พิมพ์หน้านี้
|
ข่าวเรื่องแก็สรั่วจากโรงงานพีทีที ฟีนอล บริษัทในเครือของ ปตท. เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเริ่มจางหายไปจากความสนใจของผู้คนแล้ว... ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ไปทำข่าวนี้...ดิฉันมีเรื่องเล่าบางอย่างค่ะ ในวันเกิดเหตุ แก็สรั่วประมาณ 10 โมงเช้า...แต่ดิฉันและทีมงานไปถึงที่เกิดเหตุประมาณหนึ่งทุ่ม... ลองจินตนาการกันเล่นๆค่ะว่า ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มในเขตนิคมอุตสาหกรรม...กับการทำข่าวแก็สรั่วว่าดิฉันจะได้อะไรบ้าง... แน่นอนค่ะ จุดมุ่งหมายแรกของดิฉันก็คือ บริเวณที่เกิดเหตุโรงงานพีทีทีฟีนอล...ซึ่งปิดเงียบ...มีเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ ณ ป้อมยามด้านหน้าเท่านั้น...ที่ดิฉันสามารถจะพูดคุยได้ แต่ก็ไม่ได้อะไรเท่าไหร่ เพราะรปภ. คนนี้บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขา เพราะเขาทำงานกะกลางคืน... จากโรงงานพีทีที ฟีนอล ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช...ดิฉันและทีมงานคุยกันว่า เราจะไปต่อที่ไหนกันดี... แน่นอนว่าทุกคนคิดตรงกันค่ะว่าเราจะต้องไปคุยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ แต่ช่วงค่ำมืดแบบนี้ สิ่งที่ไม่น่ายากก็กลายเป็นเรื่องยากสำหรับเราค่ะ... ก็สอบถามกันไปเรื่อยๆ โดยมีชาวบ้านที่ระยองอีก 2 คนมาช่วยเราค่ะ... ประมาณสองทุ่มกว่าเราก็ไปถึงบริเวณที่เป็นแค้มป์ที่พักอาศัยของคนงานของบริษัทอิตาเลี่ยนไทยค่ะ... ที่ต้องไปถึงแค้มป์ที่พักของคนงานอิตาเลี่ยนไทย เพราะว่าที่นี่มีคนงานหลายรายที่ทำงานให้กับพีทีทีฟีนอล...และเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์แก็สรั่วด้วยค่ะ... หลายคนอาจจินตนาการไม่ออกว่าเอ๊...แค้มป์ที่พักมีลักษณะเป็นอย่างไร แค้มป์ที่พัก หรือบ้านพักคนงานมีลักษณะเป็นอาคาร หรืออพาร์ทเม้นท์สูง 2 ชั้นค่ะแต่ผนังของอาคารไม่ได้ทำจากปูนหรอกค่ะ เป็นเพียงการนำสังกะสีมาตีๆให้เป็นฝาผนังเท่านั้นค่ะ... และจากสภาพที่เห็น...มันเต็มไปด้วยความแออัดค่ะ... เมื่อดิฉันและทีมงานไปถึง ก็เจอกับบรรดาเหล่าคนงานที่จับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องแก็สรั่วอยู่พอดีค่ะ และพวกเขาก็ยินดีเล่าเรื่องราวให้ดิฉันฟัง เพราะพวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่พวกเขาขอให้เป็นไปในลักษณะ off record ค่ะ... จะมีบ้างที่ยินดีเล่าให้ฟังแบบเปิดเผย แต่ก็เป็นคนงานที่อยู่ที่โรงงานข้างเคียง ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง... ซึ่งคนงานที่อยู่โรงงานข้างเคียงก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการที่โรงงานข้างเคียงนำมาปฏิบัติเมื่อเกิดแก็สรั่วจากโรงงานพีทีที ฟีนอล... บางโรงงานก็ใช้วิธีการให้คนงานวิ่งขึ้นที่สูง...เหนืออาคาร บางโรงงานก็ใช้วิธีการให้คนงานวิ่งมาข้างล่าง...อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ทิศทางลม แม้คนงานยินดีเล่าเรื่องให้ดิฉันฟัง แต่ก็ยังดูเหมือนว่ายังไม่เพียงพอกับการนำเสนอสกู๊ปข่าวในวันรุ่งขึ้นค่ะ... ใกล้สามทุ่มดิฉันจึงเดินทางต่อไปที่โรงพยาบาลมาบตาพุดค่ะ... ก็กะกันว่าถ้าไม่ได้เรื่องจากโรงพยาบาลก็ไม่รู้จะยังไงแล้ว เพราะยิ่งดึกดูเหมือนจะยิ่งยาก... เมื่อไปถึงโรงพยาบาลมาบตาพุด ก็เจอกับรายชื่อของผู้ประสบภัยจากเหตุแก็สรั่วที่เขียนไว้บนกระดานไวท์บอร์ดหน้าโรงพยาบาลค่ะ เท่าที่อ่านดูก็มีประมาณเจ็ดสิบกว่ารายชื่อ... มีวงเล็บไว้ว่าบางส่วนถูกส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลระยองบ้าง, โรงพยาบาลบ้านฉางบ้าง... หลังจากที่ได้เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้ (21.00 น.) ที่โรงพยาบาลมาบตาพุดไม่มีผู้เจ็บป่วยจากเหตุแก็สรั่ว (ซึ่งเป็นผู้ป่วยในระยะเฉียบพลันตั้งแต่เมื่อช่วงสาย) อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ผู้ป่วยหลายคนกลับบ้านได้...เพราะอาการไม่น่าเป็นห่วง ที่อาการหนักก็ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ... แต่ขณะนี้มีผู้ป่วย ที่ไม่ได้แสดงอาการในระยะแรกที่ได้สูดดมแก็สพิษเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลมาบตาพุด มากถึง 40-50 รายค่ะ... ระหว่างที่ยืนคุยกันอยู่นั้น ก็มีรถกระบะวิ่งพรืดเข้ามาจอดที่หน้าโรงพยาบาลค่ะ ที่ด้านหลังของกระบะ คนงานนับสิบคนนั่งห้อมล้อมเพื่อนของเขาที่มีอาการเจ็บป่วยจากการสูดดมแก็สรั่ว (แต่ไม่มีอาการในช่วงแรก) ซึ่งนอนอยู่ที่ท้ายรถกระบะด้วย... พอรถจอดปุ๊บคนงานเหล่านี้ต่างช่วยกันกุลีกุจอพาเพื่อนของเขาลงจากรถเพื่อไปหาหมอค่ะ... เป็นภาพแห่งความโกลาหลและทุลักทุเลค่ะ... วัฒธีระ วงค์สวรรค์ หนึ่งในคนงานที่พาเพื่อนของเขามาส่งโรงพยาบาลบอกกับดิฉันว่าอยู่ดีๆเพื่อนของเขาก็ล้มวูบไปต่อหน้าต่อตา...ทั้งๆที่เพื่อนคนนี้ไม่ได้มีแสดงอาการเจ็บป่วยอะไรในช่วงแรกที่ได้สูดดมแก็สเข้าไป.... เมื่อเห็นเพื่อนล้มวูบไปต่อหน้าต่อตา จึงทำให้วัฒธีระ และเพื่อนคนงานคนอื่นๆต่างเป็นกังวลว่าอาจจะมีอาการเจ็บป่วยตามมาด้วย แม้ไม่มีอาการในช่วงแรก ดังนั้นวัฒธีระและเพื่อนๆจึงเข้ารับการตรวจร่างกายในคืนนี้ด้วย... แน่นอนค่ะว่า...ความกังวลต่ออาการเจ็บป่วยที่อาจจะตามมานั้นก็เป็นประเด็นสำคัญ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่วัฒธีระ และเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เหมาะสมได้เล่าให้ดิฉันฟังก็คือว่าในระหว่างเกิดเหตุนั้น พวกเขาอยู่ห่างจากจุดที่แก็สรั่วเพียง10 เมตรเท่านั้น... พวกเขาบอกว่าสิ่งที่มันขาดหายไปในช่วงที่เกิดแก็สรั่วก็คือระบบเตือนภัยค่ะ... ไม่มีเสียงไซเรนดังขึ้นในระหว่างที่เกิดเหตุ... มีเพียงเสียงนกหวีดปริ๊ดๆ จาก รปภ. ที่ดังขึ้นเท่านั้นในระหว่างที่เกิดเหตุ... ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่า ในนิคมอุตสาหกรรมนั้น เสียงนกหวีดหมายถึง... "เสียงที่ดังขึ้นเมื่อคนงานไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่สวมแว่น, ไม่สวมถุงมือ... ใช่ค่ะ...เสียงนกหวีดไม่ใช่เสียงสัญญาณเตือนภัย อ้อ...ลืมบอกไปค่ะ ก่อนเข้าไปยังโรงงานพีทีทีฟีนอล ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชนั้น ที่ป้ายด้านหน้าเขียนไว้ว่านิคมอุตสาหกรรมเหมราช ISO 14000 ค่ะ... |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||