• ธนานุช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 131
  • จำนวนผู้ชม : 321599
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
ธนานุช สงวนศักดิ์
ธนานุช สงวนศักดิ์ ผู้สื่อข่าว/ผู้ดำเนินรายการ "จุดชนวนข่าว" ทางเนชั่นทีวี สนใจความเป็นไปของสังคม วัฒนธรรม โดยเฉพาะมิติเรื่องผู้หญิง เพศสภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ ฯลฯ ฉายา#ยัยป้าเนิร์ดๆใส่แว่นที่ถ่ายเอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/thananuch
วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2559
Posted by ธนานุช , ผู้อ่าน : 3060 , 03:21:36 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน นายยั้งคิด , ซำมะแจะ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

หากกล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงในประเทศเมียนมา แน่นอนว่าทุกคนต้องพุ่งเป้าไปที่ "ออง ซาน ซู จี" ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างไม่มีข้อกังขาและไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่เมียนมาซึ่งเป็นประเทศมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มากถึง 135 กลุ่มชาติพันธุ์นั้น ยังมีผู้หญิงที่มีบทบาทโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในการส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงกลุ่มชาติพันธ์ุให้มีสิทธิ มีเสียงในกระบวนการตัดสินใจในทุกระดับ

สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์มอญนั้น "มี คุน ชัน นน - Mi Kun Chan Non" รองประธานองค์กรสตรีมอญ (Mon Women's Organization) ถือเป็นผู้หญิงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้หญิงมอญ

ดิฉันมีโอกาสได้สัมภาษณ์ "มี คุน ชัน นน" เมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปยังรัฐมอญ ประเทศพม่า เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา จึงถือโอกาสนี้นำบทสัมภาษณ์มาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ...

 

@กรุณาแนะนำตัวเองค่ะ

มีคุนชันนน : ฉันชื่อ มี คุน ชัน นน เป็นรองประธานองค์กร Mon Women's Organization องค์กรที่ทำงานกับผู้หญิงมอญเพื่อเสริมศักยภาพและสิทธิของผู้หญิงรวมทั้งส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาของชุมชน เราหวังจะเห็นผู้หญิงมีบทบาทในการทุกๆ ระดับของกระบวนการตัดสินใจ รวมทั้งในเรื่องการเมือง องค์กรเราจัดทำการฝึกอบรมและเวิร์คชอปเพื่อทำให้ผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้น

 

@ทำไมคุณจึงสนใจเรื่องผู้หญิง

มีคุนชันนน : ตั้งแต่เรียนจบ ฉันก็เป็นนักกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นมอญมาตลอด ตอนที่ย้ายไปอยู่ชายแดน ฉันทำงานเป็นครูและเข้าไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มผู้หญิงบ้าง พอช่วงปี พ.ศ. 2540 ฉันก็เข้ามาทำงานในกลุ่มผู้หญิงมอญอย่างเต็มตัว และได้เห็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมากมาย ทำงานเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ตอนนี้ฉันเป็นรองประธานกลุ่มผู้หญิงมอญและหัวหน้าทีมเครือข่ายผู้หญิงมอญ ฉันยังเป็นสมาชิกในคณะกรรมการการศึกษามอญด้วย และในฐานะหัวหน้าทีมเครือข่ายผู้หญิงมอญ ฉันเป็นตัวแทนเครือข่ายผู้หญิงมอญในทีมบริหารของกลุ่ม Alliance on Gender Inclusion in the Peace Process (AGIPP) เป็นกลุ่มที่รณรงค์การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกระบวนการเพื่อสันติภาพ

 

@ความท้าทายของผู้หญิงในสังคมมอญ

มีคุนชันนน : ความท้าทายของหญิงมอญมี 2 ระดับ หนึ่งประเทศพม่าถูกปกครองด้วยคนพม่า ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนชาติพันธุ์มอญ เราเป็นส่วนที่น้อยกว่า เราจึงไม่ได้รับโอกาสเท่าคนพม่า และไม่มีสิทธิเท่าเทียมคนพม่า สองผู้หญิง ถูกมองว่าเป็นคนชนชั้นที่สองของสังคม ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ สอง สิ่งนี้คือปัญหาและข้อท้าทายหลักสำหรับผู้หญิงชาติพันธุ์ เรื่องแรกในฐานะที่เป็นชาติพันธุ์ผู้หญิงมอญต้องทำงานหนักเพื่อเสรีภาพและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ เรื่องที่สองคือ ในฐานะที่เป็นผู้หญิง เราต้องก้าวข้ามความเชื่อหรือประเพณีดั้งเดิมที่กั้นไม่ให้ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำ

 

@ปัญหาของผู้หญิงมอญที่ “อยู่ข้างหลังตลอด” มันส่งผลเสียอย่างไร

มีคุนชันนน : ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของโลกคือ ผู้หญิง ถ้าคุณดูตัวเลขของรัฐมอญ คุณจะเห็นว่า ร้อยละ 51.8 ของประชากรรัฐมอฐคือ ผู้หญิง แต่ในระดับผู้นำหรือบทบาทในการตัดสินใจ เราจะไม่ค่อยเห็นผู้หญิงขึ้นไปอยู่บนนั้น เพราะฉะนั้น เราจำเป็นจะต้องทำให้เสียงผู้หญิงเข้าไปในระดับผู้นำและมีบทบาทในการตัดสินใจ ในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ เราจะเห็นว่ากลุ่มผู้นำมีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง หยุดการต่อสู้ แต่คนส่วนใหญ่คิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงและก็ไม่มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงเข้าไปมีส่วนร่วมแต่ถ้าเราดูเบื้องหลังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ผู้หญิงต้องมาลำบากเพราะสงครามและการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แต่เอาแต่เจรจาหาทางหยุดต่อสู้ ถ้าผู้หญิงได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเมืองอันนี้ เขาจะแลกเปลี่ยนสถานการณ์จากพื้นที่และสะท้อนความต้องการของชุมชนได้อย่างชัดเจน พวกเราเชื่อว่าวิธีการนี้แหละที่จะสามารถพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืนและจะสนับสนุนสันติภาพในประเทศให้ยั่งยืนได้

 

@ถ้าดูจากผู้หญิงมอญที่ดิฉันเห็น ดิฉันเห็นผู้หญิงมอญทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ต่างๆเนี่ย เป็นคนที่กระตือรือร้นมากเลย ก็เลยสงสัยว่าผู้หญิงมอญซึ่งมีความกระตือรือร้น มีการศึกษามากขึ้น ทำไมเราต้องพยายามส่งเสริมประเด็นพวกนี้อีก เพราะจริงๆมันไปได้ค่อนข้างโอเคอยู่แล้ว

มีคุนชันนน : แม้ว่าเราทำงานเสริมความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้หญิงมานาน แต่ผู้หญิงก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ โดยเฉพาะผู้หญิงในกลุ่มรากหญ้า ความมั่นใจในการเข้าไปทำงานเรื่องเกี่ยวกับการเมืองก็ยิ่งน้อยกว่ามาก อีกอย่าง ผู้หญิงที่ได้เรียนจบปริญญาตรีก็ไม่ค่อยจะสนใจการเมืองเท่าไหร่ เขาคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว และก็คงไม่มีพื้นที่ในการเรียนรู้เรื่องการเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงยิ่งไม่มีความมั่นใจในเรื่องการเมือง

อีกเรื่องที่สำคัญคือการมีแบบอย่าง ถ้าเราเห็นว่ามีผู้นำที่เป็นผู้หญิงเยอะขึ้น ทัศนคติของคนในสังคมต่อผู้หญิงก็จะเริ่มเปลี่ยน เรารณรงค์ให้มีผู้หญิงในสภาร้อยละ 30 มานาน ถ้าได้ถึงร้อยละ 50 เราก็จะมีผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในการกระบวนการตัดสินใจ ถือเป็นผู้หญิงครึ่งนึง ผู้ชายครึ่งนึง แม้ว่เราจะเห็นว่ามีครูผู้หญิงมากขึ้น แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเห็นผู้หญิงในบทบาทผู้นำมากขึ้น เพราะคนที่มีอำนาจตัดสินใจก็ไม่ใช่พวกเขาทุกคน

 

@มันสำคัญอย่างไรคะ ที่จะต้องให้เพิ่มจำนวนผู้หญิงเข้าไปทำในเรื่องของการตัดสินใจเป็น 50:50

มีคุนชันนน : เราต้องการให้ประชากรอีกครึ่งหนึ่งเข้ามามีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจ ฉันเชื่อว่า ถ้าสามารถเอาพวกเขาเข้ามาร่วมได้ เราจะมีไอเดียและวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายมากขึ้น เราจะแก้ปัญหาง่ายขึ้น และมีทางเลือกมากขึ้นถ้าผู้หญิงได้เข้ามาร่วมแก้ปัญหา ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาร่วมทางการเมืองมากขึ้น ปัญหาที่เกี่ยวกับเด็ก อย่างการศึกษาและสุขภาพจะได้รับความสนใจมากขึ้น

 

@จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผู้หญิงไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมืองและกองทัพทหาร

มี คุน ชัน นน : อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ เราเชื่อว่าเสียงของผู้หญิงจะต้องเป็นที่ได้ยินอยู่ทุกระดับ ในกองทัพ ถ้าผู้ชายลุยไปอยู่หน้าด่านของสนามรบ ผู้หญิงจะต้องทำหน้าที่ดูแลครอบครัว เพราะเหตุนี้ ผู้หญิงจึงเป็นคนที่รู้เรื่องเด็กและครอบครัวมากกว่า พวกเธอเข้าใจมากกว่าและสามารถแลกเปลี่ยนได้ดีกว่า เพราะฉะนั้น พวกเธอก็ควรที่จะได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ของสังคม เพราะเหตุนี้ เราจึงเชื่อว่า การมีส่วนร่วมของผู้หญิงจะเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญต่อการพัฒนาของประเทศและสันติภาพอย่างยั่งยืน

 

@อะไรที่จะทำให้ผูหญิงเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

มี คุน ชัน นน : มันมี 2 วิธี หนึ่งเราต้องสร้างศักยภาพ เพิ่มเติมความรู้ สร้างทัศนคติที่ยอมรับการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและคำนึงถึงความสำคัญที่ผู้หญิงจำเป็นต้องเป็นคนที่ทำหน้าที่นั้น สองกลุ่มที่มีพื้นที่ทางการเมืองอยู่แล้ว จะต้องเปิดโอกาสและพื้นที่ให้ผู้หญิงคนอื่นๆ เข้าไปมีส่วนร่วมและร่วมกันรับผิดชอบต่อผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของเรา มีผู้หญิงมากมายที่มากด้วยความสามารถ แต่พวกเธอมักไม่ค่อยได้โอกาสหรือพื้นที่ในการดำรงตำแหน่ง อีกทั้งมักจะไม่มีการสนับสนุนผู้หญิงให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ผู้หญิงจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้จริงหากทั้ง 2 ประการที่กล่าวมานั้นเกิดขึ้นจริง คือเปิดโอกาสและพื้นที่ให้ผู้หญิง พร้อมสนับสนุนให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

 

@อะไรคืออุปสรรคและข้อท้าทายในการทำงานในรัฐมอญ

มี คุน ชัน นน : การทำกิจกรรมในชุมชนมักจะเป็นเรื่องท้าทาย เพราะชาวบ้านผู้หญิงมักจะให้ความสำคัญกับงานบ้านและการหารายได้ให้ครอบครัวมากกว่า ส่วนใหญ่จะทำงานในสวน อีกอย่าง ในอดีตกลุ่มผู้ชายมักจะมองว่า การทำเทรนนิ่งหรือเวิร์คชอปเพื่อเพิ่มความตระหนักต่อศักยภาพผู้หญิงเป็นการเรียนรู้เพื่อไปเป็นใหญ่เหนือสามี แต่ความคิดแบบนี้ก็น้อยลงแล้วในปัจจุบัน เพราะมันมีหลักฐานและประสบการณ์โดยตรงที่ทำให้ผู้ชายเริ่มตระหนักว่าบางเรื่อง ถ้ามีผู้หญิงเข้าไปร่วมด้วย งานมันจะน้อยละและประสบผลสำเร็จมากกว่า บางครั้ง งานหลักของเราก็คือการทำให้ทัศนติที่มีต่อผู้หญิงหลากหลายกว่าภาพพจน์เดิมๆ ที่ว่าผู้หญิงเป็นแค่แม่ครัวและแม่บ้าน

 

@มันยากไหมสำหรับผู้หญิงที่จะต้องทำงานบ้านและหาเงินให้ครอบครัว ในเวลาเดียวกันก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย

มี คุน ชัน นน : ฉันเห็นด้วยกับคุณอ้อยค่ะ ผู้หญิงมักต้องทำงานหนักกว่าเพื่อพิสูจน์ว่าเราก็สามารถเข้าร่วมสังคมอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในบ้าน การหารายได้ หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับส่วนต่างๆ ของสังคม ในการเทรนนิ่งศักยภาพของผู้หญิง เรามักจะเน้นเรื่องความเท่าเทียมระหว่างชาย-หญิงในครอบครัว ถ้าผู้หญิงออกไปทำงานข้างนอกได้อย่างผู้ชาย ผู้ชายก็ควรรับผิดชอบเรื่องในบ้านด้วยกับภรรยาของเขา ถ้าทำอย่างนี้ได้ผู้หญิงก็จะสามารถมีเวลามากขึ้นและสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคมและงานพัฒนามากขึ้น มีความเป็นสมดุลย์มากขึ้น หากผู้ชายสามารถยอมรับตรงนี้ได้ งานเพื่อสังคมก็จะไม่มีการแบ่งเพศชาย-หญิง

 

@สุดท้ายมีอะไรที่ดิฉันยังไม่ได้ถาม หรือถามไม่ครอบคลุมแล้วคุณอยากจะพูดบ้างคะ

มีคุนชันนน : ฉันอยากเพิ่มเติมอีกนิดว่า ถ้าเราจะเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิง การเสริมความเข้มแข็งให้ผู้หญิงนั้นไม่พอ เราต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาด้วย รวมทั้งเปลี่ยนสังคมของเรา เราต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แยกกันทำ ไม่งั้นงานของเราก็ไม่มีวันจบและก็จะยืดเยื้อ ที่สำคัญ เราต้องมีพื้นที่ให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ไม่งั้นเราก็ผลักดันให้ผู้หญิงเข้มแข็งไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 08/08/2016 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

2 ข้อนี้ คมคายดีจัง

@มันสำคัญอย่างไรคะ ที่จะต้องให้เพิ่มจำนวนผู้หญิงเข้าไปทำในเรื่องของการตัดสินใจเป็น 50:50

มีคุนชันนน : เราต้องการให้ประชากรอีกครึ่งหนึ่งเข้ามามีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจ ฉันเชื่อว่า ถ้าสามารถเอาพวกเขาเข้ามาร่วมได้ เราจะมีไอเดียและวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายมากขึ้น เราจะแก้ปัญหาง่ายขึ้น และมีทางเลือกมากขึ้นถ้าผู้หญิงได้เข้ามาร่วมแก้ปัญหา ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาร่วมทางการเมืองมากขึ้น ปัญหาที่เกี่ยวกับเด็ก อย่างการศึกษาและสุขภาพจะได้รับความสนใจมากขึ้น



@จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผู้หญิงไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมืองและกองทัพทหาร

มี คุน ชัน นน : อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ เราเชื่อว่าเสียงของผู้หญิงจะต้องเป็นที่ได้ยินอยู่ทุกระดับ ในกองทัพ ถ้าผู้ชายลุยไปอยู่หน้าด่านของสนามรบ ผู้หญิงจะต้องทำหน้าที่ดูแลครอบครัว เพราะเหตุนี้ ผู้หญิงจึงเป็นคนที่รู้เรื่องเด็กและครอบครัวมากกว่า พวกเธอเข้าใจมากกว่าและสามารถแลกเปลี่ยนได้ดีกว่า เพราะฉะนั้น พวกเธอก็ควรที่จะได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ของสังคม เพราะเหตุนี้ เราจึงเชื่อว่า การมีส่วนร่วมของผู้หญิงจะเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญต่อการพัฒนาของประเทศและสันติภาพอย่างยั่งยืน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rattiya วันที่ : 02/07/2016 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ทัศนคติระหว่างชาย-หญิงควรมองไปในทางค้ำจุนกัน ชาย-หญิงมีความสามารถเเตกต่างกัน แต่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 02/07/2016 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

"ฟ้ามีสตรีค้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง" ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ลุงปรีชา ผู้กอบกู้แมวไทย

ลุงปรีชา พุคคะบุตร ผู้กอบกู้แมวไทย โดยการพยายามที่จะนำแมวพันธุ์ไทยแท้ดั้งเดิม ที่ชื่อว่า "แมวศุภลักษณ์" หรือที่เรียกว่าแมวทองแดง นำขึ้นจดทะเบียนเป็นสัตว์พันธุ์แท้ของโลกในนามคนไทย

View All
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]