ถ้าสำรวจดูแต่ละพรรคการเมืองหรือมุ้ง-วัง-กลุ่มการเมืองต่างๆก็เคลื่อนไหวกันมากมายทั้งในเชิงแนะนำคมช.และรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ให้คำแนะนำในการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงบางพรรคบางกลุ่มการเมืองเคลื่อนไหวในการทางการเมืองที่ไม่พึงประสงค์ทั้งที่มีประกาศคปค.อยู่
พรรคการเมืองใหญ่ๆหรือที่มีบทบาทมากนั้นก็มีอยู่คือพรรคไทยรักไทยที่กำลังเผชิญมรสุมคดียุบพรรคอยู่,พรรคประชาธิปัตย์ก็กรณีเดียวกับพรรคไทยรักไทย,พรรคชาติไทยของนายบรรหาร,พรรคมหาชนของพล.ต.สนั่น,พรรคประชาราชของนายเสนาะ,พรรคพลังแผ่นดินไทของนายลิขิต ธีรเวคินและผองเพื่อนนักวิชาการ ฯลฯ ส่วนมุ้งหรือกลุ่มการเมืองในขณะนี้ก็มี เช่น กลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน,กลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ,กลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์การเมืองที่รวมเอากลุ่มของนายสุวัจน์-นายสุวิทย์-นายพินิจ มาผนึกกำลังกันทำงานการเมือง เป็นต้น
สำรวจผู้นำพรรคหรือกลุ่มการเมืองในขณะนี้แล้ว
หลังการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ จนมีการเลือกตั้ง
ใครจะเป็นนายกฯหลังการปฏิรูปฯ ซึ่งหมายถึง คนๆนั้นได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
ข้าพเจ้าเลยรวบรวมบุคคลที่น่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯหลังการปฏิรูปฯจากข้อมูล การวิเคราะห์บนพื้นฐานความเป็นจริง คือ
1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เคยได้รับการทำนายว่าจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นเช่นนั้น นอกจากจะมีการศึกษาสูงจากต่างประเทศแล้ว ประสบการณ์และความคิดอ่านทางการเมืองก็ไม่ธรรมดา ผ่านงานการเมืองมาเช่น เป็นโฆษกรัฐบาลในรัฐบาลของนายชวน สมัยที่ 1 เป็นประธานกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯในรัฐบาลนายชวน สมัยที่ 2 ระยะหลังกระแสขิงแก่มาแรงบวกกับยังมีกรณียุบพรรคด้วย ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องประคองตนเองให้ดีในสภาวการณ์ปัจจุบัน เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบจริง นายชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคจะเข้ามาคุมบังเหียนในพรรคอีกครั้ง แล้วเป็นไปได้ที่จะเป็นนายกฯสมัยที่ 3
2.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
ฉายา มีดโกนอาบน้ำผึ้ง เพราะมีคำพูดที่คมคาย นอกจากนั้นยังเป็นมือกฏหมายจบจากธรรมศาสตร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักการเมืองมือสะอาด นายชวน ถือเป็นลูกหม้อของพรรคประชาธิปัตย์ขนานแท้ เพราะอยู่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ยังเป็นหัวหน้าพรรค ผ่านงานบริหารทางการเมืองมามากมาย คือ รมช.ยุติธรรม รมว.ยุติธรรม รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.ศึกษาธิการ รมว.สาธารณสุข รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองนายกฯ ประธานสภาผู้แทนฯ ผู้นำฝ่ายค้านและเป็นนายก 2 สมัย คือปีพ.ศ.2535-2538และพ.ศ.2540-2544 แล้วตอนที่เป็นนายกฯสมัยที่ 2 นี้ นายชวนก็นั่งควบรมว.กลาโหมด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2549 ก่อนการรัฐประหาร นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีตรมว.ศึกษาธิการในฐานะเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ความเห็นในวันนั้นว่า ถ้าถูกยุบพรรค จะจดทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ชวน หลีกภัย จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค และมีความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สาม
3.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ปีพ.ศ. 2539-2540
ถือเป็นอดีตนายทหารที่เชี่ยวชาญการข่าวคนหนึ่ง เป็นผู้ร่วมร่างนโยบาย 66/2523 เพื่อสลายคอมมิวนิสต์ เคยช่วยงานพล.อ.เปรม ตอนเป็นนายกฯ โดยมีหน้าที่เป็นผู้จัดการรัฐบาล คอยประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม ฯลฯ ร่วมกันสนับสนุนพล.อ.เปรมเป็นนายกฯ หลังเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงตอนท้ายปี 2549 พล.อ.ชวลิตได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคมช.-รัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน แล้วถ้าใครได้ชมรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ วันที่เท่าไหรข้าพเจ้าจำไม่ได้เสียแล้ว นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้พูดถึงเรื่องราวของพล.อ.ชวลิตกับบทบาทการเมืองไทยไว้อย่างน่าสนใจ สรุปได้โดยย่อคือ พล.อ.ชวลิตหลังลาออกจากผบ.ทบ.และผู้รักษาราชการแทนผบ.สส.แล้วได้เป็นรองนายกฯและรมว.กลาโหมในรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ โดยพล.อ.ชาติชาย นายกฯขณะนั้นวางตัวพล.อ.ชวลิต เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยคนต่อไปแต่มีกระบวนการขัดขวางและกล่าวหาพล.อ.ชวลิต โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าพรรคมวลชน พล.อ.ชวลิต จึงลาออกจากรองนายกฯและรมว.กลาโหม แล้วพล.อ.ชวลิต ก็อยู่เบื้องหลังในการให้พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.สส. พล.อ.สุจินดา ผบ.ทบ.และผู้นำเหล่าทัพคนอื่น ซึ่งยังนับถือพล.อ.ชวลิตอยู่ ร่วมกันปฏิวัติรัฐบาลชาติชาย ตอนแรกเหล่ารสช.จะให้พล.อ.ชวลิตเป็นนายกฯ แต่ด้วยบุคลิกของพล.อ.ชวลิตเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงเชิงเจ้าเล่ห์ เชี่ยวชาญงานใต้ดิน ทำให้เหล่ารสช.ไม่วางใจเลยให้นายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นนายกฯแทน ส่วนพล.อ.ชวลิตมาตั้งพรรคความหวังใหม่ออกโรงโจมตีรสช.เพราะฉะนั้นผู้คนจึงเห็นพล.อ.ชวลิตในภาพที่ต่อต้านรสช.ขณะนั้น ซึ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งจากรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ ครั้งนั้น ถึงแม้พล.อ.ชวลิตจะลาขาดจากการเมืองมานานแล้วแต่ฐานเสียงของท่านยังขายได้อยู่แถบอีสาน ซึ่งหากพรรคไทยรักไทยถูกยุบ พล.อ.ชวลิตในฐานะเคยเป็นประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไทยรักไทยจะนำอดีตพลพรรคความหวังใหม่และพรรคไทยรักไทยที่ไม่ได้เป็นกรรรมการพรรคเข้าบริหารงานในพรรคและเตรียมเลือกตั้งจากเงินที่พ.ต.ท.ทักษิณส่งท่อน้ำเลี้ยงมาให้ แล้วเป็นไปได้ที่พล.อ.ชวลิต เจ้าของฉายา ขงเบ้งแห่งกองทัพไทย จะผงาดตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง
4.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ(ด้านเศรษฐกิจ)และรมว.พาณิชย์
หลังลาออกจากประธานคณะกรรมการประสานงานและกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์และทนกระแสสังคมไม่ไหวว่าการมาช่วยงานรัฐบาลมีวาระแอบแฝงหรือต้องการฟอกตัว แต่ในขณะนี้กลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งมีอดีตส.ส.ในสังกัดมากพอที่จะตั้งพรรคแล้วนายสมศักดิ์เองได้ทาบทามนายสมคิดให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่วนตำแหน่งทางการเมืองก็เคยเป็น รมช.คลัง, รมว.คลัง, รองนายกฯ, รองนายกและรมว.คลัง, รองนายกฯและรมว.พาณิชย์และตำแหน่งล่าสุดและเพิ่งจะลาออกคือประธานคณะกรรมการประสานงานและกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ถือว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯอีกคนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันนายสมคิดก็ต้องตอบคำถามของสังคมอีกมากมายที่ในวันแถลงข่าวลาออกของนายสมคิดนั้นเขายังพูดไม่หมด!
5.นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช
นายเสนาะ เทียนทอง นักเลงการเมืองตัวจริงเป็นลูกหม้อพรรคชาติไทยผ่านงานบริหารทางการเมืองมามากมาย เช่น รมช.เกษตรและสหกรณ์ รมช.มหาดไทย รมช.คมนาคม รมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย และประธานวิปรัฐบาลมีฉายาคือ นักปั้นมือทอง เพราะปั้นนายกฯมาแล้ว 3 คนคือ นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ช่วงเกิดการขับไล่นายกฯทักษิณ นายเสนาะ ได้ออกมาโจมตีการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและถือโอกาสในวันประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายเสนาะได้เปิดใจและประกาศลาออกจากพรรคไทยรักไทยกลางสภาเพราะทนพฤติกรรมการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ บุคลิกของนายเสนาะคือ มีความคิดอ่านทางการเมืองไกล มองลึก มองรอบด้าน นิสัยนักเลงจริง ใจกว้าง คิดอย่างไร พูดอย่างนั้นและที่สำคัญการทำงานของนายเสนาะแต่ละครั้งไม่เคยทำให้บ้านเมืองเสียหาย อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นของนายเสนาะบางครั้งเจอหลายคนท้วงติงแต่เวลาผ่านไปจึงพิสูจน์ได้ว่านายเสนาะพูดจริงและพูดถูก
ถ้าใครยังไม่เชื่อว่านายเสนาะจะเป็นนายกฯได้
ก็ให้ดูว่านายบรรหาร ศิลปอาชาเป็นนายกฯได้ฉันใด นายเสนาะ เทียนทองก็เป็นนายกฯได้ฉันนั้น
6.นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย
เป็นมังกรการเมืองตัวฉกาจของเมืองไทย เล่นการเมืองระดับท้องถิ่นมาก่อนและเล่นการเมืองระดับชาติตามคำชวนของพล.ต.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เคยประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทำให้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการค้ามาก เคยเป็นรมช.อุตสาหกรรม รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.คมนาคม รมว.อุตสาหรรม รมว.มหาดไทย รมว.คลัง เป็นคนเล่นการเมืองเป็น มองการเมืองออก แม้จะเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วสำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่วันนี้ก็ยังเป็นบุคคลสำคัญที่การเมืองไทยมิอาจมองข้าม
แต่ที่สำคัญที่สุดนายกฯต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพราะถือเป็นตัวแทนของประชาชนตัวจริงและต้องบริหารงานให้เกิดความสมานฉันท์ในชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่โกง ทำงานเพื่อส่วนรวม และไม่หมิ่นเบื้องสูง ฯลฯ