พิมพ์หน้านี้
|
:: จุดเปลี่ยนแห่งชีวิต..!!! :: :: วงจรพุทธธรรมมีสัมพัทธภาพเป็นหนึ่งเดียว :: นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงจร :: การดำเนินชีวิตไปในท่ามกลาง :: จนเข้าถึงจุดสิ้นสุด :: การรับฟัง & รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธธรรมที่ถูกต้องตรงตามธรรม :: คือ..จุดประกายก่อนจุดเริ่มต้น *** :: การพิจารณาเรื่องราวจากสภาพจริง & จนเกิดความเข้าใจพุทธธรรม :: คือ..แสงเงินแสงทองของบุคคลผู้ศึกษา *** :: คือ..ภาวะก่อนเข้าสู่วงจรพุทธธรรมของบุคคลผู้ปฏิบัติ *** :: ความรู้ที่ถูกต้องใน..อริยสัจ ๔ ..คือ..จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงจร *** :: การประพฤติตนตาม..อริยมรรค ๘ ..คือ..ภาวะที่ดำเนินไปในท่ามกลาง *** :: ความรู้แจ้งแทงตลอดใน..อริยสัจ ๔ ..คือ..ภาวะก่อนเข้าสู่จุดสิ้นสุด *** :: วิชชา & วิมุตติ..คือ..จุดสิ้นสุดของวงจรพุทธธรรม *** :: สรุปว่า : :: วงจรพุทธธรรมมี..อริยสัจ ๔ ..เป็นแก่นกลาง *** :: มีวิชชา & วิมุตติ..เป็นจุดสิ้นสุด *** :: ฉันผ่านภาวะจุดประกายก่อนจุดเริ่มต้นในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ :: จากการได้อุปสมบทเป็นภิกษุในพุทธศาสนาเป็นเวลา ๓ เดือนเศษ :: แล้วมีโอกาสศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฏกภาษาไทยฉบับหลวงเล่มหนึ่ง :: เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันศึกษาพุทธธรรมสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ :: แรงบันดาลใจนั้นถึงขนาดแสวงหาพระไตรปิฏกมาไว้ประจำบ้านเลยทีเดียว :: เป็นพระไตรปิฏกภาษาไทยฉบับหลวง พิมพ์ครั้งที่ ๔ พุทธศักราช ๒๕๒๕ :: จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ ๒๐๐ ปี :: ที่ฉันแสวงหามาพร้อมตู้พระธรรม ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ :: กล่าวได้ว่าฉันอ่านพระไตรปิฏกมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ :: กล่าวได้ว่าฉันอ่านพระไตรปิฏกมาแล้วหลายสิบรอบ :: กล่าวได้ว่าฉันรู้เรื่องราวในพระไตรปิฏกมากพอควร :: จดจำเนื้อหาในพระสูตรต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก :: แต่นั่น..ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนของชีวิตฉัน..!!! :: ฉันเรียนหนังสือ..จนได้รับใบปริญญาทางโลก..หลายปริญญา..!!! :: ประกอบธุรกิจส่วนตัว..โดยเริ่มต้นจาก..๐..ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ :: ประสบความสำเร็จด้วยดี..ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ ๒๕๓๘ :: และประสบความล้มเหลว..ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๐..ตามภาวะ IMF :: ฉันเริ่มต้นจาก..๐..สู่ความสำเร็จ..๑๐๐..แล้วกลับเป็น..๐..อีกครา.. :: ฉันพ่ายแพ้ในเกมส์ธุรกิจ..แต่ไม่ได้พ่ายแพ้ในเกมส์ชีวิต..!!! :: แต่นั่น..ก็ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนของชีวิตฉัน..!!! :: จนวันหนึ่ง..ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๒..ฉันค้นพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจ :: โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่า..พุทธธรรมมีสภาวะอันน่าอัศจรรย์อย่างนี้ :: ฉันเพิ่งรู้ว่า..ฉันไม่รู้จักพุทธธรรมในสภาวะที่แท้จริง..อย่างแท้จริง :: ทั้งๆ ที่ได้มีการศึกษาพุทธธรรมจากฐานข้อมูลที่แท้จริงแล้ว..!!! :: ฉันเพิ่งค้นพบว่า..ธรรมในพระไตรปิฏกต้องพิจารณาให้ถึงแก่นธรรม :: หากมองไม่เห็นแก่นธรรม..จะไม่เข้าใจหลักการ & เหตุผลที่แท้จริง :: เมื่อไม่เข้าใจหลักการ & เหตุผลที่แท้จริง..ย่อมเข้าไม่ถึงพุทธธรรม :: ความรู้เพียงนั้น..เป็นแค่เปลือกนอกของพุทธธรรม..!!! :: ฉันมองเห็นแก่นพุทธธรรม..เมื่อเจาะจงเพ่งพินิจธรรมที่แก่นแท้ :: การเพ่งพินิจธรรมที่แก่นแท้..ทำให้กำหนดธรรมได้ตรงตามจริง :: ความนัยตามจริงนั้น..ทำให้ฉันวินิจฉัยได้ว่า..พุทธธรรมคือสิ่งใด :: และสิ่งใดไม่ใช่พุทธธรรม..แต่มีสถานภาพเป็น..สัทธรรมปฏิรูป !!! :: สิ่งนี้คือ..จุดเปลี่ยนในชีวิตฉัน..!!! :: โลกทัศน์ฉันเปลี่ยนไปแล้ว..ด้วยจุดเปลี่ยนของชีวิตดังกล่าว :: ฉัน..ไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้ว..หลังจากได้รู้ความเป็นจริงนั้น :: ฉันได้พบกับครูผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉันแล้ว..ครูผู้บอกว่า :: สิ่งใดไม่เที่ยง..สิ่งนั้นเป็นทุกข์..!!! :: สิ่งใดเป็นทุกข์..สิ่งนั้นเป็นอนัตตา..!!! :: ควรหรือหนอ..ที่จะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เป็นอนัตตานั้น..??? :: พึงดับ..อหังการ..มมังการ..และมานานุสัยเหล่านั้นเสีย..!!! :: นี่แหละ..จุดเปลี่ยนของชีวิตฉัน..!!! :: ฉันเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต..ต้อนรับชีวิตใหม่..!!! :: เมื่อได้เห็นแสงเงินแสงทอง..แห่งวงจรพุทธธรรมแล้ว :: ฉันไม่ลังเล & ไม่รีรอ..ในการเข้าสู่วงจรอันประเสริฐนี้ :: อริยมรรค..คือ..เส้นทางดำเนินตามรอยครูผู้ประเสริฐของฉัน :: จุดเปลี่ยนของชีวิตฉัน..เป็นเช่นนี้..!!! :: ฉันเชื่อว่า..ผู้ใดเห็นสัมพัทธภาพในวงจรพุทธธรรมอย่างที่ฉันเห็น :: ผู้นั้น..ต้องเป็นอย่างที่ฉันเป็น..คือ..เข้าสู่วงจรพุทธธรรมโดยทันที :: ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาในความรู้แจ้งของพุทธศาสดา :: และเชื่อมั่นศรัทธาในหลักคำสอนอันประเสริฐของท่าน :: พุทธธรรม..คือ..หลักคำสอนอันประเสริฐ :: พุทธธรรม..คือ..หลักปฏิบัติอันประเสริฐ :: พุทธธรรม..คือ..หลักการดำเนินชีวิตอันประเสริฐ :: สิ่งนี้คือ..จุดเปลี่ยนของชีวิตที่พุทธบริษัทพึงค้นหาให้พบ..!!! :: พุทธธรรมที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร..??? :: พุทธบริษัทที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร..??? :: พุทธบริษัทยุคนี้..ควรค้นหาให้พบ..!!! :: เรื่องนี้..ฉันบอกได้ว่า..ควรค้นหาที่ไหน & อย่างไร..!!! :: ขึ้นอยู่กับเพื่อนทั้งหลายว่า..จะรับฟัง & กระทำดังนั้นหรือไม่..??? :: ทดลองฟังดูก่อน..ก็แล้วกัน..!!! :: พุทธธรรมที่แท้จริงควรค้นหาที่ไหน ??? :: พึงศึกษาพุทธธรรมจากข้อมูลในคัมภีร์พระไตรปิฏกเป็นสำคัญ *** :: คัมภีร์อื่นๆ เช่น อรรถกถา ฏีกา อนุฏีกา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง :: ปกรณ์อื่นๆ เช่น วิสุทธิมรรค วิมุตติมรรค มิลินทปัญหา เป็นต้น :: ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาที่เผยแพร่อยู่ในยุคปัจจุบัน :: พึงพิจารณาให้ตรงตามจริงว่า..เป็นข้อมูลนอกสมัยพุทธกาล..!!! :: ในสมัยพุทธกาล..พุทธธรรมถ่ายทอดโดยการท่องจำเรียกว่า..มุขปาฐะ :: ข้อมูลปัจจุบันที่สืบต่อมาจากมุขปาฐะสมัยพุทธกาล..คือ..พระไตรปิฏก :: ข้อมูลอื่นๆ เกิดขึ้นหลังพุทธกาลนานนับร้อยปี..นับพันปี..!!! :: จึงควรศึกษาพุทธธรรมจากคัมภีร์พระไตรปิฏก..เป็นสำคัญ *** :: ควรค้นหาพุทธธรรมอย่างไร..??? :: พุทธธรรม..คือ..พระธรรม & พระวินัย..ที่พุทธศาสดาทรงบัญญัติไว้ :: พระไตรปิฏก..เป็นประมวลธรรมจาก..มุขปาฐะ..บันทึกเป็นตัวอักษร :: พระไตรปิฏกมี ๓ ปิฏก..คือ..วินัยปิฏก..สุตตันตปิฏก..อภิธรรมปิฏก :: เพื่อความสะดวกในการเรียบเรียง & ประมวลไว้เข้าด้วยกัน :: พึงพิจารณาให้ตรงตามจริงว่า..พระไตรปิฏก..เป็นประมวลพุทธธรรม :: ที่มีการประมวลขึ้นมาด้วยรูปแบบและวิธีการ..หลังสมัยพุทธกาล :: มิได้มีสถานภาพเป็น..องค์แห่งพุทธธรรม..โดยตรง :: องค์แห่งพุทธธรรมคือ..พระธรรม & พระวินัย..ที่มีอยู่ในพระไตรปิฏก :: พึงศึกษาข้อมูลในพระไตรปิฏก..โดยจำแนกตามองค์แห่งพุทธธรรม :: พึงจำแนกให้ถูกต้องว่า..สิ่งใดเป็นธรรม..สิ่งใดเป็นวินัย :: นี่คือเหตุผล..ที่ฉันแสดงข้อมูลด้วยเล่มที่ & หน้าที่..ของพระไตรปิฏก :: โดยไม่ใช้วิธีการอ้างอิงข้อมูลตามฐานแห่งปิฏก..เหมือนผู้อื่น..!!! :: พึงนึกกำหนดธรรมให้ตรงตามสภาวธรรมที่แท้จริงแห่งธรรมนั้น :: พึงเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ธรรมจากสภาวธรรมนั้น :: เมื่อกระทำดังนี้ได้ถูกต้อง..ตลอดกระบวนการศึกษาพุทธธรรม :: ควรมองเห็นสัมพัทธภาพระหว่างวงจรพุทธธรรมได้..!!! :: ในการนี้..มีข้อเสนอแนะว่า..!!! :: ระหว่างศึกษาพุทธธรรมตามแนวทางดังกล่าว..ควรปล่อยวาง :: ความคิดเห็นอันตั้งอยู่ในสภาพที่เห็นภาวะแห่งพุทธศาสนา..ยุคปัจจุบัน :: น้อมใจรำลึกถึงสภาพที่ควรจะเป็น..ตามนัยแห่งพุทธธรรมในพุทธกาล :: สมัยพุทธกาล..ไม่มีนิกาย..ไม่มีฐานันดรแห่งสงฆ์..ไม่มีรูปเคารพ :: พุทธบริษัทยุคปัจจุบันควรศึกษาว่า..พุทธศาสดาสอนสิ่งใด..??? :: พุทธบริษัทที่แท้จริง..พึงประพฤติ & ปฏิบัติตามคำสอนนั้น..!!! :: ให้ถูกต้องถ่องแท้..ตรงตามธรรมที่พระศาสดาทรงบัญญัติไว้ :: สัทธรรมที่ถูกปฏิรูป..ย่อมเป็นสัทธรรมปฏิรูป :: มิได้เป็น..สัทธรรม..อีกต่อไป..!!! :: โดยมีข้อคิดว่า..!!! :: พุทธบริษัท..ไม่ได้กำหนดหมายด้วยเครื่องแต่งกาย..!!! :: พุทธบริษัท..กำหนดหมายด้วยเครื่องแต่งใจ..!!! :: ขอสรุปด้วยองค์คุณเครื่องบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ..!!! :: คือ..โยนิโสมนสิการ & โยนิโสสัมมัปปธาน :: ไว้เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ศึกษาพุทธธรรม..!!! :: โดยมีนัยว่า..เพราะเพ่งพิศพินิจโดยธรรม..จึงกำหนดธรรมได้..??? :: เพราะตั้งความเพียรไว้โดยธรรม..จึงกระทำได้ตรงตามธรรม..??? @@@ ด้วยความปรารถนาดี ธัชชะ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๑ |