• ธาราธร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kaekhuafarm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 2283
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
ธาราธร (ศรัทธาแห่งสายน้ำและอาวุธแห่งความยุติธรรม)
เพราะรักในเสียงเพลงและธรรมชาติ เพราะลุ่มหลงในบทกวีและประวัติการณ์ เพราะศรัทธาในศักดิ์ศรีและความยุติธรรม เรื่องราวที่จะเล่าขาน จึงมีทั้งตำนาน ความเพ้อฝัน สัจธรรม และสีสันแห่งความงดงาม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/taratorn
วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
ไหว้พระธาตุพนม ชมภูผาเทิบ
Posted by ธาราธร , ผู้อ่าน : 122 , 02:07:28 น.   | หมวดหมู่ : แบกเป้ สะพายกล้อง  
พิมพ์หน้านี้


ไหว้พระธาตุพนม  ชมภูผาเทิบ  (ภาคต่อ”เบิ่งเมืองลาว”)

                หลังจากข้ามแม่น้ำโขงกลับมาฝั่งไทย ( ตรงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย ) เวลาประมาณสัก 16.00 น.น่าจะได้ รถคณะทัวร์ก็พาเรามุ่งหน้าสู่ตลาดท่าเสด็จ  เพื่อให้แวะซื้อของฝากจากนานาประเทศ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา อาหาร เครื่องประดับ เสื้อผ้า ฯลฯ โดยรถบัสเข้าไปจอดที่ วัดศรีเมืองคุณเมือง  ซึ่งที่นี้ก็มีตลาดเล็กๆ ขายเสื้อผ้า ผ้าไหม สินค้าพื้นบ้าน   หมูยอ แหนมเนือง     แต่เราสนใจที่จะกินมากกว่า  จึงต่อรถสกายแล็ป มุ่งหน้าสู้ร้านคุณแดงแหนมเนือง  ซี่งร้านอยู่ติดแม่น้ำโขงและร้านนี้ถือได้ว่าขึ้นชื่อมาก ใครมาท่าเจด็จไม่ได้ลองแวะมาทานถือว่ามาไม่ถึงน่ะ  รสชาดอาหาร โดยเฉพาะแหนมเนืองถือว่าสุดยอดมาก ((อันนี้ไม่ได้โม้และไม่ได้ค่าโฆษณาด้วย)) เรากินซะพุ่งกาง นี่ขนาดมีมือเย็นรออยู่อีกนะเนี๊ยะ

ชมบรรยากาศยามเย็นที่ท่าเสด็จกัน........

              จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่เตียงนอนนุ่มๆ(ที่โหยหามาแรมเดือน...อะเวอร์ๆไปแล้วแค่คืนเดียวเองนะที่นอนบนรถนะ) ณ โรงแรม ไทย-ลาว ริเวอร์ไซด์ (นึกอยู่ตั้งนานว่าจะใส่ชื่อโรงแรมดีไหม อันเนื่องจากว่า ไม่ค่อยพอใจในบริการสักเท่าไหร่  อันนี้ขอติเพื่อก่อ(เกิดการพัฒนานะคับ)  ห้องนอนออกจะเก่าไปนิด และที่สำคัญไฟในห้องไม่ติด กระผมขอให้เปลี่ยนหลอดไฟให้ตอนจะออกไปกินข้าวเย็น กลับมากระผมก็ต้องอยู่ในห้องที่แสนจะโรแมนติก...((เนื่องจากว่าไฟในห้องมันอู้งาน))...........แต่ก้อเอาเหอะเนอะเพราะนอนแค่คืนเดียว ถ้าต้องนอนอีกคืนก็คงต้องขอย้ายโรงแรมคับ.... แต่ถ้าใครเป็นนักท่องราตรีมาพักโรงแรมนี้มีครบคับ ผับ บาร์ และบรรยากาศริมแม่น้ำโขง   แต่นายธาราธรชอบบรรยากาศตอนเช้าอ่ะ....เลยขอเก็บรูปริมโขงยามเช้า ที่โรงแรมมาฝากจ้า.........  

  

เช้าวันไหม สดใสสวยงาม ที่หนองคาย  (มื้อนี้มื้อที่สองแล้วเด้อที่อยู่หนองคาย....)

แวะไปชมเวบไซด์แนะนำหนองคายกันมังดีกว่า  ...       http://www.moohin.com/053/

โปรแกรมการเดินทางในวันนี้ คือการมุ่งหน้าสุ่บ้านนาข่า จังหวัดอุดรธานี      ***ไปชอปปิ้งอีกแล้วคับท่าน ***   บ้านนาข่า มีชื่อเสียงมากในเรื่องของผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ามัดหมี่ หมอนขิด และเสื้อผ้าสำเร็จรูปชาย-หญิงมากมาย  ที่สำคัญ ราคาถูก....... หลายคนกระจายรายได้กันจนกระเป๋าเบา (((เหอะๆๆ) หนึ่งในนั้นก็คงเป็นเราด้วยแหละ)) ซึ่งตอนมาตั้งท่าจะไม่ซื้ออะไร  แต่กลับขึ้นรถไปที่ไร ต้องโดนทักว่า ไหนว่าไม่ซื้อไรไง (โห..ก็ของเค้าสวย และถูกอะ เห็นแล้วก็อยากซื้อไปฝากคนนั้นคนนี้อะ).....น่า..สนับสนุนคนไทย เงินทองไม่รั่วไหลคับ...

เวบไซด์ชาวอุดรธานี  http://www.udonthani.com/ และแนะนำ

จังหวัดอุดรธานี  http://www.moohin.com/054/

ไหนๆๆก็ควักเงินออกจากตัวกันแล้ว...ก็ถึงคราวจะรับเอาบุญ และความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวกันบ้าง เพราะสถานที่ต่อไปที่เราจะไปคือจังหวัดนครพนม ...ไปไหว้พระธาตุพนมกัน.....

มาทำความรู้จักพระธาตุพนม สถานที่เคารพสักการะของชาวไทยและลาว

                พระธาตุพนมประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุ พนม จังหวัดนครพนม ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า ๒,๓๐๐ ปี ผู้ที่สร้าง คือ พระ มหากัสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้นำพระอุรังคธาตุหรือกระดูกหน้าอก ของสมเด็จพระสัมมนาพุทธเจ้ามาเพื่อบรรจุไว้ในพระธาตุผู้ที่ร่วมช่วยในการสร้างพระ ธาตุนี้คือ ท้ายพระยาเมืองต่าง ๆ พญานันทเสน เมืองศรีโคตรบูรณ์ (เมืองนครพนม เดิม) พญาจุลนีพรหมทัด พระยาอินทรปัตนคร และพญาดำแดง เมืองหนองหารน้อย พากันยกโยธามาช่วยสร้างพระธาตุพนมจนเสร็จและบรรจุอุรังคธาตุพร้อมของมีค่าไว้ ภายในเป็นจำนวนมาก

  

ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น "วรมหาวิหาร" ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อมาหลายวัน ประชาชนทั้ง ประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จ สิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามาก มายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุ มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุ มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม

งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี ถือเอาวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ของ ทุกปีเป็นวันแรกของงานไปสิ้นสุดเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓

ลักษณะสถาปัตยกรรม

   รูปลักษณะพระธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐ มีลวดลายสลักลงบนแผ่นอิฐสวย งามมาก มีซุ้มกั้นด้านและซุ้มซ้อนกันสามชั้น ลดหลั่นกันลงมา แล้วจึงถึงองค์พระสถูป เบื้องบนยอดพระธาตุหุ้มทองคำประดับพลอยสวยงามมาก

                “..พระเจดีย์ธาตุพนมอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง สร้างเป็นสถูปทางพระพุทธ ศาสนาจะสร้างตามลัทธิมหายานหรือหินยาน ไม่มีที่สังเกตเหมือนอย่างที่พิมาย แต่ไม่ มีเค้าศาสนาพราหมณ์เจือปนอยู่เลย บรรดาเจดีย์สถานในพระพุทธศาสนาซึ่งสร้าง ใน สมัยของเขมรที่พบในเมืองไทย ที่สร้างสถูปเป็นประธานมีแต่พระธาตุพนมแห่งเดียว ทั้ง รูปสันฐานลวดลายก็เป็นอย่างอื่นต่างจากแบบช่างขอม ชวนให้เห็นว่าจะสร้างสมัยขอม คือ สร้างในสมัย เมื่อประเทศอันหนึ่งซึ่งเรียกในจดหมายจีนว่า “ฟูนัน” คล้าย “พนม “ เป็นใหญ่อยู่ต่างหาก รูปทรงพระเจดีย์ธาตุพนมเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนมณฑป มีซุ้มต้น สามซุ้มซ้อนกันเป็นสามชั้น เล็กเป็นหลั่นกันขึ้นไป แล้วถึงองค์พระสถูปอยู่เบื้องบน มณฑปทั้ง ๓ ชั้น ยอดสถูปหุ้มแผ่นทองคำ เช่นเดียวกับพระธาตุเมืองมหาธาตุเมือง นครศรีธรรมราช ขนาดพระสถูปดูจะเท่า ๆ กัน...”  จากนิทานโบราณคดีเรื่องแม่น้ำโขง  สมเด็จพระกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ที่เล่ามานี้เป็นแค่ เรียกน้ำย่อยคับ ถ้าอยากทราบถึงตำนานพระอุรังคธาตุ ตำนานพระธาตุพนม เข้าชมได้ที่เวบไซด์ http://www.thatphanom.com/his_001.php

(รับรองว่าใด้ข้อมูลที่ละเอียดละออและน่าสนใจมากเด้อพี่น้องเด้อ)

................เราไปถึงวัดพระธาตุพนม วรวิหาร ตอนประมาณ เที่ยงวันได้    ......จึงได้เข้าไปนมัสการพระธาตุพนมตอนพระอาทิตย์จรัสแสงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี   เพื่อพิสูจน์ศรัทธาอันแรงกล้า (ไม่ต่างจากแสงพระอาทิตย์ยามนี้) เราก็มิได้ท้อถอยในการกล่าวคำบุชา และตั้งจิตอธิษฐานขอพรอันเป็นสิริมงคลแก่ตนและญาติสนิทมิตรสหาย................เก็บบรรยากาศในวัดมาฝาก.......

......เมื่ออิ่มเอม  เปรมปรีด์ จากการทำบุญ  และอิมหมีพีมันกับมื้อกลางวันกันแล้ว  ก็ถึงเวลาเคลื่อนพล มุ่งหน้าสู่

เมืองชายโขงงาม มะขามหวานเลิศ ถิ่นกำเนิดลำพญา ภูผาเทิบพิสดาร

กลองโบราณล้ำค่า วัฒนธรรมไทยแปดเผ่า เขามโนรมย์เพลินตา โสภาแก่งกระเบา 

....... เพือชื่นชมศิลปะอันเกิดจากศิลปินผู้อดทนสร้างสรรค์โลกให้งดงาม  ภูผาเทิบ  ณ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร  

 

มาทำความรู้จักกับอุทยานแห่งชาติมุกดาหารกัน... สักหน่อยเด้อหล้า...เด้อ

                อุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย     มีเนื้อที่ 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร        

                ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกัน แบบลูกคลื่นและเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน   เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนานและห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานมุกดาหารประกอบด้วยภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเสและยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร       

            ......เรามาถึงที่นี้ประมาณสักบ่ายสอง เกือบบ่ายสามโมงได้  หลายคนไม่ยอมเดินขึ้นไปชม แต่แอบไป ชอปปิ้ง หาซื้อตะกร้าสานพลาสติกกันใหญ่  แต่เรานะเหรอ  ไม่พลาดอยู่แล้วกับการเที่ยวชมธรรมชาติ  ((ต่อให้ไกลแค่ไหน สู้ลิบลิ่วเราก็จะไป)((เหอะๆๆ ไม่เจียมสังขารเลย))

                ก่อนที่จะขึ้นไปเที่ยวชมสถานที่น่าเที่ยวชมภายในอุทยานแห่งชาติมุกดาหารนั้นเราได้ ไกด์เป็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งมาร่วมเดินทาง เพื่ออธิบายโน้น นั้น นี้ ให้เราได้เข้าใจ และได้จินตนาการตาม......เสียงแจ้วๆๆ ของพวกเค้า   

จุดแรกที่เราได้สัมผัส และอัศจรรย์ใจ คือ กลุ่มหินเทิบ การเกิดกลุ่มหินเทิบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาของประติมากรรม ธรรมชาติ  อันถูกสร้างสรรคจากปฎิมากรนามว่าฝน  น้ำ ลมและแสงแดด  ผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปี      ทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันไปดูคล้ายรูปไอพ่น   จานบิน  เก๋งจีน  มงกุฎ  หัวจระเข้และหอยสังข์

มันช่างสวยงามและน่าทึ่งจริงๆๆ ........ขอการันตีด้วยภาพคับ.....

.....มาว่าด้วยเรื่องหินๆ ของนักธรณีกัน  ((ปุ๊จัง พิสูจน์ดิ..จริงเปล่า)) ความคงทนของหินที่พบ หินทรายชั้นบนจะคงทนกว่ามีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาล (ซิลิกาและเม็ดกรวดมาก ) ส่วนหินทรายชั้นต่ำลงมาไม่คงทน มีสีของเนื้อหินเป็นสีขาว(มีคาร์บอเนตมาก)   บริเวณกลุ่มหินเทิบ ประกอบด้วย หินชั้นของหมวดหินเสาขัวและกลุ่มหินภู-พานของกลุ่มหินโคราช มีการลำดับชั้นหินอยู่ในมหายุคมีโซโซอิค ประกอบด้วย หินโคลน หินทราย หินทรายแป้ง และหินกรวดมนหนาประมาณ 200 เมตร

จุดที่ 2 ที่เราไปชม คือ ลานมุจลินท์ เป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้างไกลต่อจากกลุ่มหินเทิบ โดยมีป่าเต็งรังแคระล้อมรอบให้ความงดงามกลมกลืนกับธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง    และมีพันธุ์ไม้พุ่มจำพวกข่อยหิน นางฟ้าจำแลง อ้นเหลืองและกระโดนดาน เป็นส่วนประกอบ

 

ตอนแรก ณ จุดนี้ เราไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก เพราะมองผ่านๆ ก็แค่ลานหินธรรมดาๆๆเท่านั้น เพราะใจอยากจะมุ่งไปยังผาอูฐซึ่งหลายๆคน ชมกันนักหนา ว่าสวยและเหมือนอูฐมาก ๆ   แต่ด้วยเวลาอันจำกัด และระยะทางที่ไกล ทำให้ต้องตัดสินใจเดินกลับ เพื่อให้ทันเวลาที่นัดหมาย ก่อนจะเคลือนพลไปยังที่ต่อไป........

ระหว่างทางที่เดินกลับ กลุ่มเราก็มาพบกับความงาม ของกลุ่มดอกหญ้าเล็กๆๆ  ซึ่งซ้อนตัวและงอกงามรอบๆลานหินนี้...มองดูแล้วมันคือความอ่อนไหว อ่อนโยน ที่เคียงคู่กับความเข็มแข็งและแข็งแกร่ง...บนลานหินแห่งนี้จริงๆๆ....

.....เมื่อดอกไม้เหล่านี้..ดึงดูดความสนใจเรา ออกจากความสิ้นหวัง ที่ไม่สามารถไปถึงผาอูฐได้ น้องๆที่เป็นไกด์ ก็ช่างน่ารัก รีบจัดลำดับเรียงคิวแนะนำ กลุ่มดอกหญ้าเหล่านั้นทันที .....อันได้แก่  สร้อยสุวรรณา  หยาดน้ำค้าง  หนาวเดือนห้า  ดาวรวมดวง กระดุมเงิน กระดุมทอง หญ้ากงจักร และดุสิตา (จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ของทุกปี )

....แม้จะรู้ว่าถ่ายภาพมาไม่สวยเท่าที่สัมผัส ...แต่ก็อยากเอามาให้ชม......

  

การมาครั้งนี้มีความน่าเสียดายอยู่ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานที่น่าสนใจอีกตั้ง 5 แหล่งที่เราไม่ได้ไป..........(แต่ให้เชื่อเถอะว่า แม้ครั้งนี้มิได้ไปทักทาย..แต่สักวันจะหาโอกาสกลับไปเยี่ยมเธอแน่ เจ้าอูฐทะเลทรายเอ๋ย)

.......ไหนๆ ไปไม่ถึง   แต่ก็อยากให้รู้ไว้ว่า.”ฉันรู้จัก((เธอ.))..”

1.น้ำตกวังเดือนห้ เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากสายธารที่ไหลผ่านลานหินมุจลินท์ ภายในน้ำตกประกอบไปด้วยแอ่งหิน หุบหิน โขดหิน นักท่องเที่ยวนิยมไปชมทัศนียภาพและเล่นน้ำตกในฤดูแล้ง จะมีบ่อน้ำซับไหลหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์และสัตว์ป่า

 2. ผาอูฐ หน้าผาแห่งนี้มีประติมากรรมหินรูปร่างคล้ายอูฐทะเลทรายและเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูถ้ำพระ ผาผักหวานและผาขี้หมู ได้อย่างชัดเจน เบื้องล่างของผาอูฐคือหุบเขากว้างไกลและมีป่าไม้เขียวขจีปกคลุม

  3. ภูถ้ำพระ ตามตำนานแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ สมัยโบราณ เคยมีหมู่บ้านขอมอาศัยอยู่มาก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานหนีภัยธรรมชาติ จึงนำพระพุทธรูปที่ตนบูชาสักการะไปเก็บไว้ที่ถ้ำแห่งนี้ประกอบไปด้วย พระเงิน พระนาก พระทองคำ พระหยก พระว่านและพระไม้ เป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน พระพุทธรูปที่มีค่าสูญหายคงเหลือเฉพาะพระที่แกะสลักด้วยไม้เท่านั้น ณ ตรงนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามคือ “น้ำตกภูถ้ำพระ” อีกด้วย

   4.ผามะนาว เป็นหน้าผาเรียบสูงชันมีน้ำตกไหลจากบนหน้าผาลงสู่เบื้องล่างหล่อเลี้ยงทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้อุดมสมบูรณ์ ด้านบนหน้าผาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกลุ่มหินเทิบและแม่น้ำโขงได้กว้างไกล ด้านล่างของหน้าผาจะพบความสวยงามของน้ำตก ป่าไม้และสัตว์ป่า สำหรับที่มาของชื่อผามะนาว เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีต้นมะนาวป่าขึ้นเป็นจำนวนมาก

   5. ถ้ำฝ่ามือแดง นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าภาพเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปีและเป็นของมนุษย์สมัยโบราณ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร 1(ห้วยสิงห์) ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติมุกดาหารประมาณ 8 กิโลเมตร

แนะนำที่เที่ยว มุกดาหาร http://www.oceansmile.com/E/Mukdahan/Mukdahan1.htm

 

.......หลังจากเดินมา...เหงื่อท่วมตัว... ก็ถึงเวลามุ่งหน้าสู่การชอปปิ้งกริ๊งกันอีกรอบที่ตลาดอินโดจีน......แต่งานนี้เราขอตัวเนื่องจากไม่ถนัดการช๊อปสักเท่าไหร่((ก็เล่นช๊อปจนหมดตัวแล้ว555)) ไปกินอาหารเวียดนามกันที่ร้านครัว ไซง่อน (อยู่ปากทางเข้าตลาดอินโดจีน) อาหารอร่อยคับ บรรยากาศดี ตกแต่งประดับได้บรรยากาศกลิ่นอายเวียดนาม........

   ........  และด้วยการทำเวลาในการกินดีเยื่ยมจึงยังพอมีเวลาเหลือให้เดินสำรวจ เก็บรูปและชอปปิ้งที่ตลาดอีก....................ทริปนี้วิญญาณนักชอปจริงๆๆๆ ...............

 

ปิดท้ายของทริปนี้ด้วยบรรยากาศริมโขงที่มุกดาหาร.....กับอาหารมื้อเย็นที่แสนอร่อย ใต้สะพานไทย-ลาว (จ.มุกดาหาร) ที่ร้านฉลองชัยปลาเผา ...... กับข้าวทำจากปลาสดๆๆ อร่อยมาก ถูกใจถูกใจคนชอบกินปลาอย่างเรา ((โห๊ะๆๆ.......อ่ะๆๆๆ......................)))

....เช้านี้ที่กรุงเทพฯ(1 ต.ค.2550)....เรามาถึงกรุงเทพฯ ประมาณสักตีห้าครึ่งได้.......ลงรถบัสที่หน้าวัดอรุณฯ แล้วต่อแทกซี่กลับบ้าน ... แอบงีบ ... อาบน้ำ แล้วเข้าออฟฟิค ทำงานต่อไป...(((.เหอะๆๆๆ..)))

**...The end …***


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ธาราธร วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 00.43 น.
http://www.oknation.net/blog/taratorn

นายอำพูห์กะยัยปลาชมพูไว้จะมาเล่าเรื่องไปไหว้วังนำเขียวมาเล่าสู่ฟัง
ความคิดเห็นที่ 5
PlaPinky วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/plakemon
<;)))>< ปลาชมพู

ยูอิไม่ยอมอัพบล็อกค้าบบ เพราะไม่มีเวลา
มัวแต่คุยโทรศัพท์ คนอินเลิฟก้อเงี๊ยะแหละ
เจงป่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
นายอำพูห์ วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/khunpooh
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด มอบความรักให้แก่กัน รักจักรวาล รักโลก รักประเทศ รักชุมชน รักญาติพี่น้อง รักคนรัก รักตัวเอง ขอให้ความรักจงเจริญ 

ยุอิ หมดยังอ่ะรูป อัพอีกเร้ววววว.....
ความคิดเห็นที่ 3
นายอำพูห์ วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/khunpooh
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด มอบความรักให้แก่กัน รักจักรวาล รักโลก รักประเทศ รักชุมชน รักญาติพี่น้อง รักคนรัก รักตัวเอง ขอให้ความรักจงเจริญ 

ยุอิพาหนุ่มที่ไหนไปอธิษฐานหน้าพระธาตุพนมรึป่าว

เห็นด้วยกะปลาชมพู วันหน้าเราไปเที่ยวกันมั่งดีกว่า..
ความคิดเห็นที่ 2
PlaPinky วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 22.56 น.
http://www.oknation.net/blog/plakemon
<;)))>< ปลาชมพู

อิอิ ยูอิ..ภาคนี้รูปสวยกว่าภาคแรกนะ 55
อย่างเงี๊ยะแหละ คนจ๋วยอย่างเราไม่ได้ไปด้วย อ้าว ??
ดูๆ ก้อน่าไปเที่ยวเนอะเด๋วนัดไปกับนายอำพูห์ดีกว่า ไม่ชวนยูอิหรอก ปล่อยให้อินเลิฟไปคนเดียว

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ตามมาเที่ยวค่ะ ....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31