พิมพ์หน้านี้
|
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อว่า พลพรรค "ปีศาจแดง" มีสภาพจิตใจพร้อมเต็มที่ สำหรับการลงสนามในเกมลีกนัด "บิ๊กแมตช์" ที่จะเปิดบ้านรับมือ อาร์เซน่อล คู่แข่งสำคัญ ในวันอาทิตย์ที่ 13 เม.ย.นี้ หลังจากที่เพิ่งโชว์ฟอร์มแจ่ม เปิดรังเชือด โรม่า ยอดทีมจากอิตาลี 1-0 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่องรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา รวม 2 นัดชนะ 3-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ด จะปิดฉากเส้นทางลุ้นแชมป์ลีกของ "ไอ้ปืนใหญ่" ทันที หากสามารถเก็บชัยชนะได้ในเกมนัดสำคัญที่สังเวียนแข้ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์นี้ รวมถึงยังส่งผลให้ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องพบกับฤดูกาลที่ปราศจากโทรฟี่ชนะเลิศต่อไปอีกปี ภายหลังเพิ่งตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย บอลถ้วยใบโตของยุโรป มาหมาดๆ โดยพลาดท่าแพ้ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์รวม 3-5 นอกจากนี้ การเอาชนะ "เดอะ กันเนอร์ส" ในนัดนี้ ยังจะช่วยให้ "เร้ด เดวิลส์" รักษาช่องว่างในตารางพรีเมียร์ลีก ห่างจาก เชลซี อยู่ที่ 3 คะแนน เช่นเดิม ก่อนที่จะทำศึกชี้ขาดกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในแมตช์ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 26 เม.ย.นี้ ต่อไป
เฟอร์กูสัน กล่าวว่า "ผมมองเกมที่พบกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ (เสมอ 2-2) ในฐานะแมตช์ที่ยากที่สุดของเราอยู่เสมอ และผมก็ไม่รู้สึกแปลกใจกับผลงานของ มิดเดิ้ลสโบรช์ แม้แต่นิดเดียว พวกเขาน่าจะเอาชนะเราได้ด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังเก็บคะแนนกลับมาได้" "เกมที่เราพบกับ อาร์เซน่อล และ เชลซี จะเป็นแมตช์ที่ใหญ่แน่นอน มันเป็นโอกาสสุดมหัศจรรย์ที่นักเตะทุกคนตั้งตาคอย มันจะเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมถ้าเราลงสนามในเกมเหล่านั้นด้วยฟอร์มที่เข้าฝัก และผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี" "มันจะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากเราตระหนักดีว่า อาร์เซน่อล เป็นคู่แข่งสำคัญของเรามายาวนานถึง 13 ปี หรืออะไรประมาณนั้น และมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนสำหรับวันอาทิตย์นี้ มันจะเป็นการต่อสู้ที่หนักหน่วง และก็หวังว่าเราจะคว้าชัยชนะได้สำเร็จ" พร้อมกันนี้ "เฟอร์กี้" ยอมรับว่า การกลับมาลงสนามได้อีกครั้งของ แกรี่ เนวิลล์ ฟูลแบ็กกัปตันทีม และ มิกกาแอล ซิลแวสต์ กองหลังเฟร้นช์แมน ถือเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีของทีมอย่างชัดเจนในการสู้ศึกช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น โดยเฉพาะรายแรกที่เพิ่งลงเล่นเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกมที่ชนะ "จัลโล่รอสซี่" หลังจากที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บข้อเท้า และปัญหาเดี้ยงเรื้อรังอื่นๆเป็นเวลายาวนานร่วม 13 เดือน ซึ่งเจ้าตัวก็พบกับเสียงต้อนรับที่ดีเยี่ยมมากๆ จากแฟนบอลในแมตช์นั้น ด้วยเสียงเชียร์สุดกระหึ่มในทุกจังหวะที่ได้สัมผัสบอล "สิ่งที่เขาได้เรียนรู้คือว่าเขาได้รับการยกย่องจากแฟนบอลมากมายขนาดไหน มันถือเป็นการต้อนรับที่ดีสำหรับเขา มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ที่ได้นักเตะกลับมา เขาได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากปัญหาบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งเป็นอุปสรรคการค้าแข้งมาตลอด" บรมกุนซือเลือดสกอตต์ กล่าวปิดท้าย แหล่งที่มา : siamsport |
| Graphic | ||
T-DED |
||
|
View All |
||
| เเมนยู3-0ลิเวอร์พูล | ||
สุดยอด |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||