พิมพ์หน้านี้
|
....และแล้วอาการหวัดของผมทุเลาเบาบางลง จากการป้อนยาอย่างสม่ำเสมอของแม่ ผมต้องจำใจกินยาอย่างว่าง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะแม่จะบังคับให้ผมต้องกินยาทุกรายการจนกว่าจะหมดตามคำสั่งของหมออยู่นั่นแหล่ะ จนกระทั่งถึงเช้าวันศุกร์ที่แม่จะต้องไปค้างคืนที่พัทยา...และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นตั้งแต่ก่อนตีห้า ใครหนอ...โทรศัพท์มาหาแม่ตั้งแต่เช้ามืดอย่างนี้.... สวัสดีค่ะ...อ๋อเต้ยเหรอ...ฮื่อ..พี่คงไม่เอาทรัพย์ไปฝากคุณเจนนี่แล้วหล่ะ เพิ่งจะหายจากหวัด ยังไม่ได้พาไปทำวัคซีนอีกเลย ไม่รู้ว่ามีเชื้อโรคอะไรแฝงอยู่อีกหรือเปล่า กลัวจะไปติดแมวของคุณเจนนี่เข้า....ฮื่อ ไม่ฝากดีกว่า...เกรงใจคุณเจนนี่และฝากขอบคุณด้วยนะ....พี่คงต้องปล่อยไว้ที่บ้านนี่แหล่ะ ทิ้งอาหารและน้ำไว้เยอะ ๆ หน่อย แค่สองคืนเอง คงจะอยู่บ้านตัวเดียวได้หรอก....อ้าว..หวัดดีจ๊ะ คุณเจนนี่... คือพี่ว่าทรัพย์น่าจะอยู่ที่บ้านตัวเดียวได้นะ...อ๋อ ปีเตอร์ทำวัคซีนครบทุกตัวแล้วแน่นะคะ...ไม่ใช่หรอก ทิ้งไว้ที่บ้านนี่พี่ก็ห่วงนะ แต่พี่เกรงใจคุณเจนนี่มากกว่า...โอเค งั้นฝากก็ฝาก เดี๋ยวเจอกันหน้าหมู่บ้านก็แล้วกัน ..พี่จะพาทรัพย์ขึ้นรถตู้ของบริษัทไป...ขอบคุณนะคะ แม่ถูกทั้งน้าเต้ยและคุณเจนนี่ โทรศัพท์มาทวงตัวผมแต่เช้า ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนแม่กับทั้งสองคนนั่นว่า จะพาผมไปฝากไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นนี่นา... ทรัพย์...เดี๋ยวไปอยู่บ้านคุณเจนนี่นะ แล้วอย่าดื้อ...อย่าซนนะลูก เดี๋ยวเย็นวันอาทิตย์แม่จะไปรับกลับบ้านนะครับ แม่สั่งเสียผมก่อนจะอุ้มลงตะกร้าคู่ชีพนักเดินทาง โดยไม่ลืมใส่อาหารแมวเด็กไปในตะกร้าด้วยตามที่คุณเจนนี่สั่งไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แล้วหิ้วผมนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปหน้าหมู่บ้าน ผมก็ร้อง มะอาว มะอาว ไปตลอดทาง พี่วินรับจ้างยังถามแม่เลยว่าจะเอาแมวไปขายเหรอ! ทีนี้พอมายืนข้างถนนรอรถตู้รับ-ส่งพนักงานของบริษัทที่แม่ทำอยู่มารับ ผมกลัวเสียงปื๊ดป๊าดของรถที่วิ่งผ่านไปมา ก็ยิ่งส่งเสียงร้อง มะอาว...มะอาว อีกยกใหญ่ จนกระทั่งได้ขึ้นรถเรียบร้อยนั่นแหล่ะ แม่ถึงเปิดตะกร้าให้ผมออกมาชมโลกภายนอก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดาผู้โดยสารเพื่อนร่วมงานของแม่ ที่อยู่บนรถก่อนหน้านี้มาขอชื่นชมผมกันใหญ่ แต่ผมไม่สนุกด้วยนะครับ ขอหลบอยู่ใต้เบาะก่อนดีกว่า จนแม่ต้องมุดไปจับตัวผมมาใส่ไว้ในตะกร้า แต่เปิดฝาสอดมือไปลูบปลอบผมให้คลายตื่นกลัวจนถึงหน้าหมู่บ้านของน้าเต้ยกับคุณเจนนี่นั่นแหล่ะครับ ทั้งสองสาวมายืนรอรับผมก่อนหน้านั้นแล้ว เสียงคุณเจนนี่บอกกับผมว่า ทรัพย์...มาอยู่กับมาม๊ากับเฮียปีเตอร์นะ แล้วแม่ฝากฝังผมกับทั้งสองคน พร้อมบอกว่า เดี๋ยวพี่ขอโทรศัพท์มาถามข่าวคราวเป็นระยะ ๆ นะคะ... แล้วรถตู้ที่แม่นั่งอยู่ก็เคลื่อนจากไป...นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ต้องห่างจากแม่..... ที่บ้านมาม๊าเจนนี่อยู่กันสามคน มีปาป๊า, มาม๊าเจนนี่ และลูกสาวคือเจ้หยก กับอีกสองหมาคือเจ้าหนูกับเจ้าโก้ และหนึ่งแมว คือเฮียปีเตอร์สุดซ่า...เฮียปีเตอร์เป็นแมวเปอร์เซียตัวใหญ่ยักษ์มีตาข้างเดียว ขนสีส้มหนานุ่ม หน้าตากวนโอ๊ยเหมือนการ์ฟิลด์ในการ์ตูนนั่นแหล่ะครับ เฮียปีเตอร์ตัวใหญ่กว่าผมมาก ทั้ง ๆ ที่แก่กว่าผมปีกว่า ๆ เอง เพราะเป็นหนุ่มเต็มตัวแต่ถูกเจื๋ยนทำหมันไปเรียบร้อยแล้วครับ มาม๊าเจนนี่บอกกับแม่ผมภายหลังว่า เฮียปีเตอร์มีวีรกรรมมากมาย และที่ต้องเสียตาซ้ายไปหนึ่งข้างนี่ก็เพราะออกไปต่อสู้กับแมวพเนจรนอกบ้าน แล้วบาดเจ็บที่ตากลับมาบ้าน ซึ่งตอนนั้นมาม๊าเจนนี่ยังอยู่ที่จังหวัดเชียงราย แล้วแถว ๆ นั้นมาม๊าเจนนี่ไม่รู้จักหมอรักษาสัตว์ที่เก่ง ๆ เลยต้องพาเฮียปีเตอร์นั่งเครื่องบินมารักษาที่กรุงเทพฯ แต่ตาก็อักเสบเกินเยียวยา ต้องควักออกทิ้งแล้วเย็บหนังตาปิดไปซะ และเพื่อป้องกันไม่ให้เฮียปีเตอร์ออกไปเที่ยวนอกบ้านอีก มาม๊าเจนนี่ก็เลยตัดสินใจจับเฮียปีเตอร์ไปตอนซะเลย แต่วิธีนี้ไม่ได้ผลครับ เพราะขันทีเฮียปีเตอร์ยังคงชอบออกไปเที่ยวนอกบ้านอยู่เหมือนเดิม.... ตอนเจอกันครั้งแรกนั้น เฮียปีเตอร์ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ แต่แมวเด็กอย่างผมถ้าไม่คุ้นเคยกับใคร ก็ต้องขู่ป้องกันตัวเองจากฝ่ายตรงข้ามไว้ก่อน แต่ถ้ายังขืนยื่นหน้าแหลมเข้ามาใกล้อีก ผมขอสู้ไม่ถอยครับ! เฮียปีเตอร์คงจะรำคาญเสียงขู่ของแมวเด็กอย่างผม ก็เลยถอยหนีไปไม่มาวอแวด้วย สักพักก็ไปนั่งรอมาม๊าเจนนี่ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมส่งเสียงร้องพร้อมขู่ให้มาม๊าเปิดประตูให้ ที่ต้องบอกว่าขู่ก็คือ ถ้าคุณแจ๋วเจนนี่ไม่ยอมเปิดประตูให้ คุณเจ้านายปีเตอร์ก็จะตามไปตบที่เท้าเจ็บ ๆ จนคุณแจ๋วเจนนี่ต้องเดินไปเปิดประตูยอมให้เจ้านายออกไปเที่ยวนอกบ้านซะงั้น เฮียปีเตอร์แกแน่จริง ๆ เป็นผมนะไม่กล้าทำอย่างนั้นกับแม่หรือกับใคร ๆ หรอกครับ เพราะผมกลัวพวกเขาไม่รักผมหน่ะสิ เฮียปีเตอร์แกออกนอกบ้านไปก็ดีแล้ว เพราะผมจะได้ครอบครองบ้านหลังใหญ่กับมาม๊าเจนนี่แต่เพียงผู้เดียว...ดีจังเลย มาม๊าเจนนี่เป็นไม่ได้ทำงานนอกบ้านครับ เป็นแม่บ้านเฉย ๆ หน้าที่ประจำก็คือแต่งตัวสวย ๆ แล้วขับรถรับ-ส่งเจ้หยกไปโรงเรียน และดูแลหาอาหารและสอนการบ้านให้เจ้หยกหลังเลิกเรียน แล้วก็ทำงานบ้านนิดหน่อย เพราะงานบ้านบางอย่าง เช่น ถูบ้าน นั้นปาป๊าก็จะช่วยทำเมื่อกลับมาจากทำงานเหมือนกัน มาม๊ามีเวลาเยอะแยะที่จะเล่นกับผมตอนที่เจ้หยกไปโรงเรียนแล้ว ถ้ามาม๊านอนดูทีวี ผมก็จะไปนอนข้าง ๆ แล้วค่อย ๆ กระเถิบไปซุกซอกแขน เพื่อสูดกลิ่นหอม ๆ จากตัวมาม๊าเจนนี่...ชื่นใจจัง! ทั้งปาป๊า เจ้หยก และเฮียปีเตอร์ ไม่มีใครรังเกียจผม...ทุกคนดีกับผมมากเลยครับ ตกเย็นก็พาผมขึ้นไปนอนรวมในห้องนอนใหญ่ที่สามคนกับอีกหนึ่งแมวนอนรวมกันเป็นประจำ ตอนนี้ผมเริ่มคุ้นเคยกับเฮียปีเตอร์แล้ว เราสองตัวเล่นด้วยกันสนุกสนานมาก จนมาม๊าเจนนี่ต้องมาเปิดประตูแล้วอัญเชิญเราทั้งสองตัวออกไปเล่นนอกห้องนอน! พวกเราก็เลยพากันลงบันไดไปเล่นข้างล่าง...พอเฮียปีเตอร์เบื่อจะเล่นกับผมแล้วก็เดินนำขึ้นมาที่ห้องนอน แล้วเฮียปีเตอร์ก็ยกขาขึ้นหน้าเคาะประตู ก๊อก ก๊อก ก๊อก...เฮียปีเตอร์แกมีมารยาทงามมาก...ผมได้แต่นั่งมองด้วยความทึ่ง...ก็ผมทำได้แค่ส่งเสียง เมี๊ยว เมี๊ยว เรียกแม่ให้เปิดประตูให้ได้เพียงอย่างเดียวนี่ครับ! เป็นปาป๊าที่เดินมาเปิดประตูให้ พร้อมกำชับพวกเราว่า ไปนอนได้แล้ว ถ้าเล่นกันอีกจะให้นอนนอกห้องนะ เฮียปีเตอร์แกมีขนหนาก็เลยขี้ร้อน จึงเดินไปนอนที่ประจำใกล้ ๆ ตู้แอร์ ส่วนผมแขกผู้มาเยือนไม่รู้จะนอนที่ตรงไหนดี...ขอปีนขึ้นไปนอนใกล้ ๆ มาม๊าเจนนี่เหมือนเมื่อตอนกลางวันดีกว่า....เฮ้อ ! คืนนี้แม่จะคิดถึงผมมั๊ยน๊า?.... |