• Kobe-Quake
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pitakkob@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 1231
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
ThaiSongBook
พื้นที่เสวนาเพลงร็อค เน้นเบาๆ ครับพี่น้อง ถ้าชอบแบบหนักๆ เชิญได้ที่ www.thaisongbook.com ครับท่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/thaisongbook
วันอังคาร ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551
Hardrock History
Posted by Kobe-Quake , ผู้อ่าน : 114 , 16:56:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


1964 - 1969 ยุคเริ่มแรก

ในช่วงปี 1960 ดนตรีแนว Art, Acid, Progressive, Avantgarde Rock กำลังเฟื่องฟูสุดขีด ในปี 1964 ก็มีวงดนตรีวงนึงเพิ่มความรุนแรงใส่เข้าไปในการแสดงสดบนเวที พังข้าวของ เครื่องดนตรีจนชิบหายวายป่วงทุกครั้งที่เล่นก็คือ The Who และหลังจากนั้นในช่วงกลางๆ ปี 1964 ท่อน Riff ท่อนแรกที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนว Hard Rock และอีกหลายๆ แนวในยุคปัจจุบันก็ถือกำเนิดขึ้นมาซึ่งเพลงๆ นั้นก็สร้างความโด่งดังขึ้นมาถึงขีดสุด You really got me ของ The Kinks นั่นเอง ซึ่งเพลงนี้มีการใช้เอฟเฟกต์ Distortion ที่มีเสียงแตกสนั่นกว่าเพลงอื่นๆ ก็เลยได้รับการยกย่องว่าเป็น Riff แรกๆ ของดนตรีแนว Hard Rock นี้เลยนะ

หลังจากหมดยุค 1960 ที่เป็นช่วงทดลองของ Hard Rock ก็เข้าสู่ปี 1970 ที่ถือว่าดนตรีในช่วงนี้เป็นต้นกำเนิดของแนวดนตรีเมทัลทุกแขนงก็กำเนิดขึ้นจากฝีมือกีตาร์อันดุเดือดและสวยงามของ Jimi Hendrix ก็มีหลายๆ วงดนตรีรับแรงบันดาลใจมา จนถึงวันนี้นักดนตรีแนวเมทัลก็ยังมีการนำเพลงของ Hendrix มาเล่นกันบ่อยๆ แต่ถ้านับกันจริงๆ แล้วดนตรีแนว Hard Rock นี่ถือกำเนิดมาจากอังกฤษนะ เพราะอะไร...? ก็เพราะว่าในช่วงปลายๆ ยุค 60 เนี่ย หลายๆ วงดนตรีที่เล่น Blues Rock นั้นมาจากฝั่งอังกฤษแทบทั้งนั้น เช่น The Rolling Stones, The Yardbirds, The Who และ The Kinks ซึ่งวงดนตรีเหล่านี้จะมีการใช้ท่อน Riff ของกีตาร์ที่โดดเด่นรวมไปถึงไลน์เบสหรือกลองก็จะเริ่มรุนแรงขึ้นกว่าดนตรี Rock and Roll หรือ Blues Rock ในอดีต

ในช่วงเวลาเดียวกัน (ปลายยุค 60) ที่ฝั่งอเมริกาก็มีนักกีตาร์มือซ้ายที่ถือว่าเป็นตำนานถือกำเนิดขึ้น Jimi Hendrix ผู้สร้างตำนานแห่ง Psychedelic Rock จากแนวทางของดนตรี Blues Rock โดยมีส่วนผสมอย่างลงตัวจาก Jazz และ Rock and Roll ซึ่งตัวของ Jimi เองนั้นก็นำเอฟเฟกต์มาใช้เพื่อสร้างเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาก็พวก Fuzz, Feedback และ Distortion หลังจากนั้น ปี 1968 วงดนตรีแนว Hard Rock หลายๆ วงก็ถือกำเนิดขึ้นเช่น Deep Purple, Rush, The Jeff Beck Group, Led Zeppelin* และ Steppenwolf ( *Led Zeppelin แตกวงมาจาก The Yardbirds)
 

ในปี 1968 นี่แหละก็ถือว่าวง Deep Purple เป็นวงดนตรีแนว Hard Rock วงแรกของโลก เนื่องจากอัลบั้มออกมาก่อนเพื่อนนั่นเอง ไม่มีอะไรมากหรอก Shade of Deep Purple ก็ถือว่าเป็นอัลบั้ม Hard Rock อัลบั้มแรกของโลกไปโดยปริยาย... ในปีเดียวกันเรือเหาะสะท้านฟ้า Led Zeppelin ก็ถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆ กับอัลบั้ม Led Zeppelin I ก็ออกวางตลาด เช่นเดียวกันกับมหากาพย์ Tommy ของ The Who รวมไปถึง In the gadda da vida ของ Iron Butterfly หลังจากนั้นในปี 1969 วงดนตรีที่ถือว่าสร้างแรงบันดาลใจให้กับ Metal ในปัจจุบันเกือบทุกวงก็ถือกำเนิดขึ้น Black Sabbath นั่นเอง (รวมไปถึง Judas Priest ด้วยนะ) มหกรรมดนตรี Woodstock เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15-18 สิงหาคม 1969 และอีกมหกรรมดนตรีที่จัดในปีเดียวในช่วงส่งท้ายยุค 1960 ก็คือ Altamont ในวันที่ 6 ธันวาคม 1969 (จะเขียนอีกทีเมื่อว่างนะ) และ The Rolling Stones ก็ดันไปจ้างกลุ่มสิงห์มอเตอร์ไซค์นามว่า Hell's Angel มาควบคุมงาน ผลก็คือตีกันเละแถมยังโดนแทงตายอีก 1 หน่อ...
 


1970 กำเนิด Hard Rock เต็มรูปแบบ

เริ่มมาก็เปิดกันด้วย Black Sabbath กับอัลบั้มสุดสะเด่า Black Sabbath ที่ออกวางตลาดในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 1970 อัลบั้มนี้ Toni Iommi ได้ใช้คุกใต้ดินของปราสาทแห่งนึงเป็นที่แต่งเพลงด้วยนะ Sound ของอัลบั้มนี้ได้รับการยกย่องจากนักดนตรีแนว Metal ทุกผู้ทุกนามว่ามันคือต้นแบบของ Heavy Metal มาจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นไม่นาน อัลบั้ม In Rock ของ Deep Purple ก็ออกวางตลาด เสียงร้องของ Ian Gillan ในเพลง Child In Time ก็ระเบิดออกมา ทุกวงการงง ทำไมมันแหกปากได้ขนาดนี้ เช่นเดียวกันกับ Grand Funk Railroad ที่สร้างท่อน Riff อันว่องไวของ Mark Farner ที่สะกดคนดูที่เป็นสาวๆ ได้อยู่หมัด... ในปีนี้เอง Jimi Hendrix และ Janis Joplin ตายในเวลาใกล้เคียงกันด้วยอายุ 27 ปี!!!

1971 ระเบิดลูกแรกและเพลงชาติของ Heavy Metal

Master of Reality ของ Black Sabbath และ Fireball ของ Deep Purple ออกวางตลาด เพลง Lord of this world ของ Black Sabbath ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนว Doom Metal ในเวลาต่อมา... ส่วนสิ่งที่ถือว่าบังเอิญก็คือ อัลบั้ม Fireball นั้น สองนักดนตรีที่มีอิทธิพลในยุคต่อมาก็คือ James Hetfield และ Lars Ulrich จาก Metallica ได้ซื้ออัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกในชีวิต!!! ส่วนอัลบั้มประวัติศาสตร์อีกอัลบั้มหนึ่งที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ก็คืองานของ Led Zeppelin ที่มีชื่อชุดว่า Led Zeppelin IV นั่นเอง อัลบั้มนี้ได้เป็นการถือกำเนิดของเพลงชาติของเหล่าบรรดา Heavy Metal ทั้งปวง Stairway to Heaven และก็มีการค้นพบว่าถ้านำเพลง Stairway to Heaven นี้มาเล่นแบบถอยหลังก็จะเป็นคำสวดบูชาซาตานด้วยล่ะ... อ่อ... ในปี 1971 นี้ Jim 'The Lizard King" Morrison แห่งวง The Doors ก็ตายเมื่ออายุ 27 เนื่องจากเสพยาเกินขนาด

1972 Riff อมตะของ Blackmore

Scorpions และ Kiss ฟอร์มวงขึ้นมาเป็นครั้งแรก ส่วน Black Sabbath ก็ออกอัลบั้ม Vol.4 ส่วน Deep Purple ก็ออกมาสองอัลบั้มก็คือ Machine Head ออกมาเช่นกัน เราพูดถึง Hard Rock แล้วจะไม่พูดถึง Machine Head มันก็กระไรอยู่ใช่ไหม เพราะอะไร? ก็เพราะว่า Highway Star และ Smoke on the water ไงเล่า เพลงแรก ท่อนโซโลอันว่องไวดุจสายฟ้าแล่บนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่า Neo-Classic รุ่นหลังมากมายเช่น Yngwie J. Malsteen และ Steve Vai ส่วนเพลงหลังนี่ท่อน Riff ที่อมตะนิรันดร์กาลถือว่าโดนใจจิ๊กโก๋ในสมัยนั้นมาจนถึงวันนี้...

1973 กำเนิด Supergroup

การรวมตัวกันครั้งแรกของ AC/DC และอัลบั้มแรกของ Aerosmith รวมไปถึงอัลบั้มเปิดตัวของ Queen ส่วนเรือเหาะสะท้านฟ้า Led Zeppelin ก็ออกอัลบั้ม House of the holy ซึ่งมาการนำคันชักไวโอลินมาใช้เป็นครั้งแรกกับเพลง The Rain Song ซึ่งอัลบั้มนี้มีคนบอกว่ากล่าวถึงซ่องโสเภนีในเมืองไทยด้วย ภูมิใจชิบหายเลยวุ้ย... อีกอัลบั้มที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ Beck, Bogert & Appice ซึ่งถือว่าเป็น Supergroup วงแรกๆ ของโลก (Jeff Beck, Tim Bogert และ Carmine Appice)

1974 ระเบิดลูกที่สอง

ในปีนี้เอง อัลบั้มสร้างชื่อให้หนุ่มน้อยจากเยอรมันก็ออกมาถล่มโลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย Phenomenon ของ UFO. นั่นเอง อัลบั้มนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับจิ๊กโก๋ในยุคหลังๆ มากมายมหาศาล เพลงนี้ดังสุดๆ เพลงอะไรเหรอ? Rock Bottom ไงเล่า วู้วววว ยังไม่พอ Kiss ก็แต่งหน้ามาเต็มเหนี่ยวพร้อมๆ กับอัลบั้มแรกชื่อเดียวกับวง ยังไม่หมดนะ ยังมี อัลบั้มเปิดตัวของ Judas priest และ Rush ก็ออกมาในปีนี้เช่นกัน (ช่วงปลายปี John Rutsey มือกลองลาออกจากวง แล้วได้ Neil Peart ทำให้ Rush ขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงในอนาคต) ในปีนี้ Sammy Hager ลาออกจาก Montrose ส่วน Van Halen และ Twisted Sister ก็ถือกำเนิดในปีนี้เช่นกัน

1975 Hard Rock ครองโลกโดยสมบูรณ์แบบ

ในปีนี้เอง Led Zeppelin ขึ้นครองโลกทั้งใบด้วย Physical Graffiti ด้วยอัลบั้มคู่ที่โชว์ฝีมือของวงได้อย่างสมบูรณ์แบบ Black Sabbath ก็ออกอัลบั้ม Sabotage ที่ออกมาในสภาพที่เมายากันแบบเละตุ้มเป๊ะ นี่ยังไม่นับ Ritchie Blackmore ที่ลาออกมาจาก Deep Purple แล้วมาตั้งวง Rainbow นะ Ronnie James Dio เข้ามาร้องนำให้ ซึ่งก็ถือว่าเป็น 1 ในสุดยอดนักร้องคนนึงของวงการ Metal เลยล่ะ เอ้า... ขึ้นเครื่องบินแล้วไปกันที่ออสเตรเลียกัน ที่นั่นมีอะไร ทำไมต้องมา? Abba เหรอ? ไม่ใช่โว้ย AC/DC ต่างหากเล่า ในปีนี้เอง AC/DC ออกอัลบั้มแรก High Voltage ที่สร้างความฮือฮาด้วยการที่นำ Bon Scott ซึ่งออกจากคุกมาเป็นนักร้องนำ (Bon Scott ติดคุกอยู่ 3 เอนมั้ง ถ้าจำไม่ผิด และสมาชิกในวงก็มีส่วนพัวพันกับคดีลักขโมยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเด็กเลวแห่งวงการนั่นเอง) เอ้า... บินกลับมาอังกฤษอีกที ที่อังกฤษมีการฟอร์มวง Iron Maiden นะ แต่ยังไม่ออกอัลบั้มเน้อ... ยังไม่หมด UFO. ออกงาน Force It ส่วน Kiss ก็ออกอัลบั้มแสดงสดที่มันส์สะแด่วก็คือ Alive! มาถล่มชาร์ตบิลบอร์ด ส่วนอัลบั้มที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ A Night at the Opera ของ Queen งานชุดนี้ขึ้นอันดับหนึ่งอย่างไม่ยากเย็นนักกับเพลง Behemian Rhapsody ซึ่งได้รับการยอมรับว่า Queen คืออัจฉริยะทางดนตรีอย่างแท้จริง


1976 เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำ

ในช่วงปี 1976 นั้นก็ได้มีการนำแนวเพลงต่างๆ เข้ามาผสมทำให้ดนตรี Hard Rock เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างอัลบั้ม Technical Ecstasy ของ Black Sabbath หรือการสานต่อความสำเร็จของ A Night at the Opera ของ Queen รวมไปถึงงานชุด Hotel California ของ The Eagles ที่ทำยอดขายมหาศาล แต่กระนั้นเลยดนตรีแนว Hard Rock ก็ยังคงผลิตผลงานออกมาเช่น UFO กับงานชุด No Heavy Petting และงานของ Ted Nugent กับผลงานชุด Free for All อ่อ... ยังมีงาน High Voltage ของ AC/DC ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ส่วนทางด้านเรือเหาะสะท้านฟ้า Led Zeppelin ก็ยังออกงาน Presence รวมไปถึงบันทึกการแสดงสด The song remains the same แต่ถึงกระนั้นแนวเพลงแนวอื่นที่กำลังก่อร่างสร้างตัวอย่างเงียบๆ ก็คือ Punk รวมไปถึงงานระเบิดโลกของ ABBA และ Bee Gees ซึ่งมีส่วนที่ทำให้ดนตรีแนว Hard Rock ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงทีละนิดๆ

1977 - 1978 เข้าสู่ยุคตกต่ำ

ในช่วงปี 1977 - 1978 นี้ดนตรีแนว Hard Rock ถือว่าตกต่ำถึงขีดสุด เนื่องจากแนวดนตรีดิสโกของ Bee Gees, Boney M และ ABBA แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงการก่อกำเนิดโดยสมบูรณ์แบบของดนตรีแนว Punk อันมี Sex Pistols เป็นหัวหอกที่ทิ่มแทงจนดนตรีแนว Hard Rock เริ่มหมดลมหายใจทีละเล้กทีละน้อย แต่ถึงกระนั้นเลย บรรดาชาว Hard Rockers ก็ยังออกผลงานเยี่ยมๆ มาบ้างนั่นก็คืองานของ UFO นั่นก็คือ Light Out และ Rush สุดยอดวง Progressive Rock กับอัลบั้ม A Farewell to Kings รวมไปถึงว Queen กับงาน Opera Rock ที่ทำออกมานั่นก็คือ News of the world ที่มีบทเพลงอมตะอย่าง We will rock you และ We are the champion และในช่วงกลางๆ ปี 1977 วงการ Hard Rock ก็ได้สูญเสียมือกีตาร์อัจฉริยะไปอีกคนนั่นก็คือ Marc Bolan แต่ในปี 1978 ล่ะมีอะไรมั่ง... การก่อกำเนิดของฮีโร่ที่เข้ามากอบกู้วงการ Hard Rock ด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ ใครวะ...? Eddie Van Halen ไงพวก... ผลงาน Van Halen นั้นทำให้เกิดความตื่นเต้นไปทั่วโลก... แต่ถึงกระนั้นวงดนตรีแนว Hard Rock ที่เคยยิ่งใหญ่สุดๆ ก็เสื่อมความนิยมลงไปทีละเล็กทีละน้อย เนื่องจากภาพยนตร์ Grease ที่ทำให้ Bee Gees ครองใจคนทั่วโลกได้มากกว่า รวมไปถึงวงดนตรีแนว Punk ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก... สูงมากจนทำให้ Hard Rock ค่อยๆ หมดลมหายใจลงไปเรื่อยๆ

1979 เมล็ดพันธุ์ใหม่ก่อกำเนิด

ในช่วงที่ดนตรีแนว Punk และ Disco กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุดอยู่นั้นเอง ก็มีวงดนตรียุคใหม่จากเกาะอังกฤษค่อยๆ ทยอยเปิดตัวขึ้นมาตามผับเล็กๆ เช่น Saint Vitus และ Venom แต่วงดนตรีที่ออกผลงานมาในช่วงปี 1979 นั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแนวดนตรีที่เรียกว่า New Wave of British Heavy Metal เช่นวง Motor Head, Judas Priest [พึ่งได้รับความนิยมในวงกว้างกับอัลบั้ม Hell bent for leather] ทางฝั่งอเมริกาก็มี Van Halen ที่ออกอัลบั้ม Van Halen II ออกมา ฝั่งออสเตรเลียก็มี AC/DC กับผลงาน Highway to hell ส่วนเหตุการณ์สำคัญในปี 1979 นี้ก็คือการโดนไล่ออกของ Ozzy Osbourne จาก Black Sabbath สำหรับการโดนไล่ออกนี้ก็ทำให้ในอนาคตของวงการ Metal เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล (จะกล่าวถึงในภายหลัง) ส่วนผู้ที่เข้ามาแทน Ozzy Osbourne นั้นก็คือสุดยอดนักร้องนำแนว Metal อีกคนก็คือ Ronnie James Dio (ลาออกมาจาก Rainbow ของ Richie Blackmore แต่ก็ได้ Graham "น้าแหบ" Bonnet มาแทน)

1980 จุดจบของ Hard Rock และเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการ...
ในปี 1980 นี้เองที่ถือว่าดนตรีแนว Hard Rock ได้ถึงกาลอวสานโดยสมบูรณ์แบบด้วยสาเหตุหลักๆ คือกระแสความนิยมของ Heavy Metal เข้ามาแทนอย่างสมบูรณ์แบบ และเหตุการณ์ที่ถือว่าดนตรีแนว Hard Rock สิ้นสลายไปก็คือการออกอัลบั้ม Heaven and Hell ของ Black Sabbath ที่เป็น Heavy Metal เต็มรูปแบบและการตัดสินใจยุบวงของ Led Zeppelin เนื่องจากการเสียชีวิตของมือกลอง John Bonham รวมไปถึงการออกอัลบั้ม Blizzard of Ozz ของ Ozzy Osbourne นั่นเอง... ในปี 1980 นี้วงดนตรีที่เรียกตัวเองว่า NWOBHM ก็มาแรงสุดๆ ซึ่งก็มีหัวหอกอย่าง Iron Maiden, Def Lappard, Saxon, Diamond Head, Angel Witch, Girlschool ฯลฯ และแน่นอน ... AC/DC กับนักร้องนำคนใหม่ Brian Johnson ก็ได้แจ้งเกิดสำเร็จกับผลงานที่ดังสุดๆ Back in Black นั่นเอง... อ่อ... Judas Priest กับอัลบั้มสุดคลาสสิก British Steel ส่วนเหตุการณ์สำคัญๆ ในปีนี้ก็คือ การเสียชีวิตของ Bon Scott นักร้องนำของ AC/DC ที่เสียชีวิตเพราะดื่มเหล้ามากไปนิด...

หลังจากปี 1980 เป็นต้นไปก็เข้าสู่ยุค Heavy Metal แล้วล่ะ ส่วนอัลบั้มแนว Hard Rock ที่ผมจะแนะนำให้ลองฟังก็มีดังนี้ครับ...

- Machine Head และ Burn ของ Deep Purple
- Led Zeppelin IV และ Pyscical Graffiti ของ Led Zeppelin
- Phenomenon ของ UFO
- Master of Reality และ Sabbath Bloody Sabbath ของ Black Sabbath
- Demon & Wizard ของ Uriah Heep
- Tyrany and Mutation ของ Blue Oyster Cult
- We're an American Band ของ Grand Funk Railroad
- Beck, Bogert & Appice อัลบั้ม Beck, Bogert & Appice
- A night at the opera ของ Queen
- Alive! ของ Kiss [Live Album]

ปล.สำหรับอัลบั้มแนะนำเนี่ย เป็นของผมเองนะครับ ท่านใดที่จะแนะนำอัลบั้มอื่นๆ ก็เชิญได้เลยนะครับ ช่วยๆ กัน

ข้อมูลส่วนใหญ่มาจาก Wikipidia และจากที่ผมฟังๆ มาน่ะครับ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ด้วย หลังจากนี้จะเขียนเรื่อง Heavy Metal น่ะ รออ่านกันนะครับ ขอบคุณครับ ^^

--- Article By Papoo ---
http://www.thaisongbook.com/system


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29