
พาเด็ก ๆ ในค่ายไปเปิดหูเปิดตาวันที่ 25 เมษายน 51 ท่ามกลางสายฝนยามเช้า และความห่วงใยของผู้ปกครองที่พกพาเสบียงมาให้เด็ก ๆ เพียบ เป็นที่น่าอิจฉาสำหรับเหล่าเจ้าหน้าที่ และพี่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง(ไม่เห็นมีใครส่งเสบียงเรามั่งเลย เฮอะ) เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี เวลา 08.39 น. (คิดเองว่าดีนะ) นัดเด็ก ๆ ไว้ 07.30 น. ว่ารถจะมารับ แต่พี่ต้นตาลที่เด็ก ๆ เรียกขานพร้อมกับคำแซว ว่าเมื่อไหร่จะกลับต้นซะที มาตอน 07.15 น. แย่จัง ยังมาช้ากว่าเด็ก เพราะเด็กบางคนบอกว่านู๋มารอตั้งแต่ หกโมงครึ่งแล้วค่ะ อายจังเลยเรา อิอิ แหงนมองท้องฟ้าแล้ว จะไปดีหรือเปล่าอ่ะเรา ทำไมมันมืดไม่น่าไปเยี่ยงนี้ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือไว้ ทำไมฟ่ะพายุมันต้องเข้าวันนี้ด้วย เมื่อต้องให้มันเป็นไปตามแผนที่วางไว้ รถมาถึงก็จัดการเด็ก ๆ ขึ้นไปบนรถ เช็คจำนวนว่ามาครบหรือไม่ บนรถเราก็มีกิจกรรมร้องรำทำเพลงกันพอสังเขป(พื้นที่มันจำกัดอ่ะนะ) แถมเด็กที่ไปก็ เด็กจริง ๆ 
เอ้า! เด็ก ๆ ได้เวลาแช่ะแล้ว
แม้ว่าบางส่วนจะร้องเพลงเฮฮาบนรถ แต่เด็กบางคนที่ไม่ค่อยได้เดินทางไกลนัก จะเป็นลักษณะนี้ 
<<การนอนพักเป็นสิ่งที่ดีครับ ผมและเพื่อนขอหลับยัน คร่อก...ฟี้ >> อิ อิ อุทยานแห่งนี้เป็น อุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2538 เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ และทรงพบว่าพื้นป่าแห่งนี้มีความหลากหลายทางธรรมชาติ จึงพระราชทานแนวทางในการอนุรักษ์พร้อมกับพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ดังนั้นในการพัฒนาอุทยานธรราชาติวิทยาแห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมีวัตถุประสงค์คือ (1) อนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่า (2) สำรวจสภาพทางสังคม ทางกายภาพ และทางชีวภาพ เพื่อจัดทำเป็นแหล่งความรู้ (3) เผยแพร่ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนและประยุกต์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตต่อไป และมีกรอบการดำเนินงานเป็น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการจำแนกเขตอุทยานธรรมชาติวิทยา ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรราชาติและการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ ด้านวิชาการและงานวิจัย ด้านการบริการการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางวิชาการ และด้านการอำนวยการและการประสานงาน อุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อยู่ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี โดยทิศเหนือติดกับจังหวัดกาญจนบุรี ทิศใต้ติดกับป่าสงวนป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ทิศตะวันออกติดกับแนวถนน รพช. บ้านบ่อหวี และบ้านตะโกปิดทอง และแนวตะวันตกติดกับสหภาพพม่า อุทยานธรรมชาติวิยามีพื้นที่ทั้งหมด 132,905 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้าน 12 กลุ่มบ้านในตำบลสวนผึ้งและตำบลตะนาวศรี ปัจจุบันอุทยานธรรมชาติวิทยาแห่งนี้ เปิดบริการให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจในหลายๆรูปแบบ อาทิ 1.ศาลาข้อมูลธรรมชาติวิทยา เป็นที่รวบรวมข้อมูลทั่วไปของอุทยานธรรมชาติวิทยา ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ข้อมูลทางกายภาพ และข้อมูลทางชีวภาพ ที่สำรวจพบในพื้นที่อุทยาน โดยจัดแสดงทั้งในรูปของนิทรรศการ สิ่งตีพิมพ์ วีดีทัศน์ และมีห้องสมุดที่สามารถสืบค้นข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ในถิ่นทุรกันดารอีกด้วย 2.เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เป็นเส้นทางที่ใช้สำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ เช่น น้ำตก ธารน้ำร้อน พันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ เป็นต้น ประกอบด้วย เส้นทางเดิน 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 ใช้เวลาในการเดิน 1 ชั่วโมง และเส้นทางที่ 2 ใช้เวลาในการเดิน 3 ชั่วโมง 3.ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถามศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นเพื่อให้เด็กนักเรียนเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเสริมสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านี้ด้วย 4.ที่พัก สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่นักวิชาการและเยาวชนที่เข้าค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา ขณะนี้เปิดให้บริการเป็นบ้านพัก ขนาด 3 ห้องนอน จำนวน 2 หลัง, บ้านพัก ขนาด 6 ห้องนอน จำนวน 1 หลัง (สำหรับพักได้ 30 คน), เต็นท์ ขนาด 2 คน จำนวน 20 หลัง 5.ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ เป็นร้านจำหน่ายสิ่งพิมพ์ทั้งที่เป็นหนังสือ โปสการ์ดที่เกี่ยวกับอุทยานธรรมชาติวิทยา นอกจากนี้ยังจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริอีกด้วย http://kanchanapisek.or.th/kp14/project_dev/project_area/Ratburi/utayan.php เมื่อไปถึง คณะของเราได้รับการต้อนรับจากวิทยากรอุทยานฯ ที่รอเราอยู่แล้ว ช้าไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง เลยโทรเช็คกับหัวหน้าคณะที่พามาตลอด 
ลุงแดง ของเด็ก ๆ ที่จะพาเราไปชมอุทยานค่ะ 
มีเกมนันทนาการสำหรับเด็ก ๆ ก่อนที่จะไปชม ณ บริเวณต่าง ๆ ของอุทยานค่ะ หลังจากที่เด็ก ๆ ได้สนุกกับเกมที่ลุงแดงนำมาให้เล่น ได้เลือดและถลอกกันเป็นแถวแล้ว อิอิ ลุงบุ้ม ก็พาเด็ก ๆ ไปชมในส่วนของนิทรรศการของอุทยาน และพาเด็ก ๆ ไปลองร่อนแร่ดีบุกค่ะ 
และพาไปชมสวนสมุนไพรของทางอุทยานฯ ซึ่งมีทั้งชื่อและสรรพคุณเพียบค่ะ 
ใครที่เคยไปจะเห็นเจ้าต้นไม้ต้นนี้ สวยดีค่ะ ชื่อต้นกระทุ่ม แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา เราพักรับประทานอาหารในบริเวณนี้ค่ะ หลังจากได้ที่ ก็นอนหลับพักเอาแรง เอ้ย! ไม่ใช่ค่ะ วิทยากรศิลปศึกษาที่อยู่คู่กับชาวค่ายเยาวชนมา 8 ปีแล้วและจะอยู่ต่อไป(ต้องยึดไว้ค่ะ อาจารย์ท่านเก่ง) ก็พาเด็ก ๆ หามุมวาดภาพ ซึ่งวาดไปก็ต้องมองท้องฟ้าไปด้วย มันครึ้มฟ้าครึ้มฝน กลัวเด็ก ๆ จะเปียก 
วาดไปจ๊ะ วาดไป 
วาดไป ใครมีข้อสงสัยก็ให้อ.สายชล หรือ อ.พี่เจี๊ยบ วิทยากรศิลป์ของเราแนะนำ ซึ่งจะเป็นการวาดภาพโดยใช้ดินสอ และจะให้คะแนน เมื่อเดินทางกลับ 
บอกแล้วมุมใคร มุมมัน ด้านหลังที่เห็นคือรถที่เราพาเด็ก ๆ มาวาดภาพค่ะ จุ๊ จุ๊ ฉันชอบเรียกว่ารถสงครามโลก เพราะว่ามันสมบุกสมบันเหลือเกิน ขอโทษเถอะค่ะ ขึ้นเหนือล่องใต้ รถคันนี้พาเราไปได้ทุกที่เลย ยกนิ้วให้เลยอ่ะ ตอนแรกในกรุ๊ปตั้งใจว่าจะพาเด็ก ๆ ไปเดินธารน้ำร้อนบ่อคลึง แต่เนื่องจากอากาศไม่ค่อยอำนวย และเด็ก ๆ ที่พามาก็มีบางคนที่ควบคุมยาก ทำให้เราต้องพากันเดินทางกลับ เพราะกลัวผู้ปกครองจะเป็นห่วง และแล้ว เราก็เดินทางกลับมาถึงโดยสวัสดิภาพ แม้จะมีบางคนได้เลือดมาเป็นของแถมจากการเดินทางครั้งนี้ แต่ก็คิดว่าคุ้ม... อย่างน้อย ๆ เด็ก ๆ ก็จะได้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บางคนบอกว่า "เด็กตัวเล็ก ๆ จะไปทำอะไรได้" ค่ะ เด็กตัวเล็ก ๆ ทำไม่ได้ด้วยตัวคนเดียวหรอก หากแต่ว่ามีผู้ใหญ่ที่คอยชี้แนะแนวทางเขาไปในทางที่ดีที่งาม ทำเป็นตัวอย่าง เด็กก็เป็นอนาคตของชาติที่มีคุณค่าต่อแผ่นดินได้ ว้า! จบแล้วสำหรับทริปนี้ สัญญาไว้ว่าจะนำภาพค่ายเยาวชนมาให้ดู...แปะไว้คราวหน้านะคะ และฉันก็ต้องกลับมาเคลียร์บนโต๊ะ สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวอีกครั้ง ไม่อยากบอกเลย...สุดยอด 
อ่ะ อ่ะ อย่าเลียนแบบ ฮ่ะ ฮ่า สุดยอดของความรก หัวหน้าแซว "เอ็งกล้าเอาไปแฉให้คนอื่นเขาดูหรอ เด่วเขาก็รู้หรอกว่าเราเลี้ยงตะขาบ เลี้ยงงูไว้" ฮ่ะ ฮ่า อันนี้แหล่ะพี่เอ้ย! วันนั้นเจอแมงป่อง สุด สุดจริง ๆ ใครมีรกกว่านี้ เรามาคุยกัน อิอิ
|