• ไทเซน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : admin@taimk.net
  • วันที่สร้าง : 2007-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 236
  • จำนวนผู้ชม : 57337
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
มหาญาณโพธิสัจ มหาสารคาม
เป็นคนต้องนอกคอก ออกนอกกรอบที่ครอบคลุม กฏเกณฑ์ข่มเหงคุม เก็บกักจิตอิสรา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/taimahayan
วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม 2551
สมณะเป็นพระหรือไม่?
Posted by ไทเซน , ผู้อ่าน : 346 , 17:58:07 น.   | หมวดหมู่ : วิถีธรรม ไทมหาญาณ  
พิมพ์หน้านี้


สมณะเป็นพระหรือไม่?

  ...วันนี้ขอต่อ จากข่าวการชกหน้าสมณะ อีกครั้ง   ที่เมื่อวานได้ค้นพระไตรปิฎกเรื่องสีของจีวร   วันนี้มาว่ากันเรื่องประเด็น   สมณะเป็นพระหรือไม่?   ก็ต้องพาย้อนกลับไปเริ่มต้น    ตั้งแต่ต้นตอผู้ให้กำเนิด   "สมณะชาวอโศก"  นั่นก็คือสมณะโพธิรักษ์   หรือพ่อท่านผู้นำศรัทธาของญาติธรรมอโศกทุกระดับ

...นาย มงคล    รักพงษ์ เกิดที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ บิดาเสียชีวิต ตั้งแต่ท่านยังเล็ก มารดาได้มาประกอบอาชีพที่ จ.อุบลราชธานี เรียนจบชั้นมัธยมปลายในกรุงเทพฯ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง แผนกวิจิตรศิลป์  และ ได้เปลี่ยน ชื่อเป็น รักรักพงษ์     ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่างนี้  เรียนจบแล้ว  ท่านได้เข้าทำงาน ที่ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (พ.ศ. ๒๕๐๑)   โดยเป็นผู้จัดรายการเด็ก, รายการการศึกษา และรายการวิชาการต่างๆ จนมี ชื่อเสียง  ในสมัยนั้น  ทั้งยังเป็นครูพิเศษสอนศิลปะตามโรงเรียนต่างๆ ด้วย

..รัก  รักพงษ์  มีความสามารถในศิลปการประพันธ์  ทั้งเรื่องสั้น   สารคดี   บทกวี   บทเพลง   โดยเฉพาะ เพลง "ผู้แพ้" ได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยนั้น (พ.ศ.๒๔๙๗  - พ.ศ.๒๔๙๘)   และเพลงที่ประกอบภาพยนต์  เรื่องโทน   เช่น เพลงฟ้าต่ำแผ่นดินสูง   เพลงชื่นรัก    เพลงกระต่ายเพ้อ (ทำให้วงThe Imposible) มีชื่อเสียงโด่งดัง ) เป็นต้น

..ต่อมาได้อุปสมบทที่  วัดอโศการาม   จ.สมุทรปราการ ในคณะ ธรรมยุติกนิกาย(พระป่า) เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓   ได้รับฉายาว่า "พระโพธิรักขิโต"   มี พระราชวรคุณ เป็นอุปัชฌาย์

...วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ เข้ารับการสวดญัตติฯ เป็นพระของคณะมหานิกาย(พระบ้าน) อีกคณะหนึ่ง โดยมีพระครูสถิตวุฒิคุณ เป็นอุปัชฌาย์

..วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘  ประกาศลาออกจาก มหาเถร สมาคม ซึ่งการกระทำเช่นนี้เรียกว่า  "นานาสังวาส"  และ มีสิทธิที่จะ ได้รับ   ความคุ้มครอง   ตามมาตรา ๒๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
              (ดูประวัติละเอียดที่http://www.asoke.info/01Religion/Bodhirak/index.html)

...ปี 2532 มหาเถรสมาคมทำพิธีปัพพาชนียกรรม(ขับคณะอโศกออกจากหมู่สงฆ์ไทย)

 
..ปี 2537 มีหนังสือจาก กรมการศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๗/๒๕๓๗ " พระภิกษุ สามเณร ในสำนักสันติอโศก มิได้ขึ้นอยู่ในปกครอง ของคณะสงฆ์ไทย ตามพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ และไม่ได้อยู่ ในความอุปการะ ของทางราชการ "

..ปี 2538 ถูกดำเนินคดีในศาลยุติธรรม จนศาลพิพากษาถึงที่สุดไม่ให้แต่งกายเหมือนพระสงฆ์ไทย  ชุดแต่งกายของพระสงฆ์ในสันติอโศกจึงเป็นเช่นที่เห็นในปัจจุบัน   คือไม่ใช่สีเหลืองแต่ออกคล้ำดำ

..ตามมาถึงตอนนี้ ถ้าว่ากันตามกฎหมายไทย  นักบวชชาวอโศก  ก็ไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์ไทย ภายใต้การควบคุมของมหาเถรสมาคม   ซึ่งท่านรับรองความเป็นพระตามกฏหมาย ไว้เฉพาะ

๑. มหานิกาย(พระบ้าน)
๒. ธรรมยุติกนิกาย(พระป่า)
และได้รับการรับรองตามกฎหมาย คณะสงฆ์ฝ่ายมหายานที่แบ่งเป็น
๑.จีนนิกาย(มหายานจีน)
๒.อนัมนิกาย(มหายานญวน)

..ถ้าพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมา ไม่เอียงเทเข้าฝ่ายได้  พ่อท่านสมณโพธิรักษ์     ได้บวชในคณะสงฆ์ธรรมยุตินิกาย  และญัติเข้าในหมู่สงฆ์คณะมหานิกาย  ครบ๒หมู่สงฆ์ใหญ่ ในมหาเถรสมาคมไทย ยังไม่มีหลักฐานใดๆ  ยืนยันว่าท่านได้ลาสิกขาบท (ลาสึกออกมาเป็นฆราวาส)   ต่อให้หมู่สงฆ์จะทำพิธีปัพพาชนียกรรม (โดยไม่ได้เรียกนักบวชชาวอโศกเข้าไปกระทำพิธีต่อหน้า ตามพุทธบัญญัติ)   แค่ขับออกจากหมู่สงฆ์ใหญ่  ก็ไม่น่าจะทำให้ความเป็นพระ  ของพระรัก  โพธิรักขิโต  สิ้นสุดยุติลงได้       และวิถีชีวิตที่ผ่านมาของท่านจนถึงปัจจุบัน   ก็ไม่มีนัยใดๆส่อให้เห็นว่า  ท่านได้ดำรงชีวิตเยี่ยงฆราวาส    ตรงกันข้ามท่านกับมีวิถีชีวิตเยี่ยงนักบวชในสมัยพุทธกาล  ที่เคร่งครัดแบบแตะต้องสัมผัสได้  คนจำนวนมากมายจึงยอมรับความเป็นพระพุทธสาวกของท่าน  ฉะนั้นหมู่สมณะชาวอโศกทุกองค์   ก็ย่อมเป็นสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ของแท้ของจริงเช่นกัน

..และได้ข่าวมาว่า   พ่อท่านและคณะนักบวชชาวอโศก   อุตส่าห์ถอยออกมาทำบัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนคำเรียกขานจาก พระ   มาเป็นสมณะแล้ว   แต่งกายก็ไม่เหมือนหมู่สงฆ์ไทย      โดยท่านใช้ผ้าสีออกน้ำตาลเข้ม การครองผ้าก็เห็นชัดว่า  แตกต่างไม่สำรวยกระตุ้งกระติ้งเหมือนพระบ้าน    และไม่ดูอึม ครึมเคร่งเครียดเหมือนพระป่าแต่อย่างใด?  แล้วสงฆ์หมู่ใหญ่     จะไล่จะบี้ขยี้ต้อนนักบวชอโศกท่านไปถึงไหนกันหนอ?

..ในบทสวดบทสังฆคุณ ระบุไว้ชัด ถึงคุณสมบัติของพระสงฆ์สาวกไว้ ๙ ประการคือ

๑. สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ แปลว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าปฏิบัติดีแล้ว

๒. อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ แปลว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเข้าเป็นผู้ปฏิบัติตรง

๓. ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ แปลว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติถูกทาง

๔. สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ แปลว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติสมควร

๕. อาหุเนยฺโย แปลว่า เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย หรือผู้ควรแก่ของคำนับ

๖. ปาหุเนยฺโย แปลว่า เป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ หมายถึง พระสงฆ์สาวกเป็นผู้ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง และเป็นผู้ปฏิบัติสมควรแล้ว

๗. ทกฺขิเณยฺโย แปลว่า เป็นผู้ควรแก่ทักษิณาทาน(บริจาคทานอุปถัมภ์)

๘. อญฺชลิกรณีโย แปลว่า เป็นผู้ควรแก่การกราบไหว้

๙. อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส แปลว่า เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นยิ่งกว่า 

..ผู้ที่มีองค์คุณเหล่านี้ ถึงจะถือว่าเป็นพุทธสาวก เป็นพระอริยบุคคล ๔ คู่ ๘ บุคคล  ซึ่งท่านเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในมรรคผลทั้งสิ้น คือ
..คู่ที่ ๑ คือ พระโสดาปัตติมรรค พระโสดาปัตติผล
..คู่ที่ ๒ คือ พระสกทาคามิมรรค พระสกทาคามิผล
..คู่ที่ ๓ คือ พระอนาคามิมรรค พระอนาคามิผล
..คู่ที่ ๔ คือ พระอรหันตมรรค พระอรหันตผ

..ทั้ง๙ ข้อคุณสมบัติของพระสงฆ์พุทธสาวก ก็ไม่มีคำความใดระบุว่าจะเป็นพระได้ต้องมีมหาเถรสมาคมรับรอง    ความเป็นพระจึงขึ้นอยู่กับสภาวะธรรมเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด   นักบวชท่านใดมีสังฆคุณทั้ง๙ก็ย่อมเป็นพระสงฆ์ได้เช่นเดียวกัน   มิใช่หรือ

..ไม่ใช่ว่าญาปู่เอง  ก็ออกจากหมู่สงฆ์ใหญ่(ธรรมยุตินิกาย)  โดยไม่ได้กล่าวคำลาสิกขาบท(ลาสึก) มาครองเพศนักบวช  ในนามนักพรต  ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับชาวอโศก   ทั้งๆที่ไม่ใช่ชาวอโศก  แล้วมาเขียนบล๊อคเข้าข้างกัน  แต่ว่าโดยความเป็นนักบวช  โดยวิถีชีวิตที่ดำเนินในเส้นทางของพรหมจรรย์เส้นทางนี้  จะเรียกชื่อนำหน้ากันว่าพระ   จะเรียกว่าสมณะ   จะเรียกว่านักพรต  ก็น่าจะมีความสำคัญน้อยกว่า สภาวะธรรม ข้อวัตรปฏิปทา ที่ท่านพากันปฏิบัติ  น่าจะสำคัญกว่าการรับรองของคณะสงฆ์ใหญ่ ในประเทศใดๆหรอกกระมัง ..

                                         Taimk

                                   www.taimk.net


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
ไทเซน วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 18.07 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

.ด้วยความยินดียิ่ง ที่คุณpathom ขยันมาเยี่ยมเยียน และขอยืนยันว่า เข้าใจ และเคารพในความเชื่อ ความคิดเห็นของคุณจริงๆ ชาวพุทธแท้ๆต้องเป็นอย่างนี้ ศึกษา ทำความเข้าใจ ไม่ใช่เชื่ออะไรง่ายๆตะพึดตะพือ

..ดังได้กล่าวว่าไม่ใช่สานุศิษย์ใดๆของสมณอโศก จึงไม่อยู่ในฐานะ ที่จะอธิบายขยายความอะไรให้ละเอียดลึกซึ้งได้ ก็จะขอชี้แจงเท่าที่รู้และเข้าใจ ในประเด็นต่างๆดังนี้

๑.นิกายนี้มาอย่างไม่ถูกต้อง
..เท่าที่ติดตามมา ยังไม่เคยได้ยินว่าชาวอโศก ประกาศตนเป็นนิกาย,หรือลัทธิ แต่ประกาศความเป็น"นานาสังวาส" คือมีความเห็นต่างจากสงฆ์หมู่ใหญ่ไทย

๒.อวดอุตตริ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า ปาราชิก
...อวดอุตตริมนุสสธรรม ต้องมีองค์ประกอบ๗ คือ ๑ เบื้องต้นเธอรู้ว่า จักกล่าวเท็จ ๒ กำลังกล่าว ก็รู้ว่ากล่าวเท็จ ๓ ครั้นกล่าวแล้ว ก็รู้ว่ากล่าวเท็จแล้ว ๔ อำพรางความเห็น ๕ อำพรางความถูกใจ ๖ อำพรางความชอบใจ ๗ อำพรางความจริง เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ถ้าอุตริมนุสสธรรมนั้นมีจริง ก็ไม่ต้องปาราชิก หรือแม้ว่าไม่มีจริง คนฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องปาราชิก

๓.พระเทวทัตเองไม่ใช่เหรอที่ทูลขอพระพุทธองค์ให้ภิกษุแห่งองค์โคดมกินแต่ผักแต่หญ้า และพระพุทธองค์ก็ไม่รับจึงเป็นปฐมเหตุแห่งการแตกแยกระหว่างเทวทัตกับคณะสงฆ์
...การขอของเทวทัต คือขอเพื่อให้บัญญัติบังคับถาวรตลอดชีวิตกับสงฆ์ทุกรูป ด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยขอพ่วงด้วยอีกตั้งหลายข้อ อาทิ อยู่ป่าตลอดชีวิต, บิณฑบาตรตลอดชีวิต,ใช้ผ้าบังสุกุล,อยู่ป่า,ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ซึ่งข้อวัตรเหล่านี้ พระป่าหลายองค์ก็ปฏิบัติอยู่ ไม่เห็นใครด่าว่าเป็นศิษย์เทวทัต พระพุทธองค์ทรงให้ภิกษุใด ใคร่ถือก็ถือ ไม่ใช่ไม่ให้ถือข้อวัตรต่างๆเหล่านี้ แต่ให้เป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละองค์

๔.ต้มไก่กับลวกผัก มันแน่นอนครับว่า ต้มไก่ต้องยากกว่าแน่ ๆ แต่ถ้าพูดถึงความสะดวกของผู้ให้ล่ะครับ
...ไปดูในบาตรพระป่าบ้านนอกได้ ข้าวเหนียว ผักลวก แจ่ว หน่อไม้ กล้วย ขนม เต็มบาตรทุกวัน อาหารเนื้อ อาหารปูปลา มาทำเองในโรงครัวทั้งนั้น ศีลข้อที่๑ ห้ามฆ่าสัตว์ แผ่เมตตาว่าสรรพสัตว์เป็นเพื่อนร่วมเกิด,แก่,เจ็บ,ตายทั้งหมดทั้งสิ้น ยังเคี้ยวเนื้อเพื่อนอยู่หยิกๆ ไม่รู้จะสวดแผ่เมตตาให้เมื่อยทำไม?
อาหารพืชผักนี่ สบายทั้งผู้ให้ ทั้งผู้รับ ไม่ยุ่งยากอะไรหรอก ขอยืนยัน ในฐานะที่เป็นนักมังสวิรัติอาศัยข้าวชาวบ้านวันละมื้อ มาร่วม๒๒ปีแล้ว สะดวกสบาย ทั้งผู้ให้ผู้รับ กล้วยกับข้าวเหนียว กับผลไม้ต่างๆนี่ ใครๆก็ใส่บาตรให้ทุกวันไม่มีขาด มันขึ้นอยู่ที่ว่า ผู้ฉันยังติดรสอร่อยของเลือดเนื้อของสรรพสัตว์อยู่หรือไม่?

๕.เพราะการเลือกกินแต่ผัก เน้นนะครับว่า ประเด็นนี้คือการเลือกกิน มันก็ต้องอาบัติแล้ว ผิดพระวินัยซ้ำซากจะเป็นพุทธแท้ ๆ ได้อย่างไร?
..เขาไม่ใช่เรียกว่าเลือก แต่เขาให้พิจารณา(ปัจเวกขณ์) ว่าอะไรสมควรไม่สมควรฉัน อาหารจากเลือดเนื้อของสัตว์ มันสมควรฉันตรงไหน? มีประโยชน์อะไรต่อชีวิตหนักหนา ขาดมันจะตายไหม? ในเมื่อมีข้าว มีผัก มีผลไม้อยู่ จะฉันมันเอาอะไรเนื้อสัตว์ต่างๆนั่น และพูดก็พูดเถอะ โอกาสจะได้ฉันเนื้อหมาปลอมปน มาในรูปของลูกชิ้น ในรูปของไส้กรอก กุนเชียง มันจะไม่มีเลยหรือ? มังสะ๑๐ เนื้อสัตว์๑๐ประการ ที่ทรงห้าม จะบริสุทธิ์โดยส่วนได้อย่างไร? พิจารณาก่อนฉันเป็นเรื่องนักบวชทุกคนต้องเข้มงวด พระป่ายังลงทุนสวดก่อนฉันกันทุกวัด แต่เผอิญพากันสวดเป็นภาษาบาลีไม่รู้ความหมาย เลยพากันฉันเนื้อเอาอร่อย เอาสนุกสนานกันยกแผง

๖.การเป็นพุทธมิเพียงแต่ต้องยึดธรรม ต้องยึดพระวินัยด้วย
..แน่นอนชาวอโศก เขาก็ยืนยันว่ายึดธรรม ยึดวินัย นักบวชที่ต้องการเป็นนักบวชแท้ๆ ก็ต้องยึดธรรมยึดวินัยทั้งนั้น

๗. และยิ่งเรื่องเข้ามายุ่งเรื่องการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องผิดอย่างรุนแรง ญาปู่คงทราบดีว่าตอนนี้สังคมไทยมันแตกเป็นชิ้น ๆ เราไม่ต้องถามหรอกครับว่าเพราะอะไร หรือทำไม ใครเป็นต้นเหตุ
..เรื่องนี้เกินวิสัย ที่จะอธิบายแทนสมณชาวอโศกได้ แต่ในความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าการแสดงจุดยืนทางสังคม ไม่ได้หวังเข้ายึดกุมอำนาจรัฐ ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร? ยังเชื่อว่าการที่ชาวอโศกเข้าร่วมกับพันธมิตร ช่วยให้ความร้อนแรงรุนแรงต่างๆ เบาลงได้เยอะ และไม่เชื่อว่าสมณอโศก มีแผนการณ์จะยึดกุมประเทศ ตามที่ทางรัฐโหมข่าวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

๘.ผมนับถือและยอมรับความเป็นนิกาย ความเป็นศาสนาที่มีในโลก แต่ผมไม่ยอมรับการอ้างตัวว่าเป็นพุทธแต่แท้จริงแล้วคุณไม่ใช่ นี่คือสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้
..พุทธคือสภาวะจิตของผู้รู้..ตื่น..เบิกบาน ใครๆก็เป็นพุทธได้ ชาวอโศกก็น่าจะเป็นพุทธได้ ไม่เห็นจะผิดแผกตรงไหน? ถ้าเขาอ้างว่าเป็นพระไทย เป็นพระของเถระสมาคม เป็นพระธรรมยุติ เป็นพระมหานิกายนั่นผิดกฏหมายไทยแท้ๆ แต่ถ้าไม่ได้อ้าง ก็เป็นชาวพุทธ เป็นพุทธได้ทั้งนั้นแหละ..

.."การตอบครั้งนี้ของผม มิได้มีเจตนาจะโต้เถียงเพื่อเอาชนะ หากแต่เป็นการอธิบายและชี้แจงตามที่ผมทราบ ซึ่งแน่นอนว่า ผมไม่ขอยืนยันว่าผมถูกต้อง"
..เชื่อและมั่นใจเช่นนั้นจริงๆ ญาปู่เองก็อธิบายเท่าที่ภูมิรู้ในเรื่องนี้ที่มี ดีแล้วที่เรากล้าคิด กล้าค้านแย้ง ชาวพุทธต้องพากันเป็นอย่างนี้กันเยอะๆ สังคมพุทธไทย จะได้พัฒนาและเข้มแข็งมากกว่านี้
.......................
ความคิดเห็นที่ 22
ปฐม วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 10.13 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

อีกทีนะครับท่านญาปู่

ผมเข้าใจครับ เพราะญาปู่ท่านย้ำแล้วในเนื้อหา ว่า ท่านไม่ใช่สันติอโศก

ผมเข้าใจครับ แต่การตั้งคำถามและการชี้แจงของผม เป็นเพียงแต่ในเนื้อหา เป็นการถกในเนื้อหา ไม่ได้พาดพิงเป็นการส่วนตัวถึงท่านญาปู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 21
ปฐม วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 10.11 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

สวัสดีตอนเช้าครับท่านญาปู่

ผมขอไม่ยอมรับว่า ความเห็นผม "แรง" แต่ผมยอมรับว่า คำพูดผม "แรง" ซึ่งอาจต้องขออภัยญาปู่ไว้ ณ ที่นี้

เพราะประเด็นความเห็นผม ผมเชื่อว่าญาปู่คงเข้าใจบ้าง ประเด็นคือ นิกายนี้มาอย่างไม่ถูกต้องและข้อหาที่เกิดขึ้นในลิงค์ที่ผมเอามาให้ดูของ สมณะโพธิรักษ์ เป็นข้อหาเรื่องอวดอุตตริ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า ปาราชิก ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่า เจ้านิกายไม่ได้ถูกยอมรับมาตั้งแต่ต้นในเชิงพุทธ

ผมก็บอกชัดว่า สันติอโศก เคร่งครัดปฏิบัติดี ผมเคยลงไปดูชุมชนของชาวอโศกด้วยตัวเอง ผมชอบนะครับ สงบ แต่มันคนละเรื่องกันถ้าพูดถึงเรื่องแห่งความเป็นพุทธ

ถ้าเราจำได้ พระเทวทัตเองไม่ใช่เหรอที่ทูลขอพระพุทธองค์ให้ภิกษุแห่งองค์โคดมกินแต่ผักแต่หญ้า และพระพุทธองค์ก็ไม่รับจึงเป็นปฐมเหตุแห่งการแตกแยกระหว่างเทวทัตกับคณะสงฆ์

ต้มไก่กับลวกผัก มันแน่นอนครับว่า ต้มไก่ต้องยากกว่าแน่ ๆ แต่ถ้าพูดถึงความสะดวกของผู้ให้ล่ะครับ ถ้าเป็นชุมนุมของท่านเอง ลัทธิของท่านเองไม่มีใครว่าหรอกเพราะเป็นกฏกติกาที่รับกันเองได้

แต่ไม่ใช่วิถีพุทธแน่นอน เพราะพระพุทธองค์เองก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้มิใช่หรือ ? เป็นสงฆ์ต้องออกไปเผยแพร่ธรรมให้ "โลก" ได้เห็น มิใช่ให้คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นได้ปฏิบัติ ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนในความคิดผมว่า

"สันติอโศก" คือ ลัทธิ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางพุทธ อาจจะมีเกี่ยวบ้างคือปฏิบัติตามคำสอน แต่มิใช่พุทธแท้ แต่ถ้าถามกันกง ๆ ก็ต้องตอบกันกง ๆ ว่า การปฏิบัติของสันติอโศกน่าเลื่อมใส เคร่งครัด

แต่ในเชิงของลัทธิ เหมือนโยคีที่แสวงหาวิมุติวิโมกข์ ไม่ใช่พุทธ

เพราะการเลือกกินแต่ผัก เน้นนะครับว่า ประเด็นนี้คือการเลือกกิน มันก็ต้องอาบัติแล้ว ผิดพระวินัยซ้ำซากจะเป็นพุทธแท้ ๆ ได้อย่างไร

การเป็นพุทธมิเพียงแต่ต้องยึดธรรม ต้องยึดพระวินัยด้วย เพราะทุกสิ่งถือเป็นพระพุทธวจนะ เมื่อเราบอกว่าเราเป็นพุทธจะหลีกเลี่ยงพุทธวจนะได้เหรอ

พระธรรมวินัยที่เรากล่าวไว้ดีแล้ว ชอบแล้ว ไม่ต้องแก้ไขพระธรรมนั้น แต่พระวินัยพระพุทธองค์ทรงให้ปรับเปลี่ยนได้ "บางข้อ" "ปรับได้นิดหน่อย"

แต่ก็ต้องผ่านการสังคยนาซึ่งถือเป็นที่ยอมรับ

แต่สันติอโศกปรับกันเองนะครับ ไม่ได้มีการสังคายนาพระธรรมวินัยใด แบบนี้นับเป็นพุทธไม่ได้

และยิ่งเรื่องเข้ามายุ่งเรื่องการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องผิดอย่างรุนแรง ญาปู่คงทราบดีว่าตอนนี้สังคมไทยมันแตกเป็นชิ้น ๆ เราไม่ต้องถามหรอกครับว่าเพราะอะไร หรือทำไม ใครเป็นต้นเหตุ

เพราะต่างมีเหตุผลเข้าข้างพวกตนทั้งสิ้น แต่ประเด็นคือในขณะที่บ้านเมืองกำลังแตกเป็นสองฝ่ายแบบนี้ สันติอโศกได้ให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เป็นกิจของสงฆ์ เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ส่งสั่งสอนให้ทำอย่างนั้นหรือ

คราเมื่อวิฑูฑภะฆ่าล้างโคตรชาวศากยะ เหตุใดพระพุทธเจ้าถึงไม่ตรัสห้าม

เหตุหนึ่งเป็นเรื่องของกรรม

เหตุสองมิใช่ธุระของสงฆ์

ดังนั้นจึงสำคัญนะครับ การก้าวตามพุทธ เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว สันติอโศก นับเป็นพุทธได้หรือท่านญาปู่

ผมนับถือและยอมรับความเป็นนิกาย ความเป็นศาสนาที่มีในโลก แต่ผมไม่ยอมรับการอ้างตัวว่าเป็นพุทธแต่แท้จริงแล้วคุณไม่ใช่ นี่คือสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้

และเมื่ออ้างตนว่าเป็นพุทธ แต่เข้ามายุ่งเรื่องการเมือง ทำให้คนแตกแยกซ้ำสองซ้ำสาม มันเป็นเรื่องไม่น่าอภัยจริง ๆ นะท่านญาปู่

การตอบครั้งนี้ของผม มิได้มีเจตนาจะโต้เถียงเพื่อเอาชนะ หากแต่เป็นการอธิบายและชี้แจงตามที่ผมทราบ ซึ่งแน่นอนว่า ผมไม่ขอยืนยันว่าผมถูกต้อง

แต่ผมคิดของผมอย่างนี้ และไม่คิดว่า ใครต้องคิดเหมือนผม

ขอบคุณครับญาปู่
ความคิดเห็นที่ 20
ไทเซน วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

..ปีติยินดี ทุกการเยี่ยมเยียน และความคิดเห็นอันเป็นสาระยิ่ง ของสหายชาวโอเคทุกท่าน

..คุณนานาจิตตัง แก่นแท้ของพุทธะ ก็คือการลดกิเลสของตนเอง อย่างเอาจริงเอาจังนี่แหละ

..คุณKati จริงแท้ๆที่ว่า"คุณค่าความงดงามของวัตรปฏิบัติ"เป็นหลักสำคัญในความเป็นพระ,เป็นสมณะ(ผู้สงบกิเลสแล้ว)

..คุณความคิดเห็นที่ 12 การเมืองมิใช่มีเฉพาะการเข้ายึดครองอำนาจรัฐ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทุกปรากฎการณ์ในสังคม, ทุกการเคลื่อนไหว ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องการเมืองทั้งนั้น สมณชาวอโศกกล้าแสดงจุดยืนทางสังคม ไม่ใช่จะเข้าไปยึดกุมอำนาจรัฐ จึงไม่ใช่เรื่องน่าจะไปวิตกกังวล จนไม่สบายใจหรอกน่า

..คุณniyom แนวคิดที่เชื่อว่า"ถ้าใจไม่สละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง และมุ่งที่จะศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง ยังไงก็ยังไม่เป็นนักบวช " รักษาสาระนี้ไว้ให้ดีทีเดียวเชียว

..คุณแมงป่องจำศีล แม่นแน่แล้ว"พระหรือสมณะเป็นเพียงชื่อสมมุติหากใครปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็สามารถกราบไหว้ได้" กราบพระพุทธอย่าติดอิฐติดปูน กราบพระธรรมอย่าติดตู้ใบลาน กราบพระสงฆ์ อย่าติดแค่ผ้าเหลือง..

..คุณปฐม จุดยืนความคิดของคุณชัดเจนมั่นคงดี ถ้าทบทวนตรวจสอบอีกนิดแล้วแหร่มเลย "ข้อหา สังฆเภท"ไม่ใช่เรื่องจะกล่าวหา กันเอาสนุกๆ มหานิกาย-ธรรมยุตินิกาย, มหายาน-เถรวาท, ก็ล้วนแตกต่างกันคนละขั้ว รัฐธรรมนูญ,กฏเถรสมาคม ไม่ได้เขียนโดยอริยะ เขียนได้,ก็ฉีกทิ้งกันได้บ่อยๆ แต่พุทธะธรรมวินัย เกิดขึ้นโดยธรรม เป็นสัจจะเที่ยงแท้แน่นอนไม่มีวันเปลี่ยนแปลง "คณะสงฆ์ไม่เห็นชอบในความเป็นไปของพวกคุณก็เท่ากับว่า ต้องปาราชิก " คำความนี้ ดูจะรุนแรงและลุแก่อำนาจเกินไปละมัง
..ทุกปรากฎการณ์ล้วนมีคนชอบ,คนชัง,คนเฉยๆเป็นธรรมดา หมู่สงฆ์ชาวอโศก ถูกก่นด่าจากสังคมเป็นประจำเป็นปกติ จะแรงจะหยาบช้าอย่างไร? ก็ขึ้นอยู่กับจริตของผู้เกลียดชังแต่ละคน ก็ว่ากันไปตามสะดวก และขอยืนยันย้ำตรงนี้ ว่าญาปู่มิใช่สานุศิษย์สาวกของชาวอโศก มีอะไรหลายอย่างที่คิดต่างจากชาวอโศก ไม่ใช่เห็นดีเห็นงามไปทุกเรื่อง แต่ก็มั่นใจว่าสมณะชาวอโศก เป็นสงฆ์พุทธสาวกที่น่าเลื่อมใส และควรใส่ใจศึกษาธรรมวิถีของท่านอย่างไม่มีอคติ
....และในกรณี "ทำตัวเคร่งครัด กินยากอยู่ยาก" ต้มไก่กับลวกผักนี่อะไรมันยากกว่ากัน การกินมังสวิรัติ ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย สบายๆนี่ มันไม่ได้เคร่งครัด กินยากอยู่ยากอะไรเลยจริงๆ

....คุณถุงแป้ง ศาสนาไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ความคิดของเราเองต่างหาก ที่แต่ละคนควรเป็นห่วง ธรรมะไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่อกุศลธรรม,กุศลธรรม, เราจะทำอะไรที่เลี่ยงอกุศล และทำในสิ่งที่เป็นกุศล นี่แหละคือเรื่องสำคัญ

..คุณอักษราภรณ์ ใช้หน้าปากตรง แสดงว่าเฉยๆ ถ้าเฉยๆแบบรู้ตัวทั่วพร้อม เขาเรียกว่าเฉยแบบว่าง
ไม่ใช่เฉยเด๋อ แบบไม่รู้เรื่องอะไร?

..คุณkengrimsay สิ่งที่เชื่อ กับสิ่งที่จริง อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ก่อนจะฟันธงเรื่องอะไร? ต้องถามตัวเราเองว่า เราได้ศึกษา,ได้รู้จัก สิ่งที่เราเกลียดเราชังนั้น มากน้อยแค่ไหน?

..ขอยืนยันอีกครั้งว่า ปีติยินดี ทุกการเยี่ยมเยียน และความคิดเห็นอันเป็นสาระยิ่ง ของสหายชาวโอเคทุกท่านจริงๆ
..
ความคิดเห็นที่ 19
kengrimsay วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/kengrimsay

ฟันธงเลยไม่ใช่พระแน่นอน แต่เป็นพวกนอกรีด มารศาสนา นำพาสังคมเสื่อมและสับสน

สันติอโศก ศรีษะอโศก ไปสถิตอยู่ที่ใดวุ่นวายที่นั่นครับ
ความคิดเห็นที่ 18
อักษราภรณ์ วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 00.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.


ความคิดเห็นที่ 17
ถุงแป้ง วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 21.11 น.
http://www.oknation.net/blog/anong51

ผิดทางธรรมค่ะ
ห่วงพุทธศาสนานะคะ
ความคิดเห็นที่ 16
ปฐม วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

คอมเมนต์อันแรก ผมเอาการพิจารณาของคณะสงฆ์มาให้ท่านอ่าน

และเรื่องนี้ เอามาชี้ให้ท่านเห็นว่า สันติอโศก ในสายตาคนอื่นเป็นอย่างไร

http://search.pantip.com/cgi-bin/ss?query=%CA%D1%B9%B5%D4%CD%E2%C8%A1&group=%C3%D2%AA%B4%D3%E0%B9%D4%B9&grp=&search=&submit=&age=all&x=29&y=28

ลองเสิร์ชดูทีละอันนะครับ

ถ้าสันติอโศกอยากเป็นสงฆ์ ควรทำ "กิจของสงฆ์" อย่ามาก้าวก่ายเรื่องที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์

และเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนแตกแยกด้วย จึงนับว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 15
ปฐม วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

http://newweb.bpct.org/content/view/223/110/

อย่างน้อยก็หนึ่งข้อหา สังฆเภท ไปแล้วล่ะ

อย่าลืมว่า บ้านมีกฏบ้านเมืองมีกฏเมือง เขาไม่ต้อนรับนิกายนี้ดังนั้นจะทำตัวเลียนแบบก็ไม่ได้ ไม่เข้าที

แม้แต่การขอข้าวคนเค้ากิน ก็ไม่น่าจะทำได้ เพราะไม่ว่าอย่างไร กฏหมายมีอยู่ แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องทางสงฆ์เอง และสงฆ์ก็จัดการไปแล้ว ดังนั้น สันติอโศก ไม่มีความชอบธรรมใดที่จะอยู่ในสถานะนี้

เอาง่าย ๆ ถ้าคนไม่รู้เรื่อง เขาเห็นพวกสมณะเหล่านั้นอย่างน้อย ๆ ก็ต้องยกมือไหว้

และผมว่าฟังไม่ขึ้นเรื่อง ปฏิบัติตามคำสอนศาสดา ถ้าปฏิบัติตามคำสอนจริง อย่างน้อย ๆ ก็ต้องหลีกเลี่ยงเรื่องสังฆเภทบ้าง เพราะพระพุทธองค์ได้บัญญัติเป็นพระวินัยไว้และให้สงฆ์ปกครองกันเอง

ในเมื่อคณะสงฆ์ไม่เห็นชอบในความเป็นไปของพวกคุณก็เท่ากับว่า ต้องปาราชิก

มีโทษเท่ากับ เทวทัต ตอนมิได้ยังถวายกระโดงคาง เป็นกรรมที่ให้อภัยกันไม่ได้

และถ้าเป็นพุทธสาวกจริง ออกมายุ่งเรื่องการเมืองทำไม กิจของสงฆ์หรือเปล่า เอาแค่ว่าเรื่องกิจของสงฆ์ก็พอ

ไม่เพียงแต่เท่านี้ ธรรมยาตรา อะไรเนี่ย ที่มีแกนนำเป็นสันติอโศก ยังถูกถ่ายภาพได้ตอนเท่าโล่ห์ ผมอยากถามว่า ใช้อะไรคิด ใช้รูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแปะโล่ห์

มันทั้งนอกรีตและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แม้ผมจะเกลียดสันติอโศก แต่ผมไม่ปฏิเสธว่า พวกนั้นปฏิบัติดี มีวินัย แม้จะนอกลู่ทางพุทธไป ก็ไม่ว่ากัน

ผมมองเป็นแค่นิกายหนึ่งที่ทำตัวให้เคร่งครัด กินยากอยู่ยากเท่านั้นเอง มันก็เป็นบทบาทหนึ่งของผู้บำเพ็ญเพียร

แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของศาสนาหรือสงฆ์ทั้งสิ้น

ถ้าเป็นไปได้ ไปหากฏหมายรองรับความเป็นอยู่ของสันติอโศกเถอะ ทำตัวคลุมเครือแบบนี้ คนส่วนหนึ่งรับไม่ได้แน่ ๆ
ความคิดเห็นที่ 14
แมงป่องจำศีล วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.24 น.
http://www.oknation.net/blog/maengpong

พระหรือสมณะเป็นเพียงชื่อสมมุติหากใครปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็สามารถกราบไหว้ได้เพราะพุทธองค์สอนให้ปล่อยวางอย่ายึดติดดีก็เห็นว่าดีเลวก็เห็นว่าเลวไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ยินดีหรือเกลียดชัง
ความคิดเห็นที่ 13
niyom วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.14 น.

การเป็นนักบวช สาระสําคัญมันอยู่ที่จิตใจ ต่อให้บวชเรียนถูกต้องมีสถาบันรับรอง แต่งกายสวยงามตามรัฐนิยม ถ้าใจไม่สละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง และมุ่งที่จะศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง ยังไงก็ยังไม่เป็นนักบวช
ความคิดเห็นที่ 12
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.08 น.
พญ.ดร.คุณหญิงเพียร เวชบุล แม่พระแห่งสังคมไทย "ที่ถูกลืม"


..... รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
..... ที่มีเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ความคิดเห็นที่ 11
Kati วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ

สำหรับมุมมองของผม
ในวัตรปฏิบัติแบบสมณะ และ ผู้ถือบวช โดยทั่วไป
ผมนับถือในแต่ละคุณค่าความงดงามของวัตรปฏิบัติ
เท่ากับคำถามเช่นกัน ครับ

เมื่อพิจารณา จากจุดยืนทางการเมือง
และมิติมุมมองทางการเมือง ที่ทำให้เกิดฝักฝ่าย
คำถามนี้ เป็นคำถามของการเมืองในศาสนจักร
ซึ่งศาสนาหลักทั่วโลก ต่างประสบปัญหานี้
มิแตกต่างจากอาณาจักรแต่อย่างใด

สำหรับคำถาม ถึง พระ ถึง สมณะ
ผมว่า การพิจารณาถึงหลักปฏิบัติ และวัตรปฏิบัติ จริง
คือ สิ่งสำคัญที่สุด

เท่ากับคำถามของความขัดแย้ง
ระหว่างฝักฝ่าย นิกาย และศรัทธา ครับ ท่าน
ความคิดเห็นที่ 10
ไทเซน วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

..sathitpum หนุ่มๆที่มีขดสมองมองเห็นว่า"เป็นสาวกคณะสงฆ์ไทยคงไม่สำคัญเท่าได้เป็นสาวกพระพุทธองค์" นี่ไม่ธรรมดาแน่ๆ ส่วนใหญ่เรานับถือพุทธศาสนาด้วยการยอมจำนน ไม่ได้สนใจค้นหาสัจธรรมอะไร? ถือศาสนาพอได้กรอกลงในใบสมัครเท่านั้น ..
..
ความคิดเห็นที่ 9
นานาจิตตัง วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.49 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

คนเรานี้ชอบยึดติดกับ ยศ ชื่อเสียง สิ่งของกันจริงๆ
ไม่เคยนึกถึงแก่นแท้ ของพระพุทธศาสนาเลย
ความคิดเห็นที่ 8
ไทเซน วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.48 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

..คุณburaphadialysis ชัดเจนดีจัง"คนชั่วจึงชังธรรม" การใช้ความรุนแรง เป็นเหตุอันน่าประนามทั้งนั้น
..คุณ daniel ด้วยความยินดีในความคิดเห็น ในกรณีการเข้าร่วมการชุนุมของสมณชาวอโศก ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ ที่จะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง การเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรของชาวอโศก เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้การชุมนุมลดความร้อนแรงลงได้ในระดับหนึ่ง ก็น่าจะมองได้เช่นกัน
..ส่วนการที่หมู่สงฆ์ จะไปร่วมกับนปก. ก็น่าจะเป็นผลดี ที่จะช่วยให้คนนปก.ลดความก้าวร้าวรุนแรงได้ การที่หมู่สงฆ์บางที่ ช่วยสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ต่ออายุ สืบชาตา ให้กับนักการเมืองใหญ่ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเลือกข้างเช่นกัน นักศาสนาที่ไม่ได้หวังจะมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง จะเคลื่อนไหว เลือกข้าง ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรมั่ง?
..เท่าที่ตามข่าวทางพันธมิตรจากสื่อรัฐ ท่านก็ทำหน้าที่คล้ายผู้สนับสนุน ไม่ใช่ผู้ชี้นำอะไรนัก และยังไม่เห็นนัยอะไร? ที่ส่อให้เห็นว่า ชาวอโศกกำลังจะครอบงำสังคมไทย ด้วยปฏิปทาของชาวอโศก เชื่อว่าในกลุ่มพันธมิตร ก็คงจะมีคนกินมังสวิรัติ ไม่ถึง๑๐%หรอกกระมัง..
..เห็นต่างมาเถอะ สบายใจ ว่าเข้าใจกันได้ ด้วยความปีติจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 7
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/sathitpum

ถ้าถามความรู้สึกผม(ความรู้สึกจากใจแท้ๆ)
ว่าระหว่างวัตรปฏิบัติของสมณะสันติอโศก
กับพระคณะสงฆ์ไทย ผมแอบศรัทธาใคร
ตอบด้วยใจว่า "วัตรของสมณะสันติอโศก"
แต่ก็ไม่ได้ตำหนิคณะสงฆ์ไทย..เพราะทุกอย่าง
มาจากธรรมวินัยของศาสนาองค์เดียวกัน
ขออย่างเดียว "ไม่เบียดเบียน ไม่ประทุษร้าย"

เป็นสาวกคณะสงฆ์ไทย
คงไม่สำคัญเท่าได้เป็นสาวกพระพุทธองค์..ว่าไหมครับ

พระพุทธองค์ประสูติบนดิน
พระพุทธองค์ตรัสรู้บนดิน
พระพุทธองค์แสดงธรรมบนดิน
พระพุทธองค์สู่นิรพานบนดิน

หาใช่อยู่วิมารชั้นฟ้า
หาใช่อยู่ตึกสุง
หาใช่หลงวัตถุ
เป้าหมายบรรลุพระสัทธรรม

ขอบคุณท่านอาจารย์ที่อุตส่าห์ไปตอบข้อข้องใจ
ผมแจ่มแจ้งแช่มชัดในข้อกังขา

เคารพและศรัทธาเส้นทางท่านครับ
อายุบวร(นมัสการ)
ความคิดเห็นที่ 6
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

ท่านญาปู่ขอรับ กระผมขอออกความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วยความเคารพและความสุภาพน้อบน้อมทีสุดดังนี้ครับ
การเป็นนักบวชในความเชื่อของศาสนา ลัทธิ นิกายใดๆ นั้น ทุกๆ ท่านสามารถกระทำได้ ตราบเท่าที่ไม่กระทำตนให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนวุ่นวายแก่ส่วนรวม ศาสนา ลัทธิและนิกายอื่นๆ
สันติอโศกอาจจะเป็นนิกายใหม่ที่มีแนวทางผิดเพี้ยนไปจากหลักพุทธศาสนาเดิม แต่ตราบเท่าที่ไม่กระทำการเคลื่อนไหวให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายแก่ส่วนรวมทั้งโดยตัวของนิกายเองหรือไปร่วมกับกลุ่มพวกต่างๆ ก็ยังสามารถดำรงตนอยู่ได้
แต่บทบาทของสันติอโศกที่ชักจะเกินเลยเข้าไปทุกทีกับการเข้าไปร่วมม็อบ และดำรงตนเสมือนเป็นแกนหลักทางใจของบรรดาม็อบอย่างนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นการสมควรครับ เพราะถ้าทำกันแบบนี้ได้ เดี๋ยวก็มีคนถือเอาเหตุนี้เผยแพร่ลัมธิ ความเชื่อของตนอย่างไม่ถูกต้อง (สมมุติว่า เวลานี้ มีพระไปร่วมกับ นปก. ด้วยเหตุผลความรักชาติบ้างล่ะครับ สมควรหรือไม่)
แต่การไปทำร้ายผู้อื่นแบบนี้ อย่างไรก็ต้องโดนดำเนินคดีความไปตามระเบียบแหละครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ฟ้าสางที่บางแสน วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/buraphadialysis
 ครั้นเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มสัปทน อย่าได้ลืมคนจนผู้แห่นำตีนช้าง

ที่แน่ ๆ ท่านเป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ มีข้อวัตรตามพุทธ

บัญญัติมากกว่าผู้ห่มผ้าเหลืองอีกหลายคนและขาดจาก

ความเป็นพระด้วยเหตุปราชิก แต่ยังเรียกตัวเองว่าพระ

ดังนั้นจะเป็นพระ หรือไม่พระ คงอยู่ที่ใจและจะรู้ตัวเองดี

ที่แน่ ๆ คนที่ไปชกผู้ทรงศีล เค้ามีสิทธิอะไรไปทำร้าย

ผู้ทรงศีล หรือแม้นแต่ประชาชนคนปกติ.................

..........................................คนชั่วจึงชังธรรม นั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 4
ไทเซน วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.19 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

..คุณofficemom เชื่อไหมว่านายชวารัตน์ ที่ใช้ความเถื่อนถ่อยชกหน้าสมณะคนนี้ ได้รับเกียรติจากคนฝั่งโน้นว่า เป็นวีรบุรุษผู้กล้าบินเดี่ยว หยาบกร้านได้ใจจริงๆ

..คุณpliewlom,คุณ berkbandeejung พระที่มีใบสุทธิ ได้รับการรับรองจากมหาเถรสมาคม มีจำนวนไม่น้อยเลยจริงๆ ที่ประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสม กับสมณเพศ สร้างข่าวขึ้นหน้าหนึ่งแข่งกับฆราวาสมาได้โดยตลอด พระตามกฏหมาย กับพระตามสภาวธรรม ชาวพุทธไทย ต้องช่างใจและใช้พิจารณานักบวช กันให้มากหน่อย..
ความคิดเห็นที่ 3
berkbandeejung วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/berkbandeejung

ถ้ามันไปชกพระ / อลัชชี ที่ไป กก สีกา อยู่แถวพัทยา วันก่อน... จะไม่ว่าอะไรเลย... อันนั้น พระจริงหรือ พระปลอม?
ความคิดเห็นที่ 2
ปลิวลม วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

นั้นซิ อันธพาลชัดๆ ทำร้ายร่างกายคนอื่น พระจีนก็ไม่ได้ใส่ผ้าเหมือนพระไทย คับแคบเกินไปหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.03 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ถามอย่างเดียวไม่ได้เหรอ ทำไมต้องชกหน้าด้วยล่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31