พิมพ์หน้านี้
|
ขอคุยเรื่องหุ้นอีกตอน ได้มีการเผยแพร่ ผลการศึกษาวิจัย "เสือเอเชีย" ตัวใหม่ ที่มาแรง อันได้แก่ อินเดีย จีน และเวียดนาม ขีดความสามารถในการแข่งขันก็สุดยอด และที่จะอดกล่าวไม่ได้คือเพื่อนบ้านใกล้เคียงเรานี่เอง คือ เวียดนาม ครับ.. เมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวสูง 8.17% เป้าหมายในปีนี้อยู่ระหว่าง 7.2-8.5% (ซินหัวกล่าว.) ปีนี้ 5 เดือนแรก เวียดนาม มี GDP ขยายตัว 7.9% เข้าไปแล้ว โดยมีการส่งออกเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทะยานขึ้นสูงเกือบ 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ .... ว่ากันง่ายๆ สังเกตุจากตลาดหุ้นจะเป็นตัวชี้ได้เลยครับ ว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ตลาด HSTC ของเวียดนาม ดัชนีได้ทะยานขึ้นไปถึง 1,170.67 จุด เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2550 นับแต่เปิดทำการในเดือน ก.ค.2543 ซึ่งเริ่มจากเพียง 100 จุดเท่านั้น แค่ 7 ปีเพียงเท่านั้นเองครับ (คิด... เออ คนเล่นหุ้นชาวเวียดนามไม่รวยตาย.. เลย เหรอนี่...) "ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์" ซึ่งเค้ามีแผนยกระดับเป็น ตลาดหลักทรัพย์ ภายในปี 2553 และพัฒนาศูนย์ซื้อขายอีกหนึ่งแห่งขึ้นมาด้วยที่กรุงฮานอย อีกทั้งมีแผนนำหุ้นรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ สายการบินแห่งชาติ ระดมทุนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวบรวมภาพมาให้ดู ว่าผู้คนคึกคักขนาด..!! รายงานข่าวระบุว่า สำหรับชาวเวียดนามธรรมดาทั่วไป ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าชอบพนันทุกอย่างตั้งแต่ฟุตบอลไปจนถึงการแข่งกระบือ นับว่าตลาดหุ้นเป็นขุมทองที่ต้องรีบเข้าไปขุด สร้างตำนานรวยข้ามคืนจนคนอื่นอยากเอาอย่าง แม่บ้านวัย 56 ปี รายหนึ่งสารภาพว่าไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทต่างๆ เพียงแต่เล่นไปตามที่คนอื่นเล่น บางครั้งก็เสีย บางครั้งก็ได้ ซึ่งสนุกดี ส่วนนายตรัน ตานห์ วัย 45 ปี ซึ่งลาออกจากงานเพื่อไปเป็นนักเล่นหุ้นบอกว่า เขาสามารถเพิ่มพูนรายได้จากเงินไม่ถึง 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ไปเป็น 3 แสนดอลลาร์ใน 2 ปี รายงานข่าวระบุว่า ความหวังในทางบวกที่คิดว่าเวียดนามจะกลายเป็น " จีนน้อย" เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวสูง 8.2% ในปีที่แล้ว คือปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามบูม โดยตลาดหุ้นหลักของเวียดนามโฮจิมินห์ซิตี้ ก่อตั้งมาเพียง 7 ปี แต่อัตราการเติบโตน่าทึ่ง จากที่เคยมีมูลค่าการซื้อขายเพียง 300 ล้านดอลลาร์ในต้นปี ค.ศ.2006 เพิ่มเป็นกว่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และในปีที่แล้วดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 145% เฉพาะปีนี้เพิ่มไปแล้ว 47% ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศเคยออกมาเตือนว่ากำลังร้อนแรงเกินไปและเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่แตก .. รู้ สึ ก คุ้ น ๆ กั น ไ ห ม ค รั บ .. เหมือนเคยเกิดกับเรามาแล้ว ... |