พิมพ์หน้านี้
|
... ผมต้องกระตุ้นตัวเองตลอดการชมหนังเรื่อง there will be blood ว่า มัน คือ หนัง มันไม่จริง แต่แดเนียล เดย์ ลูวอีส ทำให้ผมประหวั่นพรั่นพรึงในความเลือดเย็นของนายทุนจนกระทั่งเขาบอกว่า ผมเสร็จแล้ว ... ผมจึงถอนใจเฮือกใหญ่ มันไม่จริง ไม่จริง จริง ๆ แดเนียล เพลนวิว (รับบทโดย เดย์ ลูวอีส) ผันตัวเองจากนักขุดทองมาเป็นนักขุดน้ำมัน ขุดเขา สูบทรัพยากรและเติบโตด้วยผลแห่งน้ำพักน้ำแรงของเขา แน่นอน หากเรามองในแง่ของการลงทุนและมุ่งผลกำไร เพลนวิว เป็นนักลงทุนชั้นยอด นั่นคือ ลงทุนน้อย ทุ่มเทแรงกาย แรงคน และได้ผลกำไรมหาศาล หนังสะท้อนให้เห็น สิ่งที่เราต้องจ่ายให้กับระบบทุนนิยมว่า มันมีอะไรบ้าง เริ่มด้วยการตายของลูกน้องคนสนิทของเขาในเหมืองแร่ ชีวิตของคนงานที่เขาไม่สนใจทราบชื่อ คนที่สมอ้างว่า เป็นน้องชายของเขาและชีวิตอื่น ๆ นอกจากนั้นที่ตายไปโดยไม่ได้ถูกฆ่า แต่หากว่า ถูกสูบเลือดจนเหือดตายไปเอง นั่นคือ สิ่งที่ทุนนิยมใช้เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิต ตลอดเรื่อง ผมอยากเห็นด้านสว่างของโลกทุนนิยม อยากเห็นแสงแห่งความบันเทิงเริงใจตามขนบนิยมแห่งการเล่าเรื่องของหนังทั่วไป แต่ผมไม่เห็นแสงใด ๆ เลย และหนังเรื่องนี้ก็แมนโคตร ๆ ระหว่างดู ผมคิดถึงคำพูดของ Leon จาก Leon : The Professional ที่ว่า No woman, No kid งานนี้เด็กและสตรีไม่เกี่ยว ส่วนคนชรา คนพิการ พระภิกษุสามเณร ยิ่งไม่มีคุณค่าความหมายใด ๆ ต่อสาระบบการลงทุน หนังพยายามสะท้อนให้เห็นว่า ศรัทธาของนักลงทุนคือ ผลประกอบการ บางทีโบสถ์เองต่างหากที่เป็นกาฝาก เป็นเหลือบริ้นที่คอยเกาะแกะผลกำไรของเขา มอมเมาชาวบ้านด้วยความเชื่อศรัทธาลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่สามารถทำให้กระเป๋าตุงและท้องอิ่มได้อีกต่างหาก นั่นก็หมายความว่า ศรัทธาของทุนกับโบสถ์แตกต่างกัน แต่ทุนก็สามารถเข้าได้ทุกโบสถ์ ชาวบ้าน กลายเป็นเหยื่อทุกสถานการณ์ ถูกกวาดต้อนเป็นแรงงานของบ่อน้ำมันของนายทุนกระหายกำไร ถูกกวาดต้อนไปยังโบสถ์ของนักบวชกำมะลอ งานนี้ ผมเห็นชะตากรรมของชาวบ้านปากมูล เห็นชาวบ้านที่ต่อต้านเหมืองโปแตซที่อุดรธานี เห็นชาวบ้านบ่อนอก หินกรูดและชะตากรรมชาวบ้านที่ถูกรุกรานโดยทุน (ที่รัฐเปิดทางด้วยการทำนิติกรรมอำพรางอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง) หนังเรื่องนี้ แทบไม่มีพื้นที่ให้ผู้หญิง นอกเหนือจากเป็นแม่บ้าน เป็นลูกสาวชาวบ้านที่รอวันเติบใหญ่และแต่งงานไปเท่านั้น ส่วนคนพิการก็กลายเป็นภาระ (แม้ว่าจะถูกเรียกว่า ลูก ก็เถอะ) คนแก่ก็ยิ่งเกะกะ เหมือนตาแก่เจ้าของที่รายหนึ่งที่ไม่ยอมขายที่ให้เพลนวิว แต่ในที่สุดตะแกก็ถูกแอบสูบทรัพยากรไปจนแก่ตายไปเอง ส่วนเด็ก ก็เป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่จุดขายของระบบทุน ทุกครั้งที่มีการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ เด็ก โบสถ์ (อนาคตและความศรัทธา) มักจะถูกอ้างและเป็นข้อต่อรองเสมอ แต่รู้ไหมว่า เหล่านั้น (เด็ก สตรี คนชรา คนพิการ พระภิกษุสามเณร) ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในสายพานการผลิตเพื่อผลกำไรของทุนนิยมทั้งที่รู้และไม่รู้ตัว (จำโฆษณาของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งได้ไหม ที่บอกว่า กำไรตกที่ใคร ที่ปาก ที่สมอง ที่ท้องใคร) ... พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (ผลงานก่อนหน้านี้ที่ผมจำได้ Boogie night, Magnolia, Punch-Drunk-Love) บอกให้เราเห็นด้านมืดดำของทุนนิยมอย่างน่าประหวั่น แต่เราๆ ท่านๆ จะสำเหนียกในความน่าขยาดหวาดกลัวนั้นไหม ก็แล้วแต่ใครจะได้ยินสิ่งที่เขาตะโกนบอกดัง ๆ นั้นไหม เท่านั้น ............................................................................................................................ ป.ล. ผมของลาไปค่ายคนไทยพลัดถิ่นสักสองสามวันนะครับ หลังจากนั้น หนังที่เหลือ อย่าง No Country for Old Men และ Kite Runner จะตามมา ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตครับ!
|
| แสง เงา | ||
มีเวลาไปล่องเรือ สาละวิน อยากเอาบางภาพ ที่เราถ่ายเอง มาฝากก่อน เรื่องจะตามมาทีหลัง คุณอ้อย กับ คุณแอน สาวเชียงใหม่ เป็นนางแบบให้เจ้า เจิญหาความสำราญ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||