พิมพ์หน้านี้
|
ไหนๆๆ....ก็ถูกมองว่าเป็นคนหัวโบราณแล้ว....เลยขอตั้งหมวดนี้ว่ากลับหลังหันแล้วกัน จะได้เอาไว้เล่าเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา(นานแล้ว..) ที่สำคัญไม่ค่อยได้มีเวลาอัพบล็อคสักเท่าไหร่....จะได้เอาไว้เล่าเรื่องที่อยากเล่าย้อนหลัง ซะให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่มีใครว่า ..ช้า...ไม่ทันสมัย ...........ย้อนกลับไปเมื่อสมัยคุณตาคุณยายยังเด็ก....(เฮ้ยไม่ไกลขนาดนั้น..) มีต้นไม้อยู่ 2 ต้นที่อยากจะแนะนำให้รู้จัก..(ซึ่งคิดว่ามันเป็นต้นไม้ที่ควรจะบันทึกในความทรงจำไว้นะเพราะสักวัน เด็กๆรุ่นไหม่อาจไม่รู้จักแล้วก็เป็นได้) ต้นแรกเค้าชื่อ**ต้นจัน** มันเป็นต้นไม้ที่สร้างความทรงจำ ในวัยเด็กของนายธาราธรคนนี้เลยแหละ หลายๆฉากในชีวิตเกิดชึ้นใต้ต้นไม้ต้นนี้...... ต้นจันในความทรงจำของเรานี้มีอายุสัก 30-40ปีได้ เป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่ มีเถาวัลย์ของต้นเข้าเลื้อยคลุม จนใต้พุ่มไม้นี้ ร่มเย็น เงียบสงบ ดอกจันจะมีสีขาว ดอกเล็ก กลิ่นหอม ลูกแบนกลม สีเหลืองมีกลิ่นหอม เถาวัลย์ที่คลุมต้นไม้นี้ ชื่อต้นข่าว (ไม่รู้ทางภาษากลางเรียกว่าอะไร ลูกมันจะมีหนามรอบตัวเหมือนเม่น ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วจะมีสีส้มแดง ) สามารถเอามาทำกับข้าวได้ เช่นแกงใส่ปลาย่าง หรือนึ่งเป็นผักกับน้ำพริกได้ (แล้วนี่จะเล่าทำไมนิ) ที่เล่าเพราะว่าด้วยความที่ต้นข่าวเป็นเครือ เป็นเถาวัลย์ และมันมีอายุนานแล้ว มันจึงค่อนข้างแข็งแรงพอที่จะเป็นชิงช้าให้สำหรับเด็กๆอย่างเราได้เล่น ได้ปีนป่าย จึงไม่แปลกที่ใต้ต้นจัน จะเปรียบเหมือนสนามเด็กเล่นของเรา ใกล้ต้นจันจะติดคลองแม่น้ำเล็กๆๆ และมีดอกไม้ป่าสวยๆๆแปลกๆๆ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไรมั่ง(แต่รับรองว่าถ้าเจอมันที่ไหนจะเอารูปมาฝาก) ......เด็กๆ รายได้พิเศษอย่างหนึ่งเราของคือการเก็บผลจันไปขายให้ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือแม้แต่คุณครูที่โรงเรียน ซึ่งจะชอบกลิ่นหอมของลูกจันและชอบรับประทานผลของมัน .....ต้นจันมันจึงเป็นบ่อเงินบ่อทองอ เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ของเราเลยที่เดียว....... ......แต่สำหรับเราแล้วสิ่งที่ชอบมากก็คือการเก็บดอกจันเล็กๆมาร้อยเป็นพวงมาลัย (เล่าแล้วหลายๆคนอาจไม่ชื่อก็ได้ว่าจะเรียบร้อยขนาดนั้น) แต่มันสวย หอม และ ดูดีนะ เหมือนสร้อยคอเล็กๆๆ บางทีมันก็เป็นมงกุฏเล็กๆๆของเจ้าหญิง ...(J) แต่ที่จำไม่ลืมก็คือ ใต้ต้นไม้แห่งนี้ทำให้เราค้นพบบางอย่างในตัวเอง.......บางอย่างนั้นเราก็ไม่เข้าใจ.เหมือนกันวามันคืออะไร...................... เรื่องมันมีอยู่ว่า....เช้ามืดวันหนึ่งเราก็ลุกขึ้นมาเก็บผลจันกะจะเอาไปขาย พอดี ก็มีคุณยายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกะแม่ เค้าก็เดินผ่านมา เรามองเค้า เค้ายิ้มให้ แล้วก็ก้มลงเก็บผลจัน 2-3 ลูกแล้วก็ยิ้มให้อีก ก่อนจะเกินจากไป เราไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่ารู้จักกันนิ ไม่ใช่ใครที่ไหนมาแอบขโมยขุมทรัพย์ของเรา ถ้ามาขโมยล่ะเป็นเรื่องแน่ (ที่สำคัญยายแก่ชอบซื้อขนมอร่อยๆมาฝากด้วย จึงหยวนๆๆ สำหรับผลจัน 2-3 ผลนั้น) แต่ที่แปลกนะมันคืออะไรรู้ไหม ตอนเย็นเมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่ไม่อยู่บ้าน พี่ๆๆบอกว่าแม่ไปบ้านคุณยายคนนั้น เหตุผลนะเหรอ เพราะว่ายายแก่ตาย แม่ไปงานศพ ที่สำคัญแก่ตายตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ ประเด็นมันเลยน่าขนหัวลุกว่าเมื่อเช้าตรู่ เวลาสัก05.00 น.นั้น เราไปเจอะเจอผู้ใดมา...หว่าๆๆ... ปัจจุบันต้นจันในความทรงจำของนายธาราธรก็ยังคงอยู่ หากแต่ไร้เจ้าเครือต้นข่าวเป็นคู่ครอง และดูจะแก่ชรา ไม่ค่อยแผ่กิ่งก้าน และออกดอกผล สักเท่าไร เหมือนสังขารมนุษย์นับวันย่อมล่วงเลยไปตามวัฏจักรแห่งชีวิต ******************************************************************* หอมลูกอินกลิ่นระคนปนลูกจัน เหมือนกลิ่นขวัญเนตรรื่นชื่นอารมณ์... --------------------------------------------------------------- หอมระรื่นชื่นชายแต่สายหยุด สงสารนุชนึกถึงสวนให้หวยโหย หอมจันทน์อินกลิ่นโศกลมโบกโบย ทั้งยมโดยดอกดวงเป็นพวงงาม --------------------------------------------------------------- จากวรรณคดี ของท่านสุนทรภู่ เรื่อง สิงหไกรภพ ****************************************************************** มารู้จักต้นจัน ในทางวิชาการกันบ้างกันดีกว่า ...เน้อ (เดี่ยวจะกลายเป้นฟังคนแก่ไร้สาระมากไป) ชื่อพื้นเมือง จัน จันอิน จันโอ (ทั่วไป) จันขาว จันลูกหอม (ภาคกลาง) ชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros decandra Lour ชื่อสามัญ Siamese in-chan วงศ์ EBENACEAE ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น สูง 20 เมตร ยอดอ่อนมีขน ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปรี กว้าง 2.5 3 ซ.ม. ยาว 7-10 ซ.ม. ดอก แยกเพศ ดอกเพศผู้เป็นช่อ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโท สีขาวนวล ดอกเพศ เมียเป็นดอกเดี่ยวลักษณะคล้ายกับดอกเพศผู้แต่มีขนาดใหญ่กว่า ผล เป็นผลสดมีสองลักษณะคือ ทรงกลมแป้นเรียกว่าลูกจัน และทรงกลมเรียกว่าลูกอิน เมื่อสุกสีเหลือง มีกลิ่นหอม และกลีบเลี้ยงยังคงติดอยู่ แหล่งที่พบ นิยมปลูกตามบ้านเรือนและบริเวณวัด สูงจากระดับน้ำทะเล10-300 เมตร การออกดอก ระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคม การปลูกและบำรุงรักษา ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ประโยชน์ทั่วไป ผลสุก ใช้รับประทาน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ผลมีกลิ่นหอม ประโยชน์ทางยา เนื้อไม้ รสขมอมหวาน บำรุงประสาท บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น แก้ร้อนในกระหาย น้ำ แก้ดับ ปอด และดีพิการ แก้เหงื่อตกหนักและพยาธิ แก้ไข้อันบังเกิดแก่ดับและดี บำรุงเลือดลม บำรุงตับและปอดให้เป็นปกติ ผล รสฝาดปนหวาน แก้อาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย แก้ท้องเสีย บำรุงประสาท บำรุงกำลัง แก่น แก้ไข้ แก้โลหิตจาง แก้กระหาย แก้อ่อนระโหยบำรุงหัวใจ แก้ตับพิการ แก้ดีพิการ แก้ลม แก้อ่อนเพลีย บำรุงตับและปอด หมายเหตุ : 1. จัน เป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี และ เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร 2.พันธุ์ไม้ในวรรณคดีที่ชื่อออกเสียงว่า จันนั้นมีการเขียนอยู่ ๒ แบบ แบบหนึ่งคือ จัน ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้คำจำกัดความว่าหมายถึง พันธุ์ไม้พวก Diospyros อีกแบบหนึ่งคือ จันทน์ ซึ่งหมายถึง พันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น จันทน์แดง จันทน์ชะมด ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน อ้างอิงจาก สุทัศน์ จูงพงศ์. สมุนไพรพันธุ์ไม้มงคล พระราชทานประจำจังหวัด. กรุงเทพฯ: มติชน,2543 http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK24/chapter2/t24-2-l4.htm#sect2 http://clgc.rdi.ku.ac.th/resource/herb/diospyros/diospyros.html http://www.archives.su.ac.th/jun/juntree.html |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||