• สะตอแมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yuthana_samui@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 11895
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
ทะเลใต้โพสต์
ข่าวสาร-ความเคลื่อนไหวจากดินแดนหมู่เกาะทะเลใต้ (สิชล ขนอม ดอนสัก เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะพะลวยฯลฯ)ในทุกมิติ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/talaytaipost
วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550
เหตุเกิดที่โรงเรียนบ้านน้ำโฉ(ไตรภาค)
Posted by สะตอแมน , ผู้อ่าน : 277 , 10:39:34 น.  
พิมพ์หน้านี้


โรงเรียนบ้านน้ำโฉ เป็นโรงเรียนเล็กๆในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 4 นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ในหมู่ 6 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม มีจำนวนนักเรียนเพียงแค่ 100 คนเศษ ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่1-6 นักเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานคนในตำบลท้องเนียนและบางส่วนในตำบลควนทองซึ่งอยู่ติดกัน โรงเรียนดังกล่าวมีพระครูไพโรจน์คณาภิบาล หรือพ่อท่านสหัช อดีตเจ้าคณะอำเภอขนอมที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นแกนนำในการจัดสร้างขึ้นร่วมกับประชาชนเพื่อให้ลูกหลานของคนทั้งสองตำบลมีที่เรียนหนังสือใกล้บ้าน เนื่องจากความไม่สะดวกในการเดินทางในอดีต

ปัจจุบันโรงเรียนบ้านน้ำโฉ สะดวกสบายมากขึ้นจากถนนลาดยางที่ตัดผ่านหน้าโรงเรียนมานานนับสิบปีแล้ว แต่วันนี้ บรรดาผู้ปกครองนักเรียนกว่า 120 คนกำลังไม่สบายใจกับการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนที่พวกเขาลงทุนลงแรงสร้างขึ้นมากับหยาดเหงื่อแรงกาย

  ปลายปี 2549 ข่าวชิ้นเล็กๆจากการเปิดโปงของสวัสดิ์ สมัครพงศ์ อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราชและเคยสวมหมวกเป็นนักอนุรักษ์ในระดับอดีตที่ปรึกษาของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชในหน้าภูมิภาคหนังสือพิมพ์มติชนเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในอ่าวเตล็ดใหญ่ พื้นที่หมู่ 6 ต.ท้องเนียน อ.ขนอมเพื่อก่อสร้างท่าเรือของบริษัทขนส่งทางน้ำรายใหญ่ซึ่งมีกิจการเดินเรือเฟอรี่ข้ามฟากระหว่างอ.ดอนสัก ไปยังอ.เกาะสมุย,เกาะพะงัน     จ.สุราษฎร์ธานี  โดยนัยของข่าวการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในและมีการตอกเสาเข็มลงในทะเลอ่าวเตล็ดใหญ่หมู่ที่ 6 ต.ท้องเนียนในครั้งนี้เป้าหมายคือโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมเรือของบริษัทดังกล่าวโดยเนื้อข่าวระบุว่าโครงการดังกล่าวยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ว่าชาวบ้านในพื้นที่จะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือเปล่า รวมทั้งยังไม่มีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ อบต.ท้องเนียน และอำเภอขนอมต่างพากันเพิกเฉยไม่ยอมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างน่าจะมีเงื่อนงำแอบแฝง และมีการเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ในห้วงปี 2548เคยมีข่าวและการสำรวจความเป็นไปได้ว่าพื้นที่อ่าวเตล็ดใหญ่ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เงียบสงบ สามารถมองเห็นเกาะสมุยได้อย่างชัดเจนจะถูกผลักดันจาก อบจ.นครศรีธรรมราชให้เป็นโครงการท่าจอดเรือยอชท์ระดับอินเตอร์ มีการใช้งบประมาณศึกษาความเป็นไปได้และมีการจัดสัมมนากันในประเด็นดังกล่าวอย่างคึกคักในพื้นที่อำเภอขนอมมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ภาคเอกชนและหน่วยงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างพากันขานรับที่จะเห็นโครงการที่อาจปลุกชีวิตฟื้นฟูการท่องเที่ยวของอำเภอขนอมรอบใหม่แต่จู่ๆก็กลับมามีข่าวการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อก่อสร้างอู่ซ่อมเรือมาแทน


น่าแปลกที่ว่า ในขณะที่ชาวบ้านจับกลุ่มโจษขานกันถึงโครงการดังกล่าวกันลั่นร้านกาแฟ โครงการขนาดใหญ่ระดับนั้นยังไม่มีการขออนุญาตก่อสร้างจาก อบต.ท้องเนียนและอำเภอขนอมเจ้าของพื้นที่แต่อย่างใด ในขณะที่ อบต.เองก็เหมือนไม่รู้ไม่เห็นว่ามีการทำโครงการ ไม่เห็นแม้กระทั่งรถสิบล้อของผู้กว้างขวางคนหนึ่งในอำเภอดอนสักที่วิ่งเข้าวิ่งออกขนดินมาถมพื้นที่ดังกล่าวนับพันรถ

ในขณะเดียวกัน ยังมีข่าวหลายกระแสกระเซ็นออกมาจากสภากาแฟว่า มีการเดินทางเข้ามาสำรวจระดับความลึกของน้ำทะเลในบริเวณอ่าวท้องเนียน อ่าวเตล็ดใหญ่โดยผู้มาทำการสำรวจอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทยูโนแคล มีการว่าจ้างเรือสปีดโบ๊ตจากชาวบ้านในบ้านแขวงเภา หมู่ที่ 2 ต.ท้องเนียนออกไปใช้ในการสำรวจร่องน้ำอยู่นานนับเดือน โดยเจ้าของเรือไปทำการเก็บเงินค่าเช่าเรือที่ใช้สำรวจจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม บริษัท ปตท.จำกัดมหาชน และยังมีข่าวแพลมมาอีกว่าโครงการดังกล่าวหาได้เป็น"อู่ซ่อมเรือ"อย่างที่มีการปล่อยข่าวออกไป หากแต่เป็นโครงการย้ายฐานปฏิบัติการ OFFSHORE จากจังหวัดสงขลาของบริษัทยูโนแคลทั้งหมดมาตั้งอยู่ที่ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม โดยว่าจ้างให้บริษัทซีทรานเฟอรี่ออกหน้าเป็นเจ้าของโครงการแทน

อ่านแล้วเริ่มเห็นเค้าอะไรลางๆบ้างไหมครับ

ย้อนกลับมาที่ผลของการออกมาเคลื่อนไหวผ่านหน้าภูมิภาคของหนังสือพิมพ์มติชนเพียงฉบับเดียวของอดีตที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้รับการขานรับด้วยการลงมาตรวจสอบโครงการดังกล่าวของคนระดับรองนายกอบจ.นครศรีธรรมราชพร้อมกับคำให้สัมภาษณ์ว่าจะติดตามตรวจสอบโครงการดังกล่าวอย่างเข้มข้น และจี้ให้จังหวัดนครศรีธรรมราชชี้มูลความผิดต่อผู้เกี่ยวข้องที่ปล่อยให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ลักษณะนี้ได้อย่างไร

สวนทางกับกระแสข่าวแบบยังไม่สิ้นควันปืน อำเภอขนอม ร่วมกับอบต.ท้องเนียนและโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมจัดประชุมชาวบ้านเพื่อทำประชาพิจารณ์กรณีดังกล่าวขึ้นที่โรงเรียนบ้านน้ำโฉ ในเดือนพ.ย. 2549 ผลสรุปของชาวบ้านออกมาว่า ชาวบ้านต้องการเห็นโครงการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว และการกล่าวอ้างว่ามีการบุกทำลายป่าชายเลน ตามข่าวนั้นยังไม่มีหลักฐาน ชัดเจนเพราะที่ดินของบริษัทที่ใช้ทำโครงการมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ส่วนจะมีการบุกรุกเกินกว่าเอกสารสิทธิหรือไม่นั้นคงต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเสียก่อน แต่ไม่มีการพูดถึงรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและโครงการดังกล่าวเป็นโครงการอะไรกันแน่ ระหว่างอู่ซ่อมเรือกับโรงแยกก๊าซหรือฐานปฏิบัติการบนฝั่งของยูโนแคล

ธันวาคม 2549 อบจ.นครศรีธรรมราชเดินเกมรุกด้วยการเจรจาขอถ่ายโอนโรงเรียนบ้านน้ำโฉจากสังกัดสำนักงานเขตการศึกษา 4 ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีการพูดคุยกันเฉพาะในระดับผู้บริหารอบจ.ผู้บริหารเขตการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอนซึ่งมีการสอบถามความสมัครใจที่จะอยู่สอนที่โรงเรียนเดิมในสังกัดใหม่คือ อบจ.หรือจะเลือกย้ายไปสอนในโรงเรียนอื่นก็มีการจัดหาตำแหน่งลงให้ ส่วนนักเรียนและผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย

9 มกราคม 2550 อบจ.นครศรีธรรมราชรับศักราชใหม่ด้วยการรับถ่ายโอนโรงเรียนบ้านน้ำโฉ(อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ อบจ.นครศรีธรรมราชในล้อมกรอบ) หลังการถ่ายโอนมีเพียงผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ช่วยที่ยืนยันอยู่กับโรงเรียนเดิมในสังกัดใหม่ ส่วนครูผู้สอน 4 คนตัดสินใจขอย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น มีการประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ทั้งครูที่จะมาสอนแทนครูเก่าที่ย้ายออกไป นักการภารโรง ธุรการ แม่ครัว รวมหลายตำแหน่ง โดยผู้บริหารอบจ.ยืนยันจะพิจารณาโดยการคัดเลือกคนในพื้นที่ก่อน ทำให้เกิดความคึกคักในหมู่ชาวบ้านที่รับรู้ข่าว แม้จะยังไม่มั่นใจการถ่ายโอนโรงเรียนของลูกหลานไปสังกัดอบจ.ซึ่งดูจะเป็นฝ่ายการเมืองแต่ด้วยความหวังจะได้ฝากฝังให้พี่น้อง-ลูกหลานเข้าทำงานกับหน่วยราชการ จึงดูเหมือนว่าเวลานั้นไม่มีใครใส่ใจจะสอบถามถึงอนาคตของโรงเรียนบ้านน้ำโฉนอกจากรับรู้เพียงว่าโรงเรียนจะได้งบประมาณมาพัฒนาโรงเรียนตามคำชี้แจงของฝ่ายบริหาร อบจ.ที่บอกว่ามีงบประมาณของตัวเองอยู่เต็มกระเป๋าไม่ต้องรอของบจากหน่วยงานไหน

9 กุมภาพันธ์ 2550 คล้อยหลังไปเพียงเดือนเดียว น้ำตาลที่ว่าหวานกลับพานกลายเป็นขม วิโรจน์ ศรชัย อบต.หมู่6และประสาน ทองใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่เดียวกันเป็นแกนนำนัดชาวบ้านกว่า100 คนมาชุมนุมที่โรงเรียน ความไม่พอใจพุ่งเป้ามาสู่ตัวผู้บริหารโรงเรียนคือนายกฤษฎา เพ็งจันทร์ ผู้อำนวยการ เมื่อผลการรับครูใหม่มาทำการสอนที่โรงเรียนบ้านน้ำโฉ 4 ตำแหน่งล้วนกลายเป็นคนต่างถิ่น มีเพียงตำแหน่งแม่ครัวที่เป็นภรรยาของผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน กระแสความไม่พอใจของชาวบ้านที่อุตส่าห์ฝากฝังลูกหลาน ญาติพี่น้องแล้วไม่สมหวังเริ่มก่อตัวเหมือนไฟที่กำลังคุกรุ่น ส่วนสาเหตุที่เหมือนกับการเติมเชื้อฟืนลงในกองไฟแห่งความโกรธแค้นของชาวบ้านก็คือวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ก่อนมาชุมนุมเมื่อผู้ปกครองและคณะกรรมการโรงเรียนขออนุญาตใช้สถานที่และเครื่องเสียงของโรงเรียนเพื่อจัดงานเลี้ยงส่งครูที่ขอย้ายตัวเองไปสอนที่อื่นแต่ปรากฏว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่อนุญาตและยังทำการล็อกกุญแจประตูห้องเก็บเครื่องเสียง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงจนมีการเคลื่อนไหวชุมนุมและยื่นคำขาดต้องการให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกไปให้พ้นพื้นที่ มิฉะนั้นชาวบ้านจะตอบโต้ด้วยการย้ายลูกหลานทั้งหมดออกไปเรียนที่โรงเรียนอื่น ทว่าการชุมนุมในวันดังกล่าวยังไม่อาจสรุปผลด้วยว่าตัวผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นต้นเรื่องไม่อยู่ที่โรงเรียน

12 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านมารวมตัวกันอีกครั้งในจำนวนที่มากกว่าเดิม ในเงื่อนไขที่เข้มข้นขึ้นก็คือ การเรียกร้องครั้งนี้ชาวบ้านไม่ยอมเสมอ ผลต้องออกมามีเพียงแพ้หรือชนะเท่านั้น หากชาวบ้านแพ้ หมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียนยังอยู่สบายดีในตำแหน่งเดิม ชาวบ้านจะย้ายลูกหลานออกจากโรงเรียนบ้านน้ำโฉทั้งหมด แต่หากชาวบ้านชนะ นั่นหมายความว่าอบจ.ต้องย้ายผู้อำนวยการออกไป ส่วนครูคนใหม่ที่มาสอนเด็กถึงจะไม่ใช่คนในพื้นที่ตามที่ อบจ.เคยสัญญากับชาวบ้านก่อนการถ่ายโอน ชาวบ้านก็ไม่ติดใจ แต่ในวันนั้นก็ยังไม่อาจสรุปผลเพราะไม่มีคนจาก อบจ.มาร่วมประชุมด้วย

14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ชาวบ้านที่ยังคาใจนอนไม่หลับกับผลการเรียกร้องนัดรวมตัวกันอีกครั้งในตอนบ่าย โดย อบจ.ส่งนายคมกฤช บุณยเกียรติ รองนายกฯเดินทางมารับเรื่องร้องเรียนกับชาวบ้านที่เวลานั้นต้องการผลสรุปเพียงข้อเดียวก็คือการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกไปจากพื้นที่ ส่วนการเข้ามาสังกัด อบจ.ของโรงเรียนชาวบ้านไม่ติดใจ แต่หากอบจ.ไม่สามารถจัดการย้ายผู้อำนวยการออกไปตามที่ชาวบ้านต้องการได้ ชาวบ้านก็จะตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยเหตุผลที่ว่า ไม่มีอบจ. โรงเรียนบ้านน้ำโฉก็ต้องอยู่ได้ ผลสรุปของการประชุมวันนั้น รองนายกฯคมกฤชแจ้งว่าตนเองไม่มีอำนาจสั่งย้ายใคร แต่จะกลับไปเปิดประชุมฝ่ายบริหารอบจ.เป็นการด่วนเพื่อยืนยันความต้องการของชาวบ้าน แต่จะขอเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ชาวบ้านตกลงในเงื่อนไขและสลายการชุมนุม ยกเว้นแกนนำอย่างวิโรจน์ ศรชัย สมาชิก อบต.หมู่ 6 ที่ไม่พอใจการ "ซื้อเวลา" ของ อบจ.และวอล์คเอาท์เดินออกจากการประชุมไปก่อนหน้าแล้ว

รายงานเรื่องนี้ยังมีภาคต่อในลักษณ์ "สงครามตัวแทน"ครับคุณผู้อ่าน คนปักษ์ใต้เขาพูดกันว่า ก็"หนัง"เพิ่งจะเริ่มฉาย"หัวม้วน"เท่านั้นเองครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
นู๋ลูกจันทร์ วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/undaman

สวัสดีค่ะ คุณสะตอแมน วันนี้ทางรัฐมนตรี ทส.เตรียมทำหนังสือไปสอบถามกรมการขนส่งทางน้ำเกี่ยวกับการสร้างท่าเรือเอกชนท้องเนียน และบังเอิญเปิดเจอใน โอเคเนชั่น เห็นว่ามีลงเรื่องนี้เอาไว้ เลยอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าคุณสะตอแมนเล่นเมล์อยู่รบกวนโทร. 081-5581853 จันทร์จิรา นักข่าวสิ่งแวดล้อม กรุงเทพธุรกิจ
ความคิดเห็นที่ 3
BlueHill วันที่ : 15/02/2007 เวลา : 19.16 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ครับผม ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ความคิดเห็นที่ 2
สะตอแมน ( guest ! ) วันที่ : 15/02/2007 เวลา : 18.48 น.
http//www.oknation.net/blog/talaytaipost

ขอบคุณครับคุณชาร์ลีที่เข้ามาให้กำลังใจมือใหม่ กำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ครับ เร็ววันนี้จะมีรายงานภาค 2
ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 15/02/2007 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

โอ้โห... รายงานตรงมาจากพื้นที่เลยนะครับนี่ น่าสนใจมาก ๆ เพราะคนจากส่วนกลางไม่ค่อยรับรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังเท่าไหร่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ภาพคนเบียดเสียดยัดเยียดในพิธีศพขุนพันธ์ (ทดลอง)

ชมภาพความหนาแน่นของผู้คนกันเองครับ

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28