• Kibangkok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : achoowong@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 178
  • จำนวนผู้ชม : 94547
  • จำนวนผู้โหวต : 301
  • ส่ง msg :
อาหารและสีน้ำ ชิวชิว Ki Bangkok โดยลุงกิ๊
บันทึกเรื่องราว บันทึกความรู้สึก ที่ไร้สาระของกิ๊ ผ่านสีน้ำ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/thaithai
วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2550
สัมภาษณ์พิเศษ.. เภสัชกรยิปซีไทย ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก
Posted by Kibangkok , ผู้อ่าน : 2289 , 23:02:49 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกเรื่องราวกับสีน้ำ   อยากให้อ่านจังเลย  
พิมพ์หน้านี้


จากเรื่องราวในเศษกระดาษหนังสือพิมห์แผ่นหนึ่ง และ Forward mail ที่ส่งต่อกันเป็นทอดๆๆ "เภสัชกรยิปซี ผู้ถูกเรียกว่าเภสัชกรที่เร่ร่อนไปสอนคนให้ผลิตยาที่แอฟริกา ซึ่งต่อสู้ดิ้นดนเพื่อให้ผู้ยากไร้ได้มีโอกาสได้เข้าถึงยารักษาโรค คนไทย คนดี โลกรู้จัก แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก" ผมรู้สึกสงสัยในเรื่องนี้ หญิงคนนี้จะมีตัวตนจริงหรือเปล่า  แม้จะเป็นเรื่องเล่า ผมก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมและดีใจหากมีคนนี้จริงในโลกนี้

ความประทับของผมที่มีต่อเรื่องนี้ ได้บรรดาลใจให้ผมเขียนภาพสีน้ำจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมได้ถ่ายทอดความประทับใจของผู้หญิงคนหนึ่งลงในกระดาษ 200 ปอนด์กับสีน้ำ หลังจากวาดเสร็จก็หาวิธีที่ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ ผมได้พบอีเมลชื่อของเธอจาก www.pantip.com หลังจากได้มาก็ลองเสี่ยงส่งอีเมลไปหาอีเมลที่ว่านี้ เผื่อว่า ผู้หญิงเจ้าของเรื่องราวชีวิตที่น่าพิศวงและประทับใจคนนี้อาจจะได้รับ

 

เธอเป็นใคร เธอมาจากที่ไหน ผมพยามที่จะค้นหาเรื่องราวของเธอทางอินเตอร์เน็ท ผมพบว่า

  • ผู้บุกเบิกสอนผลิตยาต้านเอดส์แก่ประเทศยากจนรายแรกของโลก
  • ผู้ใช้ชีวิตเร่รอนสอนประเทศยากจนผลิตยาต้านเอดส์(สอนฟรี)รายแรกของโลก
  • เภสัชกรรายแรกของโลกที่สื่อต่างชาติเจาะลึกชีวิตมากที่สุด
  • เภสัชกรรายแรกของโลกที่บอร์ดเวย์นำไปทำละครทีฮือฮาที่สุดในโลก
  • เภสัชกรคนไทยที่บริษัทยาทั่วโลกรังเกียจที่สุด
  • เภสัชกรที่ทรงพลังในการเรียกร้องและต่อต้านการเข้าถึงยาของคนยากจน
  • เภสัชกรไทยคนแรกที่ยอมละทิ้งชีวิตที่สุขสบายในเมืองไทยแล้วไปใช้ชีวิต
    ในประเทศยากจนในแอฟริกา แบบยิบซี(ชีวิตเร่ร่อน)
  • คนไทยคนแรกของโลกที่โลกสงสัย "ยังมีคนอย่างนี้ด้วยหรือในโลกปัจจุบัน"

แม้จะรู้ว่าเรื่องราวนี้จะเป็นเรื่องจริง แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริงๆๆ หรือเปล่า หรือเป็นแค่เรื่องราวที่เอามาเล่าให้ตื่นเต้น ชวนสงสัยกัน

หลังจากที่ผมได้ส่งอีเมล ผมใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ได้อีเมลตอบกลับมา พร้อมข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า เธอเป็นเจ้าของอีเมลและอยากจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของภาพเขียนของผม อยากจะเก็บภาพนีไว้ในไดอารี่ของเธอ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทำงาน และเธอผู้นั้นก็ให้เบอร์โทรศัพท์ในข้อความนั้นด้วย เมื่อผมได้อ่านจบ ผมก็.........

"ฮัลโหล ดร.กฤษณา หรือครับ ผมกิ๊บางกอกที่เขียนเรื่องของอาจารย์ครับเมื่อคืนนี้ครับผมเห็นอาจารย์ให้เบอร์ไว้ ก็เลยโทรหาคุณครับ...............

ผมขออนุญาติเรียก "อาจารย์"นะครับ ไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไรถึงจะเหมาะหลังจากได้รับอีเมลของอาจารย์ ผมตื่นเต้นมากครับ อยากจะมอบให้กับอาจารย์เลยครับ เห็นว่าอาจารย์จะไปทำงานที่ต่างประเทศอาทิตย์หน้า ผมไม่รู้ว่าเมื่อไร อาจารย์ จะได้เห็นภาพสีน้ำตัวจริงของผม ผมอยากจะเอาไปให้อาจารย์ก่อนเดินทางครับ

... ครับ ครับ.... ผมว่างพอดีครับ 5 โมงเย็น ครับ....
ที่ร้านกาแฟ โรงแรมสยามซิตี้ ใกล้ๆๆๆ BTS พญาไท นะครับ.... แล้วพบกันครับ
อาจารย์"

หลังจากวางสายก็ยิ่งแปลกใจ ตัวจริงหรือตัวปลอมวะนี่ ถ้าคนดีคนดังจริง ไม่น่าจะ ให้คนธรรมดาชาวบ้านอย่างเราเข้าพบง่ายๆๆ แน่ๆๆๆ เลย นิ... เอาเถอะ จะโดนต้ม หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ลองไม่รู้ ถ้าเป็นตัวจริง ก็โชคดี ได้กระทบไหล่คนดังระดับโลก ที่เขาล่ำลือในต่างประเทศกัน ถ้าตัวปลอม เราก็แค่เสียค่ารถเมล์ฟรีก็เท่านั้นเอง

เอาว๊ะ..เป็นไงเป็นไง ถึงที่แล้วนี่เรา ใจสู้เข้าไปหาดีกว่า





เมื่อถึงเวลา 16.45 น.วันนี้ คิดว่าผมน่าจะไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลา น่าจะเหมะกว่านะ เพราะถ้าผู้หญิงคนนี้เป็น ดร.กฤษณา ตัวจริง คงจะไม่เหมาะแน่ถ้าผมไปสาย

ทันทีที่ผมถึงโรงแรม ผมเห็นผู้หญิงผมสีเทาคนหนึ่ง นั่งข้างๆๆผู้หญิงท่าทางเหมือนนักวิชาการอยู่ในร้านกาแฟในล็อบบี้ ผมเดาดูน่าจะใช่ แต่หน้าตาแกไม่เหมือนที่ผมเห็นในเวบไซด์เลยนะ เพราะในเวบไซด์เป็นภาพผู้หญิงหน้าตาดุๆๆ ไม่ยิ้มแย้มเอาเท่าไร

"ใช่ ดร.กฤษณา หรือเปล่าครับ " หลังจากที่แกรับไหว้ผม ผมก็หยิบภาพสีน้ำที่ท่านขอผม มาทางอีเมล เพื่อส่งมอบให้กับท่าน "นี่เป็นของขวัญเล็กๆๆน้อยๆๆ ของคนที่แอบชื่นชม ท่านอยู่นะครับ หวังว่าท่านคงจะชอบนะครับ"

ผมได้นั่งคุยกับ ดร.กฤษณา ประมาณ 1.25 ชั่วโมง ด้วยความสนุกสนาน และผมขอเล่าเรื่อง ไฮไลน์ที่ผมอยากจะแบ่งปันให้ฟัง ตามข้อความข้างล่างนี้นะครับ

Kibangkok.... ทำไมหน้าตาอาจารย์ไม่เหมือนในเวบไซด์เลยครับ ในเวบดูท่าทางเข้มขรึม
ดุเอาเรื่องเลยครับ
ดร.กฤษณา... เหรอ... พี่ก็หน้าตาแบบนี้แหละ เวลาทำงานก็ดุเอาเรื่องเหมือนกันหละ แต่
ก็เป็นคนเรียบง่าย สบายๆๆๆ ค่ะ






ตอนเด็กๆๆๆ พี่เคยอยากเป็นนักดนตรี อยากทำงานด้านดนตรี เช่น
คอนดักเตอร์ คุมวงดนตรี และก็ชอบงานศิลปะค่ะ ก็เลยอยากจะเจอน้องในวันนี้ เออ..
น้องวาดรูปขายเหรอ คงจบมาทางด้านศิลปะซินะ

 

ดร.กฤษณา... อ๊าว..ทำไมหน้าตาน้องถึงไม่เหมือนไอคอนในบล็อคเลยล่ะ

Kibangkok....ไอคอนเป็นรูปในอนาคตของผม หน้าตาผมคงจะเป็นอย่างนั้นแน่ๆๆถ้าผม
อายุ 65 ปี สำหรับผม ผมไม่ได้วาดรุปขายครับอาจารย์ ก็วาดเล่นๆๆเอาไปตกแต่ง
บล็อคส่วนตัวไว้ดูเล่น อ่านเล่นเท่านั้นเอง ใช้เสร็จก็เก็บเข้าแฟ้มเอาไว้ดูตอนแก่

ผมจบมาทางด้านบริหารฯและก้อทำงานเกี่ยวกับขายอะไหล่รถยนต์ แต่ชอบงานขีดๆๆเขียนๆๆ
ฝันอยากจะเรียนสีน้ำกับครูตัวเป็นๆๆซักที เพราะที่ผ่านเรียนจากหนังสือ "อ่านไปวาดไป"
ของ อ.ทวีพงษ์ อาจารย์คนนี้ดังระดับโลก แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จักเหมือนๆๆอาจารย์นั่นแหละ
คนใต้เหมือนอาจารย์เลย อิ อิ...


Kibangkok.... อาจารย์นึกอย่างไรถึงไปทุ่มเทชีวิตให้กับคนแอฟริกา ผมไม่เข้าใจเลย
ผมนะเห็นคนดำๆๆๆ ก็อย่างว่านะ กลัวๆๆยังไงไม่รู้ ที่โน่นท่าทางอันตราย
ออก ถ้าผมเป็นอาจารย์นะ ผมอยู่เมืองไทย หาเงินเที่ยว ไม่ไปลำบากอะไร
ที่โน่นหรอกครับ

ดร.กฤษณา... คนไทยหลายคนคงไม่ค่อยรู้จักแอฟริกา พี่เชื่อว่าน้องก็คงไม่รู้จัก ที่นั่นนะ
สวยงามมาก โดยเฉพาะผู้คน เค้า simple ง่ายๆๆๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร เด็กๆๆ
หน้าตาสวยงาม แววตาของเด็กผิวดำ ถ้าคุณได้มองจริงๆๆแล้ว คุณจะเห็นความ
สดใส และอยากจะรัก ตาเค้าสวยมากเลย และอีกอย่าง วัฒนธรรมของเค้า ก็
ชาวบ้านมากๆๆ เค้าเดินไปทำงาน เจอกันก็ทักทาย และก้อร้องเพลงพื้นบ้านของเขา
มันดูสดใสร่าเริงมากเลย สำหรับพี่ พี่มีความสุขที่ได้พบ ได้คุยกับพวกเค้ามากเลย







Kibangkok.... อาจารย์ครับ บอกตรงๆๆนะ ถ้าผมเป็นอาจารย์ ผมคิดค้น
ยาต้านเอดส์ได้ ผมขายลิขสิทธิ์ โกยเงินเข้ากระเป๋าตุงไป
นานแล้ว ทำไมอาจารย์คิดอย่างไร ถึงตัดสินใจ ให้เขาฟรีๆๆ
และยังบินไปสอนพวกเขาอีก ครับ งงครับ...

ดร.กฤษณา... ความรักความสงสารค่ะน้อง พี่เห็นแววตาของเด็กๆๆแล้วพี่
สงสารพวกเค้า ถ้าพี่คิดจะทำเพื่อหวังผลทางธุรกิจ พี่ก็คงไม่ได้มานั่งแบบนี้
หรอก พี่คงจะไม่อยู่กันอย่างนี้หรอกค่ะ ความสุขทางใจ มันหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน
พี่สัมผัส พี่เข้าใจ หรือตอบสั้นๆๆว่า "เข้าใจในมนุษยธรรมมากขึ้น" ค่ะ

หลายคนก็สงสัยพี่ว่า พี่คงมีเชื้อ HIV มั้ง ถึงได้ทุ่มเทอะไรขนาดนี้เพื่อตัวเอง
คนดีๆๆใครจะทำกัน พี่ไม่มีเชื้ออะไรใดๆๆเลยนะค่ะน้อง ใครจะว่าอะไร
ก็ไม่อยากจะสนใจ เราก็ทำตามอุดมการณ์ของเราดีกว่า ไม่มีใครรู้ใครเห็น
พี่ก็เชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้า รู้ทุกรายละเอียดของเรา ไม่จำเป็นจะต้องไป
โต้เถียงอะไรใคร

( ผมนั่งนึกในใจ...โห..ไอ้คนเราคิดยังงี้ได้ไง อาจารย์ดูท้วมเอ้า ท้วมเอา HIV
สายพันธุ์ไหนนะที่ทำให้อาจารย์คนนี้สมบูรณ์ขนาดนี้ กลมซะ......เอิ๊กๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ )


Kibangkok.... ผมก็คิดเหมือนกันครับ คนส่วนใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเป็น
โรคนี้ก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วเรื่องราวของอาจารย์ ที่ผมสนใจและปลื้มอาจารย์
ก็เพราะผมป่วยเป็นโรคร้าย โรคไต ซึ่งก็ทรมานไม่ต่างจากโรคเอดส์หรอกครับ ผมเคย
คิดเสมอว่า เมื่อไรมนุษย์ถึงจะคิดยาต้านโรคไตได้นะ ทุกวันนี้คนตายด้วย
โรคไตกันมากขึ้น คนป่วยโรคเอดส์ หรือโรคไต ส่วนใหญ่มักจะหมดหวัง
และสิ้นหวังในชีวิต ถ้าหากวันหนึ่งมีคนให้ความหวังอย่างอาจารย์ ผมว่า
มันสุดที่จะปลื้มนะครับอาจารย์ นี่คือเหตุผลทำไมผมถึงปลื้มอาจารย์
อาจารย์สร้างความหวังให้กับมนุษย์ไงครับ คนป่วยด้วยโรคเรื้อรังคงจะเข้า
ใจความรู้สึกผมดีนะครับ ถ้าเพื่อนผมมาเป็นโรคไตเหมือนผม เค้าคง
จะเข้าใจครับ ว่าทำไมผมบ้าเรื่องของอาจารย์จังเลย




Kibangkok....ผมสงสัยจัง ฝรั่งเอาชีวิตของอาจารย์ไปสร้างหนังจริงหรือครับ
ดร.กฤษณา... ก็เป็นเรื่องจริงค่ะ ละครหรือหนังที่เอาไปสร้าง เค้าเอาเรื่อง
ราวชีวิตการทำงานของพี่ที่คองโก ซึ่งเป็นประเทศแรกที่พี่ไปบุกเบิกเรื่องยา
พี่ก็ไม่รู้นะว่าพวกฝรั่งเค้าคิดอย่างไร เค้าคงจะปลื้มอะไรเป็นพิเศษมั้งค่ะ
ตอนที่พี่อยู่คองโก ก็มีหนังสือพิมห์ต่างชาติมาคอยสังเกตุเอาไปทำข่าวเป็น
ประจำค่ะ ละครบอร์ดเวย์ เค้าก็เอาชีวิตการทำงานที่คองโกนั่นแหละ ไปทำ
ละครที่เค้าฮือฮากัน

ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ก็ตอนที่พี่ไปเยอรมันค่ะ หนังสือพิมห์ระดับ
แนวหน้าของเยอรมันมากันทุกสำนักเลย มีเล่มหนึ่งเค้าพิมห์สำภาษณ์พี่
ประมาณ 5 หน้าเลยหละ สำภาษณ์ฟรีค่ะ ถ้าคิดเป็นเงินไทย ก็หลายบาทโข
เลยหละน้อง

Kibangkok....ที่เมืองไทยเค้ามารู้จักอาจารย์ได้อย่างไรกันครับ
ดร.กฤษณา...เค้ารู้จักกันใน Pantip ค่ะ ซุปซิบกันเรื่องของพี่ คุยกันในกระทู้
ที่ pantip เป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยรู้จักเรื่องราวของพี่ค่ะ
พี่เห็นกระทู้หนึ่งเค้าเขียน "ถ้า ดร.กฤษณาเค้าเห็น เค้าคงตอบหรอกนะ"
พี่เห็นกระทู้นี้ปุ๊บ พี่ก็ตอบเลยค่ะ เค้าคงคิดว่าพี่คงไม่มีตัวตนมั้ง? ฮ่าๆๆๆๆๆ...

พี่ใช้เน็ตเป็นประจำค่ะ อย่างน้อง
นี่พี่เห็นอีเมลเมื่อวันศุกร์ พี่ก็ตอบอีเมลเลย พี่ยัง forward ภาพของน้อง
ส่งไปให้คุณแม่ดูเลย แกบอกว่า หน้าเหมือนตัวจริงเมื่อตอนเป็นสาว ฮ่าๆๆๆ...



Kibangkok....แล้วสื่อไทยมีใครสำภาษณ์อะไรบ้างไหมครับ
ดร.กฤษณา.. นี่ค่ะ หนังสือพิมห์ the Nation เค้าเคยสำภาษณ์นานมาแล้ว
พี่ยังตัดหนังสือพิมห์นี้ไว้อยู่เลย พี่ชอบภาพที่เค้าถ่ายมากเลย ทางทีวี
ก็มีเหมือนกันค่ะ แล้วก็เขียนกันในเวบไซด์ ในบล็อค ส่งเมลกัน
เรื่องราวของพี่ทางฟอร์เวิดเมลอะไรทำนองนี้แหละ

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนก็มีคนจาก nation มาคุยกับพี่เหมือนกัน ว่าจะทำ
เวบไซด์อะไรนี่แหละเกี่ยวกับตัวพี่ เดี๋ยวพี่ต้องไปกลับไปดูไดอารี่ก่อนนะ
มีหลายคนมาสำภาษณ์ มันเยอะเหมือนกันจำไม่ค่อยได้

วันจันทร์นี้ ทางรายการ "Morning Talk " ของทางช่อง 11 เค้าจะมาอัด
วีดีโอสำภาษณ์พี่ที่โรงแรมนี้ พี่ต้องรีบสำภาษณ์ เพราะวันจันทร์นี้พี่จะขอ
ปลีกวิเวกไปทำงานส่วนตัวหน่อยค่ะ


Kibangkok....ปลีกวิเวกไปทำอะไร ที่ไหนครับ
ดร.กฤษณา.. สถานที่อันนี้ พี่ไม่ขอบอก พี่อยากไปใช้ชีวิตง่ายๆๆๆ อยากจะ
ไปใช้สถานที่เขียนพ็อคเก็ตบุ๊คของตัวเองซักเล่ม มีสำนักพิมห์แห่งหนึ่ง
เค้ามาสำภาษณ์และขอร้องให้พี่เขียน พี่ก็ดันไปรับปากเขาเรียบร้อยแล้ว
ภาพก็ส่งให้เค้าหมดเรียบร้อยแล้ว แต่พี่ยังไม่มีเนื้อเรื่องเลย พี่ละกลุ้มใจ
อยุ่เหมือนกัน ว่าเราจะเขียนอะไรดีนะ

ก็จากที่เค้าพูดคุยกันในบล็อคต่างๆๆ และก็ pantip.com เค้าอยากให้พี่
ทำโน่นทำนี่กัน แต่พี่ก็ไม่มีเวลาและโอกาสได้ทำซักที สุดท้ายก็....
เป็นที่มาของการปลีกวิเวกนี่แหละค่ะ

ใจนึงก็อยากเขียนเรื่องชีวิตการทำงานของเรา ว่าจะเอาไดอารี่ส่วนตัว
ที่ตัวเองเขียนบันทึกประจำวันไว้มาลงหนังสือ มีหลายเล่มนะ แต่ถ้าเขียนมากๆๆ
คนอ่านเค้าคงจะเบื่อเอา เล่าอะไรไม่รู้ เรื่องส่วนตัวจนเกินไป มานั่งยกยอตัวเอง
ให้คนอื่นฟัง น่าเบื่อออกจริงไหมน้อง

พี่ก็ยังกลุ้มๆๆ ไม่รู้ว่าจะเขียนหนังสือออกมาแนวไหน พี่ก็เลยอยาก
จะปลีกวิเวกซักหน่อย เผื่อจะได้ไอเดีย หรือได้มุมมองดีๆๆมา
เล่าสู่กันฟัง ก็คงจะเป็นเรื่องราวแอฟริกา และชีวิตการทำงานบางส่วน
แหละค่ะ

คาดว่าพี่คงจะแล้วเสร็จ ประมาณ กันยายน นี้นะ สำนักพิมห์เค้าบอกจะ
เปิดตัวหนังสือของพี่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ร้าน บีทูเอส คอยไปให้กำลังใจ
พี่หน่อยก็แล้วกันนะค่ะ

พี่ก็ไม่รู้ว่า จะมีคนซื้อมาอ่านหรือเปล่า เพราะเรามันไม่ใช่ดาราหรือ
คนที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย ถ้าขายไม่ได้ พี่ก็คงไม่ได้คิดมากอะไร
เพราะอยากทำ อยากมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวดีๆๆให้คนไทยได้อ่านกัน


Kibangkok.... โถ...อาจารย์อย่าไปคิดอย่างนั้นครับ ผมคนหนึ่งหละ
อยากจะรู้เรื่องราวของอาจารย์ อยากรู้จังว่า เภสัชกรยิบซีเป็นอย่างไร
ทำไมถึงต้องไประเหเร่ร่อนที่แอฟริกา อย่างน้อยผมก็จะได้รู้ว่า
ทำไมนะ คนผิวดำที่ผมไม่อยากเข้าใกล้ แต่อาจารย์ถึงได้ไปตกหลุม
รักเค้า เด็กๆๆและผู้คนน่ารัก โดนอะไรหนักหนา ถึงต้องทุ่มเทให้ขนาดนี้

มันน่าสนใจดีนะครับ ผมคนหนึ่งหละที่อยากหาคำตอบจาก
หนังสืออาจารย์ เขียนเร็วๆๆๆนะครับ ผมจะคอย และผมเชื่อว่า
คงมีอีกหลายคนคงตื่นเต้น ถ้าเค้ารู้ว่าอาจารย์กำลังจะออกพ็อคเก็ตบุ๊ค

( ผู้อ่าน....ใครเห็นด้วย ยกมือขึ้น..... หลายคนอยากอ่านจริงม๊ะ)

ดร.กฤษณา.. อย่างน้อย พี่คงจะซื้อหนังสือบางส่วนเองค่ะ ว่าจะเอาไปแจก
เด็กๆๆที่บ้านเกิดสมุย อยากจะไปถ่ายทอดเรื่องราวประทับใจในแอฟริกา
ที่หลายๆๆคนไม่เคยเห็น ได้สัมผัส แววตาของเด็กๆๆในแอฟริกามัน
อยู่ในความทรงจำของพี่ มันมีความสุข มันสวยงามมากค่ะ


Kibangkok.... อาจารย์ครับ สุดท้ายนี้ ผมขอภาพการทำงานของอาจารย์
ที่แอฟริกาหน่อยครับ ผมอยากจะเอาไปเผยแพร่ให้เพื่อนๆๆที่สนใจ
เรื่องราวชีวิตของอาจารย์ ได้เห็นได้ชมกัน เพราะในเวบไซด์
ไม่ค่อยเห็นภาพอาจารย์ขณะทำงานที่โน่นเลยครับ


Kibangkok....อาจารย์ครับ แล้วบั้นปลายชีวิตอาจารย์จะทำอะไรครับ
ดร.กฤษณา.. ก็กำลังอยากจะทำธุรกิจเล็กๆๆค่ะ พี่จะไปเปิดร้าน
กาแฟเล็กๆๆๆ มีที่โชว์ของที่ระลึกจากแอฟริกา กาแฟก็จะเป็น
กาแฟจากแอฟริกา ก็เป็นร้านเล็กๆๆค่ะ ไม่ได้หวังกำไรอะไรมากมาย
อยากทำสถานที่ที่คนจะได้มาพักผ่อนกัน อยากใช้ชีวิตที่บ้านเกิด
และก็อยากจะกลับไปพัฒนาที่บ้านเกิดที่สมุยค่ะ ว่างๆๆพี่ก็
จะได้มีโอกาสไปสอนหนังสือเด็กๆๆในหมู่บ้าน มีความสุขดีนะ


ขอบคุณมากครับอาจารย์สำหรับวันี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ
ที่อาจารย์สละเวลาให้กับผมในวันนี้ จริงๆๆแล้ววันนี้ผมก็อยาก
จะพบอาจารย์เพื่อมอบภาพสีน้ำของผมให้กับอาจารย์เท่านั้น

ขอบคุณอาจารย์มากครับ ที่อาจารย์ได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆๆให้ผมฟัง
ดีใจที่ได้คุย ได้เห็นได้รู้เรื่องราวของคนดีๆๆคนหนึ่งครับ ต้องขอ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสคนธรรมดาอย่างผม เข้าพบในวันนี้ครับ

 

ผมมีอีกภาพหนึ่งที่อยากจะมอบให้กับอาจารย์ ครับ

ชื่อภาพ ความรักคือแสงสว่าง





หลังจากที่ผมได้รับโทรศัพท์ ผมดีใจมากครับ อยากจะทำอะไรอีกสักชิ้นให้อาจารย์อีก

ผมก็นึกจินตนาการว่า ถ้าผมเป็นอาจารย์ผมจะมีความสุขเช่นไรถ้าผมมีโอกาสเหมือนอาจารย์

ผมจึงร่างภาพผู้หญิงร่างใหญ่คนหนึ่ง จูงมือเด็กผู้หญิง แล้วเดินไปที่แสงสว่าง
ที่ช่องตึกแคบๆๆ ภาพนี้ผมอยากจะบอกอาจารย์ว่า ชีวิตอาจารย์มันเหมือนกับ
ผู้หญิงในภาพนี้ครับ จูงคนให้มีความหวัง มีชีวิตที่ดีขึ้น เด็กๆๆ หลายคนกำลัง
จะมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ

ความรัก ความเมตตา ทำให้โลกนี้สว่างขึ้นครับ



"อาจารย์ครับ หนังสือเสร็จเมื่อไร อาจารย์จะต้องเซ็นชื่อและขายให้ผมเป็นคนแรกนะครับ ตามที่สัญญาเอาไว้ ผมจะเอาสัญญานี้ไปเขียนในบล็อคของผมนะครับ อย่าลืมนะครับ อิ อิ อิ"



หากท่านสนใจอ่านประวัติ และต้องการส่งกำลังในแด่ดร.กฤษณา เชิญอ่านบทความเก่าของผมเรื่องข้างล่างนี้ครับ

เกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นจริงๆๆ.. ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์



แวะเยี่ยมชมและให้กำลังใจท่านเภสัชกรยิปซี ได้ที่นี่ครับ

www.krisana.org


Free counter and web stats

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 113
Plin วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/plin

สวัสดีครับ

ผมซื้อหนังสือมาอ่านแล้วล่ะ

ผมคิดว่าชีวิตของ อ กฤษณา นี่ น่าทึ่งและน่ายกย่องมาก แต่ว่า... ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมที่ blog นี้ ถึงใช้คำว่า "ผู้คิดค้นยาต้านเอดส์รายแรกของโลก"

คือ ทำไมใช้ว่า คิดค้น ยาต้านเอดส์ รายแรก แบบนี้อาจจะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่ออาจารย์กฤษณาได้นะครับ

เพราะ AZT มีมานานแล้วตั้งแต่ 1964 และเริ่มใช้ในคนไข้ AIDS ในปี 1985 และต่อมาก็วางขายโดย Glaxosmithkline แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยกัน (แม้แต่ในหนังสือเอง) ก็คือ อ กฤษณา พัฒนาวิธีผลิตยาเม็ด AZT ได้เอง (โดยไม่ต้องพึ่งการนำเข้ายาเม็ดทีผลิตแล้วจากต่างชาติ) ได้เป็นรายแรก ก่อนประเทศอื่น ๆ เช่น อินเดีย และ บราซิล

ส่วนยาที่เป็น cocktail นั้น GPO-vir เป็นยาผสมของตัวยาสามชนิด คือ stavudine lamivudine nevirapine ซึ่งยาทังสามตัวก็ถูกคิดค้นจากต่างประเทศมาก่อนแล้ว (ในหนังสือก็เขียนไว้แบบนั้น) เพียงแต่ไม่สามารถมาผสมไว้ในเม็ดเดียวกันได้เพราะติดปัญหาลิขสิทธิ์

ดังนั้น สิ่งที่ อ กฤษณา ทำคือ การพัฒนาวิธีผสมยาสามตัวนั้นเข้าไว้ในเม็ดเดียวกัน คือ คิดค้นวิธีการผสมยาสามตัว (ที่ถูกคิดค้นไว้แล้ว) ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น

แต่จะเป็นครั้งแรกด้วยหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ เพราะมีบริษัทอินเดียผสมยาสามตัวนั้นด้วยเช่นกัน แต่... กลวิธีในการผสม หรือ การผลิต อาจจะใช้วิธีที่ต่างกัน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในหนังสือ อ กฤษณา น่าจะเป็นคนแรกของโลกที่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ยาผสมสามตัวไว้ในเม็ดเดียวกันนี้ ให้กับประเทศอื่น ๆ

เพื่อให้เค้าช่วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า

ซึ่งตรงนี้แหละที่น่ายกย่อง

ดังนั้น โดยส่วนตัวคิดว่า ไม่ควรทำให้คนเข้าใจผิดไปว่า อ เป็นคนคิดยาต้านเอดส์รายแรกของโลก เพราะมีคนคิดมาก่อนแล้ว และอาจารย์เองก็คงไม่ต้องการให้คนเข้าใจผิดแบบนั้นด้วย

ความดีของอาจารย์ไม่ใช่การคิดค้นวิธีการผสมยา แต่เป็นความเด็ดเดี่ยวที่จะไปถ่ายทอดสิ่งทีรู้ให้กับคนอื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนครับ
ความคิดเห็นที่ 112
Kibangkok วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 11.42 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

แตงร่มใบ..........โหห...อ่านหนังสือ แล้ววีนไป
ที่สำหนักพิมห์เลยเหรอ เก่งจัง ผมเข้าใจหละ ว่าทำไม
สำนักพิมห์ถึงเอือมระอาคุณ....... เค้าเรียกว่า
ร่วมด้วยช่วยกันจ้า.........

สำหรับผมแล้ว ผมเป็นคนชอบซื้อหนังสือ แต่ไม่ชอบอ่านหนังสือ
หนังสือของอาจารย์อุตส่าห์รับมาจากมือท่าน ผมยังอ่านไม่จบเลย
ไม่รู้ว่า ถ้าอาจารย์เข้ามาอ่านคอมเม้นต์ผม ท่านจะน้อยใจหรือเปล่าหนอ

คุณอยากเขียน คุณอยากบอกอะไรกับอาจารย์ คุณก็เขียน
ใส่ในเอนทรีย์ได้เลย เพราะอาจารย์กฤษณาจะเข้ามาอ่านคอมเ้ม้นต์
เป็นประจำครับ ท่านบอกผมว่า คอมเม้นต์ต่างๆๆๆที่เขียนตามเวบไซด์
ท่านแวะไปดูหมด เพื่อเก็บกำลังใจจากแฟนๆๆๆ เพื่อทำงานต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 111
แตงร่มใบ วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 11.33 น.

สวัสดีค่ะลุงกิ๊ ....ใช่ค่ะวันนั้นตอนแรกได้ยินว่ากะแขกไว้ประมาณ 50 คน แต่จริงๆมีไป 100กว่าคน แต่แตงร่มใบก็สารภาพกับพี่กฤษณาไปแล้วล่ะค่ะว่าเพราะอะไรถึงไม่ได้ไป ...และก็เลยขออนุญาตไปรับท่านในวันรุ่งขึ้นเพื่อไปส่งที่สนามบิน ท่านต้องเดินทางไปคูเวตค่ะ แตงร่มใบได้อ่านเรื่องราวที่ลุงกิ๊สัมภาษณ์ท่าน ดีจังนะคะที่ทำให้อีกหลายๆคนได้มีโอกาสรู้จักและทราบเรื่องราวของท่าน ส่วนแตงร่มใบนั้นเป็นเพียงหนอนตัวเล็กๆตัวหนึ่งค่ะ ชอบอ่านแต่หนังสือ และถ้ามีพิมพ์ผิดหรือเขียนผิดในหนังสือเล่มนั้นๆ แตงร่มใบจะต้องจุ้นแจ้งสำนักพิมพ์ทุกครั้ง ...จนเพื่อนๆของแตงร่มใบระอาในความไม่เข้าท่านี้ ....ก็เราไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าถ้าพิมพ์ครั้งต่อๆไปจะได้ไม่ผิดพลาดอีกไงคะลุงกิ๊ ....ลุงกิ๊เห็นด้วยกะแตงร่มใบหรือเปล่า?
ความคิดเห็นที่ 110
Kibangkok วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 14.55 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

แตงร่มใบ ....
ผมได้ไปร่วมงานแสดงความยินดีกับอาจารย์ครับ
ในวันงานคนไปร่วมงานมาก จนไม่มีที่นั่ง หลายคน
ต้องยืนเบียดกันอยู่หน้าเวทีครับ

ตอนที่อาจารย์กล่าวสุนทรพจน์ อาจารย์ท่านก็พูด
ด้วยความถ่อมเนื้อถ่อมตัวมากเลยครับ
อาจารย์ท่านบอกว่า ท่านจะพยายามทำตัวให้ดี
ขึ้นเพื่อให้สมกับคำกล่าวคำชื่นชมของเพื่อนๆๆ
แต่ท่านก็ไม่แน่ใจว่า ท่านจะสามารถอุทิศตน
ให้สมกับเพื่อนๆๆที่ให้เกียรติชมเชยท่านหรือไม่

ผมเชื่อว่า อาจารย์ทำได้ครับ


http://www.oknation.net/blog/thaithai/2008/01/24/entry-1
ความคิดเห็นที่ 109
แตงร่มใบ วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 09.38 น.

สวัสดีค่ะลุงกิ๊บางกอก ....เห็นด้วยกับลุงกิ๊ทุกอย่างเลยค่ะ สำหรับแตงร่มใบนั้นขอบอกเลยค่ะว่าตกหลุมรักพี่กฤษณาตั้งแต่ยังอ่านเภสัชกรยิปซีไม่จบเล่มเลยค่ะ ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดซึ่งคงหาได้ยากมากๆแล้วสำหรับคนรุ่นหลังๆนี่ "จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"เหมาะที่สุดสำหรับท่านค่ะ วันก่อนที่ท่านรับรางวัลแตงร่มใบเสียดายมากๆที่ไม่ได้ไปงาน ....ลุงกิ๊ล่ะคะได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับท่านหรือเปล่า ?
ความคิดเห็นที่ 108
Kibangkok วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 08.32 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

แตงร่มใบ.......ตัวจริงท่านก็น่ารัก อัธยาศรัยดีมาก
และไม่ถือตัวด้วยครับ เวลาท่านพูด ก็ถ่อมตัวมากกก
เป็นตัวอย่างที่ดีมากกกกแก่เยาวชนคนไทยครับ

ho.. เท่าที่รู้ ตอนนี้อาจารย์ก็ยังร่อนเร่สอนทำยาอยู่
ทั่วโลก สมกับชื่อเภสัชกรยิปซีจริงๆๆๆครับ
แต่สำหรับผม ผมว่าท่านเป็นเหมือนนางฟ้า บิน
ไปทุกที่ที่มีคนทุกข์ยาก..... ( ถ้าบินได้จริง
ปีกของอาจารย์คงจะใหญ่เอามากๆๆๆเลยนะนี่ ไม่งั้น
บินคงไม่ขึ้นแน่...)
ความคิดเห็นที่ 107
แตงร่มใบ วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 01.07 น.

สวัสดีค่ะ....ได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ขอแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคนนะคะ ดร.กฤษณาเป็นคนที่น่ารักมากๆ...ท่านเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกอบอุ่นค่ะ อยากให้บ้านเราเมืองเรามีคนแบบนี้เยอะๆจังเลย ตอนนี้ท่านอยู่ที่คูเวตค่ะ กำลังรอที่จะเดินทางต่อไปยังเคนยาเมื่อสถานการณ์ที่ไนโรบีดีขึ้นกว่าตอนนี้ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองท่านด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 106
HO_oH666 วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/hooh666

เคยไปฟังอ.กฤษณา พูดในงานเทศกาลหนังขายยา ที่คณะเภสัช จุฬา รู้สึกนับถืออาจารย์จริงๆ ที่ไปแอฟริกาตัวคนเดียว ไปช่วยสอน ฝึกหัดคนที่นั่นผลิตยาเอง พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แล้วอาจารย์ยังต้องทำงานทุกอย่างเลยนะ ไม่ใช่ไปสอนผลิตยาอย่างเดียว ตั้งแต่ไปคุยกับนักการเมือง หาทุน ซื้อเครื่องมือเครื่องจักร ออกแบบแปลนโรงงาน สุดยอดจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 105
nananaja วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/nananaja
 ก า ร ร อ ค อ ย ที่ ง ด ง า ม   ใ น น า ม แ ห่ ง ค ว า ม รั ก ที่ ฉั น มี

รู้จักค่ะ คนนี้ เก่งมากๆๆนับถือในจิตใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 104
kibagnkok วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 09.02 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

ป้าหมู......ขอบคุณครับที่แวะมาบ้านอีกรอบ และเป็นปลื้ม
ที่อ่านทุกคอมเม้นเกี่ยวกับอาจารย์ ผมก็อ่านคอมเม้นของเพื่อนๆๆ
อยู่บ่อยๆๆๆ หลายไปหลายรอบเหมือนกัน ปลื้มกับเพื่อนๆๆ ได้
เข้ามามาให้กำลังใจอาจารย์ และเผื่อแผ่ถึงคนป่วยอย่างผมด้วย

ต้องขอขอบพระคุณ oknation ที่ได้สร้างชุมชนแห่งนี้ขึ้นมา
ให้โอกาส จอเล็กๆๆ อันนี้ ให้เพื่อนๆๆ ได้คุยกัน
แบ่งปันรักซึ่งกันและกัน

แอ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ป้าหมูอย่าอวยพรผมให้เหมือนโลโก้ได้ไหม
ผมอยากหล่อแบบอื่น ไม่อยากหล่อเหมือนโลโก้ตัวเอง
บางคนไม่มีผม แต่เค้่าก็หล่อได้ แต่ถ้าเป็นผม มันคงจะ
ดูไม่จืดเลยหละ ไม่อยากหัวล้านจ้า.........และ
ไม่อยากมีกละบนหัวด้วย......ได้โปรด
เข้ามาอวยพรผมใหม่ด้วยนะจ๊ะ....



ความคิดเห็นที่ 103
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 04.49 น.
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก

อ่าน...แล้วก็อ่านคอมเม้นท์ทุกอันแล้ว
ดีใจ แทนลุงกิ๊ และอาจารย์กฤษณา มากๆ ค่ะ
ใครจะล่วงรู้...ถ้าไม่ใช่ตัวคุณเอง
ว่า...
เจ้าจอเหลี่ยมๆ วาบๆ นี่ มันนำสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตได้ มากมาย...อย่างนี้ ก็ กำลังใจ สินะ

สำหรับลุงกิ๊...
ป้าหมู..เพิ่งรู้นี่นา..ว่าลุงกิ๊ไม่สบาย...แต่ตอนนี้คงโอเคขึ้นมากแล้ว...และขอให้แข็งแรงมากขึ้นๆ นะจ๊ะ
โรคภัย ร่างกายก็เรื่องหนึ่ง....แต่ ใจ ลุงกิ๊ อิ่มเอิบ และ เผื่อแผ่ได้อย่างนี้...นับ ว่า ใจแข็งแรงและสดชื่นมากเชียว

เชื่อ...

ว่าลุงกิ๊..จะต้อง หัวเถิก...กว่าในรูปโลโก้ ในอีก +30 ปี แน่นอน
ไม่เถิกเปล่าด้วย...จะต้องตกกละ แล้วก็มีผมหงอกๆ ขึ้นแซมหรอมแหรม บนที่โล่ง โค้งเตียนนั่นด้วย

จำไว้ และสัญญาด้วยล่ะ ลุง!!!
๕๕๕๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 102
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 04.21 น.
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก

"...ดร.กฤษณา... ความรักความสงสารค่ะน้อง..."

ทำให้นึกไปถึง y not 7 "เกลียดความสงสาร"
น่าล่ะน้า...หัวใจที่อ่อนโยน..สร้างสรรค์โลกได้เสมอ
อาจารย์ (ขอเรียกด้วยคนนะคะ) เป็นตัวของตัวเอง และมีความตั้งใจที่บริสุทธิ์ มาก..มาก อยากให้ คนบนโลกนี้...เป็น "ผู้ให้" ได้สักเสี้ยวเดียวของอาจารย์...โลกคงสวยงามกว่านี้ อีกหลายเท่านัก
ยอดเยี่ยมมากๆค่ะ
ทั้งผู้ให้สัมภาษณ์ และผู้สัมภาษณ์
+๑ ซะเลยค่ะ ทั้งที่มันมิอาจเทียบได้กับ การให้ ที่ยิ่งใหญ่ ของอาจารย์
.........................
ปล.
ถ่อ...เอ๊ย วันก่อนเข้ามาอ่าน..แต่ยังไม่จบแล้วมันหลุดไป..นึกว่าอ่านจนเรียบร้อย+เม้นท์ มาดูอีกที..อ้าว
ช้าหน่อย แต่ก็ มาอยู่แล้วน้า วันเปิดตัวหนังสือ ลุงกิ๊อย่าลืมล่ะ อิ อิ

อีกนิด..(ไม่เกี่ยว) ลืมดูฝนดาวตกไปเลย..มากี่โมงเนี่ย

ตามธรรมดาของคนดีเลย์
...รักนะแต่ไม่เจิม ๕๕๕๕
ป้าหมูเอง

ความคิดเห็นที่ 101
วิตามินบี วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


สวัสดีวันแม่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 100
พลายพัทลุง วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 04.09 น.
http://www.oknation.net/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

เชิญฟัง "จันทร์วารี คนงามของผม" อ่านบทกวี "มาตา : แม่ของลูก" ครับ
http://www.oknation.net/blog/suphakara/2007/08/02/entry-1

เพลงเรือดาวกล่อมจันทร์ : ณ สมัย โอเคเนฯ
http://www.oknation.net/blog/suphakara/2007/07/20/entry-1
ความคิดเห็นที่ 99
kibagnkok วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

เรียนคุณเทพชัย หย่อง

ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่คุณสละเวลามา
เยี่ยมชมบ้านเล็กๆๆหลังนี้ครับ ผมรู้สึกยินดี
เช่นกันที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวดีๆๆให้
คุณได้อ่านครับ

ด้วยความนับถือ

Kibangkok


ความคิดเห็นที่ 98
kibagnkok วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

happyIateekan ...แม้คุณแม่คุณจะจากคุณไปพักผ่อนแล้วหลายปี
ผมเชื่อว่าคุณคุณคงจดจำความโหดร้ายของโรคไตได้ ผมปรารถณาอยาก
ให้โลกนี้หมดไปจากนี้โลกครับ มันทรมานมากครับทั้งร่างกายและจิตใจ

blog/rinn ..อาจารย์ท่านน่ารักมากครับ นอกจากจะเก่งแล้ว
ท่านเป็นกันเองกับทุกๆๆคน ไม่ถือตัวเลย แววตาอบอุ่น
ผมจำได้แววตาของท่านขณะที่ท่านคุยกับผมในวันนั้น
ได้เป็นอย่างดีครับ






ความคิดเห็นที่ 97
เทพชัย วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/yong

ขอบคุณครับ ที่นำเรื่องน่าสนใจมาให้ได้อ่านกัน
ความคิดเห็นที่ 96
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan


"ครับ..ขอบคุณมากๆครับ..กับคำพูที่แสดงความเสียใจกับแม่ผมครับที่ให้กำลังใจครับ...แต่ผมลืมบอกไปว่าท่านเสียไปได้เกือบเจ็ดปีแล้วครับ..ป่านี้ท่านก็คงมีความสุขอยู่บนสรวงสวรรค์แล้วครับ..เดียววันแม่นี้ผมจะนอนและฝันถึงท่านครับ..ขอไปกอดท่านในฝันสักที่ครับ..แล้วว่างๆจะมาเที่ยวใหม่ครับ.?หวัดดีครับ.?
(อ้อถ้ามีเวลาเชิญท่านแวะอ่านเรื่องกวนบล็อกสองบ้างนะครับอับเรื่อง "ฮักสาวเหนือ ตอนที่1 และก็ตอนที่2 แล้วครับ)
( http://www.oknation.net/blog/happylateekan )
จาก.รัตติกาลแห่งราตรี.2 และ 1 ครับ.?

ความคิดเห็นที่ 95
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 23.56 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

สวัสดีค่ะ...เข้ามาทักทายทำความรู้จักค่ะ

ได้เคยเห็น และรับฟัง เรื่องราวของ อาจารย์

ผ่านสื่อต่าง ๆ มาบ้าง ประทับใจ ความเป็นยอดคนของ

อาจารย์มากเลย...
ความคิดเห็นที่ 94
kibagnkok วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

waranin ..เห็นด้วยครับที่เราควรยกย่องคนอย่างอาจารย์ และควรช่วยกันเผยแพร่เรื่องราวของคนดี

babymind ...อรุณสวัสดิ์ครับ ช้าไปหน่อยนะ เพราะวันนี้
ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพ มาเที่ยวจันทร์ พึ่งได้ใช้เน็ตตอนเที่ยง
คืน อดไม่ได้ที่ต้องเข้าแวะทักทายเพื่อนที่ ok.
ความคิดเห็นที่ 93
kibagnkok วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 22.14 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

meehuajai และ pitchayapa .ขอบพระคุณครับที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนครับ





ความคิดเห็นที่ 92
พิชญาภา วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 19.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pitchayapa


โอ้โห..ภาพสวย เรื่องเยี่ยม..ขอ Add นะคะ
ความคิดเห็นที่ 91
มโนมัย วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 16.24 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

มาอ่านเรื่องครับ แล้วก็มาสวัสดีทักทายครับผม
ความคิดเห็นที่ 90
จันทร์วารี วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 16.07 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

เคยอ่านเคยฟังเคยดู เรื่องของท่านค่ะ
รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก เป็นบุคคลทีโลกควรยกย่องค่ะ

ความคิดเห็นที่ 89
วิตามินบี วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


อรุณสวัสดิ์วันใหม่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 88
joeyman วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม ถึงผมเบื่อการเมืองยังไงก็ต้องอยู่กับพวกเขาอยู่ดีแหละครับ......อิ อิ อิ
ความคิดเห็นที่ 87
มะอึก วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ขอบพระคุณครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 86
littlewizard วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/littlewizard


-ไทยต้องช่วยไทยครับ
-ผมชอบสีน้ำมาก ว่าจะหัดสักวัน
สีสดใส กว่าสีนำมันและอะคริลิค

ความคิดเห็นที่ 85
kibagnkok วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 10.13 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

inmind ...บ้านเมืองเรากำลังเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่านักการเมือง กำลัีงจะทำสิ่งดีๆๆในบ้านเมืองของเรา
นักการเมืองน้ำเน่ากำลังจะหมดไปแล้วครับ ใจเย็นๆๆๆครับ
แผ่นดินไทยกำลังจะสูงขึ้นแล้วครับ... ถ้าอยากให้แผ่นดิน
สูงเร็วขึ้น เราต้องขยันขุดคุ้ยหาคนดีให้พวกเขาได้งอกขึ้น
ขึ้น หมั่นรดน้ำพรวนดิน ให้กำลังใจคนทำความดีครับ เพื่อให้คนในบ้านเรา รู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจขึ้น ว่า เมืองไทยยังมีคนดีอีกเยอะ คนบ้านเมืองเราจะได้
รักกันมากขึ้น เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นครับ ที่เป็น
อยู่ทุกวันนี้ เพราะ นักการเมืองชอบแก่งแย่งชิงดี
ชิงเด่นกัน อิจฉาริษยากัน มองกันขุดคุ้ยแต่เรื่องไม่ดี
ของคนมาทำลายล้างกันเอง สุดท้าย ประชาชนอย่างเราๆๆ
นี่แหละต้องรับผลที่พวกเขาล้างผลาญกัน

babymind ..ขอบคุณอีกครั้งที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ

reporter2526 ...อดใจรอ ไม่รู้ว่าจะเซอร์ไพส์หรือเปล่า
อาจจะมีคนหมั่นไส้ผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ คอยชม
บทความเรื่องที่ 49 ของผมก็แล้วกันครับ



ความคิดเห็นที่ 84
kibagnkok วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 10.04 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

supawan ....ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมเยียนครับ

derreiser ...อาจารย์ได้อ่าน"บทคาราวะ"ของท่าน ท่าน
คงปลื้มไม่ลืมเลยครับ

pook17 ....ครับ she changes the world จริงๆๆๆๆครับ

happyIateekan ...ขอบพระคุณมากครับที่ให้กำลังใจ
ทั้งอาจารย์และผม ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
กับการจากไปของคุณแม่ของคุณ ผมหวังไว้ในใจลึกๆๆ
ครับว่า วันหนึ่งโรคไตอาจจะหมดไปจากโลกนี้ แม้
ว่ามันจะเป็นความฝันลมๆๆแล้งๆๆ และเป็นสิ่งที่เป็นไป
ไม่ได้ แต่มันก็ไม่เสียหายที่เราจะฝัน จริงไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 83
Supawan วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

มาช้าไปหน่อยแต่ขอชื่นชมและยกย่องด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 82
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 08.06 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

ผมเคยอ่านเรื่องของท่านครับ

ขอคารวะยอดคนไทยครับ
ความคิดเห็นที่ 81
pook วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 00.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
   Revenge Is A Dish Best Served Cold ..