พิมพ์หน้านี้
ข่าวญาติๆ หวั่นเกิดจลาจลจากสาเหตุเซียนพระแย่งของที่ระลึกในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช บุรุษเหล็กนายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์แห่งภาคใต้ผู้สร้างวีรกรรมปราบปรามขุนโจรร้ายทั่วประเทศมาอย่างโชกโชนในอดีต ที่ตีถูกพิมพ์พาดหัวตัวไม้หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่างไทยรัฐเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาตอกย้ำกระแสการรับรู้ของมหาชนคนในตลาดพระและคนนอกวงการให้หันกลับมาเขม้นมองถึงข่าวพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ "ขุนพันธ์"ณ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ด้วยความสนใจใคร่รู้กับหลายๆ ประเด็นที่เป็นข่าวออกมาเป็นระยะๆ ทั้งจากทางสื่อต่างๆ และจากข่าวลือที่กระพือเร็วกว่าปากกา ความแรงของข่าวงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ นอกเหนือจากการที่ขุนพันธ์ฯ นั้นป็นอดีตมือปราบระดับสุดยอดวิชาอาคมคนหนึ่งแห่งกรมตำรวจไทยอันถือเป็นความภาคภูมิใจของ "คนคอน" และศิษย์สำนักไสยวิชชาอย่างสายเขาอ้อ จ.พัทลุง แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือกระแสความแรงของวัตถุมงคลชุดที่มี "องค์พ่อ" จตุคามรามเทพ ที่ขุนพันธ์ถือเป็น "เจ้าพิธี" ผู้ให้กำเนิดปลุกกระแสการรับรู้หรือเป็นเจ้าแรกที่ "สร้างแบรนด์" เทพเจ้าแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ 2 องค์นี้ขึ้นมาสู่ตลาดพระเครื่องเมืองใต้ครั้งแรกในพิธีสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อปีพ.ศ. 2530 และมีคำร่ำลือถึงอิทธิฤทธิ์ปาฎิหารย์ของพระดังกล่าวในลักษณะ "ผู้ใช้บอกต่อ" กันไปว่าพระดังกล่าวบันดาลโชคลาภให้แก่ผู้เลื่อมใสบูชา แบบที่เรียกว่า "ขอได้ ไหว้รับ" จนเกิดความนิยมเล่นหากันไปในวงกว้าง กระทั่งปัจจุบันราคาค่างวดของพระผงสุริยันจันทรา หรือที่นักเลงพระเรียกขานกันว่า "หลักเมือง 30" ในพิมพ์ยอดนิยมมีการเปิดราคาให้เช่าหากันในเฉียดๆ ล้านแล้วสำหรับลูกสวยๆ เนื้อดีๆ ทั้งๆ ที่ตอนสร้างออกมาใหม่ๆ พระผงพิมพ์ทรง "น้ำตาลแว่น" ดังกล่าวมีไว้เพื่อตอบแทนเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ทำบุญสมทบทุนสร้างศาลหลักเมืองในราคาเริ่มต้นเพียง 39 บาทเท่านั้นเอง
ความแรงของราคาพระเครื่องพิมพ์ทรงดังกล่าวก่อให้เกิดกระแส "จตุคามฟีเวอร์" ขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนวงการซื้อขายให้เช่าพระต้องจัดทำเนียบบัญญัติศัพท์พระ "สายจตุคาม" กันขึ้นมาใหม่อีกสายหนึ่ง มีการจัดสร้างพระเครื่องในสายจตุคามออกมาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยรุ่น เริ่มต้นจากจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นต้นกำเนิดก่อนจะแตกไลน์กระจายกันไปจัดสร้างในจังหวัดอื่นๆ อีก หลากรุ่น หลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่ยังยึดถือเอารูปแบบพิมพ์ทรงน้ำตาลแว่นของหลักเมืองปี 30 เป็นตัวชูโรง และแทบทุกรุ่น ทุกพิธี ต่างได้รับอานิสงฆ์จาก "องค์พ่อ" ขายดิบขายดีจนเกลี้ยงแผงตั้งแต่วันแรกที่เปิดจอง และราคาก็พุ่งพรวดขึ้นทันทีหลังจากเสร็จสิ้นพิธี แทบไม่น่าเชื่อว่าพระสายจตุคามสร้างใหม่ในรุ่นดังๆ พิธีดีๆ ความนิยมเล่นหากันในหมู่เซียนพระจะมีมากถึงขนาดมีการขาย "ใบจอง" อย่างกับการจะซื้อรถยนต์ในประเทศไทยสมัยหนึ่งกันเลยทีเดียว ตัวอย่างพระสายจตุคามที่มีการซื้อขายใบจองอาทิรุ่นสมบัติจักรพรรดิ์ ซึ่งผลิตที่โรงกษาปน์ โมเน่ต์ ประเทศฝรั่งเศสและรุ่นศิริมงคล ซึ่งจัดสร้างโดยหน่วยกู้ภัยสิชล ที่ว่ากันว่าทีมผู้สร้างพระชุดดังกล่าว "ฟันกำไร" กันไปกว่า 40 ล้านบาทไทยในชั่วเวลาไม่เกิน 3 เดือนที่เปิดรับจอง ย้อนกลับมาที่พิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธรักษ์ราชเดชใน วันที่ 22 ก.พ.นี้กันบ้าง ในฐานภาพ "เจ้าพิธี" พระสายจตุคามรามเทพตัวจริงเสียงจริงว่ามีกระแสความเคลื่อนไหวอย่างไรกันบ้าง หลังจากทึ่มีข่าวลือออกมาตลอดว่าบุตรชายสองคนของขุนพันธ์ระหว่าง ณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดชและฉันต์ทิพย์ พันธรักษ์ราชเดช ออกอาการ "เกาเหลา" กันอันเนื่องจากผลประโยชน์มหาศาลจากการจัดทำเหรียญที่ระลึกงานพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เป็นบิดาที่ครั้งแรกสุดมีข่าวว่าจะจัดสร้างออกมาแจกเป็นที่ระลึกเพียง 7,000 ชุด แต่เนื่องจากพล.ต.ต.ขุนพันธ์รักษราชเดชมีผู้เคารพนับถือรวมทั้งมีคนเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก จึงคาดว่าน่าจะมีผู้มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้หลายหมื่นคน จึงได้มีการเพิ่มยอดจัดทำเหรียญที่ระลึกเพิ่มเติมเป็นจำนวน 60,000 เหรียญ ซึ่งทายาทคิดว่าจะพอเพียงสำหรับผู้มาร่วมพิธีทุกคน โดยนายณสรรค์ย้ำว่า เหรียญที่ระลึกดังกล่าวจะไม่มีการการเปิดให้จอง และไม่มีการออกบัตรคิว แต่จะใช้วิธีการแจกให้กับผู้มาร่วมงานทุกคนที่ขึ้นไปวางดอกไม้จันท์บนเมรุชั่วคราวที่ลานพิธีศาลาร้อยปี ภายหลังจากที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จพระราชดำเนินกลับแล้ว และยืนยันว่าจะมีแจกให้กับทุกคน โดยจะให้โอกาสทุกคนขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์จนครบจึงจะเริ่มทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทะเลใต้โพสต์ เกาะติดข้อมูลรายงานจากขอบปะรำพิธีที่กำลังมีการก่อสร้างพลับพลาและเมรุชั่วคราวในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมรับเสด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมารซึ่งจะทรงพระราชดำเนินเสด็จทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พบว่าช่างประกอบเมรุจากจังหวัดเพชรบุรีกำลังเร่งมือประกอบเมรุชั่วคราวอย่างเร่งด่วน ในขณะที่ภายในศาลาร้อยปีซึ่งเป็นที่ตั้งโลงศพของนายตำรวจจอมขมังเวทย์มีประชาชนซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ ทยอยมากราบไหว้และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ประชาชนส่วนใหญ่บอกว่าอยากมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 22 กุมภาพันธ์แต่ก็กลัวว่าจะมีคนเดินทางมาเป็นจำนวนมากทำให้เกิดความไม่สะดวกทั้งในการเดินทาง ซึ่งจะมีการปิดถนนหลายสาย โดยเฉพาะถนนราชดำเนินซึ่งผ่านหน้าวัดพระธาตุซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธี อีกทั้งโรงแรมที่พักทุกแห่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้
พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า นอกเหนือจากประชาชนทั่วไปที่เคารพนับถือในตัวท่านขุนพันธ์และจะเดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้แล้ว ยังจะมีข้าราชการตำรวจจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมพิธีอีกด้วย รวมทั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานก็จะจัดกองเกียรติยศของนักเรียนนายร้อยตำรวจมาร่วมเพื่อสดุดีนายตำรวจที่ถือเป็นแบบอย่างเช่นท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชอีกด้วย ส่วนมาตรการถวายการอารักขาและรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณสถานที่ประกอบพิธี ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชจะใช้กำลังตำรวจจากทุกอำเภอ ร่วมกับกำลังตำรวจ ตชด.กองร้อยที่ 42 และกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 รวมทั้งหมดประมาณ 4,000 นาย และจะทำการปิดถนนราชดำเนินเป็นเวลา 2 วันรวมทั้งถนนเส้นอื่นๆ ถ้าจำเป็น จากการติดตามข้อมูลของ "ทะเลใต้โพสต์" พบว่า งานพิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธรักษ์ราชเดชในครั้งนี้นอกจากจะสามารถสร้างกระแสความคึกคักให้กับวงการพระเครื่องเมืองคอนกับเหรียญที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพที่ทายาทจะนำออกมาแจกในล็อตแรกจำนวน 7,000 เหรียญโดยมีการปล่อยข่าวว่าจะจะจัดทำคูปองสำหรับผู้มาร่วมพิธีป้องกันการเวียนเทียนรับของที่ระลึก ก็ปรากฏว่ามีมือผีผลิตคูปองปลอมออกขายทันทีในราคาใบละ 99 บาท รวมทั้งมีการเปิดรับจองเหรียญที่ระลึกงานพิธีฯ กันตามแผงพระในทันทีที่มีข่าว แต่ภายหลังทายาทของขุนพันธ์คือนางจินตปาตีและนายณสรรค์ได้แถลงข่าวว่ามีการสั่งผลิตเหรียญเพิ่ม เป็นจำนวนถึง 60,000 เหรียญเพื่อให้เพียงพอกับผู้มาร่วมงานทุกคน แต่ในตลาดพระเมืองคอนและใกล้เคียงซึ่งเปิดรับจองเหรียญงานพิธีฯ ดังกล่าวก็มีเหรียญออกมาวางจำหน่ายบนแผงพระกันแล้วในราคาเหรียญละ 499 บาท โดยเฉพาะแผงพระบริเวณหน้าวัดวังตะวันตกที่มีนักนิยมพระมาซื้อหาบูชากันเนืองแน่น โดยคนขายทุกแผงพระเคลมว่า เป็นเหรียญแบบพิมพ์และเนื้อเดียวกับในพิธีทุกอย่าง เพียงแต่จะต่างกันเฉพาะกล่องบรรจุเท่านั้นเอง และเหรียญดังกล่าวมีท่านขุนพันธ์เป็นเจ้าพิธีจัดทำด้วยตนเองและผ่านการปลุกเสกอย่างเข้มขลังในพิธีต่างๆ เมื่อครั้งจอมขมังเวทย์คนดังยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่บ้านพักของขุนพันธ์ในซอยราชเดช ก็มีเอเย่นต์พระสายต่างๆ ไปรับเหรียญดังกล่าวมาจำหน่ายในแผงของตัวเองกันอย่างคึกคักในราคาส่งที่เหรียญละ 300 บาท เซียนรับจองพระใหม่เมืองคอนประเมินกันว่า เฉพาะรายได้ในช่วงวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์เพียง 2 วัน ยอดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกงานพิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธ์อยู่ในวงเงินประมาณ 20 ล้านบาทเลยทีเดียว ความคึกคักของงานพิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธ์รักษ์ราชเดชยังเผื่อแผ่อานิสงฆ์ให้กับธุรกิจทุกภาคส่วนในจังหวัด อาทิธุรกิจโรงแรมที่เคยเงียบเหงาซบเซามาตั้งแต่ต้นปี จากการตรวจสอบข้อมูลของทะเลใต้โพสต์พบว่าโรงแรมที่พักในจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 31 แห่ง(นับรวมแมนชั่นและอพาร์มเมนท์ให้เช่ารายวัน) เต็มหมดแทบทุกแห่ง โดยเฉพาะโรงแรมใหญ่ระดับห้าดาวซึ่งเป็นหน้าตาของเมืองอย่างทวินโลตัส ซึ่งมีห้องพัก 396 ห้องถูกจองหมดเกลี้ยงในห้องพักแบบเดอลุกซ์ซึ่งราคาปกติเคยขายอยู่ที่ 590 บาทมาตั้งแต่ปลายปี 48 ถูกอัพราคาขึ้นเป็น 1,400 บาท ในขณะที่ห้องสูทราคาคืนละ 4,500 บาทซึ่งมีอยู่ 30 ห้องก็ถูกจองเหลือเพียง 5 ห้อง เท่านั้นเอง โรงแรมแกรนด์ปาร์ค จำนวน 80 ห้องพัก ก็เต็มเพียบในคืนวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ยังพอมีห้องพักส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงแรมระดับสามดาว อย่างโรงแรมไทยโฮเต็ล,ทักษิณ,มณเฑียร,นครการ์เดนท์ ฯลฯ ในวันที่รายงานข่าว (20 ก.พ.) ยังพอมีห้องพักอยู่บ้างแต่พนักงานปฏิเสธการรับจองทางโทรศัพท์เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีลูกค้าวอล์กอินน์มาพักเต็มอยู่แล้ว การเดินทางเข้ามาของผู้มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพขุนพันธ์ดังกล่าวจึงทำให้ภาคธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างสายการบิน ซึ่งมีทั้งโลว์คอสต์อย่างนกแอร์,โอเรียนท์ไทย และการบินไทยให้บริการอยู่ ทุกเที่ยวบินในวันที่ 21-22 ต่างมียอดจองเต็มเหยียดภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจบริการอื่นๆ มีวงเงินสะพัดช่วงเวลาดังกล่าวมากกว่าหนึ่งพันล้านบาท ถือเป็นความดีงามครั้งสุดท้ายที่นายตำรวจจอมขมังเวทย์อย่างขุนพันธรักษ์ราชเดชตอบแทนแก่แผ่นดินเมืองนครอันเป็นที่รักยิ่งของท่านหลังจากที่ได้กระทำติดต่อมาทั้งชีวิตจวบจนสิ้นอายุขัยในวัย 108 ปี |
| โลมาสีชมพู อ.ขนอม | ||
"กลุ่มเด็กรักษ์โลมา" เฝ้าระวังโลมาสีชมพูหลังมีข่าวฝรั่งจ้องลักตัวไปเลี้ยงในรีสอร์ท |
||
|
View All |
||
| ภาพคนเบียดเสียดยัดเยียดในพิธีศพขุนพันธ์ (ทดลอง) | ||
ชมภาพความหนาแน่นของผู้คนกันเองครับ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||