|
ดับโลกร้อนด้วยพุทธะ..
เจริญโพธิญาณนำศานติสุขแด่ทุกๆคนที่มาอยู่พร้อมเพรียงกันในสภาแห่งนี้ ...สภา ตามพจนานุกรม หมายถึงที่ประชุม,องค์การหรือสถานที่ประชุม ยิ่งถ้าเอามาตรฐานไอเอสโอจากพุทธพจน์ที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่ใช่สภา" สัตบุรุษหมายถึงใคร? หมายถึง คนที่เป็นสัมมาทิฐิ สัมมาทิฐิ หมายถึง ความคิดเห็นที่ถูกตรง ถูกตรงต่ออะไร? ก็ถูกตรงต่อพระพุทธธรรม ..มองดูโหง้วเฮงที่เปล่งแสงฉาบฉายคุโฉนเต็มใบหน้าของพวกเราทั้งหลายในที่แห่งนี้ ก็ล้วนมีสง่าราศี บนหัวหนุ่มสาวก็ไม่เห็นเขางอกออกมา บนหัวผู้เฒ่าชราก็ไม่มีงูโผล่มาแผ่แม่เบี้ย ที่นี่จึงน่าจะเป็นสภา มากกว่าที่ซ่องสุมชุมนุมพล ของ พวกเสือสิงกระทิงแรดดั้งหมูปากมหาปลาไหลใส่สเกตส์ แถวๆสวนสัตว์เขาดินวนา ของสารขันธ์ประเทศนี้ ..สัตบุรุษมาร่วมชุมนุมในสภา ในเวลานี้ขณะนี้ โดยมีอาตมา ที่ผู้ศรัทธาพากันเรียกขานว่า ญาปู่ครูบาธรรม โยคีอริยธาตุ ที่อยู่ในเพศนักพรต ผู้เผยแพร่วิถีธรรมไทเซนโพธิสัตว์ องค์ประธานก่อตั้งมูลนิธิมหาญาณโพธิสัจ ที่ตั้งอยู่ข้างสวนสาธารณะเลิงน้ำจั่น เมืองมหาสารคาม มาเป็นผู้บรรยายธรรม ในหัวข้อ "ดับโลกร้อนด้วยธรรมะ" เชื่อว่าพวกเราทั้งหลาย คงจะเคยไปงานศพ แล้วได้ยินบทสวด ที่ว่า กุสะลา ธัมมา , อะกุสะลา ธัมมา , อัพ๎ยากะตา ธัมมา ฯ บทสวดธัมมะสังคิณีมาติกานี้ แปลได้ความว่า กุศลหรือบุญก็เป็นธรรม อกุศลหรือบาปก็เป็นธรรม อัพยากะตาครึ่งๆกลางก็เป็นธรรม โดยสรุปทุกๆอย่างล้วนเป็นธรรม มันจึงฟังดูกว้างขวางสุดประเทศเขตแดนเกินไป ญาปู่จึงขออนุญาตแก้ไข และจะบรรยายภายใต้หัวข้อว่า "ดับโลกร้อนด้วยพุทธะ" ซึ่งน่าจะมีขอบเขตใกล้ชิดแนบสนิทกับเราๆท่านๆมากกว่า
...เชื่อเหลือเกินว่า ตั้งแต่เช้ายันเย็นมาถึง ณ บัดนาวนี้ เราคงได้ยินคำว่า ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ก๊าซเรือนกระจก(Greenhouse gases) และดื่มด่ำกับสารCO2 จนคับสมองแน่ๆ แน่นอนว่าภูมิอากาศของโลกทุกวันนี้แปรปรวน ซีกโลกหนึ่งน้ำท่วม อีกฝั่งซีกโลกหนึ่งเกิดไฟป่า ในบ้านเมืองเราเอง วันเดียวมี๓ฤดูก็ปรากฏขึ้นบ่อยๆ ถ้าเราย้อนหลังไปโน้น ตั้งแต่กำเนิดโลก แม้จะไม่มีใครเคยได้เห็นจะจะมากับตา เราก็เชื่อว่ามี Big Bang การระเบิดใหญ่เกิดขึ้น ตอนนั้นโลกเราก็คงจะเป็นก้อนไฟขนาดมหึมาก้อนหนึ่ง แน่นอนว่ามันคงร้อนกว่าปัจจุบันนี้อย่างมาก พอโลกเริ่มเย็นตัวลง โลกเราก็เข้าสู่ยุคน้ำแข็ง เย็นชนิด บิหูหักได้เลย มันก็คงทรมาณน่าดู เราจะเห็นได้ชัดว่า โลกมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มาตลอดกาล และในปัจจุบันนี้ ใจแกนกลางโลกของเรา ก็มีไฟบรรลัยกัลป์ขนาดมหึมาเดือดปุดๆรอวันเวลาระเบิดเปรี้ยงของมันอยู่ทุกขณะ
...โลกที่เราหมายถึงนี้ มันหมายถึงพื้นแผ่นดินที่เรายืนเหยียบอยู่ เป็นโลกทางกายภาพ ทางภูมิศาสตร์ ที่มันกำลังพัฒนาการ ไปสู่ความวอดวายดับขันธุ์ ตามเหตุตามปัจจัยของมัน มันไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรอกไอ้โลกใบนี้ แต่คนต่างหากที่ร้อน พวกเราทุกผู้ทุกคนนี่แหละ ร้อนยิ่งกว่าโลก มันก็เป็นเรื่องดี ที่คนหนุ่มสาวหยิบมือกระจิดริดหนึ่ง มาช่วยกันหาช่องทางลดภาวะความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกที่เราเหยียบอยู่ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์กายภาพ ซึ่งเป็นเพียง ๑ใน๓โลก ที่พระพุทธองค์ทรงหมายถึง
..โลก๓ (ประดาสภาวธรรม,หรือหมู่สัตว์,กำหนดโดยขอบเขตบ้างไม่กำหนดบ้าง)[Loka;the World;the Earth;sphere;universe] ๑.สังขารโลก (โลกคือสังขาร ได้แก่สภาวธรรมทั้งปวงที่มีการปรุงแต่งตามเหตุตามปัจจัย)[the world of formation] ๒.สัตว์โลก(โลกคือหมู่สัตว์)[the world of beings] ๓.โอกาสโลก(โลกอันกำหนดด้วยโอกาส,โลกอันมีในอวกาศ,จักรวาล)[the world of location;the world in space;the universe]
...จากมุมมองนี้ โลกที่เรายืนเหยียบอยู่ และกำลังวิตกกังวลว่ามันกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายลง พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า โอกาสโลก ซึ่งก็หมายถึง ลูกโลกสีน้ำเงิน ที่พามวลมนุษย์ชาติล่องลอย อยู่ในจักรวาลนี้อยู่ ส่วนสัตว์โลก ท่านก็หมายถึง สิ่งทีมีชีวิตทั้งมวลในโลกนี้ และสังขารโลกนี่ ว่ากันง่ายๆตรงๆ ก็ตือกิเลสตัณหาของสัตว์โลก ที่ชื่อว่าคนนั่นเอง ไอ้กิเลสตัณหาของสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าคนนี่แหละ เป็นสุดยอดปัญหาใหญ่ ของทุกปัญหาในโลกนี้ ซึ่งปัญหาสภาวะโลกร้อน Global warming ก็มีจุดเริ่มต้น มาจากกิเลสตัณหานั่นเอง ..พาเรามาถึงตรงนี้ หัวข้อที่น่าจะตรงที่สุดก็คือ "ดับโลกีย์ร้อนด้วยพุทธะ" ....................................................
(เนื้อหาคำบรรยายธรรมของท่านญาปู่ เมื่อเวลา๑๙.๐๐-๒๐.๐๐น.วันที่๕ก.ค.๕๑ ในโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์ครั้งที่๒. "ค่ายนี้..ไม่มีร้อน" ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ ม.ราชภัฎ มหาสารคาม มีนักเรียนม.๔-๖ พี่นักศึกษาและอาจารย์ ประมาณ๑๒๐ คน ถอดเทปเก็บความโดยอ.วิไลวรรณ ศรีสวัสดิ์)
|