• ทิวสน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tewson7@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 83
  • จำนวนผู้ชม : 39321
  • จำนวนผู้โหวต : 470
  • ส่ง msg :
more
ทิวสน ชลนรา
หลากเรื่องราว...หลายเรื่องสั้น สร้างสรรค์-บันดาลใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/tewson
วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
วรรณอำ...ตำนานข้าวต้มกุ๊ย
Posted by ทิวสน , ผู้อ่าน : 412 , 10:33:00 น.  
พิมพ์หน้านี้


วรรณอำ...ตำนานข้าวต้มกุ๊ย

 

โดย : ทิวสน ชลนรา

 

เมื่อใดที่มีภารกิจต้องทำจนดึกดื่น ค่อนคืน ล่วงสี่ทุ่ม ห้า ทุ่ม สองยามข้ามวันใหม่ ก่อนจะกลับไปหลับพักผ่อน ส่วนใหญ่ใครต่อใครมักหาอะไรเอาใจกระเพาะน้อยๆ มิเช่นนั้นคงหลับไม่เป็นสุขลุกไม่สะดวกแน่ หนึ่งในเมนูของอาหารก่อนนอนยอดนิยม เรามักนึกถึงโจ๊ก หรือไม่ก็ "ข้าวต้มกุ๊ย"


คนส่วนใหญ่ทราบดีว่า "ข้าวต้มกุ๊ย" ข้าวขาวเมล็ดสวย ในน้ำใส-น้ำข้น เป็นที่นิยมรับประทานมานานนักแล้ว และพบทั่วไป ไม่ว่าจะมุมใดของโลก ทั้งยังหลงผิดคิดว่าเป็นสิ่งที่คู่กันมากับอาหารจีน แต่แท้จริงแล้ว "ข้าวต้มกุ๊ย" มีต้นกำเนิดเกิดขึ้นที่ สยามประเทศ นี้เอง!...

นั่นไง...นึกแล้วว่าหลายคนต้องสงสัย ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร...แต่ผู้เขียน ขอ-บอกว่า เป็นไปได้ และเป็นมานานราวหนึ่งศตวรรษ หาใช่หลายวันพันปี ดังที่หลายคนเคยเข้าใจ ถ้าอยากรู้ก็ลองเปิดใจ...ทำตัวตามสบาย...แล้วพบคำตอบของที่มาที่ไปได้ ในบรรทัดถัดจากนี้

ก่อนอื่นต้องบอกว่า...จุดเริ่มต้นของเรื่องอาจดูเหมือนไม่เกี่ยวเนื่องกับจุดสรุป เพราะหลายคนคงฟังดูแปลก หากบอกว่า กำเนิดของ "ข้าวต้มกุ๊ย" กับ "วงการภาพยนตร์ไทย" เป็นจุดร่วมกำเนิดของตำนานนี้...

จากการศึกษาค้นคว้าของ มหาวิทยาลัยเยลลี่ และ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลาเจน พบว่า พัฒนาการของวงการภาพยนตร์ มีมาตั้งแต่ราวปลายศตวรรษที่ 18-19 ในยุโรปและแพร่ขยายทั่วไป รวมทั้งการนำเข้ามาในประเทศไทยราว 100 ปีเศษ ซึ่งขณะนั้นเป็นการนำเข้ามาของราชคันตุกะชาวตะวันตก นำมาฉายถวายในพระราชสำนัก จนต่อมาระยะหนึ่งประชาชนทั่วไปจึงมีโอกาสได้ชม และถือเป็นมโหรสพที่แปลกใหม่ในสมัยนั้น

ต่อมาชาวอเมริกันได้ทดลองถ่ายทำภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกคือ "นางสาวสุวรรณ" โดยเป็นภาพยนตร์ขาว-ดำ ไม่มีเสียง หรือที่เรียกว่า "หนังเงียบ" และได้มีการถ่ายทอดวิชาการถ่ายทำ
ภาพยตร์จนคนไทยเริ่มสร้างภาพยนตร์ไทยได้เอง พร้อมๆ กับการเกิดอาชีพนักแสดงไทยขึ้น

ในยุคแรกของภาพยนตร์ไทย ได้รับความสนับสนุนด้วยดีจากผู้สร้าง-ผู้กำกับชาวตะวันตก และมีการถ่ายทอดศิลปะการแสดงจากนักแสดงฮอลลีวูดให้กับนักแสดงไทย ทำให้เกิดความสนิทสนมกันระหว่างนักแสดงทั้ง 2 ชาติ

 

 

นักแสดงไทยในยุคแรกนั้น น้อยคนนักที่ไม่รู้จัก หลวงบุรีบาล และ คุณฉิม นฤดลมนตรี
2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นคุณข้าหลวงฯ และเป็นนักแสดงยอดนิยมในยุคแรก อีกทั้งยังสนิทสนมกลมเกลียว กับครอบครัวนักแสดงฮอลลีวูดยอดนิยมในยุคนั้น คือ นายทอม ครุยส์ อี. เมเจอร์ กับนางซาร่า ครุยส์ อี. เมเจอร์ (จากหลักฐานกรมสรรพากรสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า นายทอม ครุยส์ อี.เมเจอร์ เป็นปู่ทวด ของ ทอม ครุยส์ นักแสดงยอดนิยมที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน)


ทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ จากแรกนั้น เพราะต้องติดตามผู้กำกับชาวอเมริกัน
อันเนื่องมาจากเรื่องงาน แต่ในภายหลัง ครอบครัวเพื่อนชาวอเมริกัน ดั้นด้นมาสยาม ก็เพราะความสนิทสนมส่วนตัว และชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือ ถูกปากกับอาหารไทยรสมือคุณฉิม ด้วยเหตุนี้คราใดที่ต้องต้อนรับครอบครัวทอม ครุยส์ ฝ่ายสยามจะทำอาหารรสชาติชนิดถึงลูกถึงคน คอยเลี้ยงรับรองเสมอ

กระทั่งปลายฝน ต้นหนาว ปีที่ 5 ในความสนิทสนมกลมเกลียว ของ 2 ครอบครัว--ครอบครัวของหลวงบุรีบาลก็ได้มีโอกาสต้อนรับครอบครัว ทอม ครุยส์ อีกคำรบ

การมาเยือนครั้งนั้น อาหารเย็นวันแรก คุณฉิมก็ได้ทำอาหารที่นายและนางทอม ครุยส์ ชื่นชอบเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น แกงส้มปลาช่อนตัวผู้ ใส่ผักกระเฉดสวนสามพราน ไข่ตุ๋นวุ้นกะทิ น้ำพริกกะปิศรีราชา ปลาร้าหลนทรงเครื่อง แกงจืดมะระตุ๋นกระดูกหมูมะนาวดองเมืองเพชร และที่ขาดเสียไม่ได้ เพราะหากลืมเป็นงอน คือ ต้มยำกุ้ง ทานกับข้าวสวยหอมมะลิ หุงหม้อดิน

 



หกโมงเย็น เป็นเวลาอาหาร ทุกอย่างขึ้นโต๊ะรอรับประทาน... 2 สามีภรรยาผู้มาเยือนดีใจจนน้ำลายไหลสามหยด เมื่อทราบถึงเมนูมื้อนี้ ครั้นนั่งลงพร้อมจะรับประทานอาหารที่ตรงหน้า  บรรยากาศการรับประทานของ 2 ครอบครัวมีทีท่าว่าจะเต็มไปด้วยรสชาติและไมตรีอันดี ทว่าเพียงคำแรกที่ ทอม ครุยส์ ตักข้าวเข้าปาก-เคี้ยว...ก็สะดุด หยุดนิ่ง มองซ้าย-ขวา เหมือนว่ามีปัญหา๊...

ใช่ อาหารมื้อนั้นมีปัญหา เพราะข้าวสวยร้อนๆ ก่อนนั้นเคยทานแต่ข้าวหอมมะลิ หอมๆ นุ่มๆ แต่ครั้งนี้ทำไม กรุบๆ ไม่หนุบหนับรับรสกับ กับข้าวที่อร่อยเอร็ด...ปัญหาอยู่ที่ข้าว...ข้าวแข็ง...ที่แข็งเพราะข้าวสุกแต่ยังไม่แตกเมล็ดดี ข้าวที่เคี้ยวจึงเป็นปัญหา


ทุกคนบนโต๊ะอาหาร ต่างเห็นอาการที่เดาไม่ถูกของ ทอม ครุยส์ และรอว่าจะพูดอะไร ครั้นหลวงบุรีบาลถามถึงรสชาติ อีกฝ่ายก็บอกว่าอร่อย ขณะที่ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า "ข้าวแข็ง"


ทอม ครุยส์ มองซ้าย แล ขวา คล้ายว่าจะหาอะไรสักอย่าง แล้วก็เหลือบไปเห็นกาต้มน้ำในครัว ซึ่งควันกำลังพวยพุ่ง เดือดพล่าน ก่อนที่คุณฉิมจะเอ่ยปากถามว่าต้องการอะไร ทอม ก็ถือจานข้าว ลุกขึ้นไปที่ครัว และยกกาน้ำร้อนรินน้ำเติมลงในจานนั้น ทุกคนมองหน้ากันอย่าง งวย-งง...ทอม เดินกลับมาที่โต๊ะ วางจาน แล้วคนน้ำร้อนให้เข้ากันกับข้าวสวย และยิ้มให้กับทุกคน แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงครู่ก็ตักข้าวสวยในน้ำร้อนใส่ปาก-เคี้ยว...แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป พร้อมอุทาน แปลเป็นไทยได้ว่า...


"ยอดเยี่ยม...นุ๊มมมมนุ่ม อร๊อยยยย อร่อย อร่อยลิ้นจริงๆ"


แล้วก็ชวนทุกคนลองทานข้าวสวยในน้ำร้อน ซึ่งก่อนนี้เมล็ดข้าวจะแข็ง แต่ตอนนี้ ข้าวนุ่ม...นุ่ม...นุ่มลงจริงๆ คุณฉิมจึงนำน้ำร้อนมาเติมในข้าวให้กับทุกคน และทานอาหารมื้อนั้นกันชนิดรื่นเริงบันเทิงลิ้น

แล้วอาหารมื้อต่อมา ไม่ว่ากับข้าวจะเป็นอะไร แต่ข้าวที่ทานจะเป็นข้าวสวยในน้ำร้อนทุกมื้อ กระทั่งเพื่อนชาวอเมริกันกลับไป

 


จากวันนั้น ครอบครัวหลวงบุรีบาลก็จะทำข้าวประเภทนี้ ที่เพิ่งค้นพบโดยทอม ครุยส์ ทานทุกวัน ทั้งยังแนะนำไปยังเพื่อนบ้านใกล้เคียง และมีการบอกสูตรข้าวนี้แบบปากต่อปาก ไปถึงไหนต่อไหน กระทั่งไปถึงหูผู้บริหารสำนักงานโคสนาการ (เดิมเขียนแบบนี้ และหมายถึงกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) จึงเชิญครอบครัวของหลวงบุรีบาลมาให้สัมภาษณ์ทางรายการวิทยุกระจายเสียงฯ ถึงสูตรและความเป็นมาของข้าวประเภทนี้ ที่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านหลวงอภิบาล และเป็นที่นิยมแพร่หลาย
อย่างรวดเร็ว จากบางกอก แล้วแผ่ไปยังหัวเมืองใกล้ๆ


ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนั้น หลวงอภิบาลได้หารือกับศรีภรรยา และได้ข้อสรุปว่า ควรตั้งชื่อข้าวชนิดนี้ โดยให้เกียรติแก่ผู้คิดค้นนั่นคือ นายทอม ครุยส์ อี. เมเจอร์ จึงตกลงให้ชื่อข้าวชนิดนี้ว่า "ข้าวทอมครุยส์" แต่นั้นมา

ภาพการจัดรายการวิทยุยุคแรก จาก www.portal.rotfaithai.com

จากการออกอากาศรายการวิทยุ พร้อมเปิดเผยสูตรง่ายๆ ในวันนั้น ก็เกิดความนิยมข้าวชนิดนี้ แพร่หลายไปทั่วประเทศ และยังมีคนไทยนำไปเผยแพร่ยังต่างประเทศ ด้วยระยะเวลาอันยาวนานได้เกิดพัฒนาการของข้าว ทอม ครุยส์ ไปหลายรูปแบบ เช่น นำข้าวสวยมาต้มกับน้ำร้อนโดยตรง บ้างก็นำใบเตย 1 มัด ใส่ในน้ำร้อนต้มไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอม บ้างก็ใส่เกลือเล็กน้อย บ้างก็ใช้วิธีต้มข้าวสารจนกลายเป็นข้าวทอม ครุยส์ บ้างก็หั่นเผือกดิบเป็นลูกเต๋าเล็กๆ และใส่ลูกเดือยลงไปพร้อม

บางรายเอาดีในทางนี้ ก็เปิดร้านขายอาหาร และมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนลูกค้า ด้วยป้ายข้อความ "ร้านนี้มีข้าว ทอม ครุยส์" จนขายดิบขายดี เป็นเทน้ำเททิ้ง เอ๊ย เท ท่า...

ในช่วงหลัง ได้มีการพัฒนาเรื่องกับ ที่ทานกับข้าว ทอม ครุยส์ โดย เน้นไปที่ของแห้ง ที่นำมาทอด หรือยำ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งแห้ง ปลาหมึกกล้วย ไข่เค็ม ผักกาดดอง ผัดหัวผักกาดใส่ไข่ ผัดผักบุ้ง-ผัดผักกระเฉดไฟแดง เป็นอาทิ

 


กาลเวลาล่วงผ่านนานวัน การรับประทาน ข้าวทอม ครุยส์ เป็นที่นิยมไม่หยุดยั้ง ทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ทางตอนเหนือ ซึ่งอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดปี เมื่อได้ทานข้าวชนิดนี้ ก็ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นดีนักแล โดยเรียกข้าวชนิดนี้ว่า "โจว" ตามความเข้าใจว่ามาจากข้าวสวยต้มในน้ำร้อน


สำหรับประเทศไทย เมื่อเวลาทอดยาวนานไป ชื่อเรียกแรกเริ่มแต่เดิมนั้นก็เปลี่ยนเพี้ยนไปหลายๆ ชื่อ เช่น...

ข้าวทอมครุยส์...ข้าวหอมฉุย...ข้าวต๋อมตุ๊ย...ข้าวทอมคุ๊ย...ข้าวหอมวุ๊ย...ข้าวต้อมครุยส์...ข้าวต้อมกึ๋ยส์...ข้าวต้มกึ๊ยส์...ข้าวต้อมกุ่ย...ข้าวต้มกุ่ย...ข้าวต้มกุ้ย...
จนมาเป็น


"ข้าวต้มกุ๊ย" ในที่สุด


ข้าวต้มกุ๊ย กลายเป็นชื่อเรียกติดปากในปัจจุบัน และเป็นที่นิยมทั่วโลก โดยมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ทราบความจริงว่า ข้าวต้มกุ๊ย มีถิ่นกำเนิดเกิดที่ บางกอก ณ สยามประเทศ เมื่อราวหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญ ของ อดีตนักแสดงฮอลลีวู้ด ยุคบุกเบิก ชื่อ ทอม ครุยส์ อี.เมเจอร์ เมื่อคราวมาเยือนเพื่อนนักแสดงชาวสยาม


แม้แต่ ทอม ครุยส์ นักแสดงฮอลลีวูดยุคปัจจุบัน อาจจะไม่เคยทราบความจริงมาก่อนว่า แท้จริงแล้ว มิสเตอร์ ทอม ครุยส์ อี.เมเจอร์ ปู่ทวดของเขา เป็นผู้ให้กำเนิด "ข้าวต้มกุ๊ย"

 

.



หมายเหตุ : ขอรับรองว่าเรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นความจริงเฉพาะ...

1.ภาพยนตร์ในประเทศไทยมีกำเนิดครั้งแรกเมื่อ 1 ศตวรรษที่ผ่านมา (พ.ศ.2440) ในรัชสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5

2.นางสาวสุวรรณ (suvarna of Siam) เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก อำนวยการสร้าง เขียนบท และถ่ายทำโดย มร.เฮนรี แมคเรย์ อำนวยการ สนับสนุนโดยกรมมหหรสพ และกรมรถไฟหลวงเมื่อปี 2465 ออกฉาย 23 มิ.ย. 2466 จัดจำหน่ายโดย บริษัท ยูนิเวอร์แซล (รัชกาลที่ 6)

3.ผู้แสดงในหนังเรื่องนี้ได้แก่ นางสาวเสงี่ยม นาวีเสถียร นางรำในกรมมหรสพหลวง แสดงเป็น นางสาวสุวรรณ ขุมรามภรตศาสตร์ (ยม มงคลนัฎ) ตัวโขนพระรามของกรมศิลปากร แสดงเป็น นายกล้าหาญ ตัวพระเอก และหลวงภรตกรรรมโกศล (มงคล สุมนนัฎ) สมุหบาญชี แสดงเป็น นายก่องแก้ว ซึ่งเป็นตัวโกง

4.ภาพยนตร์ยุคแรกเป็นขาว-ดำ และไม่มีเสียง เรียกว่าหนังเงียบ

5.กรมมหรสพ คือ กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน ส่วนงานวิทยุกระจายเสียงเรียกว่า สำนักงานโคสนาการ

6.ประเทศไทยเปลี่ยนชื่อมาจากสยาม ยังไม่ถึงร้อยปี โดยถูกเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2482 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

7.ข้าวต้มกุ๊ย ภาษาจีนกลางเรียกว่า โจว

8.ดาราฮอลลีวูด ที่อ้างถึง เรียกได้ทั้ง ทอม ครุยซ์ และ ทอม ครูซ

9.ประเด็นอื่นๆ ขอรับรองว่าเป็นความ
ไม่จริงแทบทุกประการ

 

โรงภาพยนตร์ยุคแรก: ภาพจาก www.thaifilm.com

.

รถแห่หนังในยุคแรก: ภาพจาก www.thaifilm.com

ประเด็นอื่นๆ ที่เป็นเรื่องจริง และควรทราบ

1.ข้าวต้มกุ๊ยแรกเริ่มเรียกกันว่า ข้าวต้มพลุ้ย โดยเรียกจากอากัปกริยา เวลาคนจีนกิน มักจะนั่งยองๆ แล้วใช้ตะเกียบพลุ้ยข้าวเข้าปาก

2."จับกัง" แต่เดิมเรียกว่า "กุ๊ย" ด้วยรายได้ไม่มาก จึงทานอาหารง่ายๆ ราคาถูก เช่น ไข่เค็มหนึ่งซีก กับข้าวต้มเต็มถ้วยก็อิ่มท้อง และราคาเบา (ไม่กี่สตางค์ / เมื่อราว 50 ปีก่อน)

 


3.ในช่วงก่อสร้างถนนแถวราชดำเนิน และถนนเลียบคลองหลอด มีการเกณฑ์แรงงานคนจีนที่เข้ามาเมืองไทย และทำงานโดยใช้แรงงานมารับจ้าง หัวหน้าที่คุมงานแสนแล้งน้ำใจ นำค่าจ้างที่ได้จากการรับเหมามาจัดสรรเลี้ยงข้าว กุ๊ย ด้วยข้าวต้ม ส่วนกับมักจะผัดก้อนกรวดกับเกลือให้คนงานได้อมเพื่อแกล้มกับข้าว นานๆ ครั้งจึงจะมีผัดผักกาดดองบ้าง หรือเต้าหู้ยี้ ให้กินแกล้ม เป็นเช่นนี้จนกระทั่งงานก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ


นับแต่นั้น จึงเรียกข้าวต้มขาวๆ ในน้ำใสบ้าง ข้นบ้าง นี้ว่า "ข้าวต้มกุ๊ย"

และต่อมา ได้มีการพัฒนาเรื่องกับข้าวที่ทานคู่กัน พร้อมความนิยมที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนจีนก็นิยมกิน...บ้างก็ยกชั้นเมนูนี้ถึงระดับอาหารเหลา ดังที่เราพบในปัจจุบัน

 

 

* * * * * * * * * *

ขอบคุณภาพจาก www.cosmoseafood.com, www.tatui1761.multiply.com และwww.profcomp.thaiddns.com, www.thaifilm.com
ข้อมูลบางส่วนจาก http://www.oknation.net/blog/moviehall

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 78
แม่หมี วันที่ : 15/08/2008 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

วรรณอำเรื่องข้าวต้มกุ๋ย ที่น่ารัก

ไว้แม่หมีเจอทอม ครุยส์ แล้วจะบอกให้

บ้านอยู่ติดกันเองค่ะ
ความคิดเห็นที่ 77
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 08.53 น.
http://www.oknation.net/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง


ขอบคุณคะ จะรอภาพสวยนะคะ 25 k ส่งมาได้เลยคะ ครบคนที่ส่ง TAG ไป จะนำมารวมเป็นของขวัญ ให้กับตัวหนูเอง แล้วจะขอโบยบินไปตามกระแสคะ ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 76
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


ชอบมากเลย ข้าวต้ม กุ๋ย เนี้ย !!!

... ถูกใจมากเรื่องนี้ อ่าน .... เลย...

นึกถึง ป๊ะป๋า.................. เช้า ๆ พุ๊ย ข้าว กับ ป๋า ประจำ
ป๋า สอน ให้ใช้ ตะเกียบใหม่ ๆ คีบ หล่น ๆ

พรุ่งนี้ ......... ไปหา ป๋า ดีกว่า

คิดถึง ป๊ะป๋า ...........จัง

ฮึมม์ ๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 75
ปรัตยา วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 23.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ


ความคิดเห็นที่ 74
วิตามินบี วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


บีชอบกินข้าวต้มปลามากกว่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 73
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง


ต้มยำนี้น่ากินจังคะ
TAG ถึง คนน่ารักคะ มาช่วยกันนะคะ เรียนเชิญคะhttp://www.oknation.net/blog/lovemyself/2008/07/31/entry-1
เพลงก็เพราะด้วยคะ
ความคิดเห็นที่ 72
ew*-* วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 12.43 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// ร้มีด่พื่ //=-= 


ขอบคุณที่ให้การสนับสนุน Lorenzo Project ค่ะ รบกวนตรวจสอบความถูกต้องได้ที่ http://www.oknation.net/blog/PublicCharity/2008/07/13/entry-2

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 71
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 02.37 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

ดึก ๆ เห็น จานแต่ละจาน แล้วละก็

หิว เชียว..
ความคิดเห็นที่ 70
ครูทิพย์ วันที่ : 30/07/2008 เวลา : 23.32 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์


ว้าว! เห็นผัดผักบุ้งแล้วหิวข้าวต้มยามดึกเลยค่ะ...

เอายำกุ้งแห้งมาฝากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 69
อะหนึ่ง วันที่ : 30/07/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

เช๊อะ...
ข้าวสวยต้มใส่น้ำร้อน
ไฮโซ...อย่างเราไม่กินหร๊อก
เพราะมันเป็น "ข้าวต้มกุ๊ย"

แต่ถ้าดึกๆ...หิวโซ ละก็ไม่แน่
ชอบแวะ ข้าวต้มติงลี่ แถว ถ.จรัญฯ ออกบ่อยๆ

+1
ความคิดเห็นที่ 68
ทิพย์อาภา วันที่ : 30/07/2008 เวลา : 20.16 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa

ระหว่างศึกษาประวัติ "ข้าวต้ม(ของ)กุ้ย" สมัยก่อน
พลันให้คิดถึงเครื่องเคียง ข้าวต้มร้อน ๆ
หมูผัดหนำเลี๊ยบ ผักบุ้งไฟแดง อาหย่อย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 67
yai2333 วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

แหม...ทามปายด้ายยย...





...
ความคิดเห็นที่ 66
คนช่างเล่า วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 20.46 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

แวะมาอ่านวรรณอำ อีกรอบ

เขียนฉีกแนวเลยละครับ

บทสรุปของโปรดและได้ความรู้ ออมันเป็นอย่างนี้เอง
ความคิดเห็นที่ 65
katen วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/katen
แม่รักเต็นเต็นก็รู้ว่าแม่รัก  แบ่งแม่สักวินาทีจะมีไหม  เต็นรักแม่แม่รู้อยู่เต็มหัวใจ  ให้ได้ไหมเวลา'ของเต็นเค้า'

อยากแวะมาเพื่อบอกว่า...
ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ..ลุงติ๊ง
ความคิดเห็นที่ 64
ทิวสน วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 00.00 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ความคิดเห็นที่ 63
thesaint วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----น่าเศร้าใจ...ที่มีผู้นำเฮงซวย...ระยำหมา...หอกหัก----

----ยอดเยี่ยมมากครับ กับการบอกเล่าในเรื่องนี้ ...ช่วง 4-5 ปี ผมไปแถบจรัญสนิทวงศืบ่อยครับ มีร้านข้าวต้มชื่อว่าข้าวต้ม 5 พลัง ..ข้าวต้ม ถ้วยละ 1 บาท กับข้าว 10 บาท อร่อย รองท้องได้ดีทีเดียวครับ ... 2-3 วันนี้ ผมจะแวะไปเยี้ยมเอ้นทรี้อื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้าไปนะครับ ... พิเศษ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปคุยกับคุณโอ๋ ลำดวน มาครับ จะเขียนถึงเธอต้นสัปดาห์หน้า ... ศุกร์นี้ผมได้รับโอกาสให้ติดตาม 13 ผุ้กล้า ไปพิสูจน์บ้านผีสิง ( ในกรุงเทพฯ) ...โปรดรอนะครับ กับทั้ง 2 เรื่อง
........................................................

ขอบคุณครับ ที่แวะมาเยี่ยม มาบอกกล่าว จะรออ่านครับ

......

ร้านข้าวต้มที่ว่า ผมยังไม่เคยไปครับ

แต่มีร้านที่ติดใจ และแต่ก่อนไปบ่อย
คือร้านข้าวต้มบางซื่อ อร่อย และราคาประหยัดครับ
กับข้าวมีตั้ง 50 อย่าง ข้าวต้มกุ๊ย ก็หอมฉุย
ใส่เผือกลูกเต๋าด้วยครับ

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 63
thesaint วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----การใส่สายยางในจมูกดูเลวร้าย .....แต่การดึงออกมันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ยอดเยี่ยมมากครับ กับการบอกเล่าในเรื่องนี้ ...ช่วง 4-5 ปี ผมไปแถบจรัญสนิทวงศืบ่อยครับ มีร้านข้าวต้มชื่อว่าข้าวต้ม 5 พลัง ..ข้าวต้ม ถ้วยละ 1 บาท กับข้าว 10 บาท อร่อย รองท้องได้ดีทีเดียวครับ ... 2-3 วันนี้ ผมจะแวะไปเยี้ยมเอ้นทรี้อื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้าไปนะครับ ... พิเศษ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปคุยกับคุณโอ๋ ลำดวน มาครับ จะเขียนถึงเธอต้นสัปดาห์หน้า ... ศุกร์นี้ผมได้รับโอกาสให้ติดตาม 13 ผุ้กล้า ไปพิสูจน์บ้านผีสิง ( ในกรุงเทพฯ) ...โปรดรอนะครับ กับทั้ง 2 เรื่อง -----
ความคิดเห็นที่ 62
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

แวะเข้ามาอ่านอีกรอบครับ
ความคิดเห็นที่ 61
coolwater วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 20.40 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ไอ้เราก็หลงคิดว่าเรื่องจริง
ดีนะที่เฉลย
พรุ่งนี้ต้องไปหาข้าวต้มกุ๊ยมาทานบ้างแล้ว
เห็นแล้วหิว
..........................................................
น้ำสบายดีค่ะ คุณทิวสนล่ะคะเป็นอย่างไรบ้าง
ความคิดเห็นที่ 60
อธิฏฐาน วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 20.31 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

ขำกับชื่อเรื่องของคุณทิวสนค่ะ วรรณอำ ชอบข้าวต้มกุ๊ยกับยำเกี่ยมฉ่ายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 59
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 19.13 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO

หวัดดีคุณทิวสนนะครับ

แหม...ย่ำค่ำแบบนี้...เห็นภาพแล้วกระเพาะร้องครางเลย

กุ้งแห้ง ปลาหมึกกล้วย ไข่เค็ม ผักกาดดอง ผัดหัวผักกาดใส่ไข่ ผัดผักบุ้ง-ผัดผักกระเฉดไฟแดง....โอ...แต่ละเมนูช่างยั่วน้ำลายยิ่งนัก

ตำนานข้าวต้มกุ๊ย..ก็แปลกดีแท้...ค้นพบโดยชาวต่างชาติ..ผู้ไม่ชอบทานข้าวแข็ง.ๆ...

เกือบจะเชื่อแล้ว..หากไม่อ่านมาจนถึงหมายเหตุ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 58
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

อ่านแล้วอมยิ้ม
คิดได้ไงคะ ประวัติศาสตร์แบบแนวๆนะเนี่ย
ทำให้ทั้งขำและ้อยากกินข้าวต้มในรูป

ความคิดเห็นที่ 57
เคียงดิน วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 18.22 น.
http://www.oknation.net/blog/keangdin
แม้สูงเสียดฟ้า หากปรารถนาจะเคียงดิน

แวะมาทานข้าวต้ม รอบเย็นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 56
ธวัชชัย_สัสดีทอง วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/T-watchai

อ่า ขอบพระคุณท่านอย่างแรง

ประเดิมท่านเลยละกัลล์

เย็นย่ำสะโหวดครับ

(เย็นย่ำสวัสดิ์+โหวต)
ความคิดเห็นที่ 55
chalee วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

ถ้าไม่อ่านหมายเหตุ
ขอบอกว่า เชื่อจริง ๆ นะ รู้รึเปล่าว่าเชื่อขนาดไหน
เชื่อแบบว่า เหมือนคนแก่เล่านิทานให้เด็กฟัง
แล้วเด็กก็นั่งฟังอ้าปากหวอเลย
เชื่อแบบนั้นเลยนะคะนั่น


"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 54
ย่าดา วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 17.12 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โธ่ หลอกซะเนียนเลย นึกว่าจริงซะอีก อิอิ
ความคิดเห็นที่ 53
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
ข้าวต้มน่าทานมากค่ะ
..
ความคิดเห็นที่ 52
ธวัชชัย_สัสดีทอง วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/T-watchai

ร้ายกาจ! จริงๆ ท่าน

ฝีมือวรรณอำท่านเทียบได้กับ อำ ของคุณวินทร์เลยนะครับ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม

ว่าแต่ เขาโหวตกันยังไงหรือครับ ไม่มีใครบอกสักที ผมก็เพิ่งเปิดบล๊อคด้วยสิ

ด้วยมิตรภาพครับ
ความคิดเห็นที่ 51
หมีปิศาจ วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 14.09 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ผมเชื่อถือนะครับพี่ เพราะรายงานชิ้นนี้มีที่มาจาก 2 สถาบันดังคือ

Yell(i) and King's Coll(a)ge(n)

แถมผู้คิดค้นก็เป็นคนรักเสียงดนตรีอย่าง Tom Cruise E Major
ผมเชื่อว่าคนรักดนตรี ไม่โกหกครับ

เจ๋งจริงๆ ครับ +1 ทันทีทันใดครับพี่
ความคิดเห็นที่ 50
ลีโอนิกด์ วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/artpom

เพิ่งรู้ว่ประวัติข้าวต้มกุ๊ย..ว่าต้นกำเนิดที่ไทยนี่เอง..

เป็นความรู้ใหม่มากๆๆๆ..
เห็นแล้ว หิว..จัง..ข้าวต้มของเรา..

ความคิดเห็นที่ 49
ลูกพระบิดาเด็กมอออคนหนึ่ง วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pueng
ฤาโลกนี้จะไม่มีความจริง  มีเพียงสิ่งที่มองจากมุมใคร

สวัสดีค่ะ

หากว่า เราเป็นลูกพ่อเดียวกัน

เราก็เป็นพี่น้องกัน น่ะค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
kaew วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 10.00 น.
http://www.oknation.net/blog/kaew

ข้างทอมครุยถ้วยนึงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
PooPo วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/spicegirl