วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2550
สูง ยาว ขาว ตึง
Posted by
กวินทรากร
,
ผู้อ่าน : 139
, 20:12:56 น.
| หมวดหมู่ :
กวีนิพนธ์
พิมพ์หน้านี้
|
หนึ่งคนเพี้ยนเพียรประลองเป็นสองคน สูง.....ศักดิ์สถิตฟ้า..............ฟากสวรรค์ ยาว...จะต่อไม้ อัน..............ต่ำต้อย คราว..สอยซึ่งดวงจันทร์.......แจ่มโลก ตรึง....ผูกด้วยรักร้อย..........ล่ามไว้ทะนุถนอม
สูง....กว่า สิขเรศ นั้น............คือติณ ยาว..กว่า ต้น บังดิน..............กิ่งไม้ ขาว..กว่า ถูกติฉิน.................แผกเผ่า กาเอย ตึง..โสต ป่วยการณ์ให้........สดับซึ้งธรรมสาร
สูง.......ต่ำกำหนดชั้น...............ฉันทลักษณ์ ยาว.....แต่ผุทำหลัก.................บ่ได้ ขาว.....ขุ่นฝุ่นผงคลัก..............คว้าดื่ม..ได้ฤา ตึง.......จัดหย่อนจัดใช้.............ดีดเพี้ยนพิณเสียง
สูง.......ต่ำต่างอยู่พื้น.....................เดียวกัน ยาว....ยืดมิตรสัมพันธ์.................ผูกรั้ง ขาว.....ดำผสมสันติ์.....................ในโลกย์ ตึง.......หย่อนสายที่ตั้ง..................แต่งพริ้งเพลงพิณ
สูง.......เรียก สัค ใช่เอิ้น.................นรกา ยาว.....เรียก ยาว สั้น พา...............เรียกสั้น ขาว.....เรียก ว่าขาว ครา..............ดำเรียก..ดำเอย ตึง.......และหย่อน ไปนั้น.............เรียกเพลี้ยเพี้ยนเสียง
ไขคำ
สัค, สัคคะ น. สวรรค์. (ป.; ส. สฺวรฺค).
เพลี้ย ๑ น. ชื่อแมลงขนาดเล็กหลายชนิดในหลายวงศ์ มีปากชนิดเจาะ ดูดติดอยู่ที่หัวส่วนที่ใกล้กับอก หรือชนิดเขี่ยดูดติดอยู่ที่ปลายหัว ทําลายพืชต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่มีปีก พวกที่มีปีกจะมีเนื้อปีกเหมือน กันตลอด โดยมากบางและอ่อน หรือเป็นแผ่นยาวและแคบมาก มีขนรายล้อม พวกที่อยู่ในวงศ์ Cicadellidae มีรูปร่างคล้ายจักจั่น เรียก เพลี้ยจักจั่น, พวกที่อยู่ในวงศ์ Aphididae มีลําตัวบอบบาง และอ่อน เรียก เพลี้ยอ่อน, พวกที่อยู่ในวงศ์ Thripidae ทําลายพืช ทําให้เกิดอาการเหมือนไฟไหม้ เรียก เพลี้ยไฟ, พวกที่อยู่ในวงศ์ Coccidae ที่สามารถผลิตสารสีขาวคล้ายแป้งออกมาหุ้มลําตัว เรียก เพลี้ยแป้งและที่ผลิตสารสีนํ้าตาลออกมาหุ้มลําตัวคล้าย ฝาหอย เรียก เพลี้ยหอย.
เพลี้ย ๒ น. ชื่อเครื่องดีดฟังเสียงชนิดหนึ่ง ทําด้วยไม้ไผ่คล้ายจ้องหน่อง แต่จ้องหน่องใช้กระตุก ส่วนเพลี้ยใช้ดีด, เพี้ย ก็ว่า.
คำว่าเพลี้ย พบใน โคลงกำสรวล ความว่า
๑๐ สายาเข้าคว้าเหล้น.........หลายกล เดอรดีดเพลี้ยเพลงพาล........รยกชู้ สายาอยู่ในถนน....................ถามข่าว รยมฤา ยงงที่สาวน้อยรู้.....................รยกขวนน ฯ
อ่านเพิ่มที่ http://www.geocities.com/thailiterature/ks1.htm
สายา (กลอน) น. ผู้หญิง, นางผู้มีโฉมงาม, เช่น สายาอยู่ในถนน ถามข่าว รยมฤๅ. (กำสรวล).
ถอดความได้ว่า
นางผู้มีโฉมงามเที่ยวคว้าแขนผู้อื่น (ผู้หญิงด้วยกัน) เพื่อถามข่าวสารใช้หลายกลวิธีในการถาม เดินดีดพิณเปี๊ยะ ร้องเพลงวัยรุ่น (เพลงพาล) ที่นิยมในสมัยนั้นคร่ำครวญถึงชู้รัก นางผู้มีโฉมงามเดินอยู่ในถนน ถามข่าวคราวของกู ถามยังสาวน้อยผู้หนึ่งที่รู้ข่าวของกู นางได้เรียกน้องขวัญผู้นั้นเข้ามาถาม
๑๑ สายาบววบ่าวเกลี้ย จักมา สาวส่งงอย่ามาวนน สู่น้อง สายากรรแสงคลา สองสู่ กนนนา สาวบ่าวอยู่ในห้อง รยกคืนหาคืน ฯ
นางผู้มีโฉม จึ่งเกลี้ยกล่อม บ่าวไพร่ที่ชื่อ อีบัว ให้มาส่งข่าวถึงกู นางผู้มีโฉมสั่งข่าวสาวใช้ส่งข่าวว่า "พี่อย่าได้มาตอนกลางวัน (ให้พี่มาตอนกลางคืน) เพื่อมาสมสู่กับน้อง" นางผู้มีโฉม ทรงกรรแสง เมื่อครากูกับนาง (เราทั้งสอง) สมสู่ อยู่ด้วยกัน แต่อีบ่าวคนใช้ ซึ่งอยู่ในห้องอีกห้องหนึ่ง เรียกให้นายมันรีบกลับคืนไป
ไขคำ
สูง....กว่า สิขเรศ นั้น............คือติณ ยาว..กว่า ต้น บังดิน..............กิ่งไม้ ขาว..กว่า ถูกติฉิน.................แผกเผ่า กาเอย ตึง..โสต ป่วยการณ์ให้........สดับซึ้งธรรมสาร
สัญลักษณ์ที่ใช้ กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 สูงส่งเหมือนสิขรเขา (สิขร+เข้า เอศ ลิลิต=สิขเรศ) ส่วนงานที่ไม่ได้ผ่านรอบแรก เปรียบเสมือน ติณชาติ (หย่อมหญ้า) กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 เหมือนต้นไม้ ส่วนงานที่ไม่ได้ผ่านรอบแรก เหมือนกิ่งไม้ กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 เหมือนฝูงกา ส่วนงานที่ไม่ได้ผ่านรอบแรกเหมือน หมู่พญาหงส์ กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 คือกลุ่มคนแก่ที่หูตึง พาไปวัดก็ยากที่จะได้ ยินรสพระธรรม (เพราะฉะนั้นควรเข้าวัดตั้งแต่ตอน หนุ่มๆ สาวๆ ) หูตึง เป็นสัญลักษณ์ ที่สื่อว่า หูไม่สามารถได้ยินบทกวีอันไพเราะได้ และหมายถึง หู ตึงจนไม่ได้ยินเสียง ด่า หรือเสียงทักท้วงจากคนรอบข้าง
สูง.......ต่ำกำหนดชั้น...............ฉันทลักษณ์ ยาว.....แต่ผุทำหลัก.................บ่ได้ ขาว.....ขุ่นฝุ่นผงคลัก..............คว้าดื่ม..ลงฤา ตึง.......จัดหย่อนจัดใช้.............ดีดเพี้ยนพิณเสียง
ความสูงแห่งกวีนิพนธ์ ก็เพราะฉันทลักษณ์ ยิ่งใช้ฉันทลักษณ์ที่ยากแต่ ง่ายกินใจ สัมผัสใจ (ไม่ใช่สัมผัสตามใจ) ย่อมนับเป็นสิ่งที่น่านับถือ มิใช่หรือ กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 เหมือนไม้ใกล้ฝั่งที่ผุแล้ว ไม่สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ แม้กระทั่งเอาไปใช้ทำไม้หลักปักขี้เลน ฉะนั้นงานกวีนิพนธ์ที่เข้ารอบ จึงเหมือน น้ำที่ขุ่นคลักปนไปด้วยผง ประชาชน จะคว้าเอามา เสพย์ (อุปโภค บริโภค) ได้ถนัดใจกระนั้นฤา สายพิณที่ตั้งหย่อนเกินไป (ไร้ฉันทลักษณ์) หรือสายพิณที่ตั้งตึงเกิน (เคร่งฉันทลักษณ์ จนกลอนพาไป) ก็ทำให้กวีนิพนธ์ ขาดความไพเราะ (กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 ตั้งสายพิณ หย่อนเกินไป)
สูง.......เรียก สัค ใช่เอิ้น.................นรกา ยาว.....เรียก ยาว สั้น พา...............เรียกสั้น ขาว.....เรียก ว่าขาว ครา..............ดำเรียก..ดำเอย ตึง.......และหย่อน ไปนั้น.............เรียกเพลี้ยเพี้ยนเสียง
กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 เห็นสวรรค์ เป็นนรก กล่าวคือเห็นงานกวีนิพนธ์ที่ใช้ฉันทลักษณ์เยี่ยง โบราณราชกวี ว่าเลว เห็นกลอนเปล่า ว่า ดี สำหรับข้าพเจ้าและคนอื่นๆ เห็น
สรวงสวรรค์ ชั้นกวี รุจีรัตน์ ผ่องประภัสร์ พลอยหาว พราวเวหา พริ้งไพเราะ เสนาะกรรณ วัณณนา สมสมญา แห่งสวรรค์ ชั้นกวี "สามกรุง"....น.ม.ส.
เห็นยาวก็รู้ว่ายาว เห็นสั้นก็รู้ว่าสั้น เห็นขาวก็รู้ว่าขาว เห็นดำก็รู้ว่าดำ แต่กรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2550 กลับเห็นตรงกันข้ามกับความเป็นจริง
ฉะนั้น รางวัลกวีซีไรต์ปีนี้ เมื่อได้กรรมการผู้เลือกพิณเพลี้ยที่ตั้งสายหย่อน จนเสียงเพี้ยนเอามาใช้ขับกล่อมลำนำ ก็ย่อมจะไพเราะ และสมกับชื่อรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
|