• สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-21
  • จำนวนเรื่อง : 207
  • จำนวนผู้ชม : 58336
  • จำนวนผู้โหวต : 305
  • ส่ง msg :
สายลมที่ผ่านมา
การเดินทางของสายลม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/swongviggit
วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2551
63 ปีของดอกไม้เหล็ก *ออง ซาน ซูจี* กับการต่อสู้แบบ *อหิงสา* ที่แท้จริง
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 357 , 11:40:34 น.   | หมวดหมู่ : หนึ่งในใจ.... ใครคนนี้   สังคม  
พิมพ์หน้านี้


National League for Democracy flag

เมียนมาร์ เป็นชื่อใหม่ของประเทศพม่า ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มอาเซียนล่าสุด บัดนี้กำลังจะเป็นประเทศที่ถูก “โดดเดี่ยว” ปฏิเสธการคบค้าและทำธุรกิจการค้า การลงทุน รวมทั้งอาจจะมีการพิจารณาขับไล่ออกจากสมาชิกภาพของกลุ่มอาเซียน สาเหตุมาจากรัฐบาลทหารของพม่ากักขังเธอ เพื่อขจัดการผลักดันขบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศพม่า ที่อองซานซูจีเป็นผู้นำอยู่ตลอดมา อองซานซูจีจึงเป็นบุคลที่น่าสนใจ เหตุใดเธอจึงแกร่งกล้าเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลทหาร และเหตุใดจึงมีผู้คนศรัทธาในตัวเธอมาก

อองซานซูจี (Aung San Suu Kyi - ) เป็นบุตรีคนสุดท้องของ นายพล อองซาน (Aung San) วีรบุรุษผู้นำเอกราชมาสู่พม่า และ นางดอว์ขิ่นจี (Daw Khin Kyi) เธอเกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๔๘๘ ที่นครย่างกุ้ง มีพี่ชาย ๒ คน คือ อองซานโอ (Aung San Oo) และ อองซานลิน (Aung San Lin) บิดาของเธอถูกสังหารตั้งแต่เธออายุได้เพียง ๒ ขวบ เธอจึงแทบไม่รู้จักบิดาของเธอเลย

"""""""""""

บิดาคือนายพล ออง ซาน ที่ชาวพม่ายกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษเพื่ออิสรภาพของประเทศพม่า” บทบาทของนายพลอองซานในการนำการต่อสู้กับญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรที่เข้ามายึดครองพม่า ทำให้สหภาพพม่าได้รับอิสรภาพเป็นรัฐเอกราชเมื่อ วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑

ดอว์ขิ่นจี ผู้เป็นภรรยาของนายพลอองซาน ต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรชายหญิง 3 คนโดยลำพังหลังจากสามีถูกลอบสังหาร ซูจีเป็นลูกคนเล็ก และเป็นบุตรสาวคนเดียวของครอบครัว ภายหลังบิดาเสียชีวิตไม่นาน พี่ชายคนรองของเธอประสบอุบัติเหตุ จมน้ำตายในบริเวณบ้านพัก ซูจีและพี่ชายคนโตคือ อองซาน อู เติบโตมากับการเลี้ยงดูของมารดา ที่เข้มแข็ง และความเอื้อเอ็นดูของกัลยาณมิตรร่วมอุดมการณ์ของบิดา

""""""""""

มารดาของเธอได้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองต่อมาหลายตำแหน่ง หลังสุดได้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำอินเดีย ซึ่ง อองซานซูจี ได้ติดตามมารดาไปศึกษาต่อที่นั่นด้วย ทำให้เธอเลื่อมใสและประทับใจในหลักการต่อสู้เพื่อเอกราชแบบ “อหิงสา” ของ มหาตมะ คานธี (Mahatama Gandhi) ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย

ซึ่งอองซานซูจีได้นำมาปรับใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าด้วย อองซานซูจี เป็นสตรีที่เฉลียวฉลาด มีสายเลือดแกร่งกล้ามาจากบิดามารดา เธอศึกษาจนได้รับปริญญาตรี สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในปี ๒๕๑๐

ชีวิตการทำงานของเธอ เริ่มด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้วิจัยในมหาวิทยาลัยลอนดอน ต่อมาได้ย้ายไปทำงานที่ องค์การสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ทำให้ได้เรียนรู้และประทับใจผลงานของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกันผิวดำ ซึ่งมีชื่อเสียงระบือลือเลื่องไปทั่วโลก

""""""""""

อองซานซูจีสมรสกับนักวิชาการชาวอังกฤษ ดร.ไมเคิล แอริส ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตศึกษา เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ ทั้งสองได้ทำงานในราชการของประเทศภูฏาน และให้กำเนิดบุตรชาย ๒ คน คือ เมียนซันอาว (Myint San Aung) และ เถ่งลิน (Htein Lin)

ปัจจุบัน ศ.ดร.ไมเคิล อริสได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งรัฐธรรมนูญล่าสุดของพม่ากำหนดให้ชาวพม่าที่แต่งงานกับคนต่างชาติไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ออง ซาน ซูจี จึงหมดสิทธิ์ลงสมัคร

เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ เธอได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และได้กลับไปศึกษาต่อใน สถาบันบูรพคดี และแอฟริกันศึกษา ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ ในช่วงนี้เอง มารดาของเธอได้ล้มป่วยลงจึงต้องเดินทางกลับพม่า ซึ่งก็พอดีกับเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในพม่าอย่างรุนแรง

ปลายเดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ อองซาน ซูจี ในวัย ๔๓ ปี เดินทางกลับบ้าน เกิดที่ย่างกุ้ง เพื่อมาพยาบาล ดอว์ขิ่นจี มารดาที่กำลังป่วยหนัก ในขณะนั้นเป็นช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และมีความวุ่นวาย ทางการเมืองในพม่า กดดันให้ นายพลเนวิน ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (The Burma Socialist Programme Party-BSPP) ที่ยึดอำนาจการปกครอง ประเทศพม่ามานานถึง ๒๖ ปี เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“ตอนที่ดิฉันเดินทางกลับมาพม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ เพื่อมาพยาบาลคุณแม่นั้น ดิฉันวางแผนไว้ว่าจะมาริเริ่ม ทำโครงการเครือข่ายห้องสมุดในนามของคุณพ่อด้วย เรื่องการเมืองไม่ได้อยู่ในความสนใจของดิฉันเลย แต่ประชาชนในประเทศของดิฉันกำลังเรียกร้อง ประชาธิปไตย และในฐานะลูกสาวของพ่อ (นายพลอองซาน) ดิฉันรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ดิฉัน ต้องเข้าร่วมด้วย”

""""""""""

ประชาชนไม่พอใจต่อระบอบเนวิน โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ นั้นสะสมต่อเนื่อง และรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการประกาศยกเลิกการใช้ธนบัตรมูลค่า ๒๕ จั๊ด ๓๕ จั๊ด และ ๗๕ จั๊ด โดยไม่ยอมให้มีการแลกคืน ในเดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งทำให้เงินร้อยละ ๗๕ หายไปจากตลาดเงิน นักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งประท้วงด้วยการทำลายร้านค้าหลายแห่ง จนมีเหตุการณ์รุนแรงครั้งสำคัญปะทุขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ หลังเกิดเหตุทะเลาะ วิวาทระหว่างนักศึกษาในร้านน้ำชา และตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ กลุ่มนักศึกษาได้รวมตัวกันประท้วง ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่ตำรวจกลับใช้ความรุนแรง

มีการชุมนุมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลโดยทั่วไป ทหารได้ออกมาตอบโต้ด้วยการยิงใส่ขบวนนักศึกษาและประชาชน การต่อต้านรัฐบาลของประชาชนเป็นไปอย่างไร้ผู้นำ ทำให้อองซานซูจี ซึ่งมีสายเลือดนักสู้ของวีรบุรุษนายพลอองซานอยู่นิ่งไม่ได้ สำหรับอองซานซูจีเธอถือว่านี่คือการต่อสู้เพื่อ “เอกราช” ครั้งที่ ๒ ของพม่า หลังจากที่ได้มีการมอบเอกราชให้พม่าเป็นครั้งแรกจากอังกฤษมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยการนำของบิดาของเธอ

การจราจลสับสนวุ่นวายของการเมืองพม่า ได้ดำเนินต่อมาจนถึงเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๓๑ และได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยมา มีการเข้าโจมตีสำนักงานอาหารและเกษตรขององค์การสหประชาชาติในกรุงย่างกุ้ง แต่ก็กลายมาเป็นฝีมือของตำรวจลับพม่าในสังกัด ดีดีเอสไอ ซึ่งมี พลตรี ขิ่น ยุ่น (Dhin Nyunt) เป็นผู้บังคับบัญชา

ดังนั้น พอถึงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๑ ฝ่ายทหารก็ประกาศล้มรัฐบาลของ ดร.เมาเมา และตัดตั้ง “สภาฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของรัฐ” หรือ ที่รู้จักกันทั่วโลกในนาม “สลอร์ก” (State Law and Order Restoration Council) มีรถถังออกมาแล่นทับประชาชนที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล และในวันที่ ๒๔ กันยายน อองซานซูจี ก็ตัดสินใจจัดตั้ง “สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย” หรือ “เอ็นแอลดี” (National League for Democracy-NLD) ซึ่งในลำดับต่อมาได้ นายพลถิ่น อู เป็นประธานสันนิบาต

๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๑ ดอว์ขิ่นจี มารดาของอองซานซูจีถึงแก่กรรม แต่ภารกิจต่อแผ่นดิน เกิดเรียกร้องให้ซูจีเลือกที่จะต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหารอยู่บนแผ่นดิน เหนือลุ่มน้ำอิรวดี-สาละวิน

ประชาชนหลายแสนคนพากันมาร่วมในพิธีศพ จึงเกิดเป็นการชุมนุมในท้องถนนของประชาชนเป็นครั้งแรกนับจากสลอร์กขึ้นมาบริหารประเทศ ทำให้สลอร์กหวั่นไหว เพราะเป็นเครื่องแสดงว่า อองซานซูจีสามารถรวมพลังและควบคุมประชาชนได้ ทั้งนี้ก็เพราะประชาชนพม่าเคยมีศรัทธาอย่างยิ่งต่อ นายพล อองซาน วีรบุรุษแห่งเอกราชของพม่า บิดาของเธอ

ความระหองระแหงระหว่าง สลอร์ก กับ อองซานซูจีได้ดำเนินต่อมาอีกหลายครั้งหลายหน และดังไปทั่วโลกทุกครั้ง ทำให้ชาวโลกจับตาดู การเมือง ในพม่า

ในเดือนเมษายน ๒๕๓๕ พม่าได้แต่งตั้งให้นายพล ทันส่วย (Than Swe) เป็นผู้บัญชาการทหารบกสืบแทนนายพล ซอว์เมา และสลอร์ก ได้ดำเนินการเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองในพม่า โดยปล่อยตัวนักโทษการเมือง ๖๐ คน และอนุญาตให้สามีและบุตรชายของอองซานซูจีเข้าเยี่ยมนางได้ สลอร์กเสนอเงื่อนไขว่าซูจีจะได้รับอิสรภาพ หากยอมเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งอองซานซูจีปฏิเสธไม่รับเพราะเห็นว่า ตราบใดที่เธอยังอยู่ในพม่า พม่าจะสามารถพัฒนาการเมืองสู่ระบบประชาธิปาไตยได้ เธอกล่าวว่า

“ถ้าทหารจับกุมนาง การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง ถ้าทหารสังหารนาง พม่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์”

กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ มีการชุมนุมกันที่กรุงเทพฯ ของ ทะไลลามะ อดีตประมุขของทิเบต และสาธุคุณเดสมอนด์ ตูตู แห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางอองซานซูจี

พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย
ประธาน
สภาสันติภาพ และการพัฒนาแห่งรัฐ ของพม่า

ในช่วงหลังต่อมา อองซานซูจีถูกกักตัวจำกัดเขตอยู่ในบ้านของเธอซึ่งทั่วโลกเรียกกันว่า “Under house arrest” หรือ “ถูกคุมขังอยู่ในคุกบ้าน” ตลอดมา ในช่วงนี้เธอได้รับรางวัลระดับโลก ๒ รางวัล คือ เมื่อปี ๒๕๔๓ รางวัล “ชาคารอฟสำหรับความคิดที่เสรี” (Sakharov Prize for Freedom of Thought) และ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี ๒๕๔๔

ขณะนี้ อองซานซูจี แสดงตนเป็น ผู้นำเพื่อสร้างสรรค์ พัฒนาประชาธิปไตยอย่างเปิดเผย ทุกโอกาสที่มี เธอก็จะปรากฏตัวเพื่อแสวงหาวิถีทางประชาธิปไตย แม้จะถูกรัฐบาลกดขี่ บีบคั้นจำกัดสิทธิอย่างไร สตรีเหล็กซูจี ก็ไม่ย่อท้อ

ข่าวเกี่ยวกับซูจี ทุกครั้งเป็นข่าวระดับโลก ด้วยใบหน้าของสตรีที่สวยงามละมุนละไมรูปร่างแบบบาง ดูอ่อนหวานคล้ายจะอ่อนแอ แต่ข่าวทุกข่าวเกี่ยวกับเธอ ทำให้ชาวโลกรู้จักเธอในลักษณะสตรีนักต่อสู้ระดับสตรีเหล็ก!

“คุกอินเซน” ซึ่งชาวโลกทราบดีว่าเป็น
“คุกมหันตภัย” ไร้ความปรานี ตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๖

เกียรติยศ และการจองจำ

รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจเผด็จการภายใต้กฎอัยการศึก สั่งกักบริเวณซูจีให้อยู่แต่ในบ้านพักเป็น ครั้งแรก เวลา ๓ ปี ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งต่อมาขยายเป็น ๖ ปีโดยไม่มีข้อหา และได้จับกุม สมาชิกพรรคจำนวนมากไปคุมขังไว้ที่ คุกอินเส่ง ซูจีอดอาหารเพื่อประท้วง และเรียกร้องให้นำเธอไปขังรวมกับสมาชิกพรรคคนอื่นๆ เวลานั้นอเล็กซานเดอร์ และคิมอยู่กับมารดาด้วย ไมเคิลจากอังกฤษมาที่ย่างกุ้ง เพื่อเป็นกำลังใจให้ภรรยา ซูจียุติการอดอาหารประท้วงเมื่อรัฐบาลเผด็จการทหารให้สัญญาว่า จะปฏิบัติอย่างดีต่อสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ที่ถูกคุมขังไว้ที่คุกอินเส่ง

๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ แม้ว่าซูจียังคงถูกกักบริเวณอยู่ แต่พรรคเอ็นแอลดี ของเธอได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไป รัฐบาลเผด็จการทหารในนามของ “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” ปฏิเสธที่จะถ่ายโอนอำนาจให้แก่ผู้ชนะ แต่ยื่นข้อเสนอ ให้ซูจียุติบทบาททางการเมือง ด้วยการเดินทางออกนอกประเทศ ไปใช้ชีวิตครอบครัวกับสามีและบุตร แต่ซูจีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว รัฐบาลทหารจึงมีคำสั่งยืดเวลาการกักบริเวณเธอจาก ๓ ปี เป็น ๕ ปี และเพิ่มอีก ๑ ปีในเวลาต่อมา

วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ คณะกรรมการโนเบลแห่งประเทศนอร์เวย์ ประกาศชื่อ นางอองซาน ซูจี เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซูจีไม่มีโอกาสเดินทาง ไปรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วยตัวเอง เดือนธันวาคม อเล็กซานเดอร์ และคิมบินไปรับรางวัล แทนมารดาที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ สองพี่น้องเดิน ถือภาพถ่ายของมารดา ขึ้นเวทีท่าม กลางเสียงปรบมือต้อนรับอย่างกึกก้อง อเล็กซานเดอร์กล่าว กับคณะกรรมการและผู้มาร่วมในพิธีว่า 

“ผมรู้ว่าถ้าแม่มีอิสรภาพและอยู่ที่นี่ในวันนี้ แม่จะขอบคุณพวกคุณพร้อมกับขอร้อง ให้พวกคุณร่วมกันสวดมนต์ ให้ทั้งผู้กดขี่และผู้ถูกกดขี่โยนอาวุธทิ้ง และหันมาร่วมกันสร้างชาติด้วยความเมตตากรุณาและจิตวิญญาณแห่งสันติ”

ซูจีประกาศใช้เงินรางวัลจำนวน ๑.๓ ล้านเหรียญ จัดตั้งกองทุนเพื่อสุขภาพและการศึกษา ของประชาชนพม่า ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ซูจีได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณครั้งแรก

การเคลื่อนไหว

การปล่อยตัวจากการบริเวณนี้ ซูจี ยังคงถูกติดตาม ความเคลื่อนไหว และไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างอิสระ เธอถูกห้าม ไม่ให้ปราศรัยต่อหน้าฝูงชนที่มาชุมนุมอยู่หน้าบ้านของเธอเอง และเมื่อเธอพยายามเดินทางออกจากบ้านพัก เพื่อไปพบปะฝูงชน เจ้าหน้าที่รัฐจะติดตามไปทุกแห่งหน พร้อมกับฝูงชนจัดตั้งจำนวนหนึ่ง ที่พยายามทำร้ายเธอ และเพื่อนร่วมคณะ ซึ่งครั้งหนึ่งฝูงชนจัดตั้งดังกล่าวได้ใช้ก้อนหิน และวัตถุอันตรายอื่นๆ กว้างปาเข้าใส่รถของเธอจนเสียหาย ทั้ง ๆ ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซูจี ดำเนินการต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี ด้วยการใช้วิธีเขียนจดหมาย เขียนหนังสือ บันทึกวีดีโอเทป เพื่อส่งผ่านข้อเรียกร้องของเธอ ต่อรัฐบาลทหารพม่า ออกมาสู่ประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่สามารถทำได้ เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๑ ซูจี นั่งประท้วงอยู่ในรถยนต์ ของเธอเองเป็นเวลาห้าวัน หลังจากถูกตำรวจ สกัดไม่ให้รถยนต์ของเธอเดินทางออกจากย่างกุ้งเพื่อไปพบปะกับสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย เดือนสิงหาคม ๒๕๔๑ ซูจี ถูกสกัด ไม่ให้เดินทางไปพบปะสมาชิกพรรคของเธออีกครั้งหนึ่ง ซูจี ใช้ความสงบ เผชิญหน้า กับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลาถึงหกวัน จนเสบียงอาหารที่เตรียมไปหมด เธอถูกบังคับพาตัวกลับ ที่พักหลังจากนั้น

วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซูจี และสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย จะเดินทางเพื่อไปดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่ถูกตำรวจสกัดไม่ให้เดินทางออกพ้นชานกรุงย่างกุ้งซูจี ยืนยันที่จะดำเนินการตามเจตนารมณ์ โดยใช้วิธีเผชิญหน้าอย่างสงบกับตำรวจอยู่ ณ จุดที่ถูกสกัดเป็นเวลาถึง ๙ วัน จนถึงวันที่ ๒ กันยายน ตำรวจปราบจลาจลร่วม ๒๐๐ นาย พร้อมอาวุธครบมือ บังคับนำเธอกลับเข้าเมือง

สองสัปดาห์ต่อมา ซูจี พร้อมคณะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านเดินทางไปที่สถานีรถไฟ เพื่อซื้อตั๋วโดยสารทางออกจากเมืองร่างกุ้ง แต่รัฐบาลเผด็จการทหารได้ส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษ ไปควบคุมตัวเธอกลับบ้านพัก พร้อมทั้งวางกำลัง เจ้าหน้าที่ควบคุมจุดต่าง ๆ บนถนนหน้าบ้านพักของนางซูจี ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าพบปะ เยี่ยมเยียนเธอ

ขบวนพระสงฆ์และประชาชนยืนสวดมนต์หน้าบ้านพักที่นางออง ซาน ซูจี ถูกควบคุมตัว

ซูจี ถูกกักบริเวณโดยปราศจากข้อกล่าวหาและความผิดอีกเป็น ครั้งที่สอง เป็นเวลา ๑๘ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ และได้รับอิสรภาพ จากการกักบริเวณครั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ขณะที่ผู้รักสันติภาพทั่วโลกร่วมกันเฉลิมฉลองวาระครบรอบหนึ่งร้อยปี ของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พร้อมกับฉลองวาระครบสิบปีที่ซูจี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ยังคงถูกจำกัดอิสรภาพอยู่ในประเทศพม่า ไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองรางวัลเกียรติยศแห่งชีวิตพร้อมกับผู้ได้รับรางวัลคนอื่น ๆ

เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างมวลชนจัดตั้ง ของรัฐบาลกับกลุ่มผู้สนับสนุน ซูจีเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ระหว่างที่นางซูจีเดินทางเพื่อพบปะกับประชาชน ในเมืองเดพายิน (Depayin) ทางตอนเหนือของพม่า ทำให้ซูจีถูกสั่งกักบริเวณให้ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านพักอีกเป็น ครั้งที่ ๓ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖

เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะสงฆ์และประชาชนที่ได้ร่วมประท้วงรัฐบาลทหารได้เดินทางไปยังบ้านพักนางออง ซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งนางอองซานได้ออกมาปรากฏตัวเป็นเวลา ๑๕ นาที โดยการเปิดประตูเล็กของประตูบ้าน พร้อมกับพนมมือไหว้พระสงฆ์ที่กำลังให้พร กาปรากฏตัวครั้งนี้นับเป็นการปรากฏตั้วต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในรอบ ๔ ปี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

นางออง ซาน ซูจีเปิดประตูบ้านบานเล็ก ออกมาพนมมือไหว้พระสงฆ์ที่กำลังสวดมนต์ให้พร เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ก.ย. 46 นับเป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 53 ปีของดอกไม้เหล็กดอกนี้ค่ะ สายลมฯ ขอแสดงความเคารพต่อเธอผู้ซึ่งต่อสู้บนแนวทาง "อหิงสา" ที่แท้จริง ในประเทศที่มีการปกครองที่โหดร้ายอย่างประเทศ "พม่า"

ในขณะที่ประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ไม่เต็มใบ เนื่องจากการนำมาใช้ก่อนเวลาอันควร ขาดการศึกษาทำความเข้าใจของพวกที่คิดว่าตนเองเข้าใจในระบบมากกว่าผู้ใด เดินตามก้นฝรั่งกันต้อย ๆ อย่างขาดความเข้าใจ และขาดความสนใจในการศึกษาให้รู้แจ้งเห็นกระจ่าง

การต่อสู้ด้วยแนวทาง "อหิงสา" เป็นสิ่งดีค่ะ แต่ต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่ทำให้แจ้งกระจ่างกันเสียก่อน อย่าทำเพราะมีแนวร่วม อย่าทำเพราะเพียงแค่สะใจ และอย่าทำโดยไม่รู้จักสิ่งที่ตนเองทำ และอย่าอ้างประชาชน

ลองศึกษาแนวทางการต่อสู้ตลอดชีวิตของเธอ "ออง ซาน ซูจี" ดูนะค่ะ ว่าทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง

อย่าคิดถึงกันแต่ตนเอง จนทำให้ประเทศชาติล่มจมค่ะ ประเทศชาติมิใช่ของใครคนใดคนหนึ่งค่ะ หากแนวทางการต่อสู้เดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผล ควรปรับเปลียนวิธีการค่ะ ไม่ใช่ใช้โล่ห์มวลชน .......

Emerald cool we may be As water in cupped hands But ,Oh that we might be As splinters of glass in cupped hands.

~~Aung San Suu Kyi~~

แม้เยือกเย็นเช่นนทีสีมรกต
นิ่งน้ำใสในกรอบกฎอุ้งหัตถา
ยังมุ่งหวัง-พลังแกร่งแข็งขึ้นมา
จนคมกล้าเป็นแก้วกาจบาดอุ้งมือ.

~~จิระนันท์ พิตรปรีชา~~

ข้อมูล : ข่าวอินเทอร์เนต บีบีซี ซีดีรอม เอ็นคาร์ตา และสารานุกรมประวัติศาสตร์สากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน “นางอองซานซูจี” โดย วิไลเลขา ถาวรธนสาร ค้นคว้ารวบรวมโดย “ไพโรจน์ เกษแม่นกิจ”

http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=2395&stissueid=2551&stcolcatid=9&stauthorid=10

http://th.wikipedia.org/


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41
wullopp วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 11.48 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนนครับ...
ความคิดเห็นที่ 40
สีน้ำเงิน วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 10.29 น.


เป็นสตรี มีใจสู้ มิรู้ท้อ
เป็นสตรี มิระย่อ จะขอต้าน
เป็นสตรี มิยอมร่น ต่อคนพาล
เป็นสตรี มีหลักการ อันมั่นคง

แวะมาทักทาย ค่ะ พร้อมเด็ดดอกไม้ริมทางมาด้วย...ซึ่งมิรู้เล้ยว่า จะสะเทือน ไปทำเนียบหรือเปล่า ??

เอาซะหน่อยนะ
ความคิดเห็นที่ 39
theeratatt วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 22.02 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

ชื่นชมเธอด้วยหัวใจครับ
ความคิดเห็นที่ 38
ครูแหลม วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/kulaem


ขอบพระคุณ
ความคิดเห็นที่ 37
redribbons07 วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 18.05 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

ออง ซาน ซูจี เป็นหญิงแกร่ง ทีควรแก่การยกย่องอย่างแท้จริง



ความคิดเห็นที่ 36
tuty วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/tuty

ชื่นชมเธอในความเป็นนักสู้
แต่ก็น่าอึดอัดนะคะ ที่ทำอะไรไม่ได้
บ้านเราก็แย่...จะยังไงก็ไม่รู้
ความคิดเห็นที่ 35
WiKi วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 17.04 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

พิมพ์ผิด...คี่
ความคิดเห็นที่ 34
WiKi วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 17.04 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

คห23.
งี้ถ้สนับรวมเจ๊ด้วยก็ต้องบอกว่าไปเป็น "ขี้" ดิ
ความคิดเห็นที่ 33
WiKi วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 16.22 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
   (◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪   [ปล.ไอคอนนี้สวยด้วยโฟโต้ชอป..จูนเป็นแรงบันดาลใจในการกระทำนี้]

เบอร์เกอร์เย็น ... ที่ตรงข้ามกับร้อนหน่ะ
-*-
ความคิดเห็นที่ 32
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~



ความคิดเห็นที่ 31
kamolnum วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum


ความคิดเห็นที่ 30
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.38 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


หนูว่าไล่มันไม่ไปหรอกพี่

ยิงทิ้งแม๊มมมมเลยดีก่า เห้อออ สิ้นเรืองไป
ความคิดเห็นที่ 29
คนช่างเล่า วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

น้องสาว พี่ว่าเราไป ไล่หมูปากหมาก่อนดีกว่านะ
ความคิดเห็นที่ 28
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


มิต้องเสียวเลย

ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ก็คงอีกไม่นาน

ก็มันหมดหนทางจะเยียวยานิ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 27
auguzzy วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

เสียวๆบ้านเราอยู่เนี่ย
ความคิดเห็นที่ 26
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 20
Yamalee วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

เธอเป็นบุคคลที่น่ายกย่องมากๆ
ไม่เคยลืมบ้านเกิดเลย
เวลาเธอไปเรียนที่เมืองนอกก็ยังนุ่งผ้าแบบพม่า
นักสู้ตัวจริง ^^
****************************************
เขาเรียกว่า การไม่หลงวัฒฯ จ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 25
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.25 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 12
apooh วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

แล้ว"ป้า"อีกคนของผู้ติดตาม"คนพี่"ล่ะ ไหวมะ ??
******************************************
น๊านนนนนนนนนนนนสิ

เห้อ เห้อ เห้อ
ความคิดเห็นที่ 24
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.23 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 11
ว.แหวนลงยา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.39 น.
http://www.oknation.net/blog/wachira89

ฟ้าลุ่มอิรวดี คืนนี้มีแต่ดาว....
**************************************
ฮืมมมมมม

ก็ยังดีกว่ามี "นาร์กีส" ตั้งแยะ ว่ามั้ยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 10
WiKi วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.26 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
(✿◡‿◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪

ผู้ติดตามคนพี่พอเลี้ยงไหว ... แต่คนน้องคงต้องให้ป้าของหลานเลี้ยงเอง
-*-
*******************************************
เสียยยจายยยยย Packet ปายยยเปงครู่เฟ้ยยย ไม่แยกขาย ไม่บอกผ่าน
ความคิดเห็นที่ 22
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 9
apooh วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

พาเจ๊ซอสไปคนเดียว ระบุจำนวนผู้ติดตามเจ๊ซอส ป่าว ?
******************************************
อุดมการณ์และวิถีทางต่างค่ะ ม่ายยยยยยยยยปายยยยย (กลัวโดนตืบ )
ความคิดเห็นที่ 21
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 8
มาลีรัตน์ วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ชื่นชมที่นำเรื่องอองซานซุจีมาเผยแพร่ เพราะเธอคือหญิงแกร่ง ที่ยืนหยัด แต่อ่านตอนท้าย ถ้าแปรเจตนาผิดก็ขออภัย เหมือนๆจะประชดอะไรสักอย่าง แต่ความคิดที่แตกต่างไม่ใช่สิ่งขวางการแลกเปลี่ยนความคิด ไปดู ไปร่วม ไปตรอง แล้วจะทราบว่าอะไรจริง อะไรเท็จ
อาจทำให้เข้าใจอารมณ์ของคนในที่ชุมนุมมากขึ้นค่ะ
****************************************
ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ

เห็นด้วยกับการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างค่ะ และก็ไม่คิดจะขวางการแลกเปลียนความคิดเห็น

สำหรับสายลมฯ คงไม่ต้องดูต้องชมอะไรแล้วค่ะ สำหรับการชุมนุมประท้วงที่เห็นมาตลอดชีวิต

สายลมฯ เชื่อมั่นในอุดมการณ์ความเห็นที่แตกต่าง ในขณะเดียวกันก็เคารพสิทธิส่วนบุคคลเช่นกัน ต่อสู้ต่อเถิดค่ะ ถ้าคิดว่าทำถูก แต่อย่าละเมิดผู้อื่น ในทุก ๆ วิถีทาง

การต่อสู้ที่เหมาะสมควรมีการปรับเปลียนวิธีการ ปรับเปลียนแนวรบ ไม่ใช่ซ้ำ ๆ ย้ำรอยเดิม ซึ่งสุดท้ายกันก็เวียนกลับมาที่เก่า หาวิถีทางที่เหมาะสมเถิดค่ะ

อย่าได้ใช้ข้อได้เปรียบในการยั่วยุเลย เพราะสุดท้ายคนที่ตาย สายลมฯ ไม่เคยเห็นผู้นำการชุมนุมฯ ตายเลยซักครั้งเดียว (นอกจากถูกลอบฆ่านั้นหละค่ะ)

อารยะขัดขืน บางข้อก็เหมาะสมค่ะ แต่บางข้อก็ไม่ควร เอาง่าย ๆ แค่คุณไม่จ่ายภาษี เวลาเขาฟ้องร้องให้คุณจ่ายน่ะ เขาไม่สนหรอกค่ะว่าคุณร่วมประชุมหรือจะอารยะขัดขืน แต่สิ่งที่คุณทำมันคือ การฝ่าฝืนหน้าที่พลเมือง ผู้มีรายได้ต้องเสียภาษีค่ะ ตอนนั้นคงไม่มีแกนนำคนไหนมาช่วยคุณหรอกมั้งค่ะ

หรือ กท.มหาดไทย ติดค่าน้ำมา 13 ล้านกว่า จะตัดน้ำตัดไห เชื่อเถอะค่ะ เอาเข้าจริง ๆ มันทำไม่ได้หรอกค่ะ

นี่เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่าง มิได้คิดจะก้าวล่วงใครแต่อย่างใด

ข้อความตอนท้ายเป็นของสายลมฯ เอง ซึ่งสะท้อนความคิดที่แตกต่างของสายลมฯ บนความมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของสังคมค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
Yamalee วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

เธอเป็นบุคคลที่น่ายกย่องมากๆ
ไม่เคยลืมบ้านเกิดเลย
เวลาเธอไปเรียนที่เมืองนอกก็ยังนุ่งผ้าแบบพม่า
นักสู้ตัวจริง ^^
ความคิดเห็นที่ 19
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 13.31 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


ความคิดเห็นที่ 7
WiKi วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.07 น.
http://www.oknation.net/blog/wiki
(✿◡‿◡) ๑۩۞۩๑ⓦⓘⓚⓘ & ⓝⓘⓝ ๑۩۞۩๑ ♫ ♬ ♪

ลืมๆๆๆๆ
อ่านของเจ๊จบแล้ว ทำให้มีความรู้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
ช่างเป็นผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ...
********************************************
เห็นมะว่าควรศึกษา อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 18
สายลมที่ผ่านมา