พิมพ์หน้านี้
|
ทันทีที่ไซโคลน นาร์กีส ถล่มพม่า มีคำถามว่า เราจะช่วยเขาอย่างไร ? ... คำตอบที่ได้รับกลับมา มีทั้ง น่าสงสารต้องหาทางช่วยเหลือเร่งด่วน และไม่อยากช่วย
คำตอบแรก แน่นอนเป็นเรื่องของมนุษยธรรมสำนึกที่มนุษย์มีให้กัน ไม่มีเขตแดนหรือชาติพันธุ์มากีดกั้นเราได้ ... ส่วนคำตอบหลัง เป็นเรื่องของการกล่อมเกลาทางสังคม เพราะเราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ วิชาสังคมศึกษาระดับประถมที่มีเนื้อหาปลุกระดมอุดมการณ์รักชาติ ด้วยการสั่งสมความรู้ที่ทำให้เพื่อนบ้านเป็นศัตรู เพื่อเชิดชูชาติให้ยิ่งใหญ่เหนือเพือนบ้านมายาวนาน
ดูสิ ถ้าอยากเห็นศัตรูของสยามให้หันไปทางพม่า เห็นไหมว่า ความคลั่งชาติมันใหม่หมาดเสมอเมื่อนึกถึงการเผากรุงศรีอยุธยาเมื่อกว่าสองร้อยปีที่แล้ว อยากเห็นลูกไล่เพื่อประกาศความเกรียงไกให้มองข้ามไปฝั่งลาว เจ้าอนุวงศ์ถูกปลงชีพชนม์ด้วยน้ำมือวีรสตรีแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ อยากเห็นความเคลือบแคลงไม่น่าไว้วางใจ จงมองไปที่ฝั่งเขมร และมาเลเซีย
นั่นคือ สิ่งที่ครู ตำรา (ที่ใครผูกขาดการเขียน) เสี้ยมสอนเราให้รักชาติ รักกันโดยการเกลียดชังเพื่อนบ้าน ทำเพื่อนบ้านให้เป็นคนอื่น ... ในที่สุด
ขณะทีนักวิชาการบางคนหลับตาสาธยายทุกอณูของเอเธนส์ ลอนดอน นิวยอร์ก ซิดนีย์ ปารีส เวียนนา อัมสเตอร์ดัมได้แม่นยำ แต่ถามว่า เรารู้จักเพื่อนบ้านของเราเพียงใด เข้าใจถ้อยสำเนียงเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง บ้างไหม ผมไม่แน่ใจในคำตอบของพวกเขา รวมทั้งผมด้วย ... หรือเพียงข้ามจากไทยไปลาว เรายังต้องเอาภาษาของเจ้าอาณานิยมเป็นสื่อกลางกระนั้นหรือ หรือว่า นั่นคือ ความล้มเหลวของการศึกษาที่มีคนผูกขาดอยู่ส่วนกลาง ?
วันนี้ (16 มิถุนายน 2551) ศูนย์วิจัยอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง พม่า : ทหาร การเมือง และนาร์กีส ขึ้น ผมได้บันทึกข้อมูล ตัวเลขน่าสนใจบางส่วนเกี่ยวกับพม่ามาฝาก อยากให้ทุกท่านหาความรู้โดยพลัน ... · 1 ลำ คือ จำนวนเฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือเหยื่อนาร์กีสในพื้นที่ที่การคมนาคมเข้าไม่ถึงซึ่งรัฐบาลทหารพม่าอนุญาต และเพิ่มเป็น 4 ลำ แต่ต้องไปตั้งต้นที่ย่างกุ้งก่อนเข้าพื้นที่ประสบภัย โดยต้องผ่านการอนุญาตจากทหารเป็นเที่ยว ๆ ไป
· 1,400 หมู่บ้าน ถูกนาร์กีสถล่มราบเป็นหน้ากลอง
· 10,000 ล้านดอลลาร์ คือ จำนวนเงินที่รัฐบาลทหารพม่าเรียกร้องจากนานาชาติ เพื่อนำไปฟื้นฟูประเทศหลังนาร์กีส โดยไม่สนใจรายงานสถานการณ์ว่า ประชาชนจะเป็นอย่างไร ตายกี่มากน้อย
· 15,000 ศพ คือ จำนวนผู้เสียชีวิตทันทีที่นาร์กีสเข้าที่โบกาเลย์ ขณะที่ลาบุตตาคาดว่าเฉียดหมื่นเหมือนกัน
· 1.9 ล้านตัน คือ ประมาณการผลผลิตข้าวที่พม่าจะสูญเสียจากนาร์กีสในปีนี้ แน่นอน ทุพภิกขภัย คือ มหาพายุระลอกใหม่ของคนพม่า
· 1824 คือ ปีที่กองทัพเรืองอังกฤษมาปิดปากอ่าวแล้วยึดเอาพม่าเป็นอาณานิคม
· 1948 เป็นปีที่พม่าได้รับเอกราชคืนจากอังกฤษ
· 1962 พม่าเริ่มใช้การปกครองแบบสังคมนิยมวิถีทหาร
· 1988 เป็นปีที่ประชาชนชาวพม่าลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ก็ถูกล้อมปราบ และรัฐบาลทหารพม่าก็มีอำนาจมาจวบจนปัจจุบัน · 1997 เป็นปีที่พม่าเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน แต่อาเซียนไม่เคยช่วยพม่าได้เลย และแต่ละประเทศ ทั้งอาเซียนและมหาอำนาจทั่วโลกล้วนจ้องจะหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทั้งไม้ แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ จนปัญหาสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเรื่องแสนธรรมดาที่รับกันได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
· 1,000,000 คือ ประมาณการจำนวนแรงงานพม่าที่ทะลักเข้าไทยในปัจจุบัน และคาดว่า อีก 1,000,000 คนอพยพแรงงานจะตามมาในเร็ววัน
· 1,200,000 คน ไร้อนาคตหลังนาร์กีส
· 134,000 ศพ คือ ตัวเลขประมาณการผู้เสียชีวิตของสหประชาชาติ
· 150,000 ศพ คือ ตัวเลขเหยื่อนาร์กีสที่องค์กรพัฒนาเอกชนสากลประมาณไว้
· 190 -200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือความเร็วของพายุไซโคลนนาร์กีส
· 2 คือ อันดับของกำลังทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พม่ามี เป็นรองก็แต่เวียดนาม (จากเดิมมีกำลังทหารราว 1 แสนกว่าคน เพิ่มเป็น 4 แสนกว่าคน และสามในสี่เป็นทหารบก)
· 2 วัน คือ เวลาที่รัฐบาลทหารพม่าใช้ไปสำหรับอนุญาตให้เฮลิคอปเตอร์ให้ความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ภัยพิบัติ อาหารที่ลำเลียงจะเน่าไหมล่ะ
· 2 สัปดาห์ คือ ระยะเวลาที่รัฐบาลทหารพม่าใช้ไปกับขั้นตอนการออกวีซ่าให้ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ
· 2 ทาง คือ การคาดคะเนที่จะตามมาหลังนาร์กีส คือ 1) คนพม่าทะลักหนีความทุกข์ยากลำบากเข้ามาหากินในไทย 2) คนพม่าจะลุกฮือประท้วงรัฐบาลทหาร และจะถูกปราบเหมือนที่เคยเกิดในปี 1988 และ กันยายน 2007 ที่รัฐบาลทหารพม่าบ้าเลือดพอที่จะฆ่าพระสงฆ์ที่ออกมาประท้วง
· 20 องค์กร คือ องค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานในพม่าได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อ คาดว่า บรรเทาทุกข์เบื้องต้นได้เพียง 1,300,000 คน แต่อีกนับล้านคน ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง เพราะการคมนาคมไม่สะดวก และทางการทหารพม่าไม่อนุญาต
· 25 กิโลเมตร คือรัศมีของพื้นที่ที่คลื่นทะเลซัดเข้าทำลายล้าง
· 200 ล้านดอลลาร์ คือ จำนวนเงินที่รัฐบาลทหารพม่าเรียกร้องจากองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยจำนวนเงินดังกล่าว เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการอนุญาตให้หน่วยบรรเทาทุกข์ของ UN เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเท่าที่รัฐบาลจะอนุญาตได้ ขณะที่ตอนนี้ UN หาเงินได้เพียง 88 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
· 2,000 กิโลเมตร คือ ความยาวโดยประมาณของรอยตะเข็บชายแดนไทย พม่า นับจากแม่ฮ่องสอนจนถึงระนอง เป็นเพื่อนบ้านที่มีรอยต่อกับไทยมากที่สุด
· 3 ไม่ คือ คุณสมบัติของรัฐบาลทหารพม่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกศึกษาได้สรุปไว้คือ 1) ไม่ถูกฝึกไว้เพื่อดูแลประชาชน แต่ถูกฝึกไว้ปราบประชาชน 2) ไม่มีพันธกิจในการสงเคราะห์ประชาชน 3) ไม่ได้มียุทโธปกรณ์ไว้บรรเทาทุกข์ แต่มีไว้เพื่อปราบประชาชนและทำสงครามกับชนกลุ่มน้อย
· ¾ คือ สัดส่วนผู้เสียชีวิตกับผู้รอดชีวิตในพื้นที่ที่นาร์กีสพัดผ่าน
· 300 ศพ คือ จำนวนศพที่ทางการพม่าแจ้งกับสังคมโลกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 หลังไซโคลนนาร์กีสถล่ม 3,000 ศพ คือ จำนวนผู้เสียชีวิตในวันต่อมาที่พม่าเปิดเผย
· 3,500 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายจากนาร์กีส
· 3 5 เมตร คือ ความสูงของคลื่นทะเลที่ซัดเข้าชายฝั่งในคืนนาร์กีสถล่ม
· 50 ล้านคน คือ จำนวนประชากรพม่าโดยประมาณ
· 55,917 คน คือ ตัวเลขผู้สูญหายหลังนาร์กีสผ่านไปหนึ่งเดือน
· 77,738 ศพ สังเวยนาร์กีส
· 92 เปอร์เซ็นต์ คือผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลทหารพม่าห่วงมากกว่าชีวิตประชาชน และเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างตั้งแต่ปี 1995 โดยมีมาตราที่ ห้ามคนที่แต่งงานกับชาวต่างชาติและมีบุตรกับชาวต่างชาติเป็นผู้นำ หากระบุชื่อ ออง ซาน ซูจี ในมาตรานี้ก็คงจะแมนกว่านี้นิดหน่อย
· 99 เปอร์เซ็นต์ คือ จำนวนที่คนพม่าออกไปลงประชามติ แล้วอย่างอื่นล่ะ ? ... · นาร์กีส เป็นชื่อพายุที่ประเทศปากีสถานตั้งชื่อ แปลว่า ดอกไม้แสนสวยงาม · ตานฉ่วย คือ ใครก็ไม่รู้ แต่ใหญ่ขนาดที่ว่า ไม่ว่างรับสายตรงจากเลขาธิการสหประชาชาติ เพราะเขาบอกกำลังวุ่นเรื่องการลงประชามติ · ความมั่นคง ของรัฐบาลทหารพม่า คือ ความมั่นคงของรัฐบาล ไม่ใช่ของประชาชนแน่นอน · UN แปลว่า อะไรไม่รู้ หน่อมแน้มพอ ๆ กับ ASEAN ที่ไม่สามารถทำหน้าที่ทางมนุษยธรรมให้กับเหยื่อนาร์กีสผู้น่าสงสารได้ ... · อย่าเชื่อทั้งหมดที่คุณได้อ่าน มันเป็นแค่ความรู้ชุดหนึ่งเท่านั้น ขอบคุณผู้ให้ความรู้ · อาจารย์พรพิมล ตรีโชติ ผู้เชี่ยวชาญพม่าศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ผู้สื่อข่าว the nation · ณัฐวดี ดวงตาดำ ผู้จัดการหลักสูตรการพัฒนาชุมชนและการสร้างความเข้มแข็งภาคพลเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ · peter vail ผู้ดำเนินรายการสัมมนา
|