พิมพ์หน้านี้
|
"ยายค่ะยายมานั่งตากฝนตรงนี้ทำไมค่ะ" ฉันยื่นร่มให้คลุมตัวยายชราที่นั่งตัวสั่นเทาตรงหน้า อย่างลืมกลัวเปียก ฟันซีกเล็ก ๆ ที่มีน้อยอยู่แล้วสั่นจนกระทบกัน ยายตัวสั่นมากจริง ๆ จนชั้นนึกกลัว "ยายจะไปไหนค่ะเนี่ย ทำไมมานั่งตรงนี้" ฉันยังคงยิงคำถาม "ไม่รู้ลูก ยายไม่มีที่ไป" ยายตอบเสียงสั่นเครือ "งั้นยายไปกับหนูก่อนค่ะ หาที่หลบฝนก่อนไปไหวมั้ยค่ะ" ฉันประคองยายให้ลุกขึ้น ตาเหลี่ยวมองหาแท็กซี่ที่พอจะมีผ่านมาบ้าง ในที่สุดก็มีแท็กซี่ใจดี หรือคิดไม่ถึงไม่ทราบได้จอดเทียบฟุตบาธตรงที่ฉันและยายยืนอยู่ ฉันโยนร่างที่เปียกปอนของตัวเองเข้าไปในรถแท็กซี่ และหันกลับไปมองยายที่ยังคงยืนงก ๆ เงิ้น ๆ อยู่ที่ประตู "เข้ามาเร็วสิค่ะยาย เดี๋ยวเปียกหมด" ฉันตะโกนเรียกแข่งกับเสียงฝน ยายจึงค่อย ๆ เสือกตัวเองขึ้นมาบนรถนั่งคู่กับฉันที่เบาะหลัง หลังจากที่ฉันบอกจุดหมายปลายทางกับแท็กซี่เรียบร้อยแล้วฉันจึงหันกลับมาถามยายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน "ยายจะไปไหนค่ะ หนูจะให้รถไปส่ง" ฉันถาม ไม่มีเสียงตอบจากยาย มีแต่เพียงเสียงสะอื้นน้อย ๆ ออกมาจากใบหน้าซูบผอมที่ก้มต่ำ "ยายไม่มีที่ไปหรอกหนู ยายไม่มีบ้าน" เสียงอันแผ่วเบาของยายที่พยายามกลืนก้อนสะอื้น "อ้าวแล้วยายมาจากไหนค่ะเนี่ย" ฉันยังคงงงงันกับคำตอบที่ได้รับ "คือ ......" ยายนิ่งไปเหมือนลืมคำตอบ "อะไรค่ะยาย ยายมาจากไหนหนูได้ไปส่งถูกที่" ฉันยังคงถามต่อไป คนขับรถแท็กซี่เหมือนจะได้ยินเสียงที่สนทนากันเขามองลอดกระจกหลังมายังที่ ๆ เรานั่งอยู่อย่างสนใจ ยายยังคงไม่ตอบอะไรแต่เหมือนความอดทนจะสิ้นสุด สุดท้ายเสียงร้องไห้โฮเล็ดรอดออกมาจากใบหน้าผ่ายผอมที่ก้มต่ำ "ยายไม่มีที่ไปหรอกหนู ลูกชายยายมันเอายายมาปล่อยที่หนูไปเจอนั้นหละ ยายกลับไม่ถูกหรอกลูก" เสียงเหมือนจะสิ้นไปตรงหน้า ยายยังคงสะอื้นไห้ "ถึงหนูไปส่งยาย เขาก็คงไม่ให้ยายเข้าบ้านหรอกลูก" ยายยังคงสะอื้นให้ต่อไปเหมือนความกดดันต่าง ๆ ได้ถึงคราวระเบิดออก "ทำไมค่ะยาย แม่แท้ ๆ ทำไมเขาจะไม่ให้ยายเข้าบ้าน แล้วเขาเอายายมาปล่อยทั้ง ๆ ที่ฝนตกหนักอย่างนี้เหรอค่ะ" ฉันงงงวยกับสิ่งที่ได้ยินและคิดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ ยายไม่ตอบได้แต่พยักหน้าเล็ก ๆ ที่สั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ จนฉันต้องบอกให้คนขับรถแท็กซี่หรี่แอร์ลงจนสุด "ยังไงค่ะยาย ยายไปทำอะไรทำไมเขาทำแบบนี้" ฉันค่อย ๆ ตะล่อมถามเผื่อว่าจะช่วยเหลือหรือแก้ไขอะไรได้บ้าง "เมียเขาไม่ชอบยาย เขาบอกว่ายายแก่แล้ว อยู่บ้านเขาก็ทำให้บ้านเขาสกปรก หลง ๆ ลืม ๆ จะเปิดแก๊สทิ้งไว้ บ้านเขาจะไฟไหม้วอดวาย ให้ยายไปอยู่กับลูกสาวคนเล็ก" ยายหยุดเล็กน้อยกลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความยากเย็น "อ้าวแล้วยายไม่ไปหละค่ะ อยู่ที่ไหนค่ะไปถูกมั้ยหนูจะพาไป" ฉันยังคงขันอาสา "ไปไม่ได้หรอกลูก" ยายตอบด้วยเสียงแหบแห้ง "อ้าวทำไมหละค่ะหรือเขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ" ฉันยังคงถามต่อไป "ป่าวหรอกลูก ผัวเขาเป็นคนใหญ่คนโตในสังคม เขาอายที่มีแม่ยายโทรม ๆ จน ๆ ตอนนี้ยายไม่มีที่ไปแล้ว" ยายก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า เสียงสั่นและสะอื้นราวกับกำแพงแห่งความอดทนที่มีมาตลอดพังครืนลงในทันที ฉันฟังแล้วเต็มตื้นอย่างที่สุด "ชาติชั่วจริง ๆ" ฉ้นได้ยินเสียงสบถมาจากเบาะหน้าถึงกับสะดุ้ง แววตาของคนขับรถแท็กซี่ในกระจกมองหลังมีแววเจ็บแค้นจริงจัง อย่างไม่ทันจะตั้งตัวแท็กซี่คันนั้นก็ควักผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อและส่งกลับหลังมายังฉันเพื่อเอาให้ยายชราผู้นั่งสะอื้นไห้อย่างหน้าสังเวชใจ ฉันพูดอะไรไม่ออก คิดไม่ออกว่าจะเอาอย่างไร ได้แต่มองกลับไปยังกระจกมองหลังที่มีสายตาของแท็กซี่ที่มีน้ำตาปริ่มอยู่มองกลับมา "จริง ๆ นะคุณ เลวจริง ๆ คุณคิดดูสิ ผมน่ะต่อให้จนขนาดไหนผมยังไม่เคยคิดจะทิ้งพ่อทิ้งแม่ผมเลย ถึงผมจะจากบ้านมาไกลครั้งละนาน ๆ แต่ผมก็เพียรที่จะกลับไปหาแก ไม่เคยคิดจะทิ้งเลยจริง ๆ แล้วนี่อะไร อาย สกปรก มันคิดได้ยังไงกัน ตอนมันเด็ก ๆ ขี้แตกเต็มกลางเกงกลางถนน ใครล้างใครเช็ดให้มันไม่เห็นพ่อแม่เขาจะอาย ไม่สบายเขาก็ดูแลมาจนมันโต พอมันปีกกล้าขาแข็ง พอโตมามันเนรคุณเอาเขามาปล่อยทิ้งแบบนี้ เหี้ยจริง ๆ แล้วยายแกอายุปานนี้เอามาปล่อยกลางฝน มันไม่ได้คิดหรือไงว่าเขาจะเป็นยังไง แล้วจะให้ไปทำมาหากินอะไร นี่มันสัตว์นรกชัด ๆ" "เห้อออออออออ แล้วเอาไงดีค่ะนี่พี่ช่วยหนูคิดหน่อยหนูคิดไม่ออกค่ะ จะเอาไปบ้านหนูก็ไม่ได้แฟนหนูต้องว่าแน่ ๆ เลยพี่ เขาคงไม่เข้าใจหรอก" ฉันถอนหายใจและชวนแท็กซี่คิดหาทางออกอย่างหมดหนทางกับเรืองตรงหน้า "ไม่เป็นไรหรอกหนู ให้ยายลงตรงศาลาข้างล่างนี่ก็ได้" ยายเงยหน้าขึ้นมองฉันน้ำตายังคงกลบสองตา ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งบอกถึงสิ่งที่ผ่านมาในอดีต ตลอดทางฉันไม่ได้ยินเสียงแกพร่ำบ่น หรือด่าทอลูก ๆ ของแกเลย แกได้แต่สะอื้นไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันหันกลับไปสบตากับแท็กซี่ในกระจกมองหลัง "เอางี้มั้ยยายเดี๋ยวผมพายายไปที่โรงพักก่อน ไปฝากไว้กับตำรวจซักคืน แล้วพรุ่งนี้อย่างไรค่อยว่ากันใหม่ ถ้ายายไม่มีที่ไปจริง ๆ ผมจะบอกให้เขาหาสถานสงค์เคราะหฺ์ให้ยายอยู่ด้วย ถ้าโชคดีคงยังพอมีที่ว่างสำหรับยายหรอก ดีมั้ยคุณ" แท็กซี่หันมาถามความเห็นฉ้น "ค่ะดีเหมือนกัน นะค่ะยายแล้วตอนเช้าถ้าเสร็จธุระแล้วหนูจะแวะมาหา" ฉันพยายามพูดให้ยายชราคล้อยตาม ยายเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างมีความหวัง แต่ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปากยาย รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปยังสถานีตำรวจ คนขับรถแท็กซี่หาที่จอดรถจนเรียบร้อยและเดินนำพวกเราผ่าสายฝนอันโปรยปรายในคืนอันหนาวเหน็บ ที่แทรกลึกไปถึงขั่วหัวใจ หล้งจากพูดคุยกับตำรวจบนสถานีตำรวจได้ซักพักนึ่งคนขับแท็กซี่ก็หันมากวักมือเรียกฉันและยายเข้าไป "คืนนี้ยายนอนนี่ก่อนนะ เดี๋ยวคุณตำรวจเขาจะหาที่หลับที่นอนให้ จะได้ไม่ต้องออกไปตะลอนฝ่าฝนเดี๋ยวปอดบวมกันพอดี แล้วตอนเช้าเขาจะประสานงานกับทางท้องที่หาที่อยู่ให้ยาย หรือไม่ก็ตามลูกชายยายมารับ ทำอย่างนี้ได้ยังไงนี่ เอาแม่มาทิ้ง เนรคุณจริง ๆ ผมไปก่อนนะ ไปคุณไปเดี๋ยวผมไปส่ง" ว่าแล้วคนขับแท็กซี่ก็เดินล่วงหน้าลงไปจากสถานีตำรวจพร้อมกับคำขอบคุณงก ๆ เงิ้น ๆ ของยายชรา "ยายทานอะไรหรือยังค่ะ" ฉันถาม ไม่มีคำตอบยายมองกลับมาด้วยสายตาเศร้า "ยายเอานี่ไว้ทานนะค่ะ เผื่อหิว" ฉันยัดถุงใส่กับข้าวที่ซื้อมาสำหรับมื้อเย็นวันนี้และพันธบัตรเล็กน้อยใส่ในมือของยายชราที่พยายามจะปฏิเสธ "หนูไปก่อนนะค่ะ ถ้ายังไงหนูจะแวะมาหายายพรุ่งนี้อีกที" ฉันรับคำขอบคุณจากยายชรามือที่เหี่ยวย่นและผ่านกาลเวลาอันยาวนานของแกพนมขึ้นขอบคุณฉันจนฉันต้องเอามือกดมันลดลง และเดินตามหลังแท็กซี่ใจบุญคันนั้นออกมา "น่าเศร้านะคุณ แม่คนเดียวเลี้ยงลูกหลายคนได้ แต่ลูกหลายคนเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้" คนขับแท็กซี่สบถออกมาก่อนนำฉันขึ้นรถและขับไปส่งยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งฉันพยายามจะยื่นพันธบัตรให้แต่เขาขอรับเพียงค่าโดยสารที่ปรากฏตามมิเตอร์ ซึ่งเขากดมันขึ้นใหม่หลังจากที่ลงมาจากสถานีตำรวจ คืนนี้ฉันถึงบ้านแล้วแม้นจะไม่ปลอดโปร่งมากนักด้วยความเป็นห่วงยายชราที่ได้พบใจวันนี้ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีบ้านอยู่ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง อาหารเย็นมื้อนี้ฉันและคนรักคงต้องกินมาม่าประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปอีกมื้อ แต่ฉันก็ยังมีมื้ออาหารร่วมกับคนที่ฉันรัก และได้นอนในที่นอนที่แสนอบอุ่นในบ้านที่มีความรักความอาทรร่วมกัน ผิดกับยายชรา.....ที่ฉันสัญญาจะไปพบแกอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
Entry แนะนำ (กะเขาบ้าง) รวม Link สิ่งมหัศจรรย์ Lorenso Project ครั้งนี้จากพี่ Blogger OK Nation.......ถึงน้อง Lorenso http://www.oknation.net/blog/witita/2008/07/16/entry-1 ข้อเท็จจริง 10 ประการเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ เมื่อมาโกะ (วัย 6 ขวบ) วาดรูป อาชญากรรม
|