| นางฟ้า ... ของพ่อ | ||
พัฒนาการของนางฟ้า |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ชีวิตที่ต้องก้าวเดินต่อไป ... เพียงลำพัง? เดิมที ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาเขียน เพราะภาระ ส่วนตัวก็ยังไม่เรียบร้อยดีหรอก ... พอดี วันนี้ได้มีโอกาสนั่งคุย กับแม่บ้านของ ที่ทำงาน รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก บางครั้งคนเรา มีชีวิต ดิ้นรน เพื่อความสุขสบาย ความฟุ้งเฟ้อ แต่ ยังมีอีกหลายคน ที่ดิ้นรน เพียงเพื่อ ... ปะทังชีวิต ... ตอนที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ผมออกพื้นที่บ่อยๆ เพื่อจะได้รู้จักพื้นที่ รู้จักความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จึงมีโอกาสได้มารู้จักกับครอบครัวนึง จนเกิดความ คุ้นเคยกัน ... โหนก เป็นหัวหน้าครอบครัว มี้ คือแม่บ้านของเค้า ทั้งสองคนมีลูกชายหนึ่งคน ชื่อ เจ้าปล้าค ก็ไม่มีอะไรมาก เหตุการณ์ทุกอย่าง ยังคงดำเนินต่อไปตามครรลองของชีวิต ... วันหนึ่ง โหนก มีอาการไม่สบาย ร่างกายอ่อนเพลีย ผอมลง อย่างเห็นได้ชัด ... เค้าไม่ใช่คนเที่ยว ไม่เสเพล ทำงานกับอยู่กับครอบครัว ทุกวัน ... ใครๆ ก็พากัน โจทย์ขานว่า เค้าป่วยด้วย โรคร้าย เค้าตัดสินใจ ขึ้นรพ.เพื่อตรวจเลือด ... ตอนนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าเค้าตรวจเลือด ออกมา ถ้าเป็นผลบวก เค้าจะทำอย่างไรต่อไป ... ผลออกมา ก็เป็นตามที่เรากังวล ... ผมเงียบเค้าเงียบ มองหน้ากัน พูดอะไร ไม่ออก และคิดว่าจะยังไม่พูดอะไร เค้ามาหาผมที่ทำงานบ่อยๆ มาคุยเรื่อง การดูแลตัวเอง ผมดีใจที่เค้าเปิดใจรับมันได้ แม้จะขมขื่น ดีกว่าหนีปัญหา โหนก ทำงานได้น้อยลง มี้ จึงกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ของครอบครัว ผมไม่เคยถามว่า เค้า ติด มันมาได้อย่างไร เรายังคงพูดคุยกันเหมือนปกติ คุยกันเรื่องทั่วๆ ไป และเรื่องสุขภาพ ... จนมาวันหนึ่ง มี้ มาบอกผมว่า เค้าจะไปรพ. ไปตรวจบ้าง ผมถามว่า เค้าพร้อมมั้ยที่จะตรวจ ... น้ำตาแห่งความกดดัน ไหลพรั่งพรูออกมา ... เค้าพร้อม จะมีอะไรที่ดีกว่านี้ ... ใช่ครับ ... เค้าไปตรวจ ผลก็คือ ... เป็น บวก เหมือนกัน ... พอดี ปีนี้ผมได้เงินจากส่วนกลางมาจำนวนหนึ่ง จึงจ้าง แม่บ้านมาคอยดูแลความสะอาดที่ทำงาน ผมจึงมีโอกาสคุย กับ มี้ สองคน เริ่มแรกที่คุย มี้หัวเราะอย่างมีความสุข แต่ผม ... ผมก็ยังถามเค้าอีกนะว่า เค้าเป็นอย่างไรบ้าง ... น้ำตาเค้าไหล ออกมาอีกครั้ง เค้ายังยิ้มที่จะบอกผมว่า เค้าจะ ดูแลตัวเองอย่างดี ... หมอที่รพ.สอนเรื่องการดูแลตัวเอง หลายครั้งที่ สองคนผัวเมีย นั่งร้องไห้ด้วยกัน ... ผมจับข้อมือเค้า ... มีอะไรให้ผมช่วย บอกได้นะ เราเต็มใจ รอยยิ้มที่ผมได้รับ ใช่ว่าผมต้องการมัน แต่มันแสดงถึง มิตรภาพและความรักที่เรามอบให้กันและกันมากกว่า .... ถ้าถามผมในวันนี้ว่า ที่ผมเขียนเรื่องราวในวันนี้ เพื่ออะไร ในเมื่อตัวคนไข้เองก็ เข้าใจและยอมรับความเป็นจริง ที่ไม่ช้า ก็เร็ว ต้องเกิดขึ้น การพลัดพราก การจากลา ... สิ่งที่ผมนึกถึงในเวลานี้ ขณะที่เขียนบล็อกนี้ คือ เจ้าปล้าค .. เมื่อเรือลำน้อย ที่เป็นลำนำชีวิต ของเด็กชายวัย 6 ปี ... กำลังจะขาดแม้แต่ หางเสือ แล้ว เค้าจะทำอย่างไร ไปใน ทิศทางไหน ... ชีวิต ของชาวบ้านครอบครัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มี สมบัติอะไร ไว้รับรองชีวิต ที่ต้องดำเนินต่อไป รายได้เพียง วันต่อวัน อะไร จะเกิดขึ้นกับเด็กชายผู้นี้ ... ผู้ต้องเดินต่อไป อย่างลำพัง เพียงผู้เดียว .... หรือไม่ เจ้าเด็กน้อยของหมอ ... ด้วยความรักเคารพ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเจ้าของเรื่อง ผมขออนุญาตนำมาเขียนบอกกล่าวถึงปัญหาของสังคม เท่านั้นครับ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย |