พิมพ์หน้านี้
|
Google : Search engine ที่ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เมื่อเอ่ยถึง Google คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักเครื่องมือสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตอันทรงประสิทธิภาพนี้ หลายคนคงเคยใช้ Google ช่วยค้นหาข้อมูลที่ต้องการแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยใช้เทคนิคบางประการที่ช่วยให้การสืบค้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการใช้ Google ลักษณะอื่นนอกเหนือจากการสืบค้น เช่น การใช้เป็นเครื่องคิดเลขแบบส่วนตัวพกพาไปกับอินเตอร์เน็ต หรือเรียกได้ว่าที่ไหนสามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้ ก็สามารถใช้เครื่องคิดเลขนี้ได้ การช่วยแปลงหน่วยวัดต่างๆ การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การใช้ Google Alerts ซึ่งเป็นการให้ Google ช่วยแจ้งเตือนผ่านอีเมล์เมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ ที่ต้องการเกิดขึ้น สำหรับเทคนิคการสืบค้น การใช้ Google เพื่อคำนวณ และการใช้ Google Alerts ที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเทคนิคการค้นและเครื่องมือหลายๆ ชิ้นที่ Google มีเท่านั้น หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเทคนิคหรือเครื่องมืออื่นๆ สามารถดูได้จากเว็บไซต์ Google วิธีการใช้งานเทคนิคสืบค้น การคำนวณ การแปลงหน่วยวัดนั้น สามารถพิมพ์เข้าที่ช่องสืบค้นในหน้าเว็บของ Google ได้เลยตามรูปแบบที่กำหนด เมื่อคลิกเมาส์ที่ปุ่ม Search หรือกด Enter บนแป้นคีย์บอร์ด Google จะแสดงผลลัพธ์การสืบค้น หรือการคำนวณให้ทราบ ส่วนวิธีการใช้งาน Google Alerts จะต้องเข้าไปกำหนดในหน้าเว็บเฉพาะ (http://www.google.com/alerts) 1. กำหนดที่อยู่ของเว็บหรือ URL ที่จะให้สืบค้น เป็นการให้ Google สืบค้นข้อมูลในเว็บที่เราคาดว่าจะมีข้อมูล (อาจเพื่อช่วยจำกัดจำนวนผลลัพธ์ที่แสดง) เช่ นต้องการวิธีวิเคราะห์สารเคมีในสิ่งแวดล้อมที่เป็นของหน่วยงาน US Environmental Protection Agency (EPA) สามารถกำหนดให้ Google ค้นเฉพาะเว็บ EPA ได้
2. ให้ Google หานิยามหรือความหมายของคำ เป็นการค้นนิยามของคำตามหน้าเว็บ ต่างๆ
3. ให้ Google หาคำที่เป็น Synonyms กับคำที่ต้องการสืบค้นด้วย เป็นการค้นในกรณีที่คำที่ใช้ค้นมีหลายคำที่มีความหมายเดียวกัน เช่นต้องการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ สามารถใช้ได้ทั้ง car, automobile, automotive
4. กำหนดชนิดของไฟล์ผลลัพธ์จากการสืบค้น เป็นการสืบค้นโดยระบุนามสกุลไฟล์ เช่น ต้องการให้แสดงเฉพาะผลลัพธ์ไฟล์ pdf ปัจจุบัน Google สนับสนุนชนิดไฟล์ ได้หลายประเภท เช่น pdf, xls, ppt, doc, rtf, txt
5. กำหนดให้ Google ต้องค้นหาคำนั้นด้วย ส่วนใหญ่ใช้ในกรณีที่คำๆ นั้นเป็นคำทั่วไปที่ Google ไม่ใช้เป็นคำค้น เช่น where, the, how, ตัวเลขหรือตัวอักษรเดี่ยวๆ
6. ให้ Google ค้นหาข้อมูลโดยยกเว้นเรื่องในคำที่กำหนด บางครั้งคำที่ใช้ค้นอาจมีได้หลายความหมาย เช่น fiber เป็นได้ทั้งเส้นใยอาหารที่รับประทานได้ หรือใยแก้วนำแสงหรือเส้นใยอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งรับประทานไม่ได้
7. กำหนดให้ Google ค้นหาข้อมูลเป็นช่วงตามตัวเลข การกำหนดตัวเลขนั้นอาจจะเป็นระยะเวลา ราคา น้ำหนัก ฯลฯ
8. การใช้เป็นเครื่องคิดเลข Google สามารถคำนวณได้ทั้งการคำนวณพื้นฐาน เช่น การบวก ลบ คูณ หาร การยกกำลัง การหาค่าฟังก์ชันตรีโกณ การถอดรากที่ n การหาค่าแฟกทอเรียล การใช้งานโดยเพียงพิมพ์โจทย์ทางคณิตศาสตร์ในช่องสืบค้นในหน้าเว็บของ Google ที่ตามปกติใช้สืบค้นข้อมูล Google จะพยายามตีความและแสดงผลลัพธ์ออกมา ลำดับการคำนวณจะเป็นไปตามหลักคณิตศาสตร์ทั่วไป คือคำนวณตัวกระทำทางคณิตสาสตร์ (Operator) ที่มีลำดับสูงกว่าก่อน เช่น คำนวณเลขยกกำลังก่อนคำนวณค่าบวก กรณีที่ Operator มีลำดับเท่ากันจะคำนวณจากซ้ายไปขวา หากต้องการบังคับให้เกิดการคำนวณคู่ใดก่อน ก็ใช้เครื่องหมายวงเล็บบังคับ เช่น
Google ยังแสดงผลลัพธ์เป็นเลขโรมันก็ได้ โดยใช้ Operator in ช่วย ดังตัวอย่างพิมพ์ 100*5+9 in roman ในช่องสืบค้น ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาคือ DIX ซึ่งหากให้แสดงเป็นตัวเลขอารบิกตามปกติจะเท่ากับ 519 นอกจากนี้ Google ไม่ใช่เพียงคำนวณเลขฐาน 10 ได้เท่านั้นยังคำนวณและแสดงผลลัพธ์เป็นเลขฐานอื่นเช่น เลขฐาน 2 เลขฐาน 8 และเลขฐาน 16 ได้อีกด้วย โดยระบุหน้าตัวเลขด้วย
ในการใช้งานหากพิมพ์เฉยๆ 0b1101 Google จะเข้าใจว่าเป็นการค้นหาคำๆ นี้ และหากพิมพ์เป็นตัวเลข 2 ชุด บวกหรือคูณกันเช่น 0b1101+0o15 Google จะแสดงผลลัพธ์เป็นเลขฐานของเลขชุดแรก ดังนั้นหากต้องการให้แสดงผลลัพธ์เป็นเลขฐานใด ก็ให้พิมพ์เลขฐานนั้นเป็นชุดแรก หรือหากต้องการแปลงเลขฐานหนึ่งเป็นอีกฐานหนึ่ง อาจใช้เลข 0 มาประยุกต์ช่วย โดยบวกกับตัวเลขเดิม ตัวอย่างเช่น ต้องการแปลงเลขฐาน 2 1101 เป็นเลขฐาน 10 ก็พิมพ์ 0+0b1101 ได้ผลลัพธ์เป็น 13 ต้องการแปลงเป็นเลขฐาน 8 ก็พิมพ์ 0o+0b1101 ได้ผลลัพธ์เป็น 15 ต้องการแปลงเป็นเลขฐาน 16 ก็พิมพ์ 0x+0b1101 ได้ผลลัพธ์เป็น D เครื่องคิดเลข Google นี้ยังมีความน่าสนใจที่มากกว่าเครื่องคิดเลขธรรมดาอีก คือรู้จักค่าคงที่สำคัญทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เช่นค่า pi ค่าความเร็วแสง มาลองดูตัวอย่างกันจากสมการดังของไอน์สไตน์คือ E=mc2 ให้ค่ามวลเป็น 100 แล้วคำนวณค่าพลังงานกัน โดยพิมพ์ 100*c^2 แล้วดูผลลัพธ์ที่แสดง Google จะแทนค่า c เป็นค่าความเร็วแสง (speed of light) ให้อัตโนมัติ การใช้ Google Calculator ยังมีรูปแบบให้ทดสอบใช้งานอีกมากมาย ซึ่งไม่ได้แสดงการใช้งานในบทความนี้ สำหรับตัวกระทำทางคณิตสาสตร์ (Operator) รูปแบบการเขียน การทำงาน และตัวอย่างการใช้มีดังตารางข้างล่าง
9. การใช้แปลงหน่วยวัด ดังที่กล่าวในหัวข้อก่อนว่า Google รู้จักค่าคงที่สำคัญทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์แล้ว Google ยังรู้จักชื่อหน่วยวัด รวมทั้งอักษรย่อ ของหน่วยวัดทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์บางตัว เช่น รู้จักว่า km คือกิโลเมตร และสามารถช่วยแปลงหน่วยวัดต่างๆ ได้ เช่น อุณหภูมิจากเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์ น้ำหนักจากกรัมเป็นออนซ์ การใช้งานอาจใช้ Operator in ตามด้วยหน่วยของผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น 1 km in mile หรือเพียงพิมพ์ระบุความต้องการ 100 gram to ounce หรือ half a cup in teaspoons หรือ 37 C in Kelvin Google จะพยายามตีความ และแสดงผลลัพธ์ออกมา กรณีที่ใช้อักษรย่อแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ อาจต้องใส่ชื่อเต็มของหน่วยวัดนั้น 10. การใช้คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา Google รู้จักหน่วยของเงินสกุลต่างๆที่สำคัญๆ รวมทั้งอักษรย่อ เช่น USD, Pound, Yen และสามารถแปลงค่าเงินจากสกุลหนึ่งเป็นอีกสกุลได้ ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องค้นหาอัตราแลกเปลี่ยนก่อนการคำนวณให้ปวดหัว การใช้งานก็เช่นเดิมใช้ Operator in ตามด้วยสกุลเงินที่ต้องการ โดยอาจใช้ชื่อหรืออักษรย่อของสกุลเงินนั้น เช่น 1 pound in baht หรือกรณีไม่ทราบชื่อสกุลเงิน ก็ระบุว่าเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นก็ได้ เช่น 1 British money in thai money 11. การใช้ Google Alerts เป็นการให้ Google ส่ง e-mail แจ้งเมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ ที่ต้องการ โดยอาศัยความสามารถในการสืบค้นของ Google ตามคำค้นของเรื่องที่ต้องการ เหมือนการสืบค้นข้อมูล เพียงแต่ให้ส่งผลลัพธ์ทางอีเมล์ และหากในอนาคตพบข้อมูลใหม่อีกก็ส่งให้อีกตามที่กำหนดความถี่ของการส่งข้อมูลไว้ การใช้งานทำได้ง่าย เพียงเข้าไปที่ http://www.google.com/alerts เมื่อเข้าไปแล้ว ด้านซ้ายจะเป็นคำแนะนำคร่าวๆ เกี่ยวกับลักษณะการใช้งาน เช่น ติดตามข่าวใหม่ๆ ติดตามข้อมูลใหม่ๆ ของคู่แข่งหรือในอุตสาหกรรม ติดตามข่าวทีมกีฬาทีมโปรด ส่วนที่ด้านขวามีช่องสำหรับใส่ข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้าง Alert ได้แก่ Search terms หรือคำค้นที่ต้องการ Type หรือชนิดข้อมูลที่ต้องการ How often หรือความถี่ในการส่ง e-mail และ e-mail ที่ Google จะส่งข้อมูลให้ เมื่อใส่ข้อมูลครบถ้วนแล้วก็คลิกที่ปุ่ม Create Alert หรือสร้าง Alert เอกสารอ้างอิง 1. Advanced Search Made Easy. 2006. [online] [cited dated 12 July] Available from http://www.google.com/help/refinesearch.html 2. Google Alerts (BETA): Frequently Asked Questions. 2006. [online] [cited dated 12 July] Available from http://www.google.com/alerts/faq.html?hl=en 3. Google Web Search Features. 2006. [online] [cited dated 12 July] Available from http://www.google.com/intl/en/help/features.html 4. How to use the Google calculator. 2006. [online] [cited dated 12 July] Available from http://www.google.com/help/calculator.html |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||