เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ ออกโรงฟันธง ว่า เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะเป็น 2 ทีม ที่ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ที่ประเทศรัสเซีย ในเดือนพฤษภาคมนี้
อดีตนายใหญ่นิวคาสเซิล มองว่า ปัญหานักเตะบาดเจ็บส่งผลเสียหายต่อการกระเด็นตกรอบของอาร์เซนอล ในรอบที่ผ่านมา ฉะนั้นแล้ว ทีมที่มีกำลังสำรองแข็งแกร่งที่สุดจะเป็นทีมที่ได้เข้าไปชิงชนะเลิศ
ท้ายที่สุดแล้วสโมสรที่มีผู้เล่นสมบูรณ์ที่ในเวลานั้นจะเป็นผู้ชนะ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมทีมที่มีผู้เล่นให้เลือกใช้ในทีมมากกว่า อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี จึงเป็นสองทีมที่มีโอกาสไปชิงชนะเลิศกัน แต่คุณก็กาชื่อลิเวอร์พูลออกไม่ได้เป็นอันขาด ปู่บ็อบ เผย
นอกจากนี้ ร็อบสัน ที่เคยพาอังกฤษเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้ว ยังเผยต่อว่าเพราะเหตุใดเชลซีถึงเป็นทีมที่มีโอกาสเข้าชิงมากกว่าลิเวอร์พูล
ตอนนี้ทุกคนพูดถึงแต่ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมคิดว่าเชลซีนี่แหละคือม้ามืดตัวจริง พวกเขามีผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สามารถสร้างความแตกต่างของเกมได้ตลอดเวลา อดีตกุนซือวัย 75 ปี ทิ้งท้าย
อองรี หยันผีบอกไม่ใช่ตัวเต็งแชมป์ยุโรป
เธียร์รี อองรี ดาวยิง บาร์เซโลนา ออกโรงเปิดฉากสงครามน้ำลาย ทันทีที่รู้ว่าคู่ต่อสู้ในรอบรองชนะเลิศถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยยอมรับว่าเป็นทีมที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มสุดยอด แต่ก็ไม่ได้ดีขนาดเป็นเต็งหนึ่งอะไรหรอก
แมนฯยู เพิ่งเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ โรมา 1-0 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ตบเท้าเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวมชนะ 3-0 ไปพบกับ บาร์เซโลนา ที่เอาชนะ ชาลเก 04 ผ่านเข้ารอบมาได้เช่นกันด้วยสกอร์รวม 2-0
ที่ผ่านมา บ่อนถูกกฎหมายหลายสำนักยกให้ แมนฯยู เป็นเต็ง 1 ที่จะครองเจ้ายุโรป แน่นอนว่า อองรี ดาวยิงฝีเท้าจัดที่ย้ายจาก อาร์เซนอล ไปอยู่กับ บาร์เซโลนา เมื่อช่วงซัมเมอร์ไม่เห็นด้วย นี่เป็นเกมที่น่าตื่นเต้น แต่เราจะเล่นได้ดียกระดับขึ้นมาตามคู่ต่อสู้ที่ต้องเผชิญหน้าด้วย ซึ่งเวลานี้ แมนฯยู ก็อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
ทุกคนบอกว่า แมนฯยู เป็นตัวเต็ง แต่ใครจะไปรู้ได้ล่ะ พวกเขานำจ่าฝูง พรีเมียร์ชิป และ คริสเตียโน โรนัลโด ก็มีฤดูกาลที่เหลือเชื่อมาก แน่นอนเรารู้ว่าพวกเขาเยี่ยมแค่ไหน แต่ว่าคงไม่สามารถจะมาสร้างความประหลาดใจให้กับเราได้หรอก หอกทีมชาติฝรั่งเศส เผย
แมนฯยู จะไปเยือน คัมป์นู ก่อนในวันที่ 23 เมษายน ก่อนจะเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในนัดที่ 2 คือ วันที่ 29 เมษายน
เซอร์ตื่นเต้นรำลึกความหลังชนบาร์ซ่า
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยสุดตื่นเต้นที่ได้เจอกับ บาร์เซโลนา ในรอบรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งสุดยอดเกมในความทรงจำแน่นอน แต่แอบภาวนาขออย่าให้มีนักเตะบาดเจ็บในช่วงนั้นเลย
แมนฯยู เพิ่งเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ โรมา 1-0 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ตบเท้าเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวมชนะ 3-0 ไปพบกับ บาร์เซโลนา ที่เอาชนะ ชาลเก 04 ผ่านเข้ารอบมาได้เช่นกันด้วยสกอร์รวม 2-0
ท่านเซอร์ ที่พา แมนฯยู ทำสถิติชนะ 11 นัดติดต่อกันที่บ้านในเกมยุโรป ออกมาเผยว่า เรามีบางสิ่งที่สุดพิเศษที่สโมสรแห่งนี้ บาร์เซโลนา ก็คือ ทีมที่เหลือเชื่อมาก แต่เราจะไปที่นั่นและแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราพิเศษอย่างไร จะเป็นสุดยอดเกมอย่างแน่นอน และเรากำลังใจจดจ่อ แต่ก็หวังว่าตอนนั้นเราจะได้นักเตะชุดใหญ่ลงเล่นแบบครบครัน
เฟอร์กี้ ที่พา แมนฯยู คว้าแชมป์ยุโรปในปี 1999 ทิ้งท้ายเป็นการหวนรำลึกความหลังอีกว่า เราเอาชนะ บาร์เซโลนา ในศึก คัพ วินเนอร์ส คัพ นัดชิงปี 1991 ส่วนถ้วยใหญ่สุดเราเคยปะทะฝีมือกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเสมอ 3-3 และเราแพ้ 0-4 ตอนนั้นเราส่งนักเตะต่างชาติได้แค่ 3 คน และผมเลือกถอด ปีเตอร์ ชไมเคิล ซึ่งแน่นอนมันไม่ดีเลย
แมนฯยู จะไปเยือน คัมป์ นู ก่อนในวันที่ 23 เมษายน ก่อนจะเล่นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในนัดที่ 2 คือ วันที่ 29 เมษายน
คาร์ริคสุดกระสันดวลแข้งบาร์ซ่าตัดเชือกชปล.
ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศลั่นพร้อมแล้วที่จะทำศึกดวลแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในรอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมวาดหวังสูงส่งให้ "ปีศาจแดง" ผงาดคว้าแชมป์ในบั้นปลายอีกด้วย
ไมเคิ่ล คาร์ริค มิดฟิลด์ตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า เขากำลังตั้งตารอคอยการดวลแข้งกับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ในการแข่งขันศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ หลังจากที่เพิ่งเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เฉือนชนะ อาแอส โรม่า 1-0 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา และผงาดเข้ารอบต่อไปด้วยผลสกอร์รวมชนะ 3-0
สนามคัมป์ นู ของ "เจ้าบูญทุ่ม" ถือเป็นสังเวียนแข้งแห่งความทรงจำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีม แมนฯยูไนเต็ด เลยทีเดียว ภายหลัง "เฟอร์กี้" เคยนำทัพ "ปีศาจแดง" ผงาดคว้าถ้วยใบโตยุโรปมาครองอย่างยิ่งใหญ่ ณ สนามแห่งนี้ ด้วยการแซงเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค แบบสุดคลาสสิก 2-1 เมื่อปี 1999 และ คาร์ริค ก็ตั้งความหวังให้ทีมเริ่มต้นจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ ในเกมตัดเชือก นัดแรก วันอังคารที่ 22 เม.ย.นี้
กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษ กล่าวผ่าน "สกาย สปอร์ตส์ นิวส์" สื่อกีฬาแดนผู้ดี ว่า "พวกเขาเป็นคู่แข่งที่คุณย่อมต้องการเผชิญหน้าด้วยอยู่แล้ว มันมีระดับความเสี่ยงอยู่มากมายเลยทีเดียว ทีมที่ยอดเยี่ยมทั้ง 2 ทีมจะได้ลงแข่งขันกัน มันจะต้องเป็นปรากฏการณ์ที่ยอดเยี่ยมในเกมลูกหนังของทั้ง 2 ฝั่งอย่างแน่นอน หวังว่าเราจะมีดีพอที่จะคว้าชัยชนะได้สำเร็จ"
นอกจากนี้ คาร์ริค เชื่อมั่นว่า การมีสโมสรอังกฤษผ่านเข้ารอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ถึง 3 ทีม ได้แก่ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ลิเวอร์พูล โดยมีเพียงแค่ "บาร์ซ่า" ทีมเดียวที่ไม่ได้มาจากแดนผู้ดี ถือเป็นบททดสอบให้เห็นอย่างชัดเจนถึงระดับความแข็งแกร่งของเวทีฟาดแข้งพรีเมียร์ลีกในปัจจุบันนี้ พร้อมกับยอมรับว่า ไม่สามารถห้ามใจไม่ให้ตื่นเต้นไปกับเกมชิงชนะเลิศในฝันระหว่างทีมชาติเดียวกันได้
"ผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงระดับความแข็งแกร่งของเรา เช่นเดียวกับความคงเส้นคงวา ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้สุดแกร่งมาตลอดในไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเราก็เพิ่งเข้าถึงรอบตัดเชือกเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน และเราก็ทำได้อีกครั้งในปีนี้"
"เราหวังว่าเราจะสามารถไปได้ไกลมากขึ้นในปีนี้ และการมีเกมนัดชิงระหว่างทีมจากอังกฤษ ก็นับว่าเป็นเหตุการณ์สุดพิเศษเลยทีเดียว มันยังเหลือเส้นทางให้ก้าวต่อไปก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ดี มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกมลูกหนังในประเทศนี้พัฒนาขึ้นขนาดไหน" อดีตห้องเครื่อง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวในที่สุด