| Beautiful Memories | ||
ดอกไม้งามจากนิวซีแลนด์ รูปของฉันกับวันเวลา.. ปักกิ่งวันนี้ 13-18 มิถุนา |
||
|
View All |
||
| Notting Hill เพียงเธอผู้เดียวที่ฉันใส่ใจตลอดทุกช่วงเวลา | ||
หากเขียนถึง Runaway Bride ...... |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
การเดินขึ้นบันไดจากชั้นสองไปถึงชั้นหกด้วยรองเท้าส้นสูงประมาณสามนิ้ว ไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไร แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้หยุดพักทุกช่วงบันไดแวะทักทายครูที่นั่งตรวจงานอยู่ในห้องพักครู และส่งยิ้มให้กับครูที่กำลังสอนในห้องเรียนบางห้อง ไฟฟ้าที่ติด ๆ ดับ ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ทำให้ลิฟท์ถูกงดใช้ไปโดยปริยาย เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีนัดสำคัญเสียด้วย ............................ ก่อนหน้านี้ลูกสาวสองคนและลูกชายสองคนชั้น ม 6 มาขอประวัติของฉันและขอสัมภาษณ์ความรู้สึกที่มีต่อโรงเรียน ครูคงมอบการบ้านให้เธอมาล่ะซี " ครูอย่าลืมนะคะ วันจันทร์ ที่ห้อง ครูแต่งตัวสวยๆ ด้วยค่ะ " ลูกสาวอ้อน " โธ่ ครูก็สวยทุกวันอยู่แล้ว " ลูกชายหันไปต่อว่าเพื่อน ประโยคนี้ฉันยืนยันว่าลูกชายพูดจริง ๆ แต่จะเป็นความจริงหรือไม่ คำตอบก็มีอยู่ " ค่ะ จ้ะ วันจันทร์นะ ชั่วโมงไหนล่ะ.." ฉันตอบคำถามพร้อมตั้งคำถาม ลืมถามเธอว่าห้อง ม 6 ใด
. ถึงชั้นหกแล้ว ฉันหยุดยืนเกาะราวบันได หอบเล็กน้อย นี่กระมังที่เขาว่า สังขารไม่เที่ยง " จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย" ฉันเดินไปตามระเบียงทางเดิน เลือกที่จะมองไกล ออกนอกระเบียง มองราวกันตกว่าสีเริ่มลอกหรือยัง มองเลยไปถึงกันสาดอาคารตรงข้ามว่ามีเศษกระดาษร่วงอยู่หรือไม่ มองต่ำลงไปที่สวนหย่อมระหว่างช่วงตึก สระปลาคาร์ฟ วันนี้เปิดพ้ำพุหรือยัง กลับมามองใกล้ๆ ตัว ที่นั่งพักตามแนวระเบียงทางเดิน เจ้าตัวแสบทิ้งร่องรอยเศษขนมที่แอบนำขึ้นมาบนอาคารหรือเปล่า คนเรานี่ก็แปลก ชอบมองสิ่งที่อยู่ไกลตัวก่อน..ลืมแม้กระทั่งว่าความสุขที่แท้อยู่ใกล้ตัวเรา หากฉันมองทะลุไปในห้องเรียนทีละห้อง ๆ ครูคนหนึ่งอาจยินดีที่ทำดีแล้วมีคนเห็น แต่อีกบางคนอาจมองว่า วันๆไม่ทำอะไรนอกจากจะเดินจับผิดครู ถ้าโดนข้อหาหลังนี่ ถือว่าเจ็บตัวเล็กน้อย จึงต้องชายตามองนิด ๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ ... เข้าใจกันบ้างซี งานครูเป็นงานหนักสาหัส ไม่ใช่สอนหนังสืออย่างเดียว สอนคน แถมต้องร่วมมือกับองค์การ หน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม เรียกว่างานในไม่ขาด งานนอกต้องร่วม ในใจฉันหวังเพียงจะได้ยินเสียงใสๆ ของพวกเธอ คนใดคนหนึ่งว่า ครูครับ ครูขา ห้องนี้ค่า เลยแล้วค่ะ แต่เปล่าเลย.. โชคดีของฉันที่โรงเรียนมีการออกแบบวางผังอาคารมาอย่างดี อาคารสามอาคารเชื่อมต่อกันหมดทุกอาคารและทุกชั้น ฉันเดินครบทั้งสามอาคาร โดยไร้เสียงเรียกจากพวกเธอ ลิฟท์ใช้ได้แล้ว ฉันกดลิฟท์ลงมาถึงชั้นสอง ก้มมองนาฬิกา ครูกลัวพวกเธอเสียใจ ครูเกรงพวกเธอจะคิดว่าครูไม่ใส่ใจ ก้าวเดินออกจากลิฟท์ได้ไม่ถึงสิบก้าว เสียงพวกเธอตะโกนพลางวิ่งมาหา " ครูขา หนูขอโทษ หนูขอสารภาพ หนูลืมบอกค่ะว่ากิจกรรมจัดที่ห้องศูนย์สังคมฯค่ะ ไม่ได้จัดในห้องเรียน หนูก็ลงมาตามครู คงสวนกัน .หนูลืมบอก หนูขอโทษนะคะ". " จ้าจ้า แล้วเอาไงดี จัดไปแล้วเหรอ " ฉันถาม คิดเสียดาย " ยังค่ะ ครูธนพลขอเป็นวันพฤหัสนะคะ " " จ้ะจ้ะ งั้นครูก็ต้องสวยรอบสอง..วันพฤหัสซินะ.." ฉันยิ้ม.. เบิกตาล้อพวกเด็ก ๆ พวกเธอส่งเสียงหัวเราะพร้อมกัน ......................
สมัยนี้ครูหรือการศึกษาเป็นกระโถนท้องพระโรงอยู่บ่อย ๆ เด็กเกเรก็โทษครู ปัญหาสังคมก็ยกให้เป็นความอัปยศของวงการศึกษา ได้ยิน ได้อ่าน ทีไร อดน้อยใจไม่ได้ แต่คิดใหม่ว่าเป็นมุมมองของแต่ละคน เขามีมุมมองเช่นนั้นเขาก็อยู่กับการมองและความรู้สึกนั้น หลาย ๆครั้ง ที่พวกเราแค่นหัวเราะ ใช่สิ ครูมันไม่ดี การศึกษามันแย่ คนที่ประสบความสำเร็จเขาถึงได้ลุกขึ้นมาตำหนิอาชีพครูไงล่ะ ก็ครูของพวกเขาสอนเขามา...อย่างไรเล่า และหลายครั้งที่ฉันซาบซึ้งใจกับการได้ยิน ได้อ่าน คำชื่นชม ศรัทธา บูชาครู แม้ว่าครูคนนั้นก็ไม่ได้หมายถึงฉัน แต่ฉันรู้ว่าครูมีแต่ความปรารถนาดีอย่างไรและมากเพียงไร ครูทุกคน ไม่หวังร่ำรวยทรัพย์สินใด ๆ ไม่มีโอกาสทางการเงินสักเท่าไร เว้นแต่จากพื้นฐานครอบครัว แต่ครูล้วนมีความสุขเมื่อได้พูดคุยถึงการได้พบลูกศิษย์ แค่ลูกศิษย์ได้ดี ลูกศิษย์เข้ามาหา มาทักทาย แค่ลูกศิษย์ไม่คิดล้างครู.. ครูภูมิใจ..ครูร่ำรวยลูกศิษย์ลูกหา .. . ฉันรักครู ประทับใจครู และรักที่จะเป็นครู ตั้งแต่เล็กแล้ว สมุดการบ้านหรือสมุดแบบฝึกหัดคือของเล่นที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง เล่มที่ใช้หมดแล้ว ไม่เคยทิ้ง ฉันสนุกกับการนั่งวางท่าสง่าเป็นคุณครู ใช้ปากกาลูกลื่นสีแดงตรวจการบ้าน (ของตัวเอง) กาเครื่องหมายถูกบ้างผิดบ้างในแต่ละข้อ ยิ่งสะบัดปากกาได้เร็วและหนักแน่นเท่าไรก็เหมือนที่ครูทำมากเท่านั้น ตามด้วยให้คะแนน ให้ระดับคุณภาพว่าดี ดีมาก และไม่ลืมลายเซ็นขยุกขยิกตามประสา ฉันเรียนในโรงเรียนสตรีตั้งแต่ประถมจนจบมัธยมปลาย หลายคนชอบล้อว่าโรงเรียนติดปากคลองตลาด ฉันเถียงว่าติดถนนมหาราช เอ่ยชื่อโรงเรียนครั้งใด ต้องถูกถามว่า " ล่างหรือบน" ทุกที ฉันตอบว่าไม่มีทั้งคำว่าล่างหรือบน ฉันไม่ชอบวิชาการประกอบอาหารและพลอยไม่ชอบครูไปด้วย ฉันรู้สึกว่าทำผิดพลาดตลอดและโดนครูดุเสมอ . " ไปเอากระติกมา.." ฉันได้ยินครูว่ายังงั้น " ค่ะค่ะ " ดีใจที่จะได้ทำอะไรถูกใจครูสักที ถ้าบอกให้ไปทอดปลา โขลกน้ำพริก..ตายแน่ ครูอยากได้กระติก ฉันเดินหาอยู่นาน ครูจะเอาไปทำไม อืมม..ครูคงจะเอาไปแช่ผัก แต่..ตู้เย็นก็มี.. " นี่ค่ะ กระติก ได้แล้วค่ะ" ฉันยื่นกระติกให้ครูพร้อมยิ้มปากกว้างอย่างภาคภูมิใจ " ใครใช้ให้เธอไปเอากระติก จะเรียนทำน้ำพริก ... กะปิ ฉันให้เธอไปเอา กะปิ " . ผ่านไปหลายวัน..และอีกครั้ง สำหรับวิชาที่น่ากลัวของฉัน ครูคงเห็นฉันเดินวนไปวนมา หยิบจับอะไรก็เกะกะ เงอะงะกล้า ๆกลัว ๆ ชวนเวียนหัว " เอ๊า ! ผักชี ไปหั่นรากผักชีมา " " ค่ะค่ะ ครู " ครูใจดีจัง ให้ทำอะไรง่าย ๆ ฉันนี่นะ.ชอบคิดไปเอง ครูก็พยายามช่วยทุกอย่าง ฉันจะได้ชัยชนะสักที ฉันกระตือรือร้นกับการทำเพื่อครู.. ผ่านไปห้านาที.. " นี่ค่ะครู " ฉันส่งผักชีที่ผ่านการล้างน้ำอย่างดีให้ครู " ไหนล่ะ รากผักชีน่ะ " ครูเงยหน้ามองผักชีในมือของฉันและเลยขึ้นมามองหน้าอันงงงวยของฉัน " อ้าว ก็ครูให้หนูไปหั่น หนูก็หั่นทิ้งไปแล้วไงคะ " ก็รากมันดำ ๆ เปื้อน ๆ ครูจะเอาไปทำอะไร ไม่เข้าใจเลย " โอ เธอนี่.." เสียงครูรำพึง.. . ความรู้สึกว่าวิชานี้เอาดีไม่ได้..ครอบงำฉัน และเมื่อคิดไปเองว่าครูไม่ชอบ ฉันก็มือไม้สั่นทุกครั้งที่ครูมอบงานให้ทำ หลายครั้ง ครูมอบงานให้เป็นกลุ่ม เพื่อนในกลุ่มก็พอกัน ครูให้มะพร้าวขูดมา บอกให้ไปคั้นกะทิ ทุกคนนั่งล้อมมะพร้าวขูดและนั่งมอง ภาวะผู้นำนั่นไง ฉันจัดแจง วางชาม วางตระแกรงลงบนชาม วางมะพร้าวลงบนตระแกรง เทน้ำลงบนมะพร้าว บอกเพื่อนว่า น้ำที่ไหลลงไปในชามนี่ล่ะ หัวกะทิ ฉันจำได้..ฉันจำที่ครูสอนได้ เพื่อนคนหนึ่งมองหน้าฉัน สายตาดูแคลนเล็กน้อย "อืมมม.. ฉันอาจทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ แต่ฉันรู้ว่า มันไม่ใช่นะ " ช่างพูดจริงนะ แล้วทำไมพวกเธอไม่ทำซะเอง(ล่ะยะ) . และวันนี้..วันชี้เป็นชี้ตายสำหรับฉัน เมื่อทุกคนต้องลงมือปฏิบัติภารกิจ มันคือ..ปฏิบัติการทอดไข่ดาว(แบบกรอบ) . กระทะใบใหญ่พร้อมน้ำมันร้อนๆ ถูกล้อมรอบด้วยกุลสตรีที่ส่วนใหญ่ไว้หางเปียทั้งหลาย การปฏิบัติเริ่มเวียนไปทีละกลุ่ม ฉันก็กลุ่มแรกเลยล่ะ...คนที่หนึ่ง เธอเอื้อมมือไปกลางกระทะอย่างมีสติ จับตะหลิวทอดไข่จนกรอบ...ตักขึ้นพัก ผ่าน คนที่สอง ผ่าน คนที่สาม ผ่าน ทุกคนต้องทอดด้วยมือของตนเอง ฉันเห็นครูมองที่มือ มองไข่ดาวแล้วก็ไล่ขึ้นมองหน้านักเรียนแต่ละคน โอ..แย่แล้วเรา.. ครูบอกว่าขณะที่ทอดด้านหนึ่งอยู่ เราสามารถช้อนน้ำมันร้อนๆ ราดไปบนหน้าไข่อีกด้านได้ เพื่อให้สุกไปด้วย เพื่อนกลุ่มที่สองก็ล้อมวงอยู่ข้างหลัง ชะโงกหน้าดูและลุ้นเพื่อนกลุ่มแรกที่ล้อมวงรอบกระทะไปด้วย " วรรณ เอ๊า ทอด ครูตอกไข่ให้แล้ว " ฉันรู้สึกมือไม้สั่น ยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง ยังไม่ทันที่มือจะเอื้อมไปหยิบตะหลิว พลันมีมือวิเศษสอดมาจากข้างหลัง พร้อมหน้าของเพื่อนคนหนึ่งในกองเชียร์กลุ่มที่สองที่เกยคางพอดีไหล่ของฉัน มือนั้นคว้าตะหลิว ทอดไข่อย่างทะมัดทะแมง ตักน้ำมันสะบัดราดบนหน้าไข่ด้านบน กระฉับกระเฉง เสียงครูพูด ดี ดี ดีมาก..ครูก้มมองตะหลิว มองไข่ดาวแต่ไม่เงยหน้ามองหน้าฉันแม้แต่นิดเดียว...ผ่าน..ดีมาก ดี ฉันผ่านชั่วโมงนั้นไปได้ รับรู้ได้ว่าครูดุแต่ใจดีเหลือเกิน ครูพยายามไม่มองหน้าฉันเพราะครูรู้ว่าฉันกลัว แต่ครูไม่รู้หรอกว่ามันไม่ใช่มือของฉัน . . เวลานี้ วันนี้ หนูเป็นครู หนูเลือกที่จะเรียนและเลือกที่จะเป็น ไม่ใช่อย่างที่คนเขาก่นว่า เรียนอะไรไม่ได้ก็ค่อยมาเรียนครู หนูอยากให้ครูภูมิใจว่าคนที่ทำกับข้าวไม่เป็นในวันนั้น ..คนนี้...ก็เป็นครูที่ดีได้นะคะ หนูทุ่มเท หนูเอาใจใส่ และหนูก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ครูเคยปฏิบัติต่อหนูคือ พยายามที่จะฝึกให้คนที่กลัวสิ่งใด..ได้เผชิญสิ่งนั้น สร้างเสริมกำลังใจ แทนการตอกย้ำความผิดพลาด และ..มองข้าม เรื่องเล็กน้อยบางประการ..เพื่อให้ได้เรื่องสำคัญ.. . เด็กอาจไม่ได้ตามที่ครูคาดหวัง แต่ใช่ว่าครูจะนิ่งดูดาย และใช่ว่าครูจะต้องบังคับขู่เข็ญ มาถึงวันนี้ หนูรู้ว่าการเป็นครูนั้น มิใช่แค่สั่งและสอน หรือต้องได้อย่างที่ครูต้องการ แต่ต้องด้วยความ เอา "หัวใจ" ใส่ พร้อมเข้าใจข้อจำกัดของเด็ก ให้อภัยและให้โอกาส . ครูคะ วันนี้.. บางครั้งหนูก็ต้องทำเป็นไม่เห็นบ้างในเด็กบางคนที่พัฒนาการจำกัดในด้านหนึ่งเพื่อให้เขามีกำลังใจที่จะไปพัฒนาด้านอื่นตามความสนใจและความถนัดของเขา ครูขา..หนู ณ วันนั้น รู้สึกได้แล้วว่า ครูใจดี ครูเมตตา การฝึกปฏิบัติการทอดไข่ดาวนั้นเป็นเรื่องกดดันสำหรับหนู ครูเลี่ยงที่จะมองหน้าหนูเพราะครูเข้าใจ " ความรู้สึกล้มเหลว" ของหนู.. และครูไม่ต้องการให้มันเกิด วันนี้ หนูจะพยายามบอกเพื่อนครูเมื่อมีโอกาส..ว่าต้องให้เด็กได้ค่อยๆ เผชิญสถานการณ์ เรียนรู้ถูก ผิด สมหวัง ผิดหวัง และมีกำลังใจ ไม่ทำให้เด็กรู้สึกอับอายกับการผิดพลาด และไม่ประทับตราหน้าผากเด็กว่า คนอย่างเธอ ไม่มีทางทำได้ ... . ครูขา หนูอยากสารภาพว่ามือปฏิบัติการทอดไข่นั้นไม่ใช่มือของหนูหรอกค่ะ หนูอยากขอให้ครูยกโทษ.. แต่ครูคะ..มีบางสิ่งบอกว่า ครูรู้ตั้งแต่เวลานั้นแล้วว่าหนูไม่ได้ทอดไข่ด้วยมือของหนูเอง แต่ครูก็เลือกแล้วที่จะมองข้ามบางอย่างเพื่อรักษาความรู้สึกและสร้างพลังใจของลูกศิษย์ที่จะเรียนรู้อีกหลายอย่าง.. . ถ้าการหลอกครูในครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี.. ครูยกโทษให้หนูด้วยนะคะ.. ครูแสนดี.. โรงเรียนราชินี . . . . . .บันทึกของธมลวรรณ 2517-2519 , 8 มกราคม 2551 . ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงและจากใจจริง 1. คุณ jui http://www.oknation.net/blog/jui880/2007/12/14/entry-1 ที่ได้จุดประกายความคิดพี่ธมลวรรณ..เขียนถึงครู บูชาบูรพาจารย์ เรือจ้าง ที่... " หวังดีไม่จืดจาง ส่งถึงฝั่ง ยังห่วงใย.. " 2. กองบรรณาธิการ OK Nation ที่กรุณาแนะนำเอนทรีนี้ให้ผู้อ่านได้เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนความคิด |