พิมพ์หน้านี้
|
สองสามวันที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกับแม่บ้านชาวร้อยเอ็ด คนหนึ่งตามประสาคนที่คุ้นเคยกันว่าวันหยุดวันอาทิตย์นี้เธอจะไปไหน... เธอตอบว่าเธอจะเดินทางกลับจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อไปเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล หรือสท. ซึ่งเธอบอกว่ามีญาติของเธอคนหนึ่งลงรับสมัครเลือกตั้งด้วย... "ยังไงก็ต้องไปทิ้งให้เขา เพราะยังไงก็เป็นญาติกัน" เธอว่าอย่างนั้น... การ "ทิ้ง" ก็คือการไปกาบัตร หรือ ลงคะแนนให้นั่นเอง... นอกจากเธอแล้ว เพื่อนบ้านที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเข้ามาทำงานเป็นแม่ บ้านตามบ้านในกรุงเทพฯ ก็จะเดินทางไปทิ้งคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละราย จะจัดรถตู้บริการรับส่งจากกรุงเทพฯ - ร้อยเอ็ด ฟรีทั้งไป- กลับค่ะ... และส่วนใหญ่แล้วการกลับไป ก็จะกลับไปลงคะแนนให้กับคนที่ญาติ หรือคนใกล้ชิดที่ลง รับเลือกตั้งนั่นเอง... แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีญาติลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยที่นักเลือกตั้งแจก จ่ายแล้วละค่ะว่าแต่ละรายจะให้สักเท่าไหร่ สนนราคาปัจจุบันตอนนี้ก็อัตรา 300,500 บาทค่ะ... ดิฉันเลยถามต่อว่าไป แล้วที่เรากลับไป "ทิ้ง" ให้เขาแล้วเนี่ย เขามีนโยบายหรือมีอะไรมา ตอบสนองความต้องการของเรามั่ง.... แม่บ้านผู้นี้ตอบว่าไม่มีค่ะ... การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่แม่บ้านผู้นี้ต้องปฏิบัติอยู่ทุกๆครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับ ท้องถิ่นหรือการเลือกตั้งในระดับชาติ ในขณะที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง นักการเมือง หรือพรรค การเมืองใดๆมีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของพวกเธอเลย... แต่เธอและคนในหมู่บ้านเป็นประชาชนที่ดีของประเทศค่ะ...เพราะพวกเธอกลับไปเลือกตั้ง ทุกครั้งไม่เคยขาด.... คุณเคยเห็นภาพไหมค่ะ...ช่วงใกล้เลือกตั้ง จะมีผู้คนมากมาย นั่งกันอยู่ท้ายรถปิคอัพ เพื่อกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด... ช่วงนี้ดีขึ้นมานิดหนึ่ง ผู้สมัครจัดรถตู้มารับถึงกรุงเทพฯค่ะ...อย่างเช่นแม่บ้านรายนี้เธอบอก กับดิฉันว่าเธอเดินทางกลับบ้านด้วยรถตู้ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สท. คำถามคือคนพวกนี้ได้อะไรจากการเลือกตั้งบ้าง....แทบไม่มีเลยค่ะ สำหรับแม่บ้านรายนี้ เธอกลับไปทิ้ง(คะแนน) ให้ญาติ เพื่อให้ญาติไปถึงฝั่งฝัน ส่วนลูกๆของ เธอและสามีของเธอนั้น แม่บ้านบอกว่าเขาไม่ไปทิ้งคะแนนให้ญาติหรอก แต่จะกลับไปทิ้ง คะแนนให้กับคู่แข่งของญาติเธอนั่นแหล่ะ...ทั้งหมดได้ค่าทิ้งคะแนนคนละ 300 บาท โดยที่ ค่ารถตู้นั้นฟรีทั้งไป-กลับค่ะ... ดิฉันเล่าเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าไม่นานมานี้ ดิฉันเองก็มีโปรแกรมในการเดินทางกลับบ้าน ต่างจังหวัดเพื่อไปเลือกตั้งสมาชิกอบต.มาเหมือนกันค่ะ... อยู่กรุงเทพฯมานาน แต่ไม่ยอมย้ายสัมมะโนครัวเข้ากรุงเทพฯ ก็เลยลำบากหน่อย... ต้องกลับไปเลือกตั้ง... ไปเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ไม่รู้จักผู้สมัครเลยค่ะ...ไม่ว่าจะเป็น สส. สว. หรือ ส. อะไรก็แล้วแต่... ได้แต่ถามๆ เอาจากพ่อแม่ญาติพี่น้องค่ะ ว่าผู้สมัครคนโน้นคนนี้เป็นอย่างไร... ช่วงหลังๆมานี่นับว่าโชคดีตรงที่มีช่องให้กาว่าไม่ประสงค์จะลงคะแนน...ดิฉันเลยกาช่องนี้ เป็นประจำ... ก็ไม่รู้จะเลือกใครจริงๆนี่ค่ะ... จำได้ว่าเคยคุยกับ ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ถึง เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง ดร. ณรงค์บอกว่านักเลือกตั้งไม่ได้ตอบสนองความต้องการของบรรดาผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ใช้แรงงานจากต่างจังหวัดที่ต้องมาขายแรงงานในกรุงเทพฯ ทั้งพรรคการเมือง นักเลือกตั้ง ต่างไม่มีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งผู้คนจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพฯ หรือไปใช้แรงงานในจังหวัดอื่นๆ นอก ถิ่นฐานของตัวเอง ทั้งๆที่คนกลุ่มนี้ปัจจุบันถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศไปแล้ว... เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่กลับไปเลือกนักการเมืองตามแบบที่ดิฉันได้เล่าเรื่องของแม่บ้านและประ สบการณ์ส่วนตัวของดิฉันนั่นแหล่ะค่ะ... ประเภทที่หนึ่งคือการกลับไปเลือกพวกพ้องญาติโกโหติกาของตัวเอง...อย่างเช่นกรณีของ แม่บ้านรายนี้... ประเภทที่สองคือการกลับไปเลือกใครก็ได้ที่เขาจ่ายเงินให้...อย่างกรณีของลูกๆและสามีของ แม่บ้าน... ประเภทที่สามคือกลับไปเลือกตามคำแนะนำของพ่อแม่ญาติพี่น้องที่แนะนำให้เลือกคนโน้น คนนี้ เพราะเราไม่รู้จักชีวิตและผลงานของผู้สมัคร...อย่างกรณีของดิฉัน ฯลฯ โถ...ประชาธิปไตยแบบไทยๆช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้ ในขณะที่นักเลือกตั้งเองคงไม่ต้องการหาทางออกให้ปัญหานี้ค่ะ เพราะยิ่งปล่อยไป คน ที่ได้ประโยชน์ก็คือตัวนักเลือกตั้งเอง... เพราะฉะนั้นคุณจะเห็นไม่เห็นนักการเมือง หรือพรรคการเมืองใดที่ออกมาพูดถึงปัญหานี้... เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่นักการเมืองคุมได้...นอกจากนั้นแล้ว นักการเมืองยังไม่จำเป็น ต้องไปร่างนโยบายใดให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน... ดิฉันเองยังคิดอยู่ว่าทางออกของเรื่องนี้อยู่ที่ไหน... เป็นไปได้ไหมที่เราไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามชื่อที่ปรากฎอยู่ในทะเบียนบ้าน...หาก เราต้องไปทำงานอยู่ต่างถิ่น...แต่อาจต้องกำหนดไปว่าอาจต้องมาอยู่ก่อนการเลือกตั้งสัก 6 เดือน ถ้าเรามาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ผู้แทนของกรุงเทพฯ ก็น่าจะเป็นตัวแทนของเราในการแก้ปัญหา หรือกำหนดนโยบายที่มีผลต่อชีวิตของเรา... แต่ทำแบบนี้เราจะป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้อย่างไร...และมันอาจจะยุ่งกันไปใหญ่ เพราะขนาดเราอยู่ดีๆ บางทียังมีชื่อผีมาปรากฎอยู่ในทะเบียนบ้านของเราในช่วงเลือกตั้ง... ยังคิดไม่ออกจริงๆค่ะ... แต่อยากให้ช่วยกันหาคำตอบค่ะ... เพราะในขณะที่แม่บ้านต้องลำบากกลับไปต่างจังหวัดเพื่อ "ทิ้ง" คะแนน ให้กับนักการเมือง/ นักเลือกตั้ง แต่ในขณะเดียวกันเธอและคนจำนวนมากกลับต้องถูก "ทิ้ง" ให้ดำดิ่งอยู่ใน สังคมที่เราเชิดชูกันว่าเป็นสังคมประชาธิปไตย... |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |