีม จะบอกว่าเชียร์ทีมชาติไทยก็ดูจะไม่งาม เอาวะ งัด "เหลี่ยมดอกรัก" มาใช้กันหน่อย หน้าคันโตนาลอยมาแต่ไกล "อ้าวววแฟนแมนฯ ยู เหรอ แม๊!! เชียร์ทีมเดียวกันเลย" น๊านนนนเข้าล๊อกเป๊ะ
นั้นหละค่ะ แรกเริ่มเดิมทีของการเชียร์แมนฯ ยู และคันโตน่าของสายลมฯ ตั้งแต่นั้นก็เชียร์มาเรื่อย ตั้งแต่คันโตน่าอยู่ จนคันโตน่าอำลา และแซบบบบบบบบบบซึ้งซะจริง ๆ กับวลีที่ว่า "นกนางนวลย่อมบินตามชาวประมงเสมอ เพียงหวังเพียงว่าจะได้กินเศษปลาเพียงน้อยนิด (ใช่ป่าวหว่า) " และแอบตีความเองว่า "นักข่าว (ผู้ได้ประโยชน์) ย่อมติดตามนักฟุตบอล (แหล่งข่าว) ด้วยหวังว่าจะได้ข่าวมาเขียน" แต่ถ้าจะถามว่านอกจากก๊องโต้แล้วสายลมฯ ชอบใครในทีมอีก แน่นอนค่ะ เขาต้องไม่ใช่ของโหลอย่าง "เดวิท แบ็กแฮม" ที่ไม่รักดีไปคว้าวิกตอเรีย อดัมส์ สาวสไปร์ท แต่อย่างใด ด้วยรสนิยมอันอลังการณ์งานสร้างของสายลมฯ ย่อมไม่มีทางที่พี่แบ็คฯ จะได้รับความนิยมแน่นอน มันต้องนี่ค่ะ
อดีตกัปตันทีมจอมโหด รอย คีน นายทวารยักษ์เดน ปีเตอร์ ชไมเคิ้ล (ตอนนี้ชักจะเผื่อแผ่มายัง แคสเปอร์ ชไมเคิ้ล ลูกชายและ นี่ถ้าตอนมาอยู่ไทยนะ แม่จะเทคออฟซะ)
อลัน สมิทท์ โอเล่ กุนนาร์ โซล์ชาล์
พอล สโคว์ร หรือแม้นแต่ แกรี่ แมคพัลลิชเตอร์ จนวันนี้ แม้นว่าสายลมฯ จะได้ลดระดับความสัมพันธุ์กับชายผู้เป็นที่รัก ไปเป็นชายที่เคารพแล้วก็ตาม ก็หาได้ลดระดับความสัมพันธุ์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบรรดาเหล่าขุนพลเรดอาร์มี่แต่อย่างใด
จนวันนี้ยอดชายสุดที่รัก คนที่สองรองจากคันโตน่าของสายลมฯ ประสบความสำเร็จในชีวิตค้าแข้งอย่างยิ่งยวด ใช่คะ เขามิใช่ใครอื่น เขาคือ "Ryan Giggs" คนนี้นี่เองงงงงงงงงง
นับจากอดีตมาถึงปัจจุบันมียอดนักฟุตบอลมากมายที่ได้ฉายาว่า "ปีกพ่อมด" ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่ราวกับมีเวทมนต์บนปลายเท้า แต่จะมีสักกี่คนที่มีความจงรักภักดีและรับใช้สโมสรฟุตบอลเพียงแห่งเดียวได้ตลอดชีวิตถึงกว่า 759 นัดเหมือนปีกพ่อมดชาวเวลส์ ที่ชื่อไรอัน กิ๊กส์ คนนี้
ไรอัน โจเซฟ กิ๊กส์ หรือชื่อเดิมว่าไรอัน โจเซฟ วิลสัน เป็นยอดนักฟุตบอลในยุคใหม่ที่มีความเก่งกาจและได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดจากผลงานความสำเร็จมากมายในสีเสื้อแดงร้อนแรงของทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรแรกและสโมสรเดียวในชีวิตของเขานับตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชนเลยทีเดียว
กิ๊กส์ เกิดในเวลส์ โดยเดิมทีใช้นามสกุลวิลสัน ตามคุณพ่อแดนนี่ วิลสัน อดีตนักรักบี้แต่ก็ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล กิ๊กส์ ของแม่ และถูกพามาเลี้ยงในซัลฟอร์ด เมืองทางตอนเหนือของอังกฤษ ทำให้กิ๊กส์ ถือเป็นคนแมนคูเนี่ยน พูดสำเนียงแมนคูเนี่ยน มาตั้งแต่ต้น
ชีวิตในวัยเยาว์ของกิ๊กส์ ได้ร่ำเรียนศึกษาวิชาความรู้รวมทั้งวิชาลูกหนังอยู่ในอังกฤษ ซึ่งแม้ว่ากิ๊กส์ จะยืนยันความภูมิใจที่มีหลายเชื้อชาติผสมผสานกัน (ได้จากพ่อที่เป็นคนอพยพชาวเซียร่า ลีออน แต่ได้สัญชาติเวลส์) และเคยเป็นถึงกัปตันทีมนักเรียนอังกฤษ แต่ไรอัน กิ๊กส์ ก็เลือกที่จะรับใช้ทีมชาติเวลส์ ในเวลาต่อมา
ในวัย 14 ปี กิ๊กส์ เคยเกือบที่จะได้เซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่แล้ว แต่โชคชะตาของเขาถูกลิขิตมาให้เป็นซูเปอร์สตาร์ใน "โรงละครแห่งความฝัน" โอลด์ แทรฟฟอร์ด พรสวรรค์ที่เปล่งประกายออกมาอย่างโดดเด่นเหนือนักเตะรุ่นเดียวกัน ทำให้อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ขณะนั้นยังไม่ได้รับยศอัศวิน) ถึงกับเดินทางไปเคาะประตูถึงบ้านเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เลือกเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทน
และการตัดสินใจครั้งนี้ของเฟอร์กี้ ก็เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดของยอดผู้จัดการทีมคนนี้ ซึ่งหลังจากที่กิ๊กส์ ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมได้ 3 ปี ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในวันเกิดอายุครบรอบ 17 ปี และเริ่มต้นลงสนามเป็นเกมแรกในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันที่ 2 มี.ค.1991 โดยลงไปแทนเดนนิส เออร์วิน แบ็กซ้ายจอมเก๋าชาวไอริช
หลังจากนั้นกิ๊กส์ ซึ่งแจ้งเกิดได้เต็มตัวในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ โดยเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ทีมยูไนเต็ด เอาชนะซิตี้ ได้และเป็นประตูแรกของเขาด้วย ก็เริ่มได้รับการจับตามองในฐานะเจ้าหนูมหัศจรรย์คนใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ
โดยเฉพาะลีลาการลากเลื้อยสุดมหัศจรรย์ และหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายทำให้ "กิ๊กซี่" กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว และได้รับการเปรียบเปรยเป็นทายาทของ "เทพบุตรลูกหนัง" จอร์จ เบสต์ ตำนานปีกซ้ายอมตะของชาวเร้ดอาร์มี่ ที่ขึ้นชื่อลือชาทั้งในเรื่องฝีเท้าที่เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก และเสน่ห์ในฉบับเพลย์บอยที่ต่อมากลายเป็นยาขมทำลายชีวิตนักเตะของเบสต์ จนพังพินาศ
แต่กิ๊กส์ ก็ได้รับการอบรมดูแลจากเฟอร์กี้ อย่างใกล้ชิดทำให้ไม่เตลิดเสียคนและยังเป็นกำลังสำคัญในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตลอดยุคทศวรรษที่ 90 โดยเฉพาะการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพสมัยแรกหลังการเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เดิมในฤดูกาล 1992/93 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 26 ปีของแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกจนเบื่อได้ถึงอีก 8 สมัย!
หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการพาแมนฯ ยูไนเต็ด สร้างตำนานคว้า "เทรเบิ้ลแชมป์" หรือการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียวกันคือพรีเมียร์ลีก ,เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1999 โดยกิ๊กส์ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในรายการเอฟเอ คัพ เมื่อสร้างปาฏิหารย์ลากบอลจากกลางสนามฝ่าผู้เล่นกันเนอร์ส เข้าไปยิงมุมแคบเข้าแสกหน้าของเดวิด ซีแมน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษของอาร์เซนอล เข้าไปเป็นประตูชัยให้ทีมชนะในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ
ซึ่งประตูนี้ได้รับการสดุดีจากทุกมุมโลกว่าเป็นหนึ่งในประตูที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาลของรายการเอฟเอ คัพ เทียบเท่ากับตำนานของเซอร์สแตนลีย์ แมตธิว ในอดีตเลยทีเดียว
แต่ในชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากมาย กิ๊กส์ ก็เคยประสบปัญหามามากมายเช่นกันโดยเฉพาะเรื่องของความเป็นซูเปอร์สตาร์ที่ล่อแหลมต่อการเสียคนเหมือนอดีตฮีโร่อย่างจอร์จ เบสต์ เพราะกิ๊กส์เองก็เป็นซูเปอร์สตาร์ที่หมั่นควงสาวไม่ซ้ำหน้าคนหนึ่งและเคยได้รับการเปรียบเทียบจากบีบีซี สำนักข่าวอังกฤษว่ากิ๊กส์ เป็นคนที่ถูกบันทึกภาพมากที่สุดคนหนึ่งในสหราชอาณาจักร แต่ในระยะหลังกิ๊กส์ ก็ค่อยๆเติบโตขึ้นและเลือกจะใช้ชีวิตอย่างสงบมากกว่า
อีกปัญหาที่เคยบั่นทอนกำลังใจชีวิตของกิ๊กส์ คืออาการบาดเจ็บที่ทำให้ฟอร์มการเล่นที่เคยสุดยอดตกต่ำลงไปอย่างน่าใจหาย แต่หลังจากที่ได้รับการดูแลประคบประหงมอย่างดี บวกกับความเป็นมืออาชีพที่น่านับถือของกิ๊กส์ ในที่สุดปีกพ่อมดก็สามารถกลับมาเป็นยอดนักเตะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้เหมือนเดิมและยังสามารถสลับไปเล่นได้ในหลายบทบาทด้วย ทั้งกองหน้าตัวต่ำ หรือตัวทำเกมกลางสนาม
แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อยสำหรับวงการลูกหนังโลกที่กิ๊กส์ เลือกเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ อันเป็นผลจากการที่เขาภาคภูมิใจกับความเป็นสายเลือดนักรักบี้ของพ่อ ซึ่งกิ๊กส์ จะพูดเสมอว่าฝีเท้าจัดจ้านและการทรงตัวที่ดีเลิศเป็นผลจากสายเลือดนักรักบี้ของพ่อ แต่การเลือกเล่นให้เวลส์ ก็ทำให้เขาไม่เคยได้สัมผัสกับรายการสุดยอดที่สุดของโลกอย่างฟุตบอลโลก และยิ่งทำให้กิ๊กส์ ถูกเปรียบเทียบกับจอร์จ เบสต์มากขึ้น เพราะเบสต์ เองแม้จะเก่งที่สุดในยุคของเขาแต่ก็ไม่เคยสัมผัสฟุตบอลโลกเหมือนกันเนื่องจากเป็นชาวไอร์แลนด์เหนือ
อย่างไรก็ดี กิ๊กส์ ก็ยังรับใช้ทีมชาติเวลส์มาโดยตลอด แม้จะมีเสียงค่อนแคะอยู่บ่อยๆ ว่าเล่นได้ไม่เต็มที่และฟอร์มไม่ดีเหมือนกับเล่นให้ต้นสังกัด หรือแม้แต่การประชดที่กิ๊กส์ ชอบถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บว่าไม่มีใจเล่นให้ทีมชาติ แต่กิ๊กส์ ก็ยังได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมชาติเวลส์ในปี 2004
และในเวลานี้ กิ๊กส์ ได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่สร้างตำนานไปแล้วในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ที่ลงเล่นให้กับทีมมากที่สุดเกิน 759 นัดไปแล้ว (ครบรอบ 700 นัดในเกมแดงเดือดกับทีมลิเวอร์พูล ที่แอนฟิล์ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2007) และทำลายสถิติของเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ลงสนามด้วยจำนวน 758 นัด (249 ประตู) ไปเรียบร้อยแล้ว
ด้วยผลงานในฐานะปีกพ่อมดที่จงรักภักดีรับใช้แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดยตลอดไม่เคยย้ายหนีไปไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไรอัน กิ๊กส์ จึงเป็นขวัญใจที่ชาวปีศาจแดงรักมากที่สุดคนหนึ่ง และชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในฐานะตำนานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสโมสรตลอดกาลเคียงข้างเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ,จอร์จ เบสต์ และเอริค คันโตน่า
เห็นมั้ยค่ะ "ผู้ชายในสายลมฯ" เท่ห์ค๊อต ๆ ถึงจะอายุถึง 33 แล้วแต่เมื่อถูกเปลี่ยนมาทำหน้าที่ตัวสำรองในเกมส์เมื่อเช้านี้ ก็ยังทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี สมศักดิ์ศรีแห่งชายของสายลมฯ หนึ่งประตู แม้นจะเป็นประตูจากจุดโทษที่ดวลกัน สายลมฯ ก็ยังคงมองเห็นแววตาอันเด็ดเดี่ยวและกระหายชัยชนะของผู้ชายคนนี้อยู่ "Ryan Giggs หนึ่งในใจใครคนนี้"
Ryan Giggs (No.11)
Ryan Giggs is eager for more glory after making his club-record 759th appearance in the wee small hours of a massive morning in Moscow.
The United winger helped the Reds to win a third European Cup by scoring the final penalty before Edwin van der Sar denied Chelsea's Nicolas Anelka. After lifting the trophy with Rio Ferdinand, he took the time to reflect on an historic night for himself and for the club. "I've not really talked about the record because it's about winning championships and European Cups but I couldn't have done it on a better night," said Ryan. "It's a proud achievement for myself and my family for me to have played that many games for this club. It's brilliant but it is about winning trophies and I've been fortunate to win a lot. I hope there's more to come." Giggs had a golden opportunity to spare us all the agony of penalties but his close-range shot was brilliantly headed away by John Terry - ironically the man who would go on to miss what would have been Chelsea's match-winning spot-kick. "I just got a toe to it, I could have got a better connection and John Terry did brilliantly to get back," recalled Ryan. "There were some good chances in the game but neither team could put them away. No one likes it to go to penalties because it's a lottery then. Fortunately we were the winners. "I'm not really a penalty taker but I practiced a lot in the week, aiming for that corner. I practiced with 10 penalties in thatGiggs was in the United side that won the European Cup on 26 May 1999 - that would have been Sir Matt Busby's 90th birthday. This time, he's helped the Reds to win the famous trophy 50 years after eight of Busby's players and three club officials died in the plane crash at Munich. Fate? "I think it is fate. We couldn't have planned it any better," said Ryan. "Everyone was disappointed with the Manchester City result (close to the crash anniversary) in February. Hopefully this makes up for it. We were nervous that day (against City) but tonight we wanted to make up for that and to win the Champions League for this great club. We've won it three times now and we want to win it more because that's what great clubs do." Winning trophies is what great players do and Ryan wants to continue adding to his personal haul of 19 major honours, which also happens to be a record - in English football. "A few people have mentioned me hanging up my boots but I'm still enjoying it. I want nights like this again. I'll go away and enjoy the summer and look forward to next season." "I've not really talked about the record because it's about winning championships and European Cups but I couldn't have done it on a better night." - Ryan Giggs ในนัดที่พบกับเอฟเวอร์ตัน กิ๊กส์ก็เป็นกำลังสำคัญให้ทีมมาตลอดและ ใกล้ที่จะกลายเป็นนักเตะ ที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาล ซึ่งสถิติเดิมเป็นของเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ทำไว้ 759 นัดด้วย ผลงานที่ดีสม่ำเสมอทำให้กิ๊กส์ ที่เหลือ สัญญาถึงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ได้รับการต่อสัญญาออกไปจนถึงปี 2009 เรียบร้อย ซึ่งดาวเตะวัย 33 ปีก็กล่าวว่า ผมดีใจที่ได้เซ็นสัญญาเพิ่มกับทีม ผมกำลังสนุกกับการเล่นมากกว่าตอนไหนๆ และผมก็หวังว่าจะสามารถเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดได้นานที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมอยากขอบคุณเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แฟนๆ และทุกคนในสโมสรสำหรับ การสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่ผมได้รับตลอดมา ด้านเซอร์เล็กซ์ ก็ได้กล่าวชื่นชม ลูกศิษย์รักรายนี้เช่นกัน ผมดีใจมากที่ไรอันต่อสัญญากับเราไปอีก เขาตอกย้ำให้เห็นถึงคำว่าความภักดี เขาเซ็นสัญญากับเราตั้งแต่อายุ 14 ปีในสมัยยังเป็นนักเรียนและเขาก็อยู่กับสโมสรมา 20 ปีแล้ว นอกเหนือจากความสามารถในการเล่นที่มหัศจรร์แล้วเขายัง มีความซื่อสัตย์และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเหล่าเยาวชน ผมมั่นใจว่าเขาจะอยู่กับสโมสรเราไปอีกยาวนาน เซอร์กล่าวชมลูกรัก 1973 : ชื่อเต็ม ไรอัน โจเซฟ วิลสัน เกิด 29 พฤศจิกายน ที่ คาร์ดิฟฟ์ 1990 : เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึก แมนฯ ยูไนเต็ด เดือนกรกฎาคม ก่อนได้เป็นนักเตะอาชีพตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 1991 : เปลี่ยนมาใช้นามสกุลแม่ กลายเป็น ไรอัน กิ๊กส์ มี.ค. : ลงเล่นเกมแรกให้ ยูไนเต็ด ด้วยวัย 17 ปี ในฐานะตัวสำรองเกมกับเอฟเวอร์ตัน 2 เดือนถัดมาก็ยิงประตูชัยให้ทีมคว้าชัยชนะเหนือ แมนฯ ซิตี้ ในเกมที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นการลงเล่นเกมแรกแบบเต็มเวลา ต.ค. : กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของทีมชาติเวลส์ เกมกับเยอรมัน ที่เนิร์นแบร์ก ด้วยวัย 17 ปี 322 วัน พ.ย. : ได้เหรียญรางวัลเหรียญแรกกับ ยูไนเต็ด หลังผีแดงชนะ เรดสตาร์ เบลเกรด คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1992 : พายูไนเต็ด คว้าแชมป์ ลีก คัพ พร้อมรับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA 1993 : เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA 2 ปีซ้อน หลังเป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดแชมป์ลีกสูงสุดของ ปิศาจแดง สมัยแรกในรอบ 26 ปี 1994 : พายูไนเต็ด คว้าดับเบิลแชมป์ พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ คัพ เป็นสมัยแรกของประวัติศาสตร์สโมสร 1996 : พายูไนเต็ด คว้าดับเบิลแชมป์อีกสมัยเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน 1997 : คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปี โดยในเดือนตุลาคม ยิงประตูสุดสวยในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ยูไนเต็ด ชนะ ยูเวนตุส 3-2 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 1998 : ได้รับบาดเจ็บแฮมสตริง เดือนกุมภาพันธ์ อดลงสนามไป 6 สัปดาห์ ยูไนเต็ด จบฤดูกาลด้วยมือเปล่า 1999 : ยิงประตูชัยสุดสวยเกม เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกนัดรีเพลย์ ผีแดงชนะ อาร์เซนอล ที่วิลล่า พาร์ค เดือนเมษายน ก่อนเป็นส่วนหนึ่งพา ยูไนเต็ด จบฤดูกาลด้วย 3 แชมป์ พรีเมียร์ ลีก,เอฟเอ คัพ และ ยูโรเปียน คัพ 2000 : คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัย 6 กับทีมใน 8 ปี 2001 : ได้เหรียญแชมป์ลีก อีกสมัยซึ่งเป็นแชมป์เมเจอร์ที่ 12 ของกิ๊กซี่ ก.ค. : ต่อสัญญา 5 ปีกับสโมสร รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 5 หมื่นปอนด์ ,โดนใบแดงไล่ออกเป็น ครั้งแรกในชีวิต หลังได้รับ 2 เหลืองในเกมทีมชาติเวลส์ - นอร์เวย์ 2002 : เม.ย. - เป็นช่วงเวลาตกต่ำที่สุดในชีวิตเกมที่ ยูไนเต็ด พ่าย เลเวอร์คูเซ่น ตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าอันดับ 3 ในพรีเมียร์ชิพ 23 ส.ค. : ยิงประตูที่ 100 ให้ ยูไนเต็ด ในทุกถ้วย เป็นประตูที่ 2 ในเกมกับเชลซี 2003 : พ.ค. - ยูไนเต็ด ได้แชมป์ พรีเมียร์ชิพ คืน ก.ย. : กิ๊กส์ และ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ โดน FA ปรับคดีเสมอกันเดือด 0-0 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด พ.ย. : ศอกใส่ วลาดิม เอฟซีฟ ของรัสเซีย เกมยูโร 2004 แมตช์เพลย์ออฟที่ มอสโคว์ ซึ่งสมาคมฟุตบอลรัสเซียเรียกร้องให้ลงโทษแบนโดยทันที ธ.ค. : โดนปรับ 7,500 ปอนด์ และทำทัณฑ์บนไว้หลังฟังความตัดสิน และโดนแบน 2 เกม 2004 : พ.ค. - ยูไนเต็ด จบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ ลีก ก่อนที่กิ๊กส์ จะพาทีมชนะ มิลล์วอลล์ 3-0 เกม เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ 2005 : พ.ค. - ต่อสัญญากับทีม 2 ปี ซึ่งจะหมดลงปี 2008 2007 : ก.พ. - ยิงประตูโทนจากฟรีคิก ลักไก่ให้ ยูไนเต็ด ชนะ ลีลล์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งส่งผลให้เกิด ความวุ่นวายผู้เล่นลีลล์ ไม่พอใจวอล์กเอาต์จากสนาม 6 พ.ค. : คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัย 9 กับ ยูไนเต็ด 30 พ.ค. : ประกาศอำลาทีมชาติ 16 ต.ค. : ต่อสัญญากับ ยูไนเต็ด ถึงปี 2009 22 พฤษภาคม 2008 คว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกซ์
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ไทยทีวีสีช่องสาม หนังสือพิพม์สยามสปอร์ต หนังสือพิมพ์คิกออฟ |