วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
นักการเมืองท้องถิ่นยิ่งใหญ่คับแก้วใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้งผู้หญิงตัวเล็กๆ
Posted by
ปลัดแรมโบ้
,
ผู้อ่าน : 326
, 05:03:13 น.
พิมพ์หน้านี้
|
"ป้าน้อง" หรือนางนภาวรรณ วัฒนะสุรินทร์ ผู้หญิงตัวเล็กๆในตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง มีอาชีพรับจ้างประกอบอาหารกลาง วันเลี้ยงเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 เรื่อยมา ตลอดระยะเวลา 4 ปี ไม่ปรากฎว่าบกพร่องต่อหน้าที่ อาหารเด็กเล็กได้รับกันอย่างดี เหมาะสมและถูกหลักโภชนาการ แล้วยังมักจะช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยการนำเอาภาชนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่นอน หมอนไปทำความสะอาด ตากแดดฆ่าเชื้อโรค เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็ก ให้ความเป็นกันเองและเอาใจใส่เด็กๆในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเรื่อยมา จนเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ปกครองหลายๆท่าน ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2550 ได้ถูกนายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือสั่งเลิกจ้างด้วยเหตุผลส่วนตัว ที่มิอาจหรือไม่กล้าที่จะอธิบายต่อสาธารณะได้ อ้างแต่เพียงว่าเป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่คับแก้วของตนเท่านั้น ไม่ได้สนใจคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมใดๆ มีแต่ผู้ปกครองของเด็กหลายๆท่านเห็นใจได้ช่วยเหลือ ออกเงินให้รายละร้อยสองร้อยบาทเพื่อเกื้อกูลการกินอยู่ของป้าน้อง ป้าน้องได้พยายามทำหนังสืออุทธรณ์ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือแล้วแต่ก็ได้รับการปฏิเสธ อ้างว่าเป็นเรื่องของตน ที่จะสั่งจ้างใคร เมื่อใดก็ได้ และได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (นายดิเรก ก้อนกลีบ) ในฐานะเป็นพ่อเมืองลำปาง ก็ไม่เป็นผลได้รับคำตอบสั้นๆว่า มันเป็นอำนาจของนายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือเท่านั้น จังหวัดลำปางเป็นหน่วยงาน กำกับดูแลไม่อาจกระทำใดๆได้ ที่พึ่งต่อไปก็คือองค์กรอิสระที่ใช้คำขวัญว่า "ความล่าช้า คือความไม่เป็นธรรม" หรือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ได้ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเทศบาลตำบลวังเหนือบอกเลิกสัญญาจ้างประกอบอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลตำบลวังเหนือโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งที่ผู้ร้องไม่ได้ผิดข้อตกลงหรือก่อความเสียหาย รวมถึงการสรรหาผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง วันที่ 19 ธันวาคม 2550 ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่าได้ประสานงานไปยังเทศบาลตำบลวังเหนือและได้รับข้อมูลสรุปได้ว่า สัญญาที่เกิดขึ้น เป็นสัญญาจ้างที่มีระยะเวลาชัดเจน คือ 1 เดือน ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้วทั้งสองฝ่ายสามารถใช้ดุลยพินิจพิจารณาทำสัญญาต่อไปหรือไม่ตามความเหมาะสม และสัญญาดังกล่าวมีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จึงสามารถจ้างได้ด้วยวิธีตกลงราคาโดยไม่ต้องประกวดราคา การดำเนินการของเทศบาลฯ ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อกฎหมายและระเบียบของทางราชการ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการที่ผู้ร้องไม่ได้ว่าจ้างให้ประกอบอาหารต่อไปย่อมทำให้ได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับผู้ร้องมีประสบการณ์ประกอบอาหารให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯมาด้วยดีนานหลายปี รวมถึงเคยผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรซึ่งให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน จึงขอให้เทศบาลตำบลวังเหนือให้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำสัญญาจ้างผู้ร้องต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์และเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังเห็นว่าสัญญาจ้างดังกล่าวที่มีระยะเวลาเพียง 1 เดือนไม่น่าจะเหมาะสมกับเนื้องานและไม่เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ดังนั้น หากมีการปรับระยะเวลาของสัญญาให้ยาวนานขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ย่อมจะทำให้เกิดความเหมาะสมเป็นธรรมยิ่งขึ้น แต่กระนั้นก็ตาม นายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือเห็นว่ายังไงเสียมันก็เป็นเรื่องของ "กู" เป็นอำนาจของ "กู" จึงหาได้สนใจที่จะรับฟังความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพิกเฉยไม่สนใจ ทำยังไงมันก็เรื่องของ "กู" เพราะว่า "กู" ใหญ่ที่สุด ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2550 สิ่งที่คาดไม่ถึงของทุกฝ่ายก็ได้บังเกิดขึ้น ก็คือ การระบาดของโรคมือ เท้า ปากในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อทางอาหาร น้ำดื่ม น้ำมูก น้ำลายหรือไอ จามรดกัน อาการของเด็กจะมีไข้ มีแผลที่ปากเป็นตุ่มพุพองในฝ่ามือ ฝ่าเท้าและในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิตได้ ทางทีมควบคุมโรคฉุกเฉินอำเภอวังเหนือจึงมีคำสั่งให้ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคมือ เท้า ปากในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ หมู่ที่ 4 ตำบลวังเหนือ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2550 ไปจนถึงระยะเวลาอีก 2 อาทิตย์นับจากวันที่พบผู้ป่วยรายสุดท้ายหรือจนกว่าจะไม่มีการระบาดของโรค (สามารถพบเชื้อในผู้ป่วยหลังจากหายป่วยอีกประมาณ 10 วัน) และให้ประกาศเตือนประชาชนและไม่ให้พาเด็กไปที่สาธารณะ ศูนย์เด็กเล็กอื่นและสถานที่แออัด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่นๆ ทำให้บรรดาผู้ปกครองของเด็กต่างๆด้รับความเดือดร้อนเนื่องจากต่างก็มีภารกิจหน้าที่การงาน และเกรงว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียของผู้บริหารและภาพลักษณ์ทางการเมืองที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือในเร็วๆนี้ ทางนายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือจึงกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งของทีมควบคุมโรคอำเภอวังเหนือ ด้วยการสั่งการให้เปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2551 เป็นการสั่งเปิดก่อนกำหนด ทำให้ต่อมาความซวยก็ซ้ำเข้าให้อีก วันที่ 4 มกราคม 2551 มีเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้เกิดป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากขึ้นมาอีก จึงถูกสั่งปิดยาวมาอีกนับเดือน สร้างความเดือดร้อนเสียหายหนักยิ่งขึ้นไปอีก จบบัดนี้ วันที่ 25 มกราคม 2551 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือก็ยังไม่สามารถเปิดทำการได้ ตอนเกิดโรคระบาด ทางป้าน้องได้ถูกโรงพยาบาลอำเภอวังเหนือเรียกไปสอบให้ข้อมูลว่าเหตุใดป้าน้อง ผู้มีใบรับรองผ่านการฝึกอบรมประกอบวิชาชีพนี้แล้วทำไมเชื้อโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาไม่เคยปรากฎมีเชื้อโรคนี้มาก่อนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ ป้าน้องจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่าตนไม่ได้เป็นผู้รับจ้างประกอบอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 แล้ว ต้องเรียกผู้รับจ้างรายใหม่ที่นายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือสั่งจ้างมาสอบถาม ซึ่งผู้รับจ้างรายใหม่ไม่ได้แจ้งชื่อให้กับโรงพยาบาลทราบ ไม่มีใบรับรองฝ่านการฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ใช่ใครมีมือมีเท้าแล้วจะทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กเล็กก็ได้ จะต้องปฏิบัติและคำนึงถึงความสะอาด สุขภาพ อนามัยของเด็กเป็นที่ตั้ง ป้าน้อง เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ มีสถานภาพหย่า อยู่ตัวคนเดียว มีแต่งานรับจ้างประกอบอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กเท่านั้นใช้เป็นรายได้ประทังชีวิต เป็นรายได้ที่ไม่มาก แต่ก็ทำด้วยใจรัก เมื่อขาดรายได้ก็รับจ้างทั่วไป ทำงานทุกอย่างที่เป็นงานสุจริตในชุมชน แต่ก็ยังมีเวลามาทำงานอาสาเป็นเลขานุการกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอวังเหนือ ขณะเดียวกันก็ต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองมาตลอด โดยไม่ขอให้กลุ่มองค์กรของตนช่วยเหลือ มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองแห่งนี้ ที่นักการเมืองท้องถิ่น ผู้รับมอบอำนาจจากประชาชนมีอำนาจล้นฟ้า สร้างและทับถมปัญหาให้ประชาชนได้รับทุกข์เข็ญ ใช้อำนาจยิ่งใหญ่คับแก้วกลั่นแกล้งรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆได้ โดยไม่รู้สึกละอายสำนึก พยายามเล่นงานปลัดแรมโบ้ยังไม่พอจนเจอปลัดแรมโบ้สวนไปหลายคดี เพราะขานี้ไม่ถนัดตั้งรับหรือวิ่งเต้นใดๆ บางคดีตัวปลัดแรมโบยังลืมไปเลย เพราะแจกคดีไปให้เยอะจริงๆ ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นผู้ยิ่งใหญ่คับแก้วท่าจะมึน เลยไปกลั่นแกล้งผู้หญิงตัวเล็กๆแก้ขัดก่อน "กู" จะหมดวาระไปก่อนดีกว่า
อำนาจอาจสยบทั่วหล้า แต่ไม่อาจสยบคนกล้าได้
|