|
 BY-METHA
เก็บภาพมาฝากครับ ภาพช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ผมอยู่เนปาล เสียดายไม่ได้ไปในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งเขาบอกว่าท้องฟ้าเปิด สามารถมองเทือกเขาสุดตา.. ในเดือนนี้ฝนตกบ่อยครั้งเหมือนประเทศไทย บางครั้งลมก็พัดรุนแรงเหมือนมีพายุ มองข้ามฟ้าไปได้ก็ติดม่านหมอกมากมาย ไม่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ได้ แต่กระนั้น.. ความทรงจำก็มีคุณค่ามากมายเกินพอแล้ว และถ้ามีโอกาสไปอีกครั้ง ผมจะแบกเป้ขึ้นเขาหิมาลัยให้ได้แน่นอน... 
มีคนบอกว่าเนปาลเหมือนสวรรค์.. เพราะมีสถานที่สวยงามมากมาย มากเกินจะนับได้ จากตะวันออกจรดตะวันตกล้วนมีเทือกเขาหิมาลายากั้นขนานกับแผ่นดินทิเบต มีเทือกเขาและสายน้ำมากมายหล่อเลี้ยงและไหลล่องมาจากสวรรค์ สถานที่และเมืองที่มีประวัติศาสตร์นับพันปีมีให้เล่าขาน รวมถึงเมืองลุมพีนี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในตอนใต้.. และผู้คนที่นี่ ที่เราไม่อาจลืมเลือน....
 ภาพจากมุมกว้าง มองเห็นหิมาลัยกั้นกลางระหว่างเนปาลและทิเบต แผ่นดินทิเบตแห้งแล้งและหนาวเพราะอยู่บนหลังคาโลก แต่เนปาลเต็มไปด้วยความอุดมเขียวขจี เพราะเต็มไปด้วยสายน้ำที่ไหลลงไปสู่เบื้องล่าง
  ออกจากสนามบินก็มีรถมารับ เราไปโรงแรมแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ห่างจาก Tamel ไปประมาณ 8 kmที่ Park Village Hotel สถานที่ซึ่งมีที่จอด ฮ. เสียด้วย
 วันที่สอง ผมออกเดินเล่นจากโรงแรมตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้าขึ้นไปบนภูเขาเบื้องหน้า (ภาพที่เห็นถ่ายจากที่พัก)
 เดินคนเดียวผ่านหมู่บ้าน ผ่านทุ่งนา..
 เดินมาประมาณ 4 กิโลเมตร เจอทางเข้าอุทยานแห่งชาติ..... ซึ่งมีแห่งเดียวในเขตนี้ ตัดสินใจควัก 250 รูปี จ่ายค่าเข้า ไหนๆ ก็เดินมาถึงแล้ว
  เดินไปเดินมาอีก 3 กิโลเมตร เจอวัดทิเบต บนเขา พระที่นี่กำลังนั่งภาวนา พร้อมด้วยดนตรีทิเบตอันตรึงใจ เหมือนที่ใครไปทิเบต หรือเห็นได้ตามภาพยนตร์จีนบางเรื่อง
  บนวัดสามารถมองเห็นเมือง Kathmandu เบื้องล่าง ภาพแรกขอบขวาคือที่พักที่ผมเดินขึ้นมา กว่า 7 กิโลเมตร ตั้งแต่ 6 โมงถึง 9 โมงเช้า เดินคนเดียวไร้เพื่อน มารู้อีกทีจากแผ่นพับของอุทยานว่า ที่นี่มีเสือดาวด้วย (ดีที่ไม่เจอ) ทั้งยังสามารถเดินต่อไปถึงต้นเทือกเขาหิมาลัยได้ ในเวลาราว 8 วัน
 ขากลับโชคดีเจอรถนักเรียนที่หน้าอุทยาน เลยโบกขอไปด้วยคนครับ คนที่นี่มีมิตรภาพ แถมยังให้โดยสารฟรีอีกต่างหาก (ภาพเทือกเขาตรงกลางถ่ายจากโรงแรม ขวามือสุดคือที่ตั้งของวัดบนยอดเขาที่เดินไปถึง)
  ในเมืองหลวง Kathmandu ย่านใจกลางเมือง ระหว่างเดินทางไปพบกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่นี่มีธงแดงติดตามบ้านเรือนฉลองชัยชนะที่ ที่พรรคคอมมิวนิสต์เนปาลชนะเลือกตั้ง ธงชาติอเมริกาก็เช่นกัน ราวกับว่า โลกยุคสงครามเย็นพัดผ่านไปนานแล้ว.. และตลอดทางที่ผมเดินข้ามเมือง มีป้ายประกาศพื้นที่และรณรงค์ของ Y.C.L มากมาย เป็นชื่อของกลุ่มเยาวชนคอมมิวนิสต์ที่มีแนวร่วมมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของเนปาล
  ในเขตเมืองหลวงและที่พักผมใน Kathmandu Guest-house และนักเรียน ช-ญ ในเมืองบักกะปูร์
  ระหว่างเมืองบักกะปูร์ไป นาการ์ก็อต นั่งบนหลังคา Local Bus ทุ่งนาสวยงามพบเห็นทั่วไป
   ระหว่างทางพบเพื่อนชาวญี่ปุ่น เขามาที่นี่กัย 2 คนในช่วงพักผ่อน ก็เลยสนทนากัน เขาเดินมาส่งขึ้นรถกลับในยามเย็น ราวกับเพื่อนสนิทในกลุ่ม
  ที่ที่อารมณ์โหยไห้ และไม่มีวันลืม... ขากลับมาถึงบักกะปูร์ราว 2 ทุ่ม ไม่มีรถเข้าเมือง Kathmandu โชคดีเจอเพื่อนท้องถิ่น 5 คน กำลังปรึกษาถ้าหากไม่เหมารถ เราชวนกันเดินทะลุเมืองไปซุปเปอร์ไฮเวย์ราว 2 กิโล ประหยัดค่ารถจาก 800 รูปปี เป็น คนละ 15 รูปี อาศัยว่าผมหน้าเหมือนเนปาลี่มากๆ
  ยามกลับ..และจากลา
เนื้อเพลง - เพลง รักยุคไฮเทค
บนโลก Hi-Tech ทุกอย่างเล็กลง แต่รักฉันคง ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม อยากมี Hard Disk ลง Program เสริม เพิ่ม Ram พร้อมแจ่มด้วยภาพของเธอที่ Desktop
โลก Digital เรางอนง้อกัน ทำ Card แล้วส่ง E - mail ให้เธอ CPU รู้ Love Youเสมอ อย่าเผลอ Delete รักเราลง Recycle Bin ส่ง SMS พิมพ์คำข้อความ แนบคำนิยามที่สุดซึ้ง เปิด Win Ampไว้ ด้วยเพลงคิดถึง อยากให้เธอซึ้ง
กับความคิดถึง
ที่ฉันให้เธอ เพลงที่ฉันโปรด Download ให้เธอ ได้รับไหมเอ่ย ตอบด้วยขวัญใจ อย่าด่วนใจร้อน Shut Down ไปไหน ปล่อยใจ ให้ฉันลอยไปตามสาย
.Cable โปรดจงช่วยsave รักเราเก็บไว้ เพื่อใจของฉันจะได้ไม่ต้องerror
   ภาพบน : หญิงสาวชาวเนปาล ภาพล่าง : เพื่อนสาวชาวฝรั่งเศสและหนุ่มอิตาลี เราเจอกันระหว่างการเดินทาง และบังเอิญวันก่อนผมก็พบเขาที่ร้าน BrikBar ข้าวสาร
เสียดายไปได้ไม่กี่ที่ มีโอกาสแล้วพบกันใหม่ เนปาล..  BY-METHA
|