|
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2551 นายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือหรือ ปลัดแรมโบ้ ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อินสม วงค์วาลเรือน พนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ว่าตนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการอาศัยตำแหน่งและหน้าที่ของ นายชาย พานิชพรพันธุ์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางกับคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง (ก.ท.จ.) จำนวนรวม 18 คนและนายพยนต์ วรรณลักษณ์ ตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือ ที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามระเบียบ แบบธรรมเนียมของทางราชการ ด้วยการสั่งให้นายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือไปช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง กล่าวคือ  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 เวลา 10.00 12.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดลำปาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง (ก.ท.จ.) จำนวน 18 คน ประกอบด้วย นายชาย พานิชพรพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานที่ประชุม , นายธานินทร์ สุภาแสน ปลัดจังหวัดลำปาง , นายยรรยง พลสันติกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปาง , นางชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง , นางญาณี แสงศรีจันทร์ คลังจังหวัดลำปาง , นายธวัชชัย ตระกูลพานิชย์กิจ (แทน)นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง , นายดนูดล วรรณปลูก นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร , นายสมพร วะเท นายกเทศมนตรีตำบลบ่อแฮ้ว , นายประสิทธิ์ หรรษ์หิรัญ ประธานสภาเทศบาลนครลำปาง , นายมนูญ คณะไชย ประธานสภาเทศบาลตำบลหลวงเหนือ , นายสุเทพ สุทธิลักษณ์ ปลัดเทศบาลตำบลเสริมงาม , นายจตุวัฒน์ ตุ้ยเต็มวงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลห้างฉัตร , นายสมเพียร จอมอินตา , นายพยนต์ สุวรรณสม , นายรังสรรค์ ฤกษ์สุภา , นายประพัฒน์ศร รุ่งเรือง , นายประเสิรฐ รัตนไพศาลศรี , นายสมหมาย สุพรรณบรรจง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ร่วมกันกระทำการพิจารณาประชุมครั้งที่ 12/2550 ในเรื่องที่นายพยนต์ วรรณลักษณ์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือแอบเสนอรายงานเข้ามายังคณะกรรมการถึง 2 เรื่องด้วยกันคือ การขอสั่งพักราชการตน และการขอสั่งให้ไปช่วยราชการ เรียกว่าถ้าไม่พักก็ขอให้ไปช่วยราชการ โดยในระเบียบวาระเรื่อง ขอความเห็นชอบการสั่งพักราชการพนักงานเทศบาล คณะกรรมการดังกล่าวมีมติ อ้างว่าเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการของเทศบาลและลดปัญหาความขัดแย้ง จึงให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดขอตัวนายสมหมาย จันทร์เขียว มาช่วยราชการที่จังหวัดเป็นการชั่วคราว และในระเบียบวาระเรื่อง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารเทศบาลกับปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือ อ้างว่าได้รับเรื่องร้องขอจากนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือ พนักงานเทศบาลตำบลวังเหนือ และนายอำเภอวังเหนือ ว่ามีปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือกับนายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือ ซึ่งผลของความขัดแย้งดังกล่าวกระทบต่อการปฏิบัติงานประจำของเทศบาลเป็นเหตุให้การบริหารราชการเสียหาย มีผลกระทบต่อประชาชนและทำให้พนักงานเทศบาลขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน และไม่อาจหาที่จะรับโอนสับเปลี่ยนกันระหว่างเทศบาลได้ จึงมีมติให้รายงานให้คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) เพื่อดำเนินการต่อไป ในการพิจารณาดังกล่าวมิได้มีการเรียกหรือแจ้งให้นายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือทราบข้อเท็จจริง เพื่อโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานหรือปกป้องสิทธิของตน ไม่ได้มีการเรียกไปสอบถาม สอบสวนหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ไม่มีการเปิดโอกาสให้แก้ข้อกล่าวอ้างแม้แต่น้อย กลับกระทำการพิจารณาเองตลอดกระบวนการฝ่ายเดียว ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียง ทำให้ถูกดูหมิ่นเกียจชัง ทางนายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือจึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังประธานคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธาน เพื่อขอทราบรายละเอียดว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรที่นำไปพิจารณากัน ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือกับนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือมีความขัดแย้งกันอย่างไร ขัดแย้งกันในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวหรือในเรื่องผลประโยชน์แห่งรัฐ และได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการและประชาชนอย่างไรบ้าง ผู้ใดทำให้เกิดความเสียหาย เสียหายอย่างไร ขอให้อธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนพร้อมพยานหลักฐานที่กล่าวอ้าง นายสมหมาย จันทร์เขียวกระทำการอย่างไรจึงทำให้พนักงานขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เดิมมีขวัญกำลังใจจำนวนกี่คนและต่อมาขาดขวัญกำลังใจกี่คน เพราะก่อนตนเข้าไปก็ปรากฏพนักงานในเทศบาลแห่งนี้อยู่กันไม่นานย้ายหนีตลอด ฯลฯ ซึ่งก็หาปรากฏว่าได้รับคำตอบจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาลแต่อย่างใดจนกระทั่งบัดนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะมีคำตอบได้เพราะเป็นเพียงการกล่าวอ้างโดยอคติ กลั่นแกล้งให้นายสมหมาย ฯ ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายเท่านั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 เวลากลางวัน นายชาย พานิชพรพันธุ์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้กระทำการมีหนังสือจังหวัดลำปาง ที่ มท 0867.2/928 ลงวันที่ 16 มกราคม 2551 เรื่อง ขอตัวพนักงานเทศบาลช่วยปฏิบัติราชการ โดยกำหนดให้นายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือไปช่วยปฏิบัติราชการที่ศาลากลางจังหวัดลำปางตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ซึ่งการสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการดังกล่าวหาได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามที่ทางราชการกำหนด เพราะตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ข้อ 283 กำหนดให้ห้ามมิให้สั่งพนักงานเทศบาลไปช่วยปฏิบัติราชการในเทศบาลอื่น ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นและสำคัญยิ่งเพื่อประโยชน์ของทางราชการโดยรวม และการไปช่วยปฏิบัติราชการนั้นผู้ที่ถูกสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการจะต้องสมัครใจที่จะไปช่วยด้วย แต่จากข้อเท็จจริงการสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการดังกล่าวหาได้มีการสอบถามความสมัครใจของนายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือก่อนแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ปรากฏว่าการไปช่วยปฏิบัติราชการดังกล่าวราชการจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ อาจทำให้ราชการเกิดความเสียหายมากกว่าเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังเหนือ จะต้องมีการคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ทำให้อาจเกิดปัญหาในการปฏิบัติราชการ อีกทั้ง มีความพยายามของกลุ่มบุคคลที่จะมุ่งหวังให้มีการเบิกจ่ายเงินในลักษณะไม่เป็นไปตามที่ระเบียบ กฎหมายหรือหนังสือสั่งการกำหนด การจัดซื้อจัดจ้างโดยไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้หรือจัดซื้อจัดจ้างโดยปราศจากงบประมาณในโครงการจ้างเหมาก่อสร้าง ฯลฯ ฉวยโอกาสในช่วงที่ปลัดเทศบาลไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีผู้ตรวจสอบหรือทักท้วงเพราะเกรงอำนาจและอิทธิพล ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้มีการทิ้งทวนวันสุดท้ายก่อนหมดวาระ ในการเบิกจ่ายเงินหรือการจัดซื้อจัดจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้ออำนวยการใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อีกทั้งเป็นการส่อเจตนาไปในลักษณะกลั่นแกล้งข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินเป็นที่ตั้ง เพราะทำให้ผู้ถูกสั่งให้ไปช่วยราชการต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปช่วยปฏิบัติราชการที่ไป-กลับแต่ละวันเป็นระยะทางรวมกว่า 200 กิโลเมตร ตลอดจนสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอื่นๆ ครอบครัวประสบความเดือดร้อน เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ สร้างความเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายสมหมาย จันทร์เขียว จึงมีความจำเป็นต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นว่าในการสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการครั้งนี้ ตนหาได้มีความสมัครใจที่จะไปช่วยปฏิบัติราชการแต่อย่างใด และตลอดกระบวนการดำเนินการของนายพยนต์ นายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือ นายชาย พานิชพรพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปางอีกจำนวนรวม 18 คน มิได้เคยแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบข้อเท็จจริงเพื่อโต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐาน หรือชี้แจงข้อเท็จจริงใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นการพิจารณาเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่เป็นธรรม เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเสียหายแก่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย เอื้ออำนวยไม่ให้มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างหรือการเบิกจ่ายเงินที่อาจมิชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการโดยส่วนรวม ตนจึงมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อเป็นตัวแทนให้กับข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่ถูกนักการเมืองกลั่นแกล้ง โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดคอยหนุนหลัง เพื่อมุ่งหวังระบบอุปถัมภ์ค้ำชูกัน จากการที่เป็นคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปางแต่ละคนต่างก็เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีชื่อเสียง มีอำนาจตำแหน่งหน้าที่ในระดับสูง แต่กลับกระทำตัวไม่เหมาะสม ทำให้เด็กไม่เคารพนับถือ รับฟังแต่ความข้างเดียว นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ คิดว่ายิ่งใหญ่ แต่หลงลืมไปว่าอำนาจนั้นจะใช้ได้กับเฉพาะคนที่ได้รับประโยชน์กับคนขลาดเท่านั้น แต่กับคนที่เสียหายและเป็นกล้าคนจริงมันไม่ได้ผล จึงต้องลุกขึ้นมาชนต่อให้เป็นถึงระดับใหญ่กว่านี้ก็ตาม โดยในวันที่ 31 มกราคม 2551 นี้ ตนก็จะเข้าไปรายงานตัวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางตามคำสั่ง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ยินยอม แล้วหลังจากนั้น จะทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ว่ามีมากเกินกว่าที่จะยอมรับได้แล้ว ก็จะมายืนยันให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุดต่อไป ก่อนหน้านั้น เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะมีการสั่งให้ปลัดสมหมาย ฯไปช่วยปฏิบัติราชการที่ศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 ก็ได้มีนางเสาวลักษณ์ เกาะปินะ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอวังเหนือพร้อมคณะเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มแรกสุด โดยได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ว่ามีความข้องใจในการที่จังหวัดลำปางสั่งการให้นายสมหมาย จันทร์เขียว ปลัดเทศบาลตำบลวังเหนือไปช่วยปฏิบัติราชการที่จังหวัดลำปาง เพราะเห็นว่าปลัดสมหมาย ฯ เป็นข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานท้องถิ่นเป็นอย่างดี มีความเข้าใจในการทำงานประสานกับองค์กรภาคประชาชนเป็นอย่างดี การสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการดังกล่าวไม่น่าจะถูกต้องเพราะนายกเทศมนตรีตำบลวังเหนือจะหมดวาระลงอยู่แล้วในวันที่ 31 มกราคม 2551 พอดี ควรคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินกันก่อน อีกทั้งเห็นว่ามีเพียงปลัดสมหมาย จันทร์เขียว เท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นในเทศบาลตำบลวังเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถูกสั่งปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2 อาทิตย์ อันเนื่องมาจากโรคระบาดมือ เท้า ปากเปลื่อย ผู้บริหารเทศบาลได้มีการละเมิดคำสั่งปิดศูนย์ของคณะกรรมการควบคุมโรคฉุกเฉิน ด้วยการเปิดศูนย์เด็กเล็กก่อนกำหนด ทำให้เด็กเป็นโรคระบาดเพิ่มขึ้นอีกจนต้องถูกสั่งปิดยาวเป็นเดือน ผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อนเพราะห้ามมิให้นำเด็กในศูนย์ไปไว้ในศูนย์เด็กเล็กอื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ที่ไม่ได้รับการแก้ไขเพราะแบ่งฝ่ายพวกใครพวกมัน ตลอดจนปัญหาต่างๆของชุมชนที่ทับถมมานานไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้ง เป็นช่วงที่จะต้องมีการคืนอำนาจให้ประชาชนชาวเทศบาลตำบลวังเหนือได้ตัดสินในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ประชาชนต้องการความโปร่งใสในการเลือกตั้ง การที่ปลัดสมหมาย จันทร์เขียว เป็นคนที่มีความเป็นกลางมาตลอด ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่มีอิทธิพลการเมืองหรืออำนาจใดๆที่จะสามารถบีบบังคับปลัดเทศบาลท่านนี้ได้ จึงมีความเหมาะสมที่สุดในการจัดการเลือกตั้งและบริหารงานเทศบาลในช่วงที่ไม่มีนายกเทศมนตรี
น.ส.พ.ลำปางนิวส์ ฉบับวันที่ 4-10 กุมภาพันธ์ 2551 หน้า 1 "ปลัดเทศบาลฯหลังพิงฝาสู้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี! รองผู้ว่าฯชายข้อใจถูกย้าย"
อำนาจอาจสยบทั่วหล้า แต่ไม่อาจสยบคนกล้าได้
|