วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม 2550
ก็ ‘งาช้าง’ ไม่ได้งอกออกมาจาก ‘ปากหมา’ นี่หว่า!
Posted by
ธีร์
,
ผู้อ่าน : 195
, 14:20:17 น.
| หมวดหมู่ :
การลิ้มลองอนาคต
พิมพ์หน้านี้
- ทันทีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. - บางคนอาจจะแปลชื่อเต็มเป็นอย่างอื่นก็แล้วแต่มุมมองนะครับ สำหรับผมแปลในใจอย่างดูถูกเหยียดหยามและหยาบคายสุดๆ) มีมติผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติออกมา มันทำให้ความเชื่อมั่นของผมจะเป็นจริงมากขึ้น
- ผมเชื่อมั่นว่า ต่อแต่นี้ไป บรรยากาศทางการเมืองจะอึมครึมทึมเทายาวนาน ทั้งการเมืองของนักเลือกตั้ง ทั้งการเมืองของภาคประชาชน
- ผมเชื่อมั่นเช่นนั้นนับแต่วันที่รถถังห้อยริบบิ้นสีเหลืองออกมากร่างกลางเมืองหลวงและยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แล้ว
- เชื่อมั่นว่า การเมืองของประเทศเราจะไม่มีวันหวนคืนกลับมามีบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ เสนอแนะได้อีกต่อไปยาวนาน
- เปล่าหรอก ผมไม่ได้คิดว่า รัฐบาลทักษิณได้ให้สิ่งนั้นกับพวกเรา เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ลงทุนลงแรงมาประท้วงขับไล่ทักษิณทั้งที่สนามหลวงยันถนนสีลมถึงสถานทูตสิงคโปร์
- ครั้งกระโน้นผมมาร่วมขับไล่ทักษิณ ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย พลังของพลเมืองที่ต้องการสร้างกลไกตรวจสอบการเมืองอย่างเข้มข้น แต่เมือหัวขบวนเริ่มเรียกหามาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ความเชื่อมั่นในขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(ใส่เสื้อเหลือง)ของผมก็เป็นอันจบสิ้น
- วันที่ต้องฟังประกาศ โปรดฟังอีกครั้ง ทางโทรทัศน์และวิทยุ เพื่อนผองหลายคนต่างไชโยโห่ร้องที่ทักษิณออกไปเสียที แต่ผมกลับเศร้าจับใจ เราสู้อุตส่าห์หาสารพัดเหตุผล ทั้งข้อมูล ความรู้เพื่อขึงพืดนักการเมืองที่ประชาชนกว่าสิบล้านคนเลือกเข้ามา และกำลังต้อนเขาจนมุมอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็มีพวกอีแอบมาฉกฉวยช่วงชิงชัยชนะไปต่อหน้าต่อตา มันเหมือนเรากำลังจะบรรลุจุดสุดยอดอยู่แล้ว จู่ ๆ ไอ้หื่นที่ไหนไม่รู้ มาเบรกออกัสซั่มเราหน้าตาเฉย
- ที่น่าโมโห คือ พรรคพวกของเราทั้งแกนนำ ทั้งขุนนางเอ็นจีโอ ทั้งขุนนางนักวิชาการ ทั้งประชาชน ทั้งสื่อมวลชนต่างกรี๊ด วี๊ด ว้ายกะตูฮู้หลงไหลได้ปลื้มกับการรัฐประหาร
- นักศึกษา ประชาชนแห่มอบดอกไม้แห่ถ่ายรูป ถ่ายแบบ เสื้อผ้าทหารกลายเป็นแฟชั่น สื่อขาใหญ่บางคนบอกว่า การปฏิวัติครั้งนี้ช่างนุ่มนวลแบบ smooth as silk
- โถ! ลืมไปแล้วเหรอว่า พฤษภาคม 2535 เราเสียน้ำตา เสียเลือด เสียชีวิตไปเท่าไร เพื่อขับไล่เผด็จการทหารที่มาจากการรัฐประหาร จำได้ไหม? วันนั้นทหารกลับเข้ากรมกองอย่างเรียบร้อยและชะรอยว่า จะเป็นทหารอาชีพที่ไม่สุงสิงการเมือง และก็อยู่ในแถวในแนวแน่วนิ่งมายาวนาน
- เมื่อเวลา 15 ปีผ่านไป ใครที่เรียกหาอำนาจจากปลายกระบอกปืน ใครที่ก้มลงจูบท็อปบู้ท แล้ววันที่ 20 ธันวาคม ก็จะเป็นอีกวันมหาอัปยศอดสูของสังคมไทย ที่กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. (ย่อมาจากอะไร เติมเอาเอง) นับจากวันนี้เป็นต้นไป เราก็จะต้องอยู่กับความหวาดกลัวกันให้ได้
- หวาดกลัวว่า เราเป็นปัญหาของ “ความมั่นคง”หรือเปล่า เพราะความมั่นคงมั่นช่างตีความได้ไร้ขอบเขต แต่ครั้นถามว่า “มันเป็นความมั่นคงของใคร?”กลับไม่มีไอ้อีคนไหน ? โดยเฉพาะพวกที่เห็นชอบกับร่างกฎหมายมันตอบชัดสักคน มันคล้าย ๆ “ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน”ที่ครอบจักรวาลเอาไว้จัดการคนที่เห็นต่างจากรัฐ
- เมื่อกฎหมายนี้ถูกประกาศใช้ เจ้าพนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สามารถใช้ดุลพินิจได้ว่าอะไรคือความมั่นคง อะไรคือปัญหาของความมั่นคง
- เราอาจถูกเรียกตัว ถูกตรวจค้น ถูกดักฟัง ถูกแอบดู ถูกสะกดรอยตามได้ หากเจ้าพนักงานมีดุลพินิจว่าเราเป็นตัวปัญหาของความมั่นคง (ของใครหว่า?)
- แล้วคนอย่างเราจะเหลืออะไรหละ? เพราะเราล้วนถูกหลอกใช้ซ้ำซาก ทั้งจากซากเดนทุนสามานย์และซากเดนเผด็จการล้าหลัง อย่างเมื่อ 19 สิงหาคมเขาก็บอกให้เราไปลงมติรัฐธรรมนูญที่เขาหลอกว่า ดีที่สุดในโลก และเป็นฉบับที่มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เผด็จการทหารแต่งตั้งอีกที พอรัฐธรรมนูญผ่านพร้อมกับคำว่าให้สิทธิมากมาย แต่ สนช.(ย่อมาจากอะไร?) ก็ตลบหลังเราอีกครั้งด้วยกฎหมายที่ให้อำนาจล้นฟ้าแก่ทหาร
 - ก่อนวันที่กฎหมายความมั่นคงผ่าน ผมไม่ค่อยเห็นสื่อหรือหมาเฝ้าบ้าน (Watchdog) ตัวไหนทำหน้าที่ อย่างเข้มข้นด้วยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนของตน นอกจากเสนอข่าวที่มีกลุ่มประชาชนไปเป็นโซ่มนุษย์ล้อมรัฐสภาไม่ให้ สนช.(ย่อเอาเองอีกแล้ว) เข้าไปทำหน้าที่(ที่ประชาชนไม่ได้ให้ฉันทานุมัติ) ออกกฎหมายมาทำลายและลิดรอนสิทธิของประชาชน และกลับมีสื่อบางคนก่นด่าว่า คนที่ไปล้อมทำเนียบใช้ความรุนแรง (ไม่นุ่มเหมือนยึดอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549 เลยนะ) ทำให้เสียโอกาสในการออกกฎหมายบางฉบับ แล้วอย่างไรครับ เราได้กฎหมายที่เป็นขื่อคากดคอคนร่วมแผ่นดินออกมาด้วยแล้ว พอใจหรือยัง ?
- ฌอง ปอล ซาร์ตส์ บอกว่า มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ การไม่มีเสรีภาพแม้เพียงเศษเสี้ยววินาทีก็ทำให้เราขาดจากความเป็นมนุษย์ นั่นคือ มนุษย์ขาดเสรีภาพไม่ได้ แต่คนที่ออกกฎหมายมาคุกคามทำลายเสรีภาพของมนุษย์ด้วยกันจะเรียกว่า เป็นอะไรดี?
- นึกถึงสำนวนของใครไม่รู้ที่บอกว่า “ก็งาช้างมันไม่ได้งอกออกมาจากปากหมานี่หว่า!” จริงดังว่า ฉะนั้น ก็อย่าฝันว่า กฎหมายที่เป็นประชาธิปไตยจะออกมาจากสภาฯเผด็จการ ช่วยจดจำไว้ให้ดีครับพี่น้อง!
- หมายเหตุ - ภาพจากประชาไท
|