• ก้องโลก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawatchai116@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-18
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 44749
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน

ธวัชชัย บัวเผียน
เผยแพร่ความรู้ในทุกๆ8สาระ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/tawatchai4
วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2552
Posted by ก้องโลก , ผู้อ่าน : 37833 , 14:09:53 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับฟุตบอล 7 คน

 

เรื่อง  กติกาฟุตบอล 7 คน

 

จุดประสงค์  เพื่อให้นักเรียนรู้และเข้าใจวิธีการเล่นฟุตบอล 7 คนและนำไปปฏิบัติได้

 

1.    ผู้เล่นแต่ละทีม  มีจำนวน  7  คน  ตัวสำรอง 3 คน

2.    ผู้ตัดสินจะมี 1 หรือ 2 คนก็ได้

3.    การเปลี่ยนตัวให้เปลี่ยนได้  3 คน

4.    ไม่มีการล้ำหน้า

5.    ผู้รักษาประตูต้องใส่เสื้อสีแตกต่างจากผู้เล่น

6.    การเตะจุดโทษเพื่อหาผู้ชนะให้เตะโทษ ณ จุดเตะโทษทีม ละ 3 คน

7.    เวลาแข่งขันครึ่งละ10 - 20 นาที ตามความเหมาะสมของอายุผู้เล่น        พักระหว่างครึ่ง 5  นาที

8.    ขนาดสนาม  กว้าง 40 เมตร   ยาว  60  เมตร อาจยืดหยุ่นได้

9.    จุดโทษ ระยะห่างเส้นประตู  7  เมตร  และมีรัศมี  4 เมตร

10.   ขนาดประตู   สูง 2 เมตร  กว้าง  4  เมตร

11.  วงกลมกลางสนาม รัศมี 4 เมตร

12.   เขตประตู กว้าง 3 เมตร ยาว  10 เมตร

13.   เขตโทษ กว้าง 9  เมตร  ยาว 22 เมตร

14.   เส้นโค้งมุมสนามรัศมี 50  เซนติเมตร

15.   การตั้งกำแพงต้องห่างจากจุดเกิดเหตุ  7 เมตร

 

 

 

 

 

ประวัติฟุตบอล 7 คน

 

จุดประสงค์   เพื่อให้ผู้เรียน รู้ประวัติความเป็นมา ของฟุตบอล 7 คน และเกิดความภาคภูมิใจในประวัตินั้น

 

                ฟุตบอล 7 คน  ในประเทศไทย   อาจารย์ภิรมย์   อั๋นประเสริฐ แห่งสถาบันการ

พลศึกษา วิทยาเขต สุมทรสาคร  และเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลโลกที่ประเทศฝรั่งเศส ปี 1998 (พ.ศ.2541)  ได้กล่าวไว้   เมื่อคราวมาอบรมผู้ตัดสินฟุตบอลที่กำแพงเพชรว่า “ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา”  ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ FIFA  ก็ไม่รับรองการแข่งขัน เพราะถือว่าเป็นเกมชนิดหนึ่ง เนื่องจากไม่มีกฎ กติกา ที่เป็นมาตรฐาน   ซึ่งมีการเล่นเฉพาะในประเทศไทย

                      

               สำหรับฟุตบอล 7 คน  ในอำเภอพรานกระต่ายนั้น  ได้มีการริเริ่มจัดขึ้น เมื่อ ปี  พ.ศ.2535   โดย  นายพรชัย  นทีประสิทธิพร  ครูโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว   ซึ่ง เป็นประธานชมชมฟุตบอลพรานกระต่าย   ได้ พิจารณาว่า สนามโรงเรียนแห่งนี้ มีขนาดแคบ  ไม่เพียงพอที่จัดการแข่งขันฟุตบอล 11 คนได้  จึงได้ไปขอ กติกาฟุตบอล 7 คน จาก สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดพิษณุโลก  ซึ่ง เจ้าหน้าที่ บอกว่า “กีฬาชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมเล่น มันเป็นกีฬาที่ตายแล้ว ไม่น่าเอาไปแข่งขันอีก”  แต่ครูพรชัย ได้นำมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ โดยการปรับเปลี่ยน กฎ กติกา และวิธีการจัดการแข่งขันบางอย่าง  และเมื่อทดลองใช้ กับผู้เรียนของตน ปรากฏว่าเด็กๆชอบมาก  เหตุผลที่เกิดความนิยมขึ้นมา เนื่องจากมีวิธีจัดการแข่งขันได้ง่าย ไม่มีการล้ำหน้า  การรวมตัวผู้เล่นเป็นทีมสามารถทำได้ง่าย    ส่วนผู้ตัดสินจะใช้ 1 หรือ 2 คนก็ได้  จึงมีการจัดการแข่งขันแพร่หลายอย่างกว้างขวาง 

 

               ปี 2536 ชมรมฟุตบอลพรานกระต่าย ได้ทดลองจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน โดยยึดแบบอย่างการจัดรูปแบบ  FESTIVAL  หรือแบบเทศกาล   โดยเชิญ ทีมฟุตบอลจำนวนมาก 20 -30 ทีม มาร่วมแข่งขันภายใน 1 -2 วัน  แบ่งเป็นหลาย  ช่วงอายุ เช่นรุ่นอายุ 10 ปี

 12 ปี 14 ปี 16 ปี และประชาชนทั่วไป รวมทั้งฟุตบอลหญิงด้วย  เริ่มแข่งติดต่อกันตั้งแต่เช้า จนถึงค่ำ  บรรยากาศการแข่งขัน มีความสนุกสนานมาก มีการบรรยายการแข่งขัน สอดแทรกมุขตลก สร้างความบันเทิงใจให้กับผู้เล่นและผู้ชม   ดูคล้ายกับ การจัดเทศกาลงานประจำปีของวัดในหมู่บ้าน  ผู้คนมาร่วมงานมากมาย มีแม่ค้า พ่อค้ามาขายของด้วย  บรรยากาศคึกคักตลอดวัน ( การแข่งขันแบบเก่า คือจัดแข่งวันละ 1 -2 คู่ ในตอนบ่าย ของแต่ละวัน ความสนุกจึงไม่ต่อเนื่อง )

 

                ทีมต่างๆ เกิดความสนใจ ได้มาขอกติกาและระเบียบการแข่งขัน ไปจัดในจังหวัดของตนบ้าง ตั้งแต่นั้นมา การแข่งขันฟุตบอล 7 คน จึงแพร่หลายไปทั่วภูมิภาคอย่างรวดเร็ว .

 

 

  นักฟุตบอลตัวอย่าง 

นายอนุวัฒน์  พรมโยธา (ไฝ)

 

จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจที่จะมุ่งเรียนและฝึกหัดฟุตบอล 7 คน

 

 

 อนุวัฒน์  พรมโยธา เกิด พ.ศ. 2533 ณ บ้านหนองราง หมู่ที่ 5  ต.พรานกระต่าย  อ.พรานกระต่าย จ. กำแพงเพชร บิดาชื่อ นายเคน  พรมโยธา อายุ 80 ปี พิการตาบอด มารดาชื่อ นางศรีนวล  พรมโยธา อาชีพรับจ้างทางการเกษตร   อนุวัฒน์เป็นบุตรคนสุดท้องจาก  พี่น้อง 3 คน  ชื่อเล่นว่า เบิร์ด  แต่คนทั่วไปเรียกว่า  ไฝ  เพราะมี ไฝเม็ดใหญ่ที่ริมฝีปากด้านขวา  อายุ 5 ขวบ เข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน

                  ที่โรงเรียนแห่งนี้ มีนักเรียนรุ่นพี่นิยมเล่นฟุตบอลกันเป็นจำนวนมาก อนุวัฒน์จึงเกิดความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลและเข้าร่วมฝึกซ้อมกับครูพรชัย  นทีประสิทธิพร  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

      ในระดับชั้น ป. 1 - 3 ได้เริ่มลงแข่งขันฟุตบอลภายในโรงเรียน และละแวกใกล้เคียง  พอขึ้นชั้น ป.4 - 6 ครูพรชัย ได้พาออกตระเวนแข่งขันกับโรงเรียนต่าง ๆ ทำให้พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาก ฉายแววดาวรุ่งของจังหวัดกำแพงเพชร จนป็นที่สนใจของ คุณเสกสรร   ศิริพงษ์ ผู้ฝึกสอนของ ทีมชากังราวจูเนียร์  ได้มาขอตัวไป ตระเวนแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นทั้งต่างจังหวัด และใน กรุงเทพฯ อยู่เสมอ จนมีผู้ฝึกสอนจากทีมต่างๆ ในกรุงเทพฯ มาชักชวนให้ไปเล่นด้วยหลายทีม  จุดนี้เอง ทำให้อนุวัฒน์ มองโลกได้กว้างขึ้น นับเป็น         จุดเปลี่ยน ของชีวิตของเด็กบ้านนอกตัวเล็ก ๆคนหนึ่ง

      อายุ 12 ปี อนุวัฒน์ ต้องจากบ้านเกิดไปเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร โดยการชักชวนของ คุณอาทิตย์  สุวรรณโชติ   (สมาชิกสภาเทศบาลเมืองกำแพงเพชร )      

 

 

 

 

          ที่นี่ อนุวัฒน์ คว้าแชมป์มากมายให้โรงเรียน เช่น แชมป์ อายุ 12 ปี 14 ปี ของ กรุงเทพมหานคร แชมป์ฟุตบอลยุวชน ชัยพงษ์คัพที่ จ.พิจิตร โดยชนะทีมยุวชนจากประเทศเกาหลี 3 – 0 โดยอนุวัฒน์ยิงได้ 1 ประตู

          อายุ 15 ปี มีชื่อคัดเลือกตัวเข้าทีมชาตินักเรียนไทย  แต่ช่วงเวลานั้นตรงกับ ทางโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ ต้องเดินทางไปแข่งขันกีฬายุวชนโลกที่ประเทศอังกฤษ จึงจำต้องสละสิทธิ์การติดทีมชาติไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ได้ประสบการณ์จากการเล่นฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษมากมายเป็นการทดแทน

         ที่ประเทศอังกฤษอนุวัฒน์ได้โชว์ฟอร์มการเล่นฟุตบอลได้ดีมากจนสื่อมวลชนอังกฤษตั้งฉายาว่า “วิเอร่า ออฟแบ็งค๊อก”  ( วิเอร่า หมายถึง แพททริก วิเอร่า  นักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์โลกฟุตบอลปี 1998)

            อายุ 16 ปี อนุวัฒน์ได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโควต้านักกีฬา ได้รับสวัสดิการเรียนฟรีจนจบชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6 ซึ่งที่นี่อนุวัฒน์ เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักข่าวสายกีฬาหลายแห่ง   เช่นหนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวันได้ลงภาพและข่าวอยู่เสมอ  สถานีโทรทัศน์สีช่อง 9 โมเดิ้ลนาย ทีวี ได้นำภาพช็อตเด็ด การทำประตูของอนุวัฒน์ มาเผยแพร่หลายครั้ง  สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ได้ลงภาพเพื่อโหวตว่าใครคือผู้ยิงประตูได้งดงามที่สุดในฟุตบอล 7 คน 7 สี

                 ผลงานระหว่างปี 2549 – 2550  ได้แชมป์ฟุตบอล 4 เส้าจตุรมิตร 1 ครั้ง  แชมป์ฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี 1 ครั้ง  (ฟุตบอลจตุรมิตร ประกอบไปด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน  โรงเรียนเทพศิรินทร์ และ โรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพฯ

                 นี่คือนักฟุตบอลตัวอย่าง ที่เป็นศิษย์เก่าเขาแก้ว ที่ พวกเราภาคภูมิใจ คณะครูโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ขอให้เธอโชคดี และมีอนาคตที่สดใส ยิ่งๆขึ้นไป.



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน