พิมพ์หน้านี้
แน่ละ ไม่อาจปฎิเสธว่า ฝูงชนส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งมาด้วยความเคารพรักใคร่อาลัยในตัวขุนพันธ์ไม่ว่าจะเคยผูกพันกันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ส่วนหนึ่งมาด้วยหน้าที่ และส่วนใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่มากที่สุดมาเพื่อหวังได้รับแจกวัตถุมงคลของขุนพันธ์ซึ่งทายาทของท่านออกข่าวว่าจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วถึง 60,000 ชุด ความศรัทธาเลื่อมใสในตัวขุนพันธ์ในฐานภาพ "เจ้าพิธี" ซึ่งเป็นผู้ "สร้างแบรนด์" องค์พ่อจตุคามรามเทพ เทพเจ้าผู้ปกปักรักษาพระบรมธาตุเจดีย์และองค์เทพผู้มีมหฤทธานุภาพแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง จากการจัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2530 ด้วยพระผงสุริยัน-จันทราทรงพิมพ์ "น้ำตาลแว่น" ที่ต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของพระเครื่อง "สายจตุคาม" ซึ่งมาแรงที่สุดแห่งยุคนี้ และมีการสร้างต่อกันมานับร้อยรุ่น สารพัดพิธี สร้างกำไรมหาศาลกับทีมงานผู้สร้างพระซึ่งกลายเป็นเศรษฐีไปแล้วหลายคน กอปรกับข่าวในเชิง "ปั่น" กระแสผ่าน "สื่อ" ในห้วงเวลาก่อนงานพระราชพิธีเพียงไม่กี่วัน ฝูงชนที่กำลังขาดไร้ซึ่งที่พึ่งทางใจในสังคมไทยที่กำลังมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจึงล้วนรีบไขว่คว้าคล้ายคนจะจมน้ำในทะเลกว้าง ที่แม้ฟางเส้นเดียวก็คงไม่รอที่จะรีบคว้าไว้ ในค่ำคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากรถทัวร์คันใหญ่ๆหลายร้อยคันจะจอดอยู่เต็มลานจอดรถของทุกโรงแรมในตัวเมืองคอนแล้ว ในสวนสาธารณะทุ่งท่าลาดของเทศบาลนครศรีธรรมราชยังคึกคักไปด้วยผู้คนที่เข้าไปปักหลักหาที่ค้างคืนเพื่อรอเวลาเช้าตรู่ รถหลายคันมาจากจังหวัดไกลๆ ในภาคเหนือ บางส่วนจากภาคอีสาน กรุงเทพมหานคร และจำนวนมากๆๆๆ ที่มาจากปักษ์ใต้บ้านเรา หัวใจนับแสนดวงใจ สอดร้อยประสานความต้องการเดียวกัน มิตรภาพยามค่ำคืนในสถานที่อันพลุกพล่าน จอแจ ถูกทำลายความแปลกแยกลงด้วยหัวข้อสนทนาเดียวกัน ...บารมีท่านขุนพันธ์ กลับมาที่ลานพิธีศาลาร้อยปี แดดเปรี้ยงร้อนแรงของเมืองคอนในห้วงเดือนสาม มิอาจปิดกั้นพลังศรัทธาของมหาชนเรือนแสนที่มุ่งมองเขม้นไปยังเมรุชั่วคราว 9 ยอดแสนอลังการที่ลำเลียงมาจากจังหวัดเพชรบุรี หลายคนมองหมายบันไดทางขึ้นสู่เมรุซึ่งมีอยู่ 4 ด้านเหมือนจะเล็งไว้ในใจว่าจะพาตัวเองเบียดคลื่นฝูงชนไปวางดอกไม้จันท์คารวะศพท่านขุนพันธ์ ณ มุมไหน ก่อนจะได้รับเหรียญที่ระลึกอย่างที่ได้อ่านมาในข่าวหนังสือพิมพ์ แรงเบียดเสียดยัดเยียดจนอึดอัดแทบหายใจไม่ออก คนชราและเด็กหลายสิบคนเป็นลมล้มลงกลางแดดร้อน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจใครเท่าใดนักเวลานี้ 6 โมงเย็น หลังพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ทรงมีพระปฎิสันฐารกับทายาทของท่านขุนพันธ์ก่อนทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ฝูงชนที่ยืนรอคอยอยู่อย่างอดทนเริ่มเคลื่อนไหวขึ้นอีกครั้ง เงียบๆ ทว่ารุนแรงปานคลื่นใต้น้ำ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในชุดปกติขาว และแขกผู้มีเกียรติได้รับเชิญให้ขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์เคารพศพเป็นชุดแรก ก่อนจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปขึ้นไปเคารพศพ แรงขับแรงดันจากทุกทิศทุกทางของคลื่นคนเริ่มเบียดเสียดก่อตัวพุ่งเป้าไปยังเมรุตั้งศพจนเจ้าภาพต้องตัดสินใจเอาบันไดทางขึ้นเมรุออกไปถึง 2 ด้าน ด้วยกริ่งเกรงน้ำหนักของฝูงชนที่ขึ้นก้าวขึ้นบันไดไปพร้อมๆ กันหลายๆ คนอาจทำให้เมรุชั่วคราวที่สร้างขึ้นด้วยไม้จะไม่อาจทานน้ำหนักได้และพังครืนลงมา แต่ทางขึ้นสู่เมรุเพียงสองด้านย่อมมิอาจต้านกระแสผลัก ดึง ดันของผู้คนที่เริ่มคลั่งอยู่ภายในเวลานั้น แสงแดดที่เริ่มโรยราก็มิทำให้ความร้อนรุ่มในหัวใจที่ถูกไฟแห่งการรอคอยเผาผลาญให้พลุ่งพล่านเหมือนน้ำที่เดือดคลั่กอยู่ในหม้อ หลายคนเริ่มตะโกน บางคนที่อยู่ด้านหลังเริ่มปีนกำแพงกั้นเข้าสู่ชั้นใน มิพักพูดถึงคิว แถว หรือระเบียบอื่นใดอีกแล้วเวลานั้น ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย เจ้าภาพตัดสินใจอีกครั้ง สั่งให้มีการยกบันไดขึ้นเมรุออกไปทั้งหมด ก่อนใช้วิธีโปรยดอกไม้จันทน์ให้กับฝูงชนที่ต่างรุกคืบเข้ามาสู่เมรุเหมือนคลื่นแล่นเข้าฝั่ง ก่อนประกาศให้นำดอกไม้จันทน์วางในถาดซึ่งจะมีตัวแทนเจ้าภาพนำขึ้นไปวางคารวะศพบนเมรุให้อีกที ถึงตอนนี้สถานการณ์อยู่ในความตึงเครียด คลื่นคนส่วนใหญ่แสดงออกถึงความไม่พอใจออกนอกหน้า หลายเสียงตะโกนอย่างนี้หลอกกันนี่หว่า !!! หลายเสียงทวงถามถึงเหรียญที่ระลึกฯซึ่งเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาด้นดั้นเดินทางไกลมาในวันนี้ ประมาณ 19.30 น. มีการประกาศชี้แจงให้ไปรับเหรียญที่ระลึกที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ห่างใปประมาณ 1 กิโลเมตร ฝูงชนที่กำลังงุ่นง่านเหมือนน้ำเดือดที่เห็นรูระบายไอร้อนออกจึงเคลื่อนย้ายตัวเองไปที่ศาลากลาง ก่อนจะพบว่าที่นั่นไม่มีอะไรในกอไผ่ จึงฮือกลับมาที่ลานพิธีศาลาร้อยปีอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่บางส่วนซึ่งเป็นเด็กและคนชราต้องยอม "ถอดใจ" กลับออกไปก่อน หรือไม่ก็ไปเดินตระเวนหาซื้อวัตถุมงคล "ล้านแปด" ชนิดที่ตั้งแผงวางขายกันทุกตรอกซอกซอยในบริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุในสนนราคาตั้งแต่ 99บาทจนถึงราคาแพงๆ นับหมื่นบาทก็มีให้เลือกซื้อ ปรากฏการณ์ "เงินสะพัด" หน้าวัดพระมหาธาตุอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตก็ได้เห็นกันในวันนี้ 20.30 ผู้คนหลายหมื่นคนยังจับกลุ่มพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ ก่นด่า ปรับทุกข์กันอยู่ที่หน้าลานพิธีฯ รอคอยความหวังเพราะมีข่าวว่าอาจจะมีการแจกเหรียญที่ระลึกอีกครั้งในช่วง 4 ทุ่ม หรือไม่ก็ ห้าทุ่มคืนนี้ ขณะที่พิธีการ "เผาจริง"ร่างไร้วิญญาญของท่านขุนพันธ์จอมขมังเวทย์ซึ่งทายาทวางฤกษ์เอาไว้ที่เวลาตี 1 ของคืนนี้ยังมีคนจำนวนมากเฝ้าจับตามองว่าว่าพระเพลิงจะสามารถเลียลามไหม้ร่างกายซึ่งทรงอาคมผ่านการอาบว่านยาสารพัดของท่านได้หรือไม่ อย่ากระพริบตาครับท่านผู้ชม หมายเหตุ....เดี๋ยวจะมีภาพบรรยากาศสดๆ มาลงให้ชมกัน |
| โลมาสีชมพู อ.ขนอม | ||
"กลุ่มเด็กรักษ์โลมา" เฝ้าระวังโลมาสีชมพูหลังมีข่าวฝรั่งจ้องลักตัวไปเลี้ยงในรีสอร์ท |
||
|
View All |
||
| ภาพคนเบียดเสียดยัดเยียดในพิธีศพขุนพันธ์ (ทดลอง) | ||
ชมภาพความหนาแน่นของผู้คนกันเองครับ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||