พิมพ์หน้านี้
|
ผ่านไปนับเดือนแล้วค่ะ สำหรับเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพ ครั้งที่ 5 (world film festival of bangkok) โดยเครือเนชั่น งานนี้เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมาค่ะ... ดิฉันโชคดีค่ะ ที่ได้มีส่วนร่วมนิดหน่อยกับงานนี้ เพราะดิฉันเป็นหนึ่งในทีมงานผลิตสารคดีเรื่อง mad about democracy ที่ได้เข้าไปฉายในงาน world film ครั้งนี้ค่ะ... แต่ต้องบอกไว้ก่อนค่ะว่าการเป็นหนึ่งในทีมงานของดิฉันนั้น ดิฉันไม่ได้ทำอะไรมากค่ะนอกจากการไปสัมภาษณ์และนำเรื่องราวของตัวละครในเรื่องมาให้ผู้กำกับค่ะ... ผู้กำกับ...คุณพิภพ พานิชภักดิ์ ปัจจุบันเป็น senior producer ที่เนชั่น ทีวี นี้แหล่ะค่ะ ที่ผ่านมาคุณพิภพกำกับสารคดีหลายเรื่องเหมือนกันไม่ว่าจะเป็น... shore leave (2542) เรื่องราวของแรงงานประมงที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนทั้งที่อยู่ในทะเลและเมื่อตอนพวกเขาต้องกลับขึ้นฝั่ง ชีวิตที่ไม่มีความมั่นคงและโรคเอดส์ยังคงเป็นสิ่งที่คุกคามชีวิตของชาวแรงงานประมงข้ามชาติอย่างไม่จบสิ้น... peace in a flames of war (2547) สันติภาพในเปลวเพลิง เรื่องของความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทุกวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง... เหลี่ยมชีวิตทักษิณ ชินวัตร (2549) ถอดรื้อระบอบทักษิณให้เห็นทั้งปูมหลัง โครงสร้างและความโยงใยของระบอบ... ฯลฯ mad about democracy (2550) เป็นเรื่องราวของการถวิลหาระบอบการปกครองที่เหมาะสมกับคนไทยในช่วงห้าหกปีที่ผ่านมา เล่าผ่านครอบครัวที่จัดการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานให้กับลูกด้วยตัวเอง... พูดง่ายๆก็คือบรรดาพ่อแม่ที่ทำโฮมสคูล (home school) ที่จะต้องมีภาระในการอธิบายเรื่องราว ปัญหา ความขัดแย้ง ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2544-2550 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่คาบเกี่ยวระหว่างรัฐบาลทักษิณ และ คมช. เป็นการอธิบายการเมืองในช่วง 6 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศสมัยแรก จนกระทั่งถึงการปฏิวัติของพลเอกสนธิ บุญรัตกลิน... ลองคิดดูว่าเราๆท่านๆ มึนงง และสับสนเพียงใดกับการเมืองในช่วงที่ผ่านมา... แล้วคิดต่อไปสิค่ะว่าเด็กๆ จะมองการเมืองที่ผู้ใหญ่มองว่ามันสับสน...อย่างไร? และพ่อแม่จะอธิบายความสับสน ขัดแย้งของการเมืองที่เกิดขึ้นให้กับลูกๆฟังว่าอย่างไร? ฯลฯ ตามแนวคิดของ home school นั้น เป็นเรื่องปกติค่ะ ที่พ่อแม่จะหยิบยกเอาปรากฎการณ์ทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาให้ลูกได้เรียนรู้... คำถามจึงมีอยู่ว่าพ่อแม่จะอธิบายปรากฎการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างไร ในเมื่อตัวของพ่อแม่เองก็ยังคงสับสนกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น!!! mad about democracy เล่าผ่านครอบครัวที่เลี้ยงลูกแบบโฮมสคูล 3 ครอบครัวค่ะ... ครอบครัวแป้งหอม...ย่านดอนเมืองทำโฮมสคูลมาหลายปีแล้วค่ะ น้องปูนลูกชายวันนี้อายุ 10 ขวบแล้วค่ะ... ครอบครัวโพพิศ...ที่สุพรรณบุรี ทำโฮมสคูลในช่วงแรก แต่ตอนหลังเมื่อลูกสาวอยากเข้าโรงเรียน พ่อแม่จึงพาไปเข้า ครอบครัวสุดท้ายเป็นครอบครัวของคุณพิภพเองค่ะ ที่เริ่มทำโฮมสคูลให้กับลูกสาว น้องพลอย ซึ่งในวันนี้อายุ 3 ขวบ สารคดีพูดถึงความขัดแย้ง วุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น และตั้งคำถามกับพ่อแม่ว่าพวกเขาอธิบายการเมืองในภาวะความขัดแย้งนี้อย่างไร...และพวกเขาเลือกที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาอย่างไร ครอบครัวแป้งหอม ที่ไปไหนไปกันพ่อแม่ลูก พาลูกไปเลือกตั้งทุกครั้ง แม้พ่อแม่เลือกพรรคต่างกันก็ไม่เป็นปัญหาเพราะประชาธิปไตย...มีเสรีภาพที่จะเลือก ครอบครัวพานิชภักดิ์...เลือกที่จะพาน้องพลอยไปม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะพ่อเองต้องทำข่าว แม่เองก็อยากเข้าร่วม รวมทั้งเห็นว่าปลอดภัย มีความหลากหลายของกลุ่มคน ครอบครัวโพพิศ...เลือกที่จะพาน้องเขียนไปม๊อบขับไล่ คมช. เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร ซึ่งคำถามของน้องเขียน แน่นอนแต่ละครอบครัวต่างมีเหตุผล...และสังคมน่าจะต้องฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมต้องฟังทั้ง 2 ขั้วของความขัดแย้ง... ทั้งผู้ที่เอาและไม่เอาทักษิณ... เปิดพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้พูดถึงสิ่งที่เขาเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนี่เป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย...ที่ไม่ใช่มีแค่การเลือกตั้ง ดิฉันเองในฐานะที่ทำงานร่วมกับคุณพิภพมานาน ดิฉันเห็นว่า mad about democracy เป็นสารคดีที่ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่งของคุณพิภพค่ะ... ใช่แล้วค่ะ mad about democracy แตกต่างจากงานสารคดีเรื่องที่ผ่านๆมาของคุณพิภพ... ที่ผ่านมาสารคดีแต่ละเรื่องที่คุณพิภพทำนั้น แม้ค่อนข้างแตกต่างจากสารคดีของผู้กำกับไทยโดยทั่วไป แต่ก็มีจุดที่เหมือนกัน...นั่นคือเป็นสารคดีที่เล่าเรื่องและอธิบายปรากฎการณ์ ผู้กำกับทำหน้าที่กำหนดทิศทางและร้อยเรียงเรื่องไปตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น แน่นอนว่าแม้ผู้กำกับแต่ละคน จะมีสไตล์ของตัวเอง แต่ผู้กำกับจะไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่อง... เรียกว่าผู้กำกับไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งเรื่องค่ะ... แต่ mad about democracy คุณพิภพได้เอาตัวเองและครอบครัวเข้าไปอยู่ในเรื่อง...เป็นตัวละครหนึ่งในเรื่องด้วยค่ะ... สารคดีประเภทที่ผู้กำกับเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นเรียกว่า i film ค่ะ... เป็น i film เรื่องแรกๆของเมืองไทย ที่พูดถึงเรื่องราว ปรากฎการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองค่ะ... i film เรื่องนี้เปิดเรื่องว่า "เป็นเรื่องบังเอิญที่ผม(พิภพ) เกิดในยุคจอมพลสฤษดิ์ แต่ลูกสาวของผม(น้องพลอย) แม้ mad about democracy จะเข้าฉายไปแล้วในงาน world film 2007 แต่คุณพิภพบอกกับดิฉันว่าจะเพิ่มตัวละครเข้าไปอีกหนึ่งครอบครัว เป็นครอบครัวชาวมุสลิมจากจังหวัดสตูล ซึ่งเลี้ยงลูกด้วยระบบโฮมสคูลค่ะ... คาดว่าภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้คงเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนธันวาคม 2550 นี้... ดิฉันไม่แน่ใจเหมือนว่า mad about democracy จะมีโอกาสได้ไปฉายที่ไหนอีกบ้าง แต่สำหรับแวดวงสารคดีไทยแล้ว ดิฉันว่า mad about democracy เป็นอีกก้าวหนึ่งที่แตกต่างของสารคดีไทยค่ะ!!! |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |