• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-21
  • จำนวนเรื่อง : 306
  • จำนวนผู้ชม : 114544
  • จำนวนผู้โหวต : 430
  • ส่ง msg :
สายลมที่ผ่านมา
การเดินทางของสายลม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/swongviggit
วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2551
โปรดเถิด...........
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 573 , 08:53:23 น.   | หมวดหมู่ : ชดใช้  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ฉันขยับกายไปมาด้วยความไม่สะบายตัวเท่าใดนัก ผักหญ้านับวันรังแต่จะหากินยากขึ้นทุกที ร่างกายที่อ้วนเทอะทะเพราะต้องอุ้มท้องลูกน้อยของฉันมันประท้วงถึงความเหน็ดเหนื่อยที่แหล่งอาหารของเรามันหายากขึ้นทุกวัน หากเป็นสมัยก่อนแดดอ่อน ๆ ยามนี้คงไม่ทำให้ฉันต้องร้อนผิวกายเช่นนี้ อาหารการกินก็คงสมบูรณ์ไม่ต้องออกเดินทางระยะไกลขนาดนี้ เนื้อตัวฉันเหนียวเหนอะหนะไปหมด กระแสลมเปลี่ยนทิศทางหรือไร สายน้ำที่เคยเย็นฉ่ำกลับอุ่นครุ ฉันต้องออกเดินทางหาแหล่งน้ำแหล่งอาหารไกลออกไปทุกวัน ๆ แน่นอนที่สุด มันย่อมทำให้ฉันเสี่ยงภัยมากขึ้นไปด้วย

นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันง่วนอยู่กับการเก็บผักเก็บหญ้าเพื่อดำรงชีวิตตนเองและลูกน้อยด้วยความเหนื่อยล้าและกำลังที่ต้องใช้มากกว่าเดิม ทันใดนั้นเองอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ร่างกายฉันกลับถูกตรึงด้วยเชือกนานับจนไม่สามารถขยับตัวได้ ฉันดิ้นรนเอาตัวให้รอดจากบ่วงบาศเหล่านั้น แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนจะยิ่งรัดแน่นเข้าไปทุกที เนื้อตัวของฉันถูกบาดด้วยคมเชือก ฉันหวาดกลัว สับสน ดิ้นรนจนสิ้นแรง และกองทรุดอยู่ตรงนั้นอย่างไม่สามารถจะช่วยเหลือตนเองได้

ความคิดนานับวิ่งเข้ามาในสมองอันขลาดเขลาของฉัน  หากฉันถูกจับได้ฉันจะต้องถูกทำร้ายอย่างพวกของฉันหรือ ลูกของฉันจะเป็นอย่างไร ฉันคงไม่ได้กลับไปอยู่กับครอบครัวที่ฉันรักเสียแล้ว น้ำตาแห่งความวิตกกังวลและหวาดกลัวของฉันไหลนองหน้า

ราวกับเวลาผ่านไปนานจนชั่วกัปชั่วกัลป์ที่ฉันจมอยู่กับความทุกข์ทรมาณของการติดกับ ผู้คนมากมายมาจากไหนฉันไม่ทันสังเกตุแต่เสียโห่ร้องที่อึกทึกยิ่งทำให้ฉันเสียขวัญ เพียงไม่นานมือไม้เหล่านั้นก็พุ่งกระหน่ำลงบนเนื้อตัวของฉัน ต่างฉุดกระชากลากถู รุมทึ้งเอาชั้นออกมาจากกับดัก แต่มิใช่ด้วยความปราณี มันคือความหิวกระหายต่างหาก หิวกระหายเลือด และความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น ฉันหวาดกลัวและกรีดร้อง สิ่งที่ฉันเห็นและได้ยินมีเพียงลมหายใจแห่งความหืนกระหาย พวกมันลากฉ้นเข้าไปไว้ด้านในโดยไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บปวดกับการกระทำของพวกมันอย่างไร เสียงหวีดร้องโหยหวลของฉันไม่ได้ทำให้จิตใจของพวกมันมีเมตตาขึ้นเลยแม้แต่เพียงน้อย ภายในห้องเหม็นอับอันมืดมิดนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ และเสียงสะอื้นไห้ของฉันแต่เพียงผู้เดียว

"เร็ว ๆ กันหน่อยสิพวกมึงน่ะ ชักช้าเดี๋ยวพ่อมึงก็แห่กันมาหรอก  ตั้งเสาเสร็จแล้วก็ไปลากอีนั้นออกมาด้วย"

เสียงคำรามแทรกอากาศมาต้องประสาทหูของฉัน มันทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มร่างกายกำยำเปิดประตูผัวะและก้าวเข้ามาลากเชือกที่ผูกมันตัวฉันอย่างไม่ปราณี มันลากฉันออกไปจากห้องผิวกายฉันถากถูกไปกับพื้นและผิวทรายแสบร้อนไปหมดทุกอนู เบื่องหน้าสิ่งที่ฉันมองเห็นแทบไม่เชื่อสายตามันคือ ขื่อคาขนาดใหญ่หรือสิ่งที่เขาเล่ากันเกี่ยวกับสิ่งที่พวกมันจะกระทำกับพวกเราหากจับพวกเราได้จะเป็นจริง

"เอามันแขวนกับขื่อ"

นำเสียงกระโชกโฮกฮากยังคงคำรามสั่งเป็นระยะ คนพวกนั้นจับฉันโยงกับขื่อด้านหน้า หรือว่า !!! ลูกน้อยของฉันจะไม่มีโอกาสออกมาดูโลกเสียแล้ว ฉันยังคงหวีดร้องขอชีวิต ฉันอ้อนวอนขอให้พวกมันเห็นแก่ลูกน้อยของฉัน ขอให้พวกมันปล่อยฉันไป แต่เหมือนพวกมันจะไม่รับรู้อะไร ร่างของฉันถูกจับโยงไว้กับขื่อสภาพไม่ต่างอะไรกับหมูที่ถูกแขวนไว้บนเขียง

"ขวับ ขวับ"

เสียงแส้แทรกผ่านอากาศดังมาข้างตัว ฉันเหลียวไปมองด้วยความหวาดกลัว ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยทำร้ายใคร แล้วเหตุใดพวกมันจึงต้องมาทำร้ายฉันแบบนี้ ความหวาดกลัวแล่นเข้ามาจับใจ ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้ายดิ้นสุดแรง เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ริดรอนอิสระภาพของฉันไว้ แต่ไม่เป็นผล และคงไม่มีวันเป็นผล

ความเจ็บปวดจับขั่วหัวใจเมื่อปลายแส้หางกระเบนฟาดขวับเขาที่กลางหลัง น้ำตาฉันไหลพราก ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่ปราณี

"เอาพวกมึงทำเหี้ยอะไรอยู่หละ เอาแก้วไปรองสิวะ นั้นน้ำตามันไหลแล้ว ไอ้สัตว์เหนื่อยมาตั้งนานเดี๋ยวน้ำตาแม่งก็แห้งหมดหรอก เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวแม่งตายซะก่อน ยิ่งหายากอยู่นะมึงน้ำตายูนเนี่ย อีนี่น่ะ กว่ากูจะได้มันมาก็ต้องตามตั้งหลายวัน"

"ได้หรือยัง เร็วเข้ากูจะได้เฆี่ยนต่อ ให้แม่งไหลออกมาแยะ ๆ น้ำตามันน่ะ กูจะได้มีเมียเสียที อีดอกพลอยนี่แม่งก็เล่นตัวนัก ไปขอดี ๆ ไม่ชอบ อีสัตว์ต้องเจอแบบนี้ เหี้ยลงแส้ให้แม่งหายแค้น"

ชายหนุ่มพ่นคำพรุสวาทไป ง้างแส้หางกระเบนเฆี่ยนออกไปด้วยแรงแค้นอย่าไม่ใส่ใจจำนวนที่ต้องฟาดลงไป

"ได้เยอะหรือยัง แม่งตายห่าแล้วมั้งนี่ ลากแม่งไปทิ้งไกล ๆ นะ แล้วอย่าเสือกให้พ่อมึงจับได้หละ เดี๋ยวกูไปหาอีพลอยก่อน คราวนี้หละจะได้พิสูจน์กันเสียทีว่าน้ำตายูนนี่มันเมตตามหานิยมจริงหรือเปล่า"

เขากระหยิ่มยิ้มย่องเดินผ่าความมืดออกไป โดยไม่เหลี่ยวแลซากอันยับเยินของพะยูนท้องแก่ที่ถูกปลดให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นทรายอย่างไร้ค่า

พะยูน (Dugong dugon) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลบริเวณชายฝั่งเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มีการแพร่กระจายตั้งแต่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา อ่าวเปอร์เซีย อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย อาหารหลักของพะยูนคือหญ้าทะเล ซึ่งขึ้นตามชายฝั่งที่ตื้น ด้วยสาเหตุที่พะยูนอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งที่มีสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างสงบคลื่นลม มีศัตรูตามธรรมชาติน้อย และการกินพืชเป็นอาหารหลัก ทำให้พะยูนมีการเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า มีการแพร่กระจายจำกัดตามแหล่งอาหารที่มีเฉพาะบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกิจกรรมของมนุษย์มาก สาเหตุต่างๆเหล่านี้ทำให้พะยูนได้รับผลกระทบอย่างมากต่อการขยายตัวของชุมชนแนวชายฝั่ง ทั้งการล่าเพื่อเป็นอาหาร การติดเข้าไปในเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ หรือการทำลายแหล่งหญ้าทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม

ปัจจุบันจำนวนพะยูนลดลงมากจนสูญพันธุ์ไปจากบางประเทศ และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ ในประเทศไทยเชื่อกันว่าแหล่งที่มีพะยูนมากที่สุดอยู่บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง โดยสุวรรณ และคณะ (2535) สำรวจพบพะยูนครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2534 จำนวนสูงสุด 14 ตัว และต่อมาในเดือนเมษายน 2535 สุวรรณ (2536) พบจำนวนสูงสุดถึง 61 ตัว ซึ่งแนวหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งหาอาหารของพะยูนบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งทำการประมงของชุมชนชายฝั่งในบริเวณใกล้เคียงด้วย ดังนั้นหากจะมีการดำเนินการใดๆเพื่อที่จะเป็นการอนุรักษ์พะยูน จึงจำต้องมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพะยูนอย่างแน่ชัดเพื่อสามารถอธิบายถึงความจำเป็นในการดำเนินการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนที่ทำอาชีพในบริเวณดังกล่าว ในการศึกษานี้จึงมุ่งเน้นพฤติกรรมของพะยูนในบริเวณแนวหญ้าทะเลเพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำรงชีพของพะยูน การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะต่อกิจกรรมของมนุษย์เป็นสำคัญ

 

ลักษณะทั่วไป

รูปร่างสัณฐานโดยรวมของลำตัวพะยูนนั้นเป็นทรงกระสวย ค่อนข้างอ้วน หรือป่องตรงกลาง แต่ป้อมสั้นไม่เพรียวเหมือนปลาโลมา เนื่องจากส่วนหัวเล็กและสั้น ช่วงอกและท้องขยายกว้าง โคนหางคอดเรียวเล็กลง พะยูนมีช่วงคอที่สามารถขยับได้ทุกทิศทาง ผิดกับปลาวาฬและแมวน้ำ แม้ว่าจะดูเหมือนกับไม่มีคอก็ตาม ครีบอกที่มีรูปร่างคล้ายใบบาย และเช่นเดียวกันสามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง เหมือนกับแขนหรือขาหน้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกชนิดอื่น ๆ ส่วนแพนหางที่แผ่แบนใหญ่ในแนวราบปลายมนโค้งมีรอยบุ๋มเว้าเข้ามาตรงกลาง ทำให้ดูเหมือนว่าหางไม่มีกระดูกเช่นเดียวกับปลาวาฬ

ผิวหนังของพระยูนหนามาก และมีขนเป็นเส้นหยาบแข็งกระจัดกระจายอยู่ประปรายเช่นเดียวกับหนังช้าง แต่ผิวสีไม่เข้มนัก มักมีสีอ่อนเป็นสีเทาอมชมพูจนถึงสีน้ำตาล บนหัวอันค่อนข้างกลม เล็กของพะยูนมีรูจมูกอยู่ตอนหน้าเปิดขึ้นด้านบน จำนวน 1 คู่ มีลักษณะพิเศษคือ มีแผ่นผนังที่ใช้เปิดรูจมูกเพื่อกันน้ำเข้าขณะที่ดำลงใต้น้ำ และเปิดออกเมื่อหายใจบนผิวน้ำ ทั้งนี้เพราะพะยูนหายในด้วยปอด

ตาของพะยูนมีขนาดเล็กและกลม อยู่ด้านข้างของหัว ไม่มีหนังตา และขนตา การมองเห็นของพะยูนจัดว่าไม่ดีนัก แต่มีอวัยวะทดแทน คือ รูหู ซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่มีใบหู อยู่ถัดจากตาไปด้านหลัง สามารถรับเสียงที่ผ่าน มาจากในน้ำได้อย่างดีมาก

ในช่องปาก กรามบนและกรามล่างมีฟันกรามรูปทรงกระบอกด้านละ 5-6 ซี่ ซึ่งฟันเหล่านี้ปราศจากเคลือบฟัน พะยูนเพศผู้จะมีฟันหน้าบนคู่แรก ซึ่งเป็นฟันที่ใช้ในการกัดและตัดที่งอกยาวออกมามากกกว่าพะยูนเพศเมีย โดยยื่นออกมาประมาณ 6-7 เซนติเมตรทำให้ดูคล้ายเขี้ยว อันอาจเเปรียบได้กับคู่งาของช้างพลายทั้งนี้เพราะพะยูนและช้างต่างมีต้นตอการวิวัฒนาการมาจากสาบรรพบุรุษเดียวกัน และเชื่อกันว่าเขี้ยวคู่นี้มีเอาไว้ให้พะยูนเพศผู้ใช้เกาะยึดหลังพะยูนเพศเมียขณะผสมพันธุ์ ป้องกันการลื่น ขนาดของพะยูนมีความยาวตั้งแต่ 1-4 เมตร และน้ำหนักราว 200-900 กิโลกรัมลูกพะยูนเกิดใหม่คาดวามีความยาว 1 เมตร และมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 60-100 กิโลกรัม

 

แหล่งที่อยู่อาศัย

          พะยูนชอบอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีระดับน้ำค่อนข้างตื่นประมาณ 1-12 เมตร โดยเข้าหากินตามแนวหญ้าทะเลที่มีความลึก 1-3 เมตร และหลบหลีกศัตรูลงไปที่ความลึกราว 2-7 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลที่พะยูนชอบประมาณ 18-19 องศาเซลเซียส แต่แม้ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลในเขตร้อนโดยทั่วไปจะประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ก็ตาม พะยูนยังคงอาศัยอยู่ได้พะยูนเลือกที่อยู่บริเวณชายฝั่งที่มีน้ำทะเลขุ่นและค่อนข้างสงบปราศจากคลื่นลมรุนแรง ทั้งนี้เพราะเป็นการง่ายต่อการทรงตัวในน้ำขณะกินหญ้าทะเล

อาหาร

พะยูน เป็นสัตว์กินพืชโดยกินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลักจากการศึกษาพบว่าพะยูนในประเทศไทยชอบกินหญ้าทะเล 3 ชนิด คือ หญ้าทะเลใบกลม (Halophila ovalis) หน้าเต่า (Thalassic hemprichii) หญ้าชะเงาใบสีน้ำตาล (Cymodocea rotundata) แต่มีรายงานว่าในมหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งพบว่า พะยูนกินหอยขนาดเล็กบ้างแต่ไม่มากนักและไม่ใช่อาหารหลัก เข้าใจว่าคงปะปนไปกับหญ้าทะเลที่กำลังถูกดุนกัดกินอยู่ตามพื้นทะเลนั่นเอง

   

พะยูนดำน้ำลงกินหญ้าทะเล และจะโผล่ขึ้นมาหายใจทุก 1-3 นาที โดยใช้เวลาหายใจบนผิวน้ำสั้นมากเพียง 2-3 วินาทีต่อครั้งพะยูนออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน โดยใช้เวลาหากินวันละ 15-20 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ปริมาณอาหารประมาณ 25-30 กิโลกรัมต่อวัน การกินหญ้าทะเลของพะยูนกระทำโดยการใช้ริมฝีปากที่หนาและแข็งแรงดุนกินลำต้นหรือหัวของหญ้าทะเล ซึ่งฝังอยู่ในพื้นทราบ เช่นเดียวกับการขุดหรือดุนหาอาหารของหมู จึงทำให้พะยูนมีชื่อไทยอีกชื่อหนึ่งว่า "หมูน้ำ" และด้วยพฤติกรรมการกินหญ้าเหมือนวัว จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Sea cow"

การสืบพันธุ์

พะยูนไม่มีฤดูกาลสืบพันธุ์ที่แน่นอน วัยเจริญพันธุ์หรือความพร้อมเพื่อพันธุ์อยู่ในราว 8-18 ปี เพื่อพะยูนทั้งเพศผู้และเพศเมียผสมพันธุ์กันแล้วจะใช้เวลาตั้งท้อง 11 เดือน (บางรายงาน 13-15 เดือน) โดยปกติแล้ว แม่พะยูนให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว แต่ก็มีบางครั้งที่ออกเป็นลูกแฝด ลูกพะยูนจะอยู่กับแม่เพื่อกินนมเป็นเวลา 2 ปี จึงหย่านม ซึ่งตลอดระยะเวลาพะยูนตัวเป็นที่พ่อจะยังคงช่วยเลี้ยงลูกด้วย แต่ก็มีรายงานส่วนหนึ่งกล่าวว่า พะยูนเพศผู้มักไม่ช่วยเลี้ยงลูกเพียงแต่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์แล้วก็แยกย้ายกันไป

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือออกลูกเป็นตัว มีระบบรกเพื่อช่วยส่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนในมดลูก แต่เนื่องจากความที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำ ทำให้มีวิวัฒนาการของรกเป็นแบบไม่หลุดออก (Nondeciduous placental) เพื่อป้องกันมิให้เสียเลือดออกไปมากขณะคลอดลูกในน้ำ อีกทั้งการแข็งตัวของเลือดเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเพื่อช่วยป้องกันสารเสียเลือดอีกทางหนึ่ง ลูกอ่อนที่ออกมาจากเกาะดูดนมจากเต้านมของแม่ ตรงตำแหน่งหน้าอกใต้ครีบอกทั้งสองข้าง โดยแม่พะยูนอาจว่ายน้ำเอียงตัวให้ก่อนพร้อมทั้งใช้ครีบอกช่วยพยุงประคองลูกอ่อนไว้ จนเมื่อลูกแข็งแรงสามารถดูดนมได้เองจากด้านล่างขณะว่ายน้ำ ตลอดช่วงอายุพะยูนเพศเมียซึ่งยืนยาวกว่า 50-55 ปีนั้น สามารถให้ลูกได้เพียง 5-6 ตัว และนี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พะยูนใกล้สูญพันธ์ง่ายขึ้น

จากเหตุที่พะยูนเป็นสัตว์ที่ไม่มีอวัยวะใด ๆ ในการต่อสู้ป้องกันตัว และมีข้อจำกัดในเรื่องของการสืบพันธุ์และอาหารการกิน จึงเป็นเหตุให้จำนวนประชากรของพะยูนมีอยู่ไม่มากนักสมทบกับปัญหาของแหล่งอาหารของพะยูน ซึ่งก็คือ แหล่งหญ้าทะเล กำลังถูกคุกคามและลดจำนวนลงเรื่อย ๆ และปัญหาของการติดอวนของชาวประมง ทำให้พะยูนไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้พะยูนเป็นจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตลงภายในอวนประมงเหล่านั้นในปัจจุบันจำนวนของพะยูนทั่วโลกจึงลดลงไปเรื่อย ๆ และความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อการดำรงชีวิตของพะยูนก็มีอยู่อย่างจำกัดเราจึงควรต้องรีบดำเนินการใด ๆ เพื่อให้พะยูนและลูกน้อยสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้คู่กับมนุษย์เราได้ต่อไป

การป้องกันตัว

ถึงแม้ว่าชาวประมงในจังหวัดตรังจะอ้างว่าเคยเห็นพะยูนใช้หัวชนปลาฉลาม แต่จากศึกษาในครั้งนี้พบว่าพะยูนมีการป้องกันตัวเพียงสองแบบคือ

การว่ายน้ำหนีลงร่องน้ำ หากพะยูนรู้สึกว่าถูกคุกคาม จะค่อยๆเคลื่อนที่ลงร่องน้ำใกล้เคียงแล้วว่ายออกสู่ที่ลึก หากตกใจพะยูนจะว่ายหนีอย่างรวดเร็วโดยใช้ครีบหางโบกอย่างเร็ว ส่วนครีบหน้าหุบไว้ข้างตัว โดยมีความเร็วระหว่าง 30 – 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนพะยูนที่มีลูกอ่อนจะว่ายน้ำช้ากว่า อาจเนื่องจากต้องรอลูกซึ่งว่ายน้ำได้ไม่เร็วนัก
การกบดานอยู่นิ่งๆ การป้องกันตัวแบบนี้พบได้เพียงหนึ่งครั้งจากการสังเกตุพะยูนบริเวณแหลมหยงหลำ ที่น่าสนใจคือพะยูนมีเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นในการพรางตัว คือเมื่อพะยูนได้รู้ว่าอาจมีการรุกราน พะยูนตัวหนึ่งใช้หางโบกพัดพื้นทรายอย่างแรงจนตะกอนฟุ้งขึ้น แต่พะยูนก็ไม่ได้เคลื่อนที่ไปที่ใด และอาศัยกบดานนิ่งอยู่ที่พื้นบริเวณที่ตะกอนฟุ้งกระจายอยู่นั่นเอง

จากการทดลองเกี่ยวกับการตอบสนองของพะยูนต่อมนุษย์ พบว่าพะยูนจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้มนุษย์และเรือ โดยหากทราบว่ามีเรืออยู่ใกล้ๆพะยูนจะหลบออกไปในระยะประมาณ 50 เมตร แต่จะใกล้กว่านี้หากเป็นเรือที่หยุดนิ่งลอยลำโดยไม่ติดเครี่องยนต์ยกเว้นพะยูนตัวหนึ่งบริเวณแหลมหยงหลำ ซึ่งจะคุ้นกับคนและสามารถเข้าใกล้ได้เป็นพิเศษ ซึ่งบางครั้งอาจพบมันว่ายห่างจากเรือเพียง 10 เมตร

ประสาทสัมผัส

พะยูนมีการมองเห็นที่ไม่ดีมากนักเนื่องจากน้ำทะเลในบริเวณที่พะยูนอาศัยอยู่มีความโปร่งใสน้อย (บริเวณเกาะลิบงประมาณ 2 เมตร บริเวณแหลมหยงหลำประมาณ 3 เมตร) แต่การรับรู้เกี่ยวกับเสียงกลับดีมากเป็นพิเศษ พะยูนนอกจากจะสามารถแยกชนิดของแหล่งกำเนิดเสียงได้แล้ว ยังสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ด้วย นอกจากนี้พะยูนยังมีการสื่อสารกัน สิ่งที่แสดงว่าพะยูนสามารถหาทิศทางและสื่อสารกันได้

       

นอกจากการล่าแล้ว การที่พะยูนจะสูญพันธุ์ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะแหล่งอาหาร ซึ่งได้แก่ "หญ้าทะเล" ที่ถือเป็นระบบนิเวศน์ทางทะเลที่สำคัญ เช่นเดียวกับ "ป่าชายเลน"

ธรรมชาติย่อมอาศัยการพึ่งพา และอยู่ร่วมกัน หากไม่มีป่าชายเลน ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันการรุกร้ำทางทะเลอีกด้านหนึ่ง หญ้าทะเลอาหารสำคัญของพะยูนก็ย่อมหมดไป พะยูนก็คงไม่มีเหลือไว้เป็นมรดกทางธรรมชาติให้แก่ลูกหลานไทย ดังนั้นการเกื้อกูลระหว่างคนและธรรมชาติย่อมมีความสำคัญ

ขอให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเถิดค่ะ โปรดเถิด............


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 43
หมีปิศาจ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

โปรดเถิด พะยูนก็มีหัวใจนะ
ความคิดเห็นที่ 42
WiKi วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 22.22 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

ปล.ช่วงนี้จ๊นนนนนนนจน
อยากกินอาหารทะเลฟรี .. คนแถวนี้เลี้ยงไหม?
ความคิดเห็นที่ 41
WiKi วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 22.21 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

รู้สึกอิน...เหมือนอ่านเรื่องของครอบครัว
T^T
ความคิดเห็นที่ 40
zuni วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 22.00 น.
http://www.oknation.net/blog/zuni

ความเชื่อบ้าๆ คลั่งไสยศาสตร์นับวันก็จะนำความชิหายมาสู่โลก จับได้ต้องตอนให้สูญพันธุ์ นอกจากฆ่าพยูนเพื่อเอาน้ำตา มันยังทุบโบราณสถานพนมรุ้ง เผื่อจะได้เป็นประธานาธิบดีกันไง โง่เง่าเต่าล้านปีสุดๆ (คิดต่างไม่ใช่อาชญากร แต่ตีนมันไวกว่าสติน่ะสิ)555555
เอาบุญมาฝากจ้า
ความคิดเห็นที่ 39
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

อือมม..สำนวนของพะยูนเหมือนเจ้าของบ้านนี้เลย

ส่วนเจ้าของบ้านนี้จะเหมือนพะยูนรึป่าว...ม่ายรุ...ม่ายชิ
ความคิดเห็นที่ 38
เป๊ปซี่ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

อือมม์...ทำให้ทราบเรื่องราวของพะยูนเต็มเปี่ยมเลยครับ...

ว่าแต่เรื่องสั้นที่มีคนตีพะยูนเพื่อเอาน้ำตานั่นจริงหรือครับ...เขาจะเอาไปทำอะไร....???หรือครับ....???...น่าจะเพี้ยนนะคนพวกนี้....
ความคิดเห็นที่ 37
kunlek วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 15.55 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

อ่านแล้วน่าสงสารพะยูนจัง
ความคิดเห็นที่ 36
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

ทำไมมันไม่ขึ้นเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 35
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

โอ......เจ๊
โหวดก่อนนะ..
เขียนดี......



ขอบคุณมากๆ...
ความคิดเห็นที่ 34
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


แหม๋ !!! เศร้า

ยังจะมาจุ๊บ ๆ อีก
ความคิดเห็นที่ 33
kamolnum วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

อ่านแล้วเศร้า ทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ
ความคิดเห็นที่ 32
santasom วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.41 น.
http://www.oknation.net/blog/santasom

มนุษย์มักเป็นเช่นนี้เห็นประโยชน์ของตัวเองมาก่อนเสมอ ไม่เคยเหลียวไปดูว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการนั้นทำร้ายคนอื่นบ้างหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 31
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 24
SweetestTears วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way

โหวตด้วยค่ะ

มีความเชื่อแบบนี้จริงๆเหรอ.. บ้าชะมัด ถึงมันจะจริงหรือไม่ก็เถอะ..?เชื่อได้ยังไงว่าเอาความทุกข์ ความเศร้าของอีกชีวิตมาแล้ว สิ่งที่ได้จะเรียกว่าความสุข!!!
******************************************
ทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนความเขลาและความไม่รู้ บวกกับ โมหะ โทสะ และโลภะ

ไม่เกรงบาป

ความคิดเห็นที่ 30
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 23
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

ได้โปรดอย่าทำร้ายกันอีกเลย

.
.
.

((หมายถึง จขบ. อย่าทำข่อยๆ))
***************************************
มีใครทักมั้ยว่า "ชะตาจะขาด"

ต้องแก้ด้วยการหาสามีโดยไว อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 29
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 22
Yamalee วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

+1
สงสารพะยูน
ถ้าโหดแบบนี้คงไม่มีใครเค้าเมตตาหรอก

พะยูนสู้เค้า ^^
******************************************
เอาไรไปสู้ฟะแยมม

ว่ายน้ำหนีอย่างเดียวยังไม่รอดเลย
ความคิดเห็นที่ 28
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 21
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.06 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

เมื่อกี้เม้นผิด โทษที แฮ่ๆๆๆ

.
.
.

นี่คือชีวิตมหัศจรรย์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
******************************************
จูน!!!

ถามจริง ๆ เมิงงงงอ่านของกรูบ้างมั้ยนี่
ความคิดเห็นที่ 27
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 20
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

อ่อ...นี่คือชีวิตก่อนที่พี่ขึ้นบกชิมิ
******************************************
จูนจ๊ะ ของพี่มันคอปบร้า โกล์ด นะจ๊ะ (ตอนนั้นลอยเรือขายของเก่าอยู่ ฮี่ ฮี่)

ปล. ที่ไม่รู้ว่าทำไมต้อง ปล.

อยากหมดอายุก่อนเวลาอันควรเหรอจ๊ะน้อง
ความคิดเห็นที่ 26
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ความคิดเห็นที่ 19
apooh วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.01 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

อ๊ะ มีแก้ไขเพิ่มเติม ภาพปลากรอบ ด้วย
******************************************
เจ้าของบ้านนิสัยไม่ดีพี่ เจออะไรก็เอามาแปะ ใครถามก็เอามาปะ กว่าจะจบก็สิ้นวันหละมั้งพี่ อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 25
redribbons07 วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 14.00 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07


ความคิดเห็นที่ 24
SweetestTears วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 



โหวตด้วยค่ะ

มีความเชื่อแบบนี้จริงๆเหรอ.. บ้าชะมัด ถึงมันจะจริงหรือไม่ก็เถอะ..?เชื่อได้ยังไงว่าเอาความทุกข์ ความเศร้าของอีกชีวิตมาแล้ว สิ่งที่ได้จะเรียกว่าความสุข!!!


ความคิดเห็นที่ 23
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

ได้โปรดอย่าทำร้ายกันอีกเลย

.
.
.

((หมายถึง จขบ. อย่าทำข่อยๆ))
ความคิดเห็นที่ 22
Yamalee วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

+1
สงสารพะยูน
ถ้าโหดแบบนี้คงไม่มีใครเค้าเมตตาหรอก

พะยูนสู้เค้า ^^
ความคิดเห็นที่ 21
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.06 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

เมื่อกี้เม้นผิด โทษที แฮ่ๆๆๆ

.
.
.

นี่คือชีวิตมหัศจรรย์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ความคิดเห็นที่ 20
mayjune วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

อ่อ...นี่คือชีวิตก่อนที่พี่ขึ้นบกชิมิ
ความคิดเห็นที่ 19
apooh วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 13.01 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

อ๊ะ มีแก้ไขเพิ่มเติม ภาพปลากรอบ ด้วย
ความคิดเห็นที่ 18
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


ช่ายยยยยยยยย จายร้ายที่ซู๊ดดดดดดดดด
ความคิดเห็นที่ 17
เจเจค่ะ วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ใจร้ายจังเยย
ความคิดเห็นที่ 16
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


มนุษย์ผู้เห็นแก่ตนเป็นใหญ่

ย่อมไม่เห็นใครสำคัญไปกว่าตัวเองค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 15
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 10.05 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


เศร้าซะบ้าง

แกจะขำอะไรนักหนา
ความคิดเห็นที่ 14
สายลมที่ผ่านมา